"อ๊าก!"
ปราณกระบี่สลายตัว ม้วนพัดเอาใบไม้ร่วงและเศษหินกระจัดกระจาย ร่างของชุยเซ่าปลิวลอยกระเด็นออกไปตามแรงปราณกระบี่ เืสด ๆ สาดกระเซ็น ไอพลังบำเพ็ญเพียรโรยแรงลงจนถึงที่สุด ชุยเซ่าเพิ่งตกกระทบลงบนพื้น คมกระบี่สายหนึ่งก็มาจ่ออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
"สำ... สำนักหวงจี๋... ไม่มีทาง... ปล่อยเ้า... ไป..."
ชุยเซ่าพยายามอ้าปาก ทว่าเืสด ๆ กลับกระอักออกมาไม่หยุด ยามนี้ทั่วร่างของเขาชุ่มไปด้วยเื อวัยวะภายในถูกพลังอสนีบาตกระแทกจนแตกสลายไปหมดแล้ว
"เหอะ ๆ วางใจเถอะ ข้าก็ไม่มีทางปล่อยสำนักหวงจี๋ไปเช่นกัน! เ้าเป็ยอดอัจฉริยะแห่งสำนักหวงจี๋คนแรกที่ตายใต้กระบี่ของหลิงเทียนผู้นี้ แต่ย่อมไม่ใช่คนสุดท้ายแน่นอน!"
ฉัวะ!
สิ้นเสียงของหลิงเทียน คมกระบี่ก็บั่นศีรษะของชุยเซ่าหลุดจากบ่า เขาคงไม่มีวันคิดฝันมาก่อนว่าตนเองจะต้องมาจบชีวิตลงในป่าทึบแห่งนี้ หากไม่รนหาที่ตายมาท้าทายหลิงเทียน เขาก็ยังคงเป็คุณชายเสเพลแห่งสำนักหวงจี๋ ได้เสวยสุขใช้อำนาจข่มเหงผู้คนต่อไป
หลิงเทียนแค่นเสียงเย็น ปลดแหวนมิติของชุยเซ่าออกมา จากนั้นจึงโคจรพลังแห่งแผนภูมิดาราโจวเทียน และหายตัวไปในความมืดมิดของป่าทึบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในบริเวณนี้ก็เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเือบอวล ทว่าสิ่งที่หลิงเทียนไม่รู้ในยามนี้ก็คือ ในความมืดมิดของป่าทึบ มีเงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนไหวเล็กน้อย คล้ายก้าวออกมาจากมิติอันว่างเปล่า
"เหอะ ๆ เพลงกระบี่สายฟ้าเก้าชั้น ที่แท้ก็เป็ศิษย์สำนักเฉียนหยวน แต่ข้อมูลของจวนเ้าเมือง ดูเหมือนจะไม่มีศิษย์ระดับหลอมปราณคนไหนฝึกฝนเพลงกระบี่สายฟ้าเก้าชั้นเลยนี่นา"
ในความมืดมิด เงาร่างนั้นรำพึงรำพัน จิตััแห่งระดับแปรแก่นพลันแผ่ขยายออกไปในพริบตา ทว่าในวินาทีต่อมา สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง "หืม? ถึงกับเร้นกายสลายร่องรอยภายใต้จิตััของข้าผู้นี้ได้เชียวหรือ!?"
"เหอะ ๆ ดูท่าเ้าหนูนี่ ดูท่าจะมีความลับและกลเม็ดไม่เบาเลยทีเดียว เอาเถอะ ในเมื่อมาแล้ว ก็ช่วยเ้าเก็บกวาดก้นเสียหน่อยแล้วกัน!"
ชายชราส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้น รัศมีหลายร้อยจั้งพลันถูกบดขยี้จนกลายเป็ราบพนาสูญ ร่องรอยใด ๆ ล้วนสูญสลายไปสิ้น เมื่อทำทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น ชายชราจึงผละออกจากป่าทึบ หายตัวไปในพริบตา
เวลาล่วงเลยไปครึ่งชั่วยาม บนท้องฟ้าเหนือป่าทึบแห่งนี้ จึงค่อยปรากฏผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานจำนวนมากของสำนักหวงจี๋ ทว่าพวกเขากลับพลิกแผ่นดินค้นหาทั่วทั้งป่าทึบ ก็ยังไม่พบสิ่งใดเลย
"ผู้าุโ ไม่พบร่องรอยของคุณชายชุยเซ่าเลยขอรับ เขาไม่ได้มาที่นี่หรือเปล่า?"
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานหลายคนก็มารวมตัวกันเอ่ยถาม
"เป็ไปไม่ได้!"
ทว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานวัยกลางคนตรงกลางกลับส่ายหน้า "สถานที่สุดท้ายที่พวกเขาปรากฏตัว คือป่าทึบแห่งนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะหายตัวไปกะทันหัน"
"ไอปราณที่นี่ ถูกคนลบร่องรอยไปแล้ว!" เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ
"ถูกลบร่องรอยหรือ? การจะทำให้พวกเราไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด เช่นนั้นระดับบำเพ็ญเพียรของผู้ลงมือ..."
ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานหลายคนสบตากันไปมา ผู้ที่สามารถซ่อนร่องรอยได้สมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้ ระดับบำเพ็ญเพียรอย่างน้อยต้องบรรลุถึงระดับแปรแก่นแล้ว!
"ไม่ว่าจะเป็ใคร กล้าไม่อาจมาลองดีกับสำนักหวงจี๋ของเราได้ทั้งนั้น อีกอย่างชุยเซ่าห้ามเป็อะไรเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่มีทางรายงานต่อผู้าุโชุยได้แน่!"
"ไป ถอยกลับเมืองลั่ว ไปสืบดูว่าก่อนหน้านี้ชุยเซ่าเคยมีเื่ขัดแย้งกับใครหรือไม่!"
"ขอรับ!"
จากนั้นเหล่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานแห่งสำนักหวงจี๋ก็ผละจากไป
ขณะเดียวกัน ภายในห้องลับชั้นบนสุดของหอจู้เป่า ตงฟางจิ้งขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยด้วยความตกตะลึงว่า "ท่านกำลังจะบอกว่า เขาเป็คนลงมือสังหารชุยเซ่าด้วยตนเองหรือ?"
"ถูกต้อง อีกทั้งยังใช้เพลงกระบี่สายฟ้าเก้าชั้นซึ่งเป็เพลงกระบี่ชั้นยอดของสำนักเฉียนหยวน เท่าที่ข้ารู้มา ในสำนักเฉียนหยวนมีเพียงคนเดียวที่ฝึกฝนวิชานี้ นั่นก็คือเฟิงรั่วเฉิน" ชายชราระดับแปรแก่นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตงฟางจิ้งพยักหน้ารับ
ตงฟางจิ้งกลับส่ายหน้า "ไม่มีทางเป็เฟิงรั่วเฉินไปได้ หรือจะเป็ศิษย์ที่สำนักเฉียนหยวนซุกซ่อนไว้กัน? แต่ระดับบำเพ็ญเพียรนี้ออกจะต่ำเกินไปหน่อยกระมัง"
"ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้สำนักเฉียนหยวนเพิ่งรับยอดอัจฉริยะที่ตื่นรู้ดวงิญญายุทธ์ศาสตราระดับสี่เข้ามาหรอกหรือ? ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วแดนใต้แล้ว หากคนผู้นั้นเป็คนของสำนักเฉียนหยวนจริง ไม่มีเหตุผลที่จะซ่อนตัวได้มิดชิดขนาดนี้ และย่อมไม่มีทางรอดพ้นหูตาของจวนเ้าเมืองเราไปได้แน่ อีกอย่าง เ้าหนูนั่นลึกลับยิ่งนัก กระทั่งข้ายังมองเขาไม่ออก เขามีวิธีตัดขาดจิตััของข้าเสียด้วยซ้ำ" ชายชราระดับแปรแก่นขมวดคิ้วเช่นกัน
"น่าสนใจจริง ๆ ข้าเริ่มจะอยากรู้ฐานะของคนผู้นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ! ยิ่งเขามีกลเม็ดมาก พลังการต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่ง สำหรับข้าแล้ว ยิ่งเป็เื่ดี!" ตงฟางจิ้งไพร่มือไว้ด้านหลัง จ้องมองเมืองลั่วอันคึกคัก
"สรุปคือ การกลับมาครั้งนี้ ข้าจะต้องรวบรวมกลุ่มที่แข็งแกร่งให้ได้ ให้พวกเ้าบ้านั่นในเมืองหลวงได้เห็นเสียทีว่าแดนใต้ของเรามิใช่ว่าจะไร้อัจฉริยะ!"
"หึ ๆ มีคุณหนูอยู่ แผนการของพวกเราย่อมประสบความสำเร็จแน่นอน!" ชายชราระดับแปรแก่นโค้งกาย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "คุณหนู แล้วเื่อันฉือเยว่แห่งสำนักเฉียนหยวน ยังต้องสืบต่อหรือไม่ขอรับ?"
"ย่อมต้องสืบต่อ บุตรีตระกูลอันคนหนึ่ง กลับสามารถตื่นรู้ิญญายุทธ์ระดับสี่ได้ ที่สำคัญคือก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววมาก่อนเลย เื่นี้แปลกประหลาดเกินไป เ้าต้องสืบให้กระจ่างแจ้ง ่นี้มีข่าวลือว่ามีอัจฉริยะต่างเผ่าพันธุ์แอบแฝงเข้ามาในแคว้นต้าฉิน พวกเราจะถูกคนหลอกลวงไม่ได้ หากไม่มีปัญหา ข้าจะดึงนางเข้ามาอยู่ในกลุ่มของข้าด้วย" ตงฟางจิ้งเอ่ย
"ขอรับ!" ชายชราระดับแปรแก่นพยักหน้า ก่อนจะถอยกายออกไป
เวลานี้บนเส้นทางขุนเขาที่มุ่งหน้าสู่สำนักเฉียนหยวน หลิงเทียนแบกซ่งหลิงเอ๋อร์ที่หลับสนิทไว้บนหลัง ในมือถือม้วนหยกโบราณชิ้นหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ม้วนหยกนี้พบในแหวนมิติของชุยเซ่า ในแหวนนั้นมีศิลาิญญาอยู่น้อยนิด แต่กลับมีวัตถุดิบมากมาย ย่อมต้องเป็ของที่ชุยเซ่าประมูลมาจากงานประมูลของหอจู้เป่าเป็แน่
ในบรรดาของเ่าั้ ม้วนหยกโบราณชิ้นนี้ถูกวางไว้ตรงมุม ชุยเซ่าอาจจะไม่ใส่ใจ แต่สิ่งที่ทำให้หลิงเทียนตกตะลึงก็คือ อักษรที่ใช้บันทึกวิชาในม้วนหยกชิ้นนี้ กลับเป็ อักษรโบราณจินเคอ!
นี่เป็วิชาที่สองแล้วที่หลิงเทียนค้นพบในโลกมนุษย์ซึ่งบันทึกด้วยอักษรโบราณยุคาเช่นนี้ แถมยังอยู่ในแดนใต้ทั้งหมด เื่เช่นนี้ย่อมไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน
กระทั่งหลิงเทียนยังสงสัยว่าในแดนใต้แห่งนี้ อาจมีแดนเร้นลับที่หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในแดน์ซุกซ่อนอยู่ มีเพียงห้วงมิติแดนเร้นลับเท่านั้นที่มีโอกาสปรากฏอักษรโบราณจินเคอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็แดนเร้นลับประเภทใดในถ้ำ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
แต่นี่ก็เพียงพอให้หลิงเทียนตั้งตารอคอยแล้ว หากเป็ไปได้ หลิงเทียนอยากจะออกตามหาแดนเร้นลับแห่งนั้นดูสักครั้ง
บางทีในนั้นอาจซุกซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่กว่านี้เอาไว้ แม้ระดับวิชาที่บันทึกไว้ในม้วนหยกชิ้นนี้จะไม่สูงส่งเท่าเคล็ดวิชากายาเก้าัครองภพก่อนหน้านี้ แต่ก็บรรลุถึงระดับปฐีขั้นสูงสุด ย่อมไม่อยู่ต่ำกว่าเคล็ดวิชากระบี่สายฟ้าเก้าชั้นแน่นอน
นี่คือวิชาหมัดที่มีนามว่า ห้าัปราบพยัคฆ์ อีกทั้งยังเป็วิทยายุทธ์หลอมกายาโดยเฉพาะ ราวกับสร้างขึ้นมาเพื่อเคล็ดวิชากายาเก้าัครองภพโดยแท้ ซึ่งท่าแรกของวิทยายุทธ์นี้มีนามว่า หมัดเดี่ยวตราัสะท้านภพ ดูดุดันเกรี้ยวกราดเป็อย่างยิ่ง
น่าเสียดายเล็กน้อย ต่อให้หลิงเทียนจะสามารถฝึกฝนได้ แต่ก็ไม่อาจฝึกฝนจนถึงขั้นลึกซึ้งถึงแก่นได้ ย่อมเป็เพราะร่างกายของเขายังไม่แข็งแกร่งพอ จำเป็ต้องรอจนกว่าเคล็ดวิชากายาเก้าัครองภพท่าแรกจะฝึกฝนจนสำเร็จเสียก่อนจึงจะทำได้
แม้หลิงเทียนจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รีบร้อน ต่อให้ไม่อาจฝึกฝนจนถึงขั้นลึกซึ้ง ก็เพียงพอจะกวาดล้างคนรุ่นเดียวกันได้แล้ว
อาจกล่าวได้ว่าหากฝึกฝนห้าัปราบพยัคฆ์นี้สำเร็จ อานุภาพย่อมไม่อยู่ต่ำกว่าเพลงกระบี่สายฟ้าเก้าชั้น หากนำไปวางไว้ในสำนักใด ก็เพียงพอจะใช้เป็วิชาไม้ตายขั้นสูงสุดได้สบาย
เช่นนี้การเดินทางสู่เมืองลั่วในครั้งนี้ สำหรับหลิงเทียนแล้ว นับว่าได้รับการเก็บเกี่ยวกลับมาอย่างคุ้มค่า ไม่เพียงแต่ได้กระบี่ระดับเสวียนที่ถูกใจ แต่ยังพบวิชายุทธ์หลอมกายาอีกด้วย ทำให้หลิงเทียนเต็มไปด้วยความคาดหวังและความมั่นใจต่องานประลองใหญ่ของสำนักเฉียนหยวนที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน
สามวันต่อมา หลิงเทียนนำพาซ่งหลิงเอ๋อร์เดินทางกลับมาถึงหุบเขาศิษย์รับใช้แห่งสำนักเฉียนหยวน สร้างความตกตะลึงและผิดหวังให้แก่เหล่าศิษย์และผู้าุโแห่งหุบเขาศิษย์รับใช้ยิ่งนัก
เดิมทีพวกเขานึกว่าหลิงเทียนรู้ตัวว่าไม่อาจอาศัยอยู่ในหุบเขาข้ารับใช้ได้อีกต่อไป จึงพาซ่งหลิงเอ๋อร์หนีไปแล้ว ขอเพียงไม่กลับมาภายในเจ็ดวัน หลิงเทียนก็จะถูกลบชื่อออกจากสำนักเฉียนหยวนทันที
ทว่ายามนี้หลิงเทียนกลับกล้าเดินทางกลับมา ทำให้พวกเขาสงสัยยิ่งนัก หลิงเทียนผู้นี้ไม่เพียงเป็คนที่ตระกลูฉู่ต้องสังหารให้ได้ แต่ยังไปลบหลู่เฟิงรั่วเฉินและหลิวจื่อเหยาไว้อีก การกลับมามิใช่การมาหาที่ตายหรอกหรือ?
ทว่าเมื่อหลิงเทียนจูงมือเล็ก ๆ ของซ่งหลิงเอ๋อร์ก้าวเข้าสู่หุบเขาศิษย์รับใช้ เหล่าศิษย์รับใช้ต่างก็พากันหลีกทางให้อย่างพร้อมเพรียง
ก่อนหน้านี้หลิงเทียนเคยอาละวาดทุบตีว่านคั่วและหานซู่ในหุบเขา ทำให้ศิษย์รับใช้นับร้อยต้องาเ็ จนถึงยามนี้ในใจพวกเขายังคงหวาดกลัวไม่หาย
"เหอะ ๆ เ้าคือหลิงเทียนใช่หรือไม่? กลับมาได้ประจวบเหมาะยิ่งนัก!"
ทว่ายังไม่ทันที่หลิงเทียนจะกลับไปถึงถ้ำบำเพ็ญเพียร จากทิศทางของประตูสำนัก พลันมีผู้าุโระดับสร้างรากฐานแห่งสำนักสายในร่อนกายลงมา
"ข้าคือหลิงเทียน มีธุระอันใด?" หลิงเทียนเลิกคิ้ว ผู้าุโคนนี้เขาไม่รู้จัก ทว่าดูจากท่าทางแล้ว ย่อมไม่ใช่คนดีแน่นอน
"นี่คือป้ายคำสั่งระดมพลของสำนัก เ้าถูกจัดให้อยู่ในกองกำลังล่าอสูรครั้งนี้ จงตามผู้าุโคนนี้ไปสังหารสัตว์อสูรร้ายที่สันเขาโว่หลงร่วมกับอีกสองสำนักใหญ่เสีย!"
มุมปากของผู้าุโคนนั้นยกขึ้นเป็รอยยิ้มเหี้ยมเกรียม คลายม้วนคัมภีร์ในมือออก บนนั้นปรากฏอักษรคำว่า หลิงเทียนแห่งหุบเขาศิษย์รับใช้ ห้าคำอย่างเด่นชัด