บทที่14 จิตใจที่กำลังเติบโต
ย้อนกลับไปเดือนเศษๆก่อนหน้าที่เย่หัวจะลืมตาตื่นขึ้นมา ณ เนินเขาที่อยู่เหนือขึ้นมาตามสายลำธารของหมู่บ้านเด็กหญิงรู้เพียงแค่ว่าผู้คนต้องพยายามปากกัดตีนถีบเพื่อที่จะมีชีวิตรอดเนื่องด้วยความแห้งแล้งที่กลืนกินหุบเขา ซึ่งเป็สถานที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคน
ซึ่งภูมิประเทศโดยรวมแห่งนี้เป็หนึ่งในหุบเขาขนาดใหญ่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมาเท่าไรนักนานๆ สักครั้งถึงจะมีผู้คนผ่านเข้ามาสักที เนื่องจากหุบเขาที่รายล้อมแอ่งกระทะที่กินพื้นที่กว่านับร้อยลี้แห่งนี้นั้นด้านหนึ่งเป็เทือกเขาสูงที่อยู่ไกลออกไปด้านหลังบ้านของเย่หัว เป็เทืองเขาที่สูงลิ่วจนคนธรรมดาๆไม่สามารถปี่นป่ายขึ้นไปได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็ด้านตรงข้าม แล้วยังเป็ทิศทางที่นางจากมาก็ยังเป็เทือกเขาสูงอีกแห่งที่เป็ูเาลูกใหญ่ที่ขวางกันพวกเขากับโลกภายนอกเอาไว้
มีเพียงแค่ช่องเขาเล็กๆที่พวกเขาสามารถลัดเลาะลำน้ำตามออกไปจนกว่าจะพ้นเขตแดนของหุบเขาแห่งนี้ก็กินระยะทางไกลนับร้อยลี้!
ยังไม่รวมกับตำนานสัตว์ปีศาจทั้งสองตนที่ครองยอดเขาแต่ละด้านว่ากันว่าพวกมันทั้งสองเป็หนึ่งในสัตว์อสูรที่เกือบจะบรรลุขั้นเซียนในตำนาน แต่ทั้งสองเกิดการต่อสู้กันเองเสียก่อนเมื่อนานมาแล้ว
แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นหรือได้ข่าวพวกมันทั้งสองตนอีกเลยแต่ก็ยังไม่มีใครกล้ารุกล้ำเข้าไปบนดินแดนของมันอยู่ดี
จนกระทั่งเมื่อวันหนึ่งเมื่อสิบปีก่อนที่เกิดปรากฏกาลสุริยคราสขึ้นตามมาด้วยพายุฝนตกหนักกลางวันแสกๆบนยอดเขาด้านหลังบ้านของนาง แล้วั้แ่นั้นมาจึงเป็จุดเริ่มต้นของภัยแล้งของหุบเขาแห่งนี้
การการมาถึงของเย่หัวผู้คนในหมู่บ้านบางส่วนค่อยๆาเ็ล้มตายจากการพยายามขึ้นไปบนเขาเพื่อหาของป่ามาขาย บางส่วนที่ไม่เห็นหนทางสำหรับการอยู่ที่นี่ต่อไปก็ทยอยย้ายออก
จนสุดท้ายจากหมู่บ้านขนาดใหญ่กว่านี้เป็เท่าตัวก็ค่อยๆเล็กลงๆ ยังดีที่มีน้องชายของหัวหน้าหมู่บ้านที่ค่อนข้างมีความเป็อยู่ที่ดีกว่าคนอื่นคอยให้คำแนะนำคอยช่วยเหลือผู้คนในหมู่บ้านเป็ระยะๆทำให้คนที่ยังยิดติดอยู่กับบ้านเกิดยังพอที่จะทนอยู่ได้
แต่ถึงอย่างนั้นหลายๆ ครัวเรือนก็เสียคนสำคัญๆภายในครัวเรือนไป เด็กๆ ค่อยๆ ผอมแห้งอ่อนแรงลงแทบไม่มีใครออกมาเล่นเหมือนแต่ก่อนอีกแล้วเพราะว่าต้องออมแรงเอาไว้เพื่อประหยัดอาหารที่มีอยู่น้อยนิดให้สามารถมีชีวิตต่อไปอย่างลืมๆแล้งๆ เพื่อเฝ้ารอว่าสักวัน์จะเมตตาพวกเขา
สองสามีภรรยาทั้งสองคนที่กำลังช่วยเย่หัวทำครัวเองก็สูญเสียคนสำคัญในครอบครัวไปด้วยเหมือนกันพวกเขาทั้งคู่ต่างสูญเสียบิดาไปจากการหายสาบสูญจากการขึ้นเขาไปหาของป่า ส่วนลูกๆของพวกเขาสองคนกับมารดาของทั้งสองก็ประสบอุบัติเหตุตายไปจากการตกเขาหลังจากที่พยายามที่จะนำทรัพย์สมบัติเก่าแก่ที่มีออกไปขายเพื่อแลกกับข้าวฟ้าข้าวโพด
สุดท้ายแล้วทั้งคู่จึงเหลือกันอยู่เพียงแค่สองคน...
จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อนหน้านี้ น้าผู้หญิงเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่งดีใจก็ส่วนดีใจแต่การที่มาตั้งท้องเอาในตอนที่ทั้งหมู่บ้านกำลังอยู่ใน่เลวร้ายที่สุดก็ไม่ต่างจากพยายามให้กำเนิดเขาออกมาแล้วตกอยู่ในนรกทั้งเป็
ทั้งคู่ต่างก็ภาวนาให้มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงหมู่บ้านแห่งนี้เพราะว่าต่อให้ทั้งสองอยากจะย้ายออกไปแต่พวกเขาเป็เพียงแค่คนบ้านนอกที่ไม่มีอะไรเลยทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มี แม่ของเขาก็พาออกไปสูญหายจนหมดสิ้นแล้ว
ชีวิตของพวกเขาและคนอื่นๆต่างก็ตกอยู่ในความสิ้นหวังไม่แตกต่างกันเลย
จนกระทั่งการมาถึงของเย่หัวที่ทำให้ผู้คนที่ใกล้ที่จะจำนนต่อความตายที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ค่อยๆผุดหน่ออ่อนแห่งความหวังขึ้นมา ถึงพวกเขาจะคิดว่ามันเป็เพียงแค่ดอกไม้ก่อนเข้าหน้าหนาวที่จะบานอยู่ไม่นานแต่อย่างน้อยความเป็จริงที่สุดก็คือในตอนนี้พวกเขาทุกคนต่างก็มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เห็นเด็กๆ ในหมู่บ้านหลายๆ คนที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเล่นด้วยกันกับเย่หัวสามารถกลับไปที่บ้านได้ด้วยรอยยิ้มกับอาหารติดไม้ติดมือไปอีกไม่น้อย...
ต่อให้นางจะคิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรมากมายและเป็เพียงแค่เด็กหญิงวัยแปดขวบธรรมดาๆ คนหนึ่งแต่สำหรับผู้คนในหมู่บ้านแล้วนางไม่ต่างอะไรจากเทพเซียนที่ลงมาโปรดพวกเขาด้วยซ้ำ
และการที่ทุกคนเรียกนางว่าคุณหนูนั้นมิได้เป็เพราะทุกคน้าประจบประแจงแต่อย่างใดแต่เป็เพราะทุกคนนั้นเคารพในตัวนางและสิ่งที่นางทำจริงๆ
‘สิ่งที่ข้าทำลงไปมันดีขนาดนั้นเลยเชียวหรือ’
.................................