3
ทุกอย่างในชีวิตขึ้นอยู่กับคำตอบของคุณแล้ว
ฉันทวิชญ์รู้ตัวว่ามีเวลาแค่สองวันที่เป็วันหยุดนี้ จึงมาหาวาริศาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็ที่ที่หญิงสาวใช้เวลาอยู่มากกว่าบ้านเสียอีก
และพอมาถึง เขาก็ทอดสายตามองหญิงสาวอีกคนที่ผมร่วงจนหมดหัว ร่างกายซูบผอม ในวัยยี่สิบต้น ๆ ใบหน้านี้ควรเปล่งปลั่งสดใสแต่มันกลับซีดและซูบตรงกันข้ามกับวัยโดนสิ้นเชิง
“เป็ยังไงบ้าง”
เสียงทักจากด้านหลังทำให้ วาริศาที่นั่งบนเก้าอี้ริมเตียงน้องสาวหันขวับ ยกมือไหว้พร้อมกับทักทาย “พี่วิชญ์ สวัสดีค่ะ อาการก็ทรง ๆ เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ”
“อะนี่ของเยี่ยม”
“ขอบคุณค่ะ รบกวนพี่เรื่อยเลย” วาริศารับกระเช้าส้มไปวางที่โต๊ะข้างเตียง เลื่อนเก้าอี้อีกตัวให้กับฉันทวิชญ์ได้นั่ง ส่วนตัวเองก็เดินกลับมานั่งที่เดิม
“เื่ค่าใช้จ่ายเป็ไง ยังไหวไหม”
วาริศาหันไปมอง ชายหนุ่มที่เธอนับถือและเคารพเสมือนญาติคนหนึ่งแล้วยิ้มฝืน ๆ ส่ายหน้าเบา ๆ “เดือนนี้พอไหว แต่เดือนต่อไปคงหืดขึ้นคอเลยล่ะค่ะ เงินเก็บจะหมดแล้ว แต่เดี๋ยวซีคิดว่าจะลองหาอะไรทำเพิ่มจากงานประจำดูค่ะ เผื่อได้ห้าบาทสิบบาทดีกว่าอยู่เฉย ๆ”
“ถ้าพี่มีกำลังกว่านี้คงดี” ฉันทวิชญ์อดตัดพ้อไม่ได้ แม้จะไม่ขัดสน แต่ก็ไม่ได้เหลือเฟือจนสามารถช่วยคนคนหนึ่งให้รอดพ้นจากวิกฤตทางการเงินได้ จึงช่วยเท่าที่ช่วยได้
“แค่ที่พี่ให้มาก็พอแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ ถ้าไม่มีพี่ดึงเข้าไปทำงานด้วยป่านนี้ยัยทรายอาจจะนอนป่วยทรมานอยู่ที่บ้านก็ได้ค่ะ” วาริศายกมือไหว้ชายหนุ่มอีกครั้ง ตอนที่ฉันทวิชญ์โทรมาชวนไปทำงานด้วย เธอที่เพิ่งตกงานเหมือนเห็นแสงสว่าง
“เราอยากทำงานพิเศษใช่ไหม” ฉันทวิชญ์ลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินถามออกไป และวาริศาเองก็รับปากแบบไม่เสียเวลาคิดเลยด้วยซ้ำ “ค่ะ”
“พี่มีงานหนึ่งมาเสนอ ไม่รู้เราจะสนใจหรือเปล่า”
“สนค่ะ” วาริศาบอกทันที เชื่อว่างานที่ผ่านฉันทวิชญ์นั้นคงไม่ใช่งานที่เลวร้าย ค่าตอบแทนมากน้อยไม่ใช่ปัญหา ขอแค่ได้หารายได้เพิ่มอีกนิดก็ยังดี
“เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่าจะได้ไม่กวนเวลาพักของทรายเขา”
“ค่ะ” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียงด้านนอก พร้อมกับปิดประตูเอาไว้อย่างกลัวจะรบกวนวารินที่เพิ่งหลับไปไม่นาน
“งานที่ว่านี้พี่ก็ไม่อยากจะให้เรารับสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่ทางนั้นเขาระบุเรามา แถมค่าจ้างก็น่าจะเยอะมากด้วย” ทันทีที่ทรุดตัวลงนั่ง ฉันทวิชญ์ก็พูดเข้าเื่ทันที
“พี่พูดเหมือนกำลังจะติดต่อให้ซีไปเป็เด็กเสี่ยอย่างนั้นแหละค่ะ” วาริศาถามเสียงกลั้วหัวเราะ
“ไม่ใช่...” ฉันทวิชญ์มองใบหน้าใสซื่อที่ปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอชัดเจนเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “แต่ก็ใกล้เคียง ไม่ใกล้เคียงสิ ต่างกันอยู่...ไม่รู้สิลองฟังดูก่อนแล้วกัน” เขาบอกอย่างสับสน ไม่รู้จะนิยามของงานนี้ว่าอะไรดี
“ค่ะ” วาริศานั่งตัวตรงรอฟังรายละเอียดของงานที่ยังไม่ชัดเจน ดูกึ่ง ๆ ผิดศีลธรรมนี้อย่างตั้งใจ