"ลูโดวิช มีความสุขมากๆนะลูก"
เสียงดังสะท้อนมาจากไกลๆในความมืดข้าเหมือนเห็นผมสีบลอนด์แสนสวยงามชวนให้เตะตาแต่ไม่นานข้าก็ตื่นมาและลืมเลือนมันไป
ในอดีตอันแสนไกลข้าจำได้ว่าข้าเคยมีความสุขกับแม่และพ่อขนาดไหน ถึงจะเร่ร่อนไม่อยู่เป็ที่เป็ทางแต่ทว่าก็มีความสุขในทุกๆวัน
แต่ตอนนี้ไม่ใช่
ข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่มีความสุขกินอิ่มนอนหลับในทุกๆวันแบบนั้นอีกแล้ว พ่อและแม่ไม่อยู่กับข้าอีกต่อไปไม่มีอาหารที่เพียงขอก็ได้รับหรือแม้แต่ที่หลับนอนที่แค่เอนตัวก็สามารถหลับได้อย่างสบายใจเองก็ไม่มี
ทั้งที่ตั้งใจจะจดจำไว้แต่มันกลับพร่าเลือนทั้งที่เป็ความทรงจำแค่ไม่กี่ปีก่อนแท้ๆ แต่ข้ากลับแทบจะจดจำหน้าตาหรือน้ำเสียงของพวกเขาไม่ได้เลย…
ทั้งที่มันเป็ความทรงจำอันมีค่าเพียงหนึ่งเดียวแท้ๆ...
ตัวข้านั้นเร่ร่อนอยู่ในตรอกในหมู่บ้านแห่งสุดท้ายที่พ่อและแม่ตั้งใจจะเดินทางมา เป็หมู่บ้านขนาดกลางอยู่ในป่าลึกแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสเดิมทีพ่อและแม่ตั้งใจจะมาเปิดเส้นทางการค้าที่นี่แต่ทว่าก็ถูกโจรดักปล้นเสียก่อนข้าที่รอดมาโดยบังเอิญวิ่งมาที่หมู่บ้านแต่ทว่าก็ไม่มีใครที่จะมาช่วยพวกเขาได้และไม่มีใครที่จะรับข้าไปเป็ภาระเลี้ยงดูตัวข้าจึงลงเอยที่อยู่อย่างเร่ร่อนในตรอกของหมู่บ้านซึ่งเต็มไปด้วยเด็กกำพร้าหญิงโสเภณี และชายฉกรรจ์ที่ชอบใช้ความรุนแรงแทน
ข้าเหนื่อยเหลือเกิน
เหนื่อยกับการมีชีวิตไปวันๆโดยไร้ซึ่งจุดหมายบางครั้งก็เป็ที่ระบายอารมณ์ให้คนในตรอก บางครั้งก็อดน้ำและอาหารจนเกือบตายแต่ก็ยังโชคดีที่มักจะมีคนมาช่วยเหลือให้มีชีวิตรอดมาตลอดทั้งๆที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น
เมื่อโตขึ้นมาหน่อยข้าก็หางานทำเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพก็ไม่มีใครรับ ต่อให้รับก็มีแต่พวกที่พอรู้ว่าข้าเป็เด็กกำพร้าเร่ร่อนในตรอกก็กดขี่ซึ่งข้าไม่สามารถที่จะทนทำงานในที่แบบนั้นได้จริงๆ เพราะข้าไม่เข้าใจว่าเราจะทำงานที่รู้ว่าทำไปแล้วไม่คุ้มค่าเหนื่อยทำไมกันข้ายอมลงทุนไปขโมยของหรืออดอาหารดีกว่าต้องทำงานที่ต้องถูกกดขี่แบบนั้น
แต่ถึงแม้จะเหนื่อยและท้อมากแค่ไหนแต่ข้าก็ยังอยากมีชีวิตอยู่
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรในเมื่อแต่ละวันมันแสนจะเหนื่อยและทรมานแต่ข้าก็ยังไม่อยากยอมแพ้ที่จะมีชีวิตอยู่แม้จะเหนื่อยและทรมานแต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ล่ะก็ซักวันมันจะต้องมีทางออกแน่ข้าเชื่ออย่างนั้น
เหม่อคิดถึงอดีตไปครู่เดียวเงินที่ขโมยมาก็โดนขโมยไปซะแล้วเฮ้อ ข้ามองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองแล้วตัดสินใจไปขโมยขนมปังแทนจะให้ไปขโมยคืนจากเด็กผอมแห้งที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวแบบนั้นน่ะหรือ ถึงแม้จะเห็นแก่ตัวแต่ข้าไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นยังไงเด็กคนนั้นก็เคยมีบุญคุณบอกแหล่งน้ำให้ข้าเอาไว้ดื่มด้วยสิ ยอมๆให้ไปถือซะว่าเป็ค่าน้ำแล้วกัน
ข้าพยายามทำตัวไร้ตัวตนเดินไปตามตลาดของหมู่บ้านเวลานี้เป็่เช้าที่หลายคนออกมาซื้อของหรือให้ร้านขนมปังอบขนมปังให้พอดีคนจึงเต็มตลาดไปหมดง่ายต่อการขโมยและหลบหนีโดยไม่ให้หาตัวเจอ
ข้าจ้องมองร้านอบขนมปังที่มีคนมาออเต็มไปหมดจนเ้าของร้านและพนักงานแทบจะจัดการไม่ทันจนลูกค้าโวยวายหน้าร้านเต็มไปหมดข้าค่อยๆเดินแทรกตัวเข้าไปท่ามกลางฝูงชนหากจะหยิบขนมปังที่เอาออกมาจากเตาตอนนี้แม้จะขโมยง่ายเพราะมีคนยื่นมือมาเต็มไปหมดแต่คงลวกมือจนตกพื้นเป็แน่ข้าจึงเลือกหยิบจากในตะกร้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่พยายามเดินออกจากฝูงชนแต่ออกมาไม่ได้แทน
ทันทีที่หยิบขนมปังได้ข้าก็ใช้ร่างกายเล็กๆของตนเองแทรกตัวออกไปอย่างเงียบๆทำตัวไร้ตัวตนไม่ให้ฝูงชนรู้ตัวจนมาถึงตรอกที่ข้าอยู่ประจำใน่นี้แล้วหยิบขนมปังที่ขโมยมากินเข้าไป
เฮ้อวันนี้ก็ผ่านไปอีกวันสินะ
หลังจากกินขนมปังเข้าไปแล้วข้าก็ทำกิจวัตรประจำวันที่เพิ่งมาทำเอา่นี้เพราะเบื่อกับการอยู่ที่นี่ไปวันๆคือการตรวจสอบเส้นทางในหมู่บ้านนั่นเอง
อย่าดูถูกว่าข้าแค่เดินเล่นไปมาเชียวล่ะการตรวจสอบเส้นทางนอกจะทำให้รู้ตรอกซอกซอยว่าตรงไหนมีอะไรแล้วยังทำให้หลบหนีง่ายเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นอีกด้วยซึ่งนี่เป็เื่ที่ข้าเพิ่งคิดได้เมื่อโตขึ้นมาหน่อยจนอายุ 9 ปี แหมก็ก่อนหน้านี้ข้ามัวแต่วุ่นกับการเอาตัวรอดไปวันๆไม่มีเวลามาคิดเื่อะไรพวกนี้หรอกแต่พอโตขึ้นชินกับสถานที่อยู่มากขึ้นข้าก็มีเวลาคิดอะไรๆมากขึ้นจนมาลงเอยที่ตรวจสอบเส้นทางแบบนี้
และที่น่าตลกคืออะไรรู้ไหมข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ารอบหมู่บ้านมันมีป่า มีป่าแปลว่ามีแหล่งน้ำและผลไม้ ข้าไม่จำเป็ต้องไปขโมยของด้วยซ้ำ! ทำไมข้าไม่คิดถึงมันก่อนหน้านี้นะ
วันนี้ข้าจึงเลือกเดินสำรวจทางในป่าโดยมีมีดเล็กๆสนิมเขรอะหนึ่งอันเพื่อเอาไว้ทำสัญลักษณ์กันหลงทางในป่า
ข้าเดินเข้าป่าั้แ่พระอาทิตย์ขึ้นไม่นานจนตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาอยู่กลางหัวแล้วแต่กลับไม่พบแม้แต่แหล่งน้ำหรือต้นไม้มีผลเลยซักต้นหรือว่าจะไม่มีกันนะไม่สิอย่างเพิ่งยอมแพ้วันนี้หาแล้วไม่มีวันต่อไปเดินสลับไปอีกทางอาจจะมีก็ได้ข้าตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมแพ้ เพื่อหนทางในการมีชีวิตรอดในวันข้างหน้า
ขณะที่ข้ากำลังจะเดินสำรวจต่อท้องก็ร้องขึ้นมาวันนี้คงเดินมาไกลเลยใช้พลังงานมากกว่าปกติสินะช่วยไม่ได้เดินกลับไปขโมยอาหารมาทานอีกซักมื้อแล้วกัน ข้าคิด
โดยปกติแล้วข้าจะกินแค่วันล่ะมื้อเพราะถือว่ามันฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรจะหากินวันละหลายมื้อให้ไปวิ่งขโมยวันละสามเวลาน่ะหรือ เหนื่อยเกินไปข้าในตอนนี้ที่อดๆอยากๆไม่มีพลังงานมากขนาดนั้นหรอกนะโชคดีแค่ไหนแล้วที่ข้าหาอะไรมาทานได้ทุกวันไม่เหมือนเด็กหรือผู้ใหญ่คนอื่นที่บางทีก็อดตายจนส่งกลิ่นเน่าเหม็นในตรอกน่ะ
ข้ากลับถึงในหมู่บ้านแล้วแม้จะน้อยแต่ยังมีคนเดินในตลาดอยู่บ้างข้าจึงพยายามมองหาร้านที่สามารถหยิบจับขโมยและหลบหนีได้ง่ายเข้าว่า
ร้านขายเนื้อ? ไม่ดีกว่าร้านนั้นมีแต่เนื้อสด ข้าไม่มีไฟสำหรับย่างเสียด้วย
ร้านดอกไม้? ดอกไม้มันกินไม่ได้นะ ถึงแม้จะอยู่ในเส้นทางที่หลบหนีง่ายก็เถอะ
ร้านขนมปัง? เวลาแบบนี้มีแต่จะโดนเอาขนมปังมาทุบหัวน่ะสิ แล้วยังอยู่ในพื้นที่หนียากอีก
ร้านขายแอปเปิ้ล? ร้านนี้น่าจะพอไหว แอบเปิ้ลขนาดพอดีมือ ทั้งคนขายและเส้นทางก็อยู่ในบริเวณที่หลบหนีได้ง่ายเอาร้านนี้แหละ
เมื่อตัดสินใจแล้วข้าก็ถือถุงอาหารที่ว่างเปล่าทำตัวไร้ตัวตนเดินไปหยิบแอปเปิ้ลโดยให้ไร้พิรุธที่สุด
“ขโมย! ขโมย! ใครก็ได้จับเ้าเด็กนั่นไว้ที!” แต่ใครจะรู้ว่าชั่ววินาทีเล็กๆที่ข้าหยิบลูกแอปเปิ้ลจะไปตรงกันกับที่ป้าคนขายเหลือบมองผลไม้ของตนเองพอดีทำให้นางเห็นข้าที่หยิบแอปเปิ้ลและกำลังจะเดินหนีออกไป
ข้าที่ได้ยินเสียงดังนั้นก็วิ่งหนีซิกแซกในฝูงชนเข้าไปหลบในตรอกอย่างรวดเร็วแต่เร็วแค่ไหนฝีเท้าของเด็ก 9 ปีหรือจะเร็วเท่าฝีเท้าผู้ใหญ่วัยกลางคน ข้าถูกจับถูกยึดแอปเปิ้ลที่ขโมยมา และยังถูกทุบตี โชคยังดีที่ข้าสามารถหาช่องว่างหลบหนีในตอนที่เขาเผลอเข้ามาในป่าที่ข้าเดินเข้ามาเมื่อเช้าโดยที่ไม่มีใครตามมา
“แฮ่ก แค่นี้...แฮ่กคงหนีพ้นแล้วล่ะ” ข้าพูดอย่างโล่งอก
“ไง”
“อ๊ะ!” ข้าเผลอส่งเสียงอย่างใเมื่อได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้นมาในที่ที่ไม่สมควรจะมีใครอยู่ข้าจึงพยายามที่จะวิ่งหนีอีกรอบแต่ทันใดนั้นร่างของเด็กสาวผมสีน้ำตาลคาราเมลก็ะโลงมาจากต้นไม้
“สวัสดี ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอกไม่ต้องกังวลนะ” พูดจบนางก็ยิ้มให้และแนะนำตัว “ข้าชื่ออลีเซียนะยินดีที่ได้รู้จัก”
ดวงตาสีอำพันสดใสแฝงความเหงาทำให้ข้าสนใจอยู่ดีๆเบื้องลึกในใจของข้าก็เต็มไปด้วยความโหยหาความคิดที่ว่าสามารถไว้ใจคนคนนี้ได้ทำให้ข้าคลายความระแวงลงแม้จะสงสัยแต่ความรู้สึกเชื่อใจมีมากกว่าข้าจึงตอบรับนางกลับไป
“สวัสดี ข้าชื่อลูโดวิช แวงซองค์ยินดีที่ได้รู้จักนะ อลีเซีย”
หรือความรู้สึกนี้จะเป็พรหมลิขิตอย่างที่ข้าเคยได้ยินมาจากแม่กันนะ