ก่อนหน้านั้น
“เสด็จแม่ แม่ทัพผู้นั้น เขาช่างมุ่งมั่นเหลือเกินเสด็จพ่อทำไมถึงต้องเสียงดังใส่เขาด้วยในเมื่อเขา พูดเื่จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับแคว้นของเราในขณะนี้”
“นั่นเพราะเสด็จพ่อไม่ชอบให้เด็กเมื่อวานซืนมาว่ากล่าวตักเตือน กวงหนานหลงเพิ่งจะสิบเก้าปี แต่ช่างอาจหาญมาว่ากล่าวตักเตือน ฮ่องเต้”
“เสด็จแม่ แต่ข้าเห็นว่า ราษฎรที่ข้าพบมาทุกคนล้วนซูบผอม อดอยากและต่างทำงาน เพื่อหาเงินมาจ่ายภาษีให้กับราชสำนักคนในวังหลวงต่างใช้ ชีวิตแสนสบายแต่พวกเขากลับลำบาก”
“ ตามคำทำนาย การถือกำเนิดของเ้าซูลี่ ในปีที่สิบสามที่เ้าถือกำเนิด แคว้นหานจะรุ่งเรือง”
“เพราะคำทำนายนั่นใช่ไหมเสด็จพ่อจึงไม่คิดแก้ไขอะไรรอว่าเมื่อข้าถือกำเนิดมาครบสิบสามปีจึงจะ รุ่งเรืองอย่างนั้นหรือ”
“เสด็จพ่อ ผิดแล้วลูก ไม่เห็นว่า จะต้องโดดเดี่ยวราษฎรเพราะความเชื่อหากจะแก้ไขเสีย ก็อาจทำให้ทุกอย่างดียิ่งขึ้นไป”
“เ้ายังเด็กซูลี่ บางทีเื่ราวในราชสำนักก็ไม่อาจตัดสินใจได้เพียงลำพังในเมื่อเสด็จพ่อตัดสินใจไปแบบนี้แล้ว คนอื่นมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อจะแก้ไขก็ต้องรอเวลา”
“ข้าจะไม่ยอมให้มันเป็แบบนั้น”ซูลี่ในวัยเด็ก ย่อกายลงก่อนจะออกจากห้องไป
จวน แม่ทัพ
“ไปบอกท่านแม่ทัพว่าข้าองค์หญิงซูลี่มาถึงนี่แล้ว”ซูลี่ยืน ในท่าทีที่คิดว่าน่าเกรงขามที่สุด ะโอยู่หน้าจวนแม่ทัพ
หนานหลงก้าวลงจากเกี้ยว ส่งมือรับร่างบางของจื่อเหยียนลงจากเกี้ยวอย่างอ่อนโยน
“ใครมาเอะอะ”ร่างสูงใบหน้าหล่อเหล่าเอ่ยปากเบาๆ
“นี่ ข้าองค์หญิงเ้าซุนหม่าเหอซูลี่ มีเื่จะหารือกับท่านแม่ทัพ”หนานหลงถอนหายใจส่ายหน้า
“จื่อเหยียนเ้าเข้าไปพักก่อนอากาศค่อนข้างเย็น เกรงว่าอยู่ที่นี่นานไปเ้าจะป่วยไข้ได้”ซูลี่เดินนำเข้าไปในจวนโดยที่ไม่รอรับคำถวายพระพรของจื่อเหยียน
“นางยโสยิ่งนัก”สาวใช้คนสนิทกระซิบกับจื่อเหยียนเบาๆ
“รอให้วันนั้นมาถึง ตอนนี้ปล่อยให้นางเป็หงส์ไปก่อน เราคงได้เห็นลูกสุนัขกำพร้า ในอีกไม่นาน”
“ว่ามาองค์หญิงมีสิ่งใดจะรับสั่งกับกวงหนานหลง”ประสานมือตรงหน้า
“นั่งลง ข้ามีเื่หารือ”ท่าทีจริงจังจนหนานหลง เผลออมยิ้ม
“นี่จริงๆ นะข้ามีเื่หารือ”
“เชิญองค์หญิงบัญชา ข้าน้อยพร้อมรับฟังไม่ว่าจะเป็เื่แมวซูหลงหรือเื่ที่องค์หญิงกล่าวหาว่าหนานหลง ทำตัวไม่ดีตีหน้าั์ใส่องค์หญิง”
ซูลี่ยกมือขึ้นกอดอก เจ็บใจที่หนานหลงคิดว่าตัวเองเป็เด็กเล่นไม่เลิก
“ไม่ใช่บัญชา แต่ข้าจะหารือ พวกเ้าไปยกน้ำชาพร้อมขนมหวานยามบ่ายมา คงอีกนานที่ข้าจะรบกวนเวลาท่านแม่ทัพ”หันไปสั่งสาวใช้แบบเป็งานเป็การ
สาวใช้ยืนลังเล หนานหลงโบกมือให้พวกนางไปทำตามคำสั่ง
ก่อนจะก้าวเดินไปในศาลาทรุดกายลงนั่งตรงหน้าซูลี่แล้วผายมือเชิญองค์หญิงน้อย
“องค์หญิง”อี้เย่าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“อี้เย่าหาทั่ววังหลวงที่แท้มาอยู่นี่กำลังจะกวนใจอะไรท่านแม่ทัพอีกเ้าคะ”อี้เย่าพูดขึ้นเบาๆ ดึงมือซูลี่มากำไว้
ซูลี่สบัดมืออี้เย่าออก
“ข้ามีเื่จะหารือกับท่านแม่ทัพ อี้เย่ารอนี่หรือไม่ก็กลับไปก่อน”อี้เย่าส่ายหน้าถอนหายใจ หนานหลงส่งยิ้มปลอบใจ
“ไม่เป็ไรกูกู๋ บ่ายนี้ข้าว่าง” อี้เย่าถอยออกไปเกรงใจ หนานหลงไม่น้อย
“มะข้า กวงหนานกงพร้อมแล้ว”
ซูลี่ดึงเอาถุงทองในอกเสื้อออกมาวางตรงหน้าสามถุง
หนานหลงขมวดคิ้ว
“องค์หญิงหมายความว่าอย่างไร”ดึงปิ่นปักผมและกำไลหยกในข้อมือออกมาวาง
“ข้า อยากให้ท่านนำทองและของมีค่าเหล่านี้ไปช่วยชาวบ้านที่กำลังลำบาก ข้ารู้ว่าท่านแม่ทัพตั้งใจจะช่วยชาวบ้าน”หนานหลงหลับตาลงช้าๆ
“องค์หญิงเื่นี้ ไม่ใช่กงการอะไรองค์หญิง”
“ข้ารู้ว่าท่าน พยายามจะพูดกับเสด็จพ่อให้แก้ปัญหาเื่นี้แต่ เสด็จพ่อมักจะเป็คนเช่นนี้ เอาไว้ เสด็จพ่อพระทัยดีวันไหนข้าจะขอร้องแทนท่าน”
“ไม่ต้อง”ความรู้สึกบางอย่างแล่นมาจุกที่อก
“นี่ข้าแค่อยากช่วย”
“ข้าไม่้า”
“รับไปเถิด ลำพังท่านคนเดียวเื่นี้ใหญ่หลวงนัก”
“กูกู๋มาพาตัวองค์หญิงกลับตำหนักหงส์ฟ้าเสีย”หันไปสั่งอี้เย่าที่รีบวิ่งเข้ามาคว้ามือซูลี่
“ไม่ ข้าไม่ไปจนกว่าท่านจะยอมรับของของข้า”นั่งขัดสมาธิไม่ยอมลุกไปไหน อี้เย่าหันมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที
“ดี อี้เย่าเก็บของพวกนี้ตามข้ากลับตำหนักข้าจะไปส่งองค์หญิงที่ตำหนักหงส์ฟ้าเอง”หนานหลง ตรงเข้ามาอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ซูลี่ดิ้นรน โวยวาย จื่อเหยียนวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้น”ซูลี่เขินอายจนหน้าแดงเมื่อเห็นจื่อเหยียนที่ทำสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่มีอะไรแค่องค์หญิงดื้อด้านคนหนึ่ง ข้ารับมือไหว ข้ากำลังจะส่งองค์หญิงกลับตำหนักเ้า เตรียมอาหารเย็นไปเถิดข้าจะกลับมาทานอาหารเย็นพร้อมเ้า”
จื่อเหยียนถอนหายใจสายตาไม่เป็มิตร ในขณะที่ซูลี่นิ่งงันในอ้อมกอดยอมให้ หนานหลงอุ้มเดินลิ่วกลับไปยังตำหนักหงส์ฟ้า