เฟยเทียนหลับเป็ตาย เขาสะดุ้งตื่นอีกทีก็ค่ำมืดแล้ว เขางัวเงียเล็กน้อยขยี้ตาเพื่อให้มองชัดๆ เป็อาการสำหรับการนอนนานเกินไป
"พลาดฝึกวิชาจนได้ ไม่เอาไหนเลยจริงๆ" เขาหาวออกมาคราหนึ่งมองไปที่กระบี่ผีพบว่ายังอยู่ดีปกติ
รู้สึกเหนียวตัวจึงลุกไปอาบน้ำแร่แช่น้ำนมซักหน่อย ขณะเดินถึงหน้าห้องน้ำก็ชะงัก กัดเล็บตัวเอง
"ถ้าข้านำของเหลวสีน้ำเงินนั้นผสมกับน้ำแล้วแช่ละ?" เขาจิกกัดตัวเองเล็กน้อยและเดินไปเอามา
'ทำไมข้าไม่รู้เร็วกว่านี้!'
เนื่องจากแต่ก่อนจะตักอาบแต่เมื่อต้องใช้แช่ก็ไม่ต้องใช้ขันแล้ว เขากลัวว่าจะปวดแสบปวดร้อนไปหน่อยจึงค่อยๆหยดลงไป
แต่ไม่รู้เขาสะดุดหรือเป็อะไรมือเทหกลงไปทีหนึ่ง น้ำถึงกับเปลี่ยนสีจางๆ ในขวดตอนนี้เหลือก้นขวดของจริง!
เฟยเทียนร่ำร้องในใจก่อนจะทำใจและค่อยๆนั่งแช่ลงในอ่าง
เขานั่งซักพักน้ำที่ผสมของเหลวสีน้ำเงินเริ่มออกฤทธิ์ เขารู้สึกว่าร่างกายดูดซับพลังประหลาดในน้ำได้ดี จากนั้นจึงรู้สึกคันเนื้อคัันตัวแต่เขาก็อดทนไว้
อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆจากคันเป็แสบจากแสบเป็เ็ปและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มีไอน้ำจางๆลอยจากอ่างน้ำ ร่างของเฟยเทียนสั่นเล็กน้อย
ใบหน้ามีน้ำเม็ดเล็กๆเต็มอยู่ไม่รู้ว่าเป็เหงือที่ผุดออกมาหรือไอน้ำที่ลอยขึ้นมา
เฟยเทียนอดทนโคจรเคล็ดดูดซับปราณไปพร้อมๆกันเพื่อบรรเทาอาการเจ็ดปวดทรมาน ราวครึ่งชั่วยามอาการจึงบรรเทาลงอย่างแท้จริง
น้ำเปลี่ยนสีเป็สีเทาเข้ม บนผิวน้ำมีคราบสีดำๆลอยคออยู่
"ข้ารู้สึกว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมาก หากเอาไม้มีตีก็คงรู้สึกคันๆละมั้ง ฮ่าฮ่า!" เขาหัวเราะและลุกขึ้นยืน ก่อนจะทำสีหน้าเศร้าใจ
เขาต้องไปอาบน้ำที่หลังเขาอีกแล้ว! เนื่องจากตอนนี้มาคราบสกปรกมากเกินไปน้ำนี้ต้องเททิ้ง
แถมชุดมีแค่สามชุดเอง เขาถอนหายใจ ใส่กางเกงและไปอาบน้ำที่หลังเขา อากาศหนาวเย็นเป็พิเศษ แถมยังเป็ลำธารด้วยน้ำยิ่งเย็นจัด
เมื่ออาบน้ำเสร็จกลับมาก็นอนไม่หลับบำเพ็ญต่ออีกซักหน่อยจึงตัดสินใจไปฝึกเคล็ดกระบี่หิมะโปรย
เขาจับกระบี่ผีขึ้นมา แม้จะไม่สามารถหลอมควบคุมมันได้ตอนนี้แต่หากใช้ธรรมดาไม่ได้ใส่ปราณอะไรลงไปยังสามารถทำได้อยู่
เขากวัดแกว่งเพื่อหาน้ำหนักมือซักพักเพื่อให้คุ้นชินจากนั้นจึงเริ่มร่ายรำกระบวนท่า
กระบวนท่าของเคล็ดกระบี่หิมะมีทั้งสิ้นสี่ท่าคือ หิมะตัดขอบฟ้า หิมะแห่งห้วงนภา หิมะโปรย และ ชุมนุมหิมะ
ทั้งสี่กระบวนท่าล้วนแตกต่างกันออกไปอย่างสุดขั้วแต่ยังคงแก่นแท้แห่งเคล็ดกระบี่หิมะโปรยอยู่
ตอนนี้เฟยเทียนฝึกได้แค่กระบวนท่าแรกเท่านั้น แค่กระบวนท่าแรกเขายังติดๆขัดๆเลย!
กระบวนท่าหิมะตัดขอบฟ้า อธิบายไว้ว่าเป็กระบวนท่าเฉือนดับแขนงหนึ่ง ออกกระบวนเพียงหนึ่งครา ต้องจบลงหนึ่งชีวา!
กระบวนท่านี้จะเน้นไปที่ความรุนแรงและแยบยลเป็หลัก ทำให้การออกกระบวนจะช้าอยู่บ้าง แต่หากประมาทและโดนเข้าไปไม่ตายก็าเ็สาหัส
เฟยเทียนค่อยๆซึมซับไปเรื่อยๆ การฝึกไม่ใช่การเพ้อฝันที่เพียงแวบเดียวก็สำเร็จ บางคนฝึกเป็สิบปีเสียด้วยซ้ำ!
"ไอ้ไหนมันกล้าทำน้องข้า! เสนอหน้ามาให้บิดาดูหน่อย!" จู่ๆก็มีเสียงดังกึกก้องมาจากด้านหน้าทางเข้า
เฟยเทียนชะงักและหันกลับไปดู เขาเห็นชายร่างั์คนนึง ขบคิดแวบหนึ่งจึงรู้สึกคับคล้ายคับคราเหมือนใครบางคน?
พี่ของสยงคุน สยงป้า!
"ปัญหามาหาถึงที่จริงๆ" เขาถอนหายใจถือดาบเดินออกไป
"มีอะไร?" เขาปักกระบี่ลงพื้นและยืนมองอย่างไม่เกรงกลัว
"ไอ้เปี๊ยกนี่หรือ? ที่กล้าทำร้ายน้องข้าจนต้องเข้าหอคุมกฏสามเดือน?" สยงป้ามองเหยียดๆ
"หรือเ้าอยากไปตามน้อง?" เฟยเทียนไม่กลัวเลย บางทีอาจเป็เพราะเขายังไม่เคยเจอผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง!
"ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม พึ่งบรรลุรวบรวมขั้นต้น ริอาจมาเทียบชั้น!" สยงป้าะเิพลังมวลพลังที่ะเิออกมา
เกือบทำให้เฟยเทียนปลิวยังดีที่เขาปักกระบี่ไว้และจับไว้ทัน 'พลังของเขาอย่างน้อยก็รวบรวมขั้นปลาย สมแล้วที่เป็อันดับสิบเอ็ดของกระดานศิษย์นอก!'
นี่คือประโยคแรกที่เข้ามาให้หัวเขา เฟยเทียนเชื่อว่าตนยังเทียบสยงป้าไม่ได้ซักด้านทั้งพลัง วิชา หรือแม้กระทั่งเส้นสาย
"หึ! แม้แต่ยืนต่อหน้าข้ายังทำไม่ได้ ไหนดูสิคนเก่งจะเป็ยังไง!" สยงป้าตบออกมาฝ่ามือหนึ่ง คลื่นลมไหลตามฝ่ามือเขา
เฟยเทียนเห็นท่าไม่ดีโคจรปราณเต็มกำลังยกกระบี่ผีขึ้นต้าน ปัง! เฟยเทียนถอยกรูอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากเขามีรอยเืเล็กไหลออกมา
"ไม่ธรรมดาจริงๆซะด้วย ข้าใช้พลังถึงห้าส่วน แต่ยังต้านทานไว้ได้ ดี! ข้าไม่รังแกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
ข้าให้โอกาสเ้าสามเดือน! เ้าจงทำให้ตัวเองแข็งแกร่งที่สุดซะ หรือไม่ก็รอความตายเงียบๆ" สยงป้าแสยะยิ้มและเดินจากไป
เฟยเทียนจิกเล็บจนเืออก เขาเกลียดความอ่อนแอของตัวเองจริงๆ และอีกอย่างนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ััถึงความต่างพลัง ว่ามันมากมายขนาดไหน
นี่เป็แค่ระดับเดียวกันแต่คนละขั้นเท่านั้นหากอยู่คนละระดับเลยละ? ฝ่ามือนั้นคงทำให้เขาาเ็สาหัสกระมัง
"จะมัวชักช้าไม่ได้ โลกแห่งการบำเพ็ญไม่เขาฆ่าเรา เราก็ฆ่าเขา ทีหลังตีงูต้องตีให้ตายเสียแล้ว" เขามองท้องนภาและแบกกระบี่กลับเข้าห้อง
ดื่มของเหลวสีน้ำเงินที่เหลือจนหมดและนั่งรักษาอาการาเ็ สรรพคุณของเหลวสีน้ำเงินไม่ธรรมดาจริง เพียงแวบเดียวเขาก็หายเป็ปลิดทิ้ง
เฟยเทียนตัดสินใจแล้วว่าจะลงสมัครการประลองยุทธ์เพื่อชิงยากักปราณมา อีกอย่างจากนี้ไปเขาจะบำเพ็ญอย่างหนัก
เฟยเทียนดูดซับของเเหลวที่เหลือในร่างกายจากการรักษาอาการาเ็จนหมดจึงหยุด เขามองดูฟ้าตอนนี้คงทัน
เฟยเทียนออกจากที่พัก สอบถามผู้คนเล็กน้อยจึงรู้ว่าสมัครลงประลองได้ที่นี่ หอคุมกฏ
อาจแปลกประหลาดไปบ้างแต่ก็นั้นแหละ เฟยเทียนไม่กล้าชักช้า ไปลงทะเบียนทันที การลงทะเบียนใช้เวลาไม่นานแวบเดียวก็เสร็จ
เขากลับมาที่พักและฝึกเคล็ดวิชากระบี่หิมะโปรย กระบวนท่าแรกต่อ สำหรับเขาตอนนี้ความแข็งแกร่งคือที่สุด
เนื่องจากตนเข้ามาในถ้ำเสือแล้วจะออกก็คงยากแถมเขายังทำร้ายลูกเสือด้วย!
"เฮ้อ.. ต่อไปหากจะทำอะไรคงต้องรอบคอบเสียหน่อยเผลอใจเพียงนิดภัยอันตรายร้ายแรงก็มาถึงคอหอย ยังดีที่ครั้งนี้ศัตรูไม่คิดฆ่าแกง แต่ข้าจะโชคดีแบบนั้นตลอดหรือ.." เขารำพันเล็กน้อยเพื่อเตือนสติตัวเอง
สำหรับคนที่มุ่งมันและพยายาม สิ่งที่ลงทุนไปย่อมไม่หักหลัง เฟยเทียนสามารถใช้กระบวนท่าแรกได้อย่างตะกุกตะกักแล้วไม่ใช่ในตอนแรกที่แม้แต่ท่าก็ตั้งไม่ถูก
นี่เป็อีกหนึ่งความได้เปรียบของผู้มีพร์ แต่ทำยังไงได้ละ มันคือลิขิต์สำหรับผู้ฝ่าฝืนมีแต่ตายคู่กับทัณฑ์์เท่านั้น
..
ในเวลายามเย็นสิ่งที่เฟยเทียนชอบที่สุดคือการนั่งดูดวงตะวีนสีแดงฉานค่อยๆลาลับจากขอบฟ้า นี่เป็การผ่อนคลายจิตใจอย่างนึงสำหรับเขา
และบางทีอาจมีอีกหลายๆคนที่ทำเช่นเขา มันให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์ คับคล้ายคับคลาเหมือนได้ปลดปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย
ในหัวสมองเหม่อคิดเรื่อยไปจนกระทั่งดวงตะวันลาลับแสงสุดท้ายของวันได้จางหายไปอย่างนั้นเอง..
เขาถอนหายใจและลุุกขึ้นเข้าห้องไปนำขวดเล็กจิ๋วมาอาบแสงจันทร์หาที่ซ่อนเหมาะๆและนำไปไว้
ก่อนจะกลับเข้าห้องนั่งบำเพ็ญและศึกษาตำราวิชายุทธ์ทั้งสองไปพลาง..
..
ขอบคุณที่อ่านครับ