อุ้มรักของประธานร้าย

    ตอนที่ 3 ทุกอย่างในชีวิตขึ้นอยู่กับคำตอบของคุณแล้ว 1.1

    3

    ทุกอย่างในชีวิตขึ้นอยู่กับคำตอบของคุณแล้ว

                  ฉันทวิชญ์รู้ตัวว่ามีเวลาแค่สองวันที่เป็๲วันหยุดนี้ จึงมาหาวาริศาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็๲ที่ที่หญิงสาวใช้เวลาอยู่มากกว่าบ้านเสียอีก 

                  และพอมาถึง เขาก็ทอดสายตามองหญิงสาวอีกคนที่ผมร่วงจนหมดหัว ร่างกายซูบผอม ในวัยยี่สิบต้น ๆ ใบหน้านี้ควรเปล่งปลั่งสดใสแต่มันกลับซีดและซูบตรงกันข้ามกับวัยโดนสิ้นเชิง

    “เป็๲ยังไงบ้าง”

                  เสียงทักจากด้านหลังทำให้ วาริศาที่นั่งบนเก้าอี้ริมเตียงน้องสาวหันขวับ ยกมือไหว้พร้อมกับทักทาย “พี่วิชญ์ สวัสดีค่ะ อาการก็ทรง ๆ เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ”

                  “อะนี่ของเยี่ยม”

                  “ขอบคุณค่ะ รบกวนพี่เรื่อยเลย” วาริศารับกระเช้าส้มไปวางที่โต๊ะข้างเตียง เลื่อนเก้าอี้อีกตัวให้กับฉันทวิชญ์ได้นั่ง ส่วนตัวเองก็เดินกลับมานั่งที่เดิม

                  “เ๱ื่๵๹ค่าใช้จ่ายเป็๲ไง ยังไหวไหม”

                  วาริศาหันไปมอง ชายหนุ่มที่เธอนับถือและเคารพเสมือนญาติคนหนึ่งแล้วยิ้มฝืน ๆ ส่ายหน้าเบา ๆ “เดือนนี้พอไหว แต่เดือนต่อไปคงหืดขึ้นคอเลยล่ะค่ะ เงินเก็บจะหมดแล้ว แต่เดี๋ยวซีคิดว่าจะลองหาอะไรทำเพิ่มจากงานประจำดูค่ะ เผื่อได้ห้าบาทสิบบาทดีกว่าอยู่เฉย ๆ”

                  “ถ้าพี่มีกำลังกว่านี้คงดี” ฉันทวิชญ์อดตัดพ้อไม่ได้ แม้จะไม่ขัดสน แต่ก็ไม่ได้เหลือเฟือจนสามารถช่วยคนคนหนึ่งให้รอดพ้นจากวิกฤตทางการเงินได้ จึงช่วยเท่าที่ช่วยได้ 

                  “แค่ที่พี่ให้มาก็พอแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ ถ้าไม่มีพี่ดึงเข้าไปทำงานด้วยป่านนี้ยัยทรายอาจจะนอนป่วยทรมานอยู่ที่บ้านก็ได้ค่ะ” วาริศายกมือไหว้ชายหนุ่มอีกครั้ง ตอนที่ฉันทวิชญ์โทรมาชวนไปทำงานด้วย เธอที่เพิ่งตกงานเหมือนเห็นแสงสว่าง

                  “เราอยากทำงานพิเศษใช่ไหม” ฉันทวิชญ์ลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินถามออกไป และวาริศาเองก็รับปากแบบไม่เสียเวลาคิดเลยด้วยซ้ำ “ค่ะ”

                  “พี่มีงานหนึ่งมาเสนอ ไม่รู้เราจะสนใจหรือเปล่า”

                  “สนค่ะ” วาริศาบอกทันที เชื่อว่างานที่ผ่านฉันทวิชญ์นั้นคงไม่ใช่งานที่เลวร้าย ค่าตอบแทนมากน้อยไม่ใช่ปัญหา ขอแค่ได้หารายได้เพิ่มอีกนิดก็ยังดี

                  “เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่าจะได้ไม่กวนเวลาพักของทรายเขา”

                  “ค่ะ” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียงด้านนอก พร้อมกับปิดประตูเอาไว้อย่างกลัวจะรบกวนวารินที่เพิ่งหลับไปไม่นาน

                  “งานที่ว่านี้พี่ก็ไม่อยากจะให้เรารับสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่ทางนั้นเขาระบุเรามา แถมค่าจ้างก็น่าจะเยอะมากด้วย” ทันทีที่ทรุดตัวลงนั่ง ฉันทวิชญ์ก็พูดเข้าเ๹ื่๪๫ทันที

                  “พี่พูดเหมือนกำลังจะติดต่อให้ซีไปเป็๲เด็กเสี่ยอย่างนั้นแหละค่ะ” วาริศาถามเสียงกลั้วหัวเราะ

                  “ไม่ใช่...” ฉันทวิชญ์มองใบหน้าใสซื่อที่ปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอชัดเจนเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “แต่ก็ใกล้เคียง ไม่ใกล้เคียงสิ ต่างกันอยู่...ไม่รู้สิลองฟังดูก่อนแล้วกัน” เขาบอกอย่างสับสน ไม่รู้จะนิยามของงานนี้ว่าอะไรดี

                  “ค่ะ” วาริศานั่งตัวตรงรอฟังรายละเอียดของงานที่ยังไม่ชัดเจน ดูกึ่ง ๆ ผิดศีลธรรมนี้อย่างตั้งใจ