หลังจากที่หลบหนีจากคุณหนูแล้วก็ท่านไมเดนมาเป็ที่เรียบร้อยแล้วฉันก็มานั่งอยู่ที่ซากปรักหักพังของปราสาทอย่างอ่อนแรง
“ให้ตายสิ...กว่าจะหนีออกมาได้นี่มันลำบากจังเลยนะคะ...”
ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนที่จะมานั่งพินิจพิเคราะห์เศษซากปรักหักพังตรงหน้าด้วยความลำบากใจ
เอ...คฤหาสน์มันพังถึงขนาดนี้แล้วเราจะเอายังไงกันดีล่ะคะเนี่ย...
สงสัยว่างานนี้เราได้ซ่อมกันยาวๆ แหงๆ เลยแฮะ...
“เอาเถอะ...เดี๋ยวค่อยสร้างใหม่ก็แล้วกัน...คราวหน้าเราคงต้องห้ามคุณหนูเข้าครัวอย่างเด็ดขาดซะแล้วสิ”
ครั้งนี้ยังดีนะที่ไปแค่คฤหาสน์น่ะ...ครั้งหน้ามันคงจะทั้งูเาเลยล่ะมั้งนั่น...
เพื่อความปลอดภัย...คราวนี้เราขอให้คุณหนูร่ายเวทย์กันไฟเอาไว้ด้วยดีกว่า...(กันท่านทำไหม้เองนี่แหละ)
“เฮ้อ...ไม่มีแรงเลยนะเนี่ย...”
ก็เราโดนแกล้งยันสว่างเลยนี่นา...ให้ตายสิ...เหนียวตัวไปหมดเลย...
อยากจะอาบน้ำชิวๆ สบายๆ จังเลยนะ...ขอลาพักร้อนสักหน่อยได้ไหมเนี่ย...
ยังไงคุณหนูเองก็นอนที่ไหนก็ได้แถมอยู่กับท่านไมเดนก็ไม่ต้องห่วงเื่ของกินอีกด้วยดังนั้นเราปล่อยท่านเอาไว้สักพักก็คงจะไม่เป็อะไรล่ะมั้ง ?
“ถือซะว่าเป็การทำโทษที่แกล้งเราก็แล้วกัน...”
ฉันยังไม่หายเคืองหรอกนะเออ...
เอาเป็ว่า...ฉันขอออกเดินทางพักร้อนสักพัก ส่วนระหว่างนั้นท่านก็รับผิดชอบตัวเองก็แล้วกันนะคะ...
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นแล้ว ฉันก็เขียนจดหมายฉบับหนึ่งแล้วก็วางทิ้งเอาไว้ที่แถวๆซากปรักหักพังนั่น
แน่นอนว่าร่ายเวทย์ป้องกันไม่ให้มันเสียหายหรือถูกคนอื่นที่ไม่ใช่คุณหนูมาแตะต้องด้วยนะ
“เอาล่ะ...เท่านี้ก็เรียบร้อย...”
แค่นี้เราก็ไปพักผ่อนได้อย่างสบายใจแล้วล่ะนะ...ว่าแต่...เราจะไปที่ไหนดีหว่า...
ในขณะที่ฉันกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง...อยู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากทางข้างหลังของฉันอย่างกะทันหัน...
“ถ้าหากหาที่พักผ่อนอยู่ล่ะก็สนใจมาที่เมืองหลวงกับฉันไหมล่ะคะ ?”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นมาพร้อมกับปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาฉันด้วยรอยยิ้ม…แน่นอนว่าฉันรู้จักเธอคนนี้เป็อย่างดีอีกด้วย
“อ้าว ? เมย่า?มาได้ยังไงกันเนี่ย ?”
หญิงสาวคนนี้ก็คือนักบุญสาว เมย่า เธอเป็หนึ่งในคนรู้จักของฉันและคุณหนูในตอนที่พวกเธอมาขอความช่วยเหลือจากพวกเราในการจัดการเทพปีศาจเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้นั่นเอง...
“คิกๆๆๆพอดีท่านวาริเอล ติดต่อฉันมาว่าในตอนนี้มีคน้าความช่วยเหลือในการหาสถานที่สำหรับพักผ่อนอยู่ที่นี่ค่ะ...แต่ฉันก็นึกไม่ถึงเหมือนกันนะคะว่าคฤหาสน์ของพวกท่านจะกลายเป็สภาพนี้น่ะ...เจอเทพปีศาจมาบุกหรือยังไงคะเนี่ย?”
เมย่ากล่าวพร้อมกับมองไปยังเศษซากของคฤหาสน์ด้วยรอยยิ้มแหยๆซึ่งฉันเองก็ยิ้มแห้งๆ ให้กับเธอเช่นกัน
“เอ่อ...ฮะๆๆๆไม่ใช่แบบนั้นหรอก...ก็แค่คุณหนูท่านเข้าครัวทำอาหารแล้วมันก็ไหม้ทั้งคฤหาสน์เฉยๆน่ะ”
“ห๊ะ ?”
“อื้อ...เธอฟังไม่ผิดหรอก...คุณหนูท่านทำอาหารแล้วลืมดับไฟแล้วมันก็กลายเป็แบบนี้นั่นแหละ...”
“เอ่อ...นั่นมันอะไรกันคะนั่น...”
พอได้ฟังเหตุผลที่ทำให้คฤหาสน์ตกอยู่ในสภาพนี้มันก็ทำให้เมย่าถึงกับยิ้มแห้งๆตามนาเรียอย่างเสียไม่ได้...
(ก็นะ...ทุกคนที่ได้ฟังก็คงจะทำสีหน้าประมาณนี้กันหมดนั่นแหละ...)
ฉันกับเมย่าถอนหายใจออกมาพร้อมกัน (ด้วยความเหนื่อยใจล่ะนะ) ก่อนที่พวกเราจะกลับมาเข้าสู่หัวข้อหลักกันต่อ
“แล้วเื่พักผ่อนท่านจะเอายังไงดีล่ะคะ? ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็มาเที่ยวที่เมืองหลวงก็ได้นะคะเดี๋ยวฉันจะจัดเตรียมที่พักเอาไว้ให้เองค่ะ...แถม่นี้เมืองแห่งน้ำของพวกเรายังเหมาะแก่การท่องเที่ยวอีกด้วยนะคะถ้าหากท่านไปใน่นี้ท่านจะสามารถทานอาหารทะเลสดๆ ใหม่ๆ ได้ในราคาพิเศษแล้วก็พวกเครื่องเล่นต่างๆก็สามารถเข้าได้ฟรีๆ อีกด้วยนะคะ นอกจากนี้ อีกไม่นานก็จะถึงฤดูที่ปลาบินเรืองแสงจะเข้ามาวางไข่ด้วยค่ะแต่ทว่าที่พักเองก็เหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว ดังนั้นถ้าหากท่าน้าที่จะไปพักผ่อนก็ควรจะรีบกันหน่อยนะคะ”
“เอาแบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ...ว่าแต่...เธอเป็นักบุญหรือเซลล์ขายของกันแน่เนี่ย..”
“คิกๆๆๆคนมันต้องกินต้องใช้ค่ะ”
เมย่าหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะเข้ามากุมมือของนาเรียเอาไว้แน่น
“แล้วจะเอายังไงล่ะคะท่านนาเรีย? สนใจมาเที่ยวไหมคะ?”
“เอ...”
เอายังไงดีนะ...แต่มันก็เป็ทางเลือกที่ไม่เลวซะด้วยสิ...
ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน
“ตกลง...เราไปกันเถอะ”
“เป็อันตกลงนะคะ”
เมย่าเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่เธอจะนำคริสตัลเคลื่อนย้ายออกมาแล้วก็เปิดใช้งานในทันที
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเลยเถอะค่ะ!”
เมย่ากล่าว ก่อนที่ร่างของพวกเธอทั้งคู่จะวาร์ปหายไปจากตรงนั้นในที่สุด...