ซุนเฟยตกอยู่ในสภาวะตกตะลึง
“เวลาเล่นเกมวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว? นี่มันคืออะไรกัน?”
เขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นมากะทันหันนี่มันผิดจรรยาบรรณชัดๆ ซุนเฟยกำลังเตรียมที่จะกลับเมืองอยู่แล้วเชียวทำไมถึงได้...
วินาทีต่อมา ภาพเบื้องหน้าซุนเฟยก็มืดลง
ต่อมา ในสายตาของเขา โลกค่อยๆ พร่ามัวและบิดหมุนขึ้นมันดูเหมือนกับทีวีเก่าๆ ที่ได้รับสัญญาณไม่ดี มีเสียงแหลมดังซ่าๆ ออกมา กะพริบวูบวาบ และสัญญาณก็ขาดหายไป
ความมืดเริ่มปกคลุม
……
ซุนเฟยลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกลับมาที่ห้องโถงพระราชวังที่ที่ประดับประดาด้วยของตกแต่งอันงดงามและของใช้ที่วิจิตตระการตาอีกทั้งยังมีเตียงผ้าฝ้ายอ่อนนุ่มสีแดงทองอีก บรรยากาศช่างแตกต่างกับโลก Diablo ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและอันตราย วิสัยทัศน์เริ่มชัดขึ้น ในใจซุนเฟยเต็มไปด้วยความสงสัยใครรู้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือว่า....เมื่อครู่เป็แค่ฝันร้ายกัน?”
ซุนเฟยพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่บนเตียง มีเพียงเหงื่อที่ไหลท่วมร่างร่างกายรู้สึกร้อนๆ เหมือนเพิ่งอบซาวน่ามา
เขาตกตะลึง
ก่อนที่จะใช้สองมือดันร่างตัวเองลุกขึ้นนั่ง
ตอนนี้ ซุนเฟยพลันพบอะไรแปลกๆตอนที่ตื่นขึ้นมาครั้งแรกเขารู้สึกมึนๆ ยังไม่ทันได้รู้ว่าคืออะไรมันก็หายไปเสียแล้ว ความเ็ปตรงหน้าอกและหัวในตอนแรกก็หายไปเช่นกัน
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าเมื่อกี้จะไม่ใช่แค่ความฝัน?
จิตใต้สำนึกของซุนเฟยรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆเกิดกับร่างกายตัวเอง แต่เกิดอะไรขึ้นนั้นเขากลับอธิบายไม่ถูก
ในห้องโถงยามนี้ ช่างเงียบสงบ ไม่มีคนอยู่เลยสักคน
ซุนเฟยลงจากเตียง ยืนขึ้นแล้วบิดี้เี
‘แคว่ก!’
เสียงผ้าฝ้ายฉีกขาดดังขึ้นมา
เสื้ออัศวินคอกลมสีขาวที่ซุนเฟยสวมพลันฉีกขาดเป็ริ้วๆเหมือนขอทานในโลกก่อน แม้กระทั่งกางเกงก็ยังขาดเป็รู
“เวรเอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
ซุนเฟยสะดุ้งใ
เื่ที่เกิดขึ้นใน่นี้ทำให้เขาแทบจะเป็โรคประสาทอ่อนๆ
ซุนเฟยก้มมองก็พบว่าเป็เพราะเสื้ออัศวินที่เขาสวมทีแรกมันไม่พอดีตัวดูเหมือนว่ามันจะเล็กเกินไปหน่อย กางเกงก็แน่นไปนิด เมื่อกี้พอตัวเองขยับตัวออกแรงเสื้อผ้าและกางเกงก็ขาดทันที...
“ไร้คุณภาพสิ้นดีคิดไม่ถึงว่าคุณภาพผ้าฝ้ายของโลกนี้จะแย่ขนาดนี้ ขยับนิดหน่อยก็ขาดแล้ว!”
สายลมพัดโชยมา ซุนเฟยก็รู้สึกเย็นสบาย
“ต้องหาเสื้อผ้าใส่ซะแล้วสิ...”
ซุนเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องโถงไม่นานก็พบสิ่งที่คล้ายกับตู้เสื้อผ้า ภายนอกของมันตกแต่งได้สวยงาม เขาจึงเดินเข้าไปดูแน่นอนว่ามีเสื้อผ้าหรูหราทุกชนิดอยู่ด้านใน เขาเลือกสวมเสื้ออัศวินสีดำที่มีขนาดเหมาะกับเขาจากนั้นก็เดินไปยืนมองอยู่หน้ากระจกเงา
ทันทีที่ได้เห็น ซุนเฟยก็ยืนอึ้งอยู่กับที่
อัศวินหนุ่มชุดดำที่หล่อเหลาปรากฏขึ้นในกระจกเงา
สูงประมาณร้อยแปดสิบเิเ รูปร่างกำยำสูงโปร่งผมหนาสีดำยาวประบ่าถูกมัดด้วยที่รัดผมที่ประดับด้วยทับทิมสีแดงแม้ว่าใบหน้าจะไม่ได้หล่อถึงขนาดที่ทำให้ผู้ชายอิจฉาและผู้หญิงกรี๊ดแต่ใบหน้าที่คมชัดได้รูป คิ้วหนาตาโต เผยให้เห็นความหล่อเหลาที่ยากจะยับยั้งกับท่วงท่าที่ทำให้เหล่าหนุ่มสาวรู้สึกหวั่นไหวได้
“หล่อเหลาเอาการ หรือว่าไอ้หน้าขาวในกระจกนี่มันคือข้าเอง?”
ซุนเฟยไม่เชื่อจึงลองะโโลดเต้นดู
แล้วคนในกระจกก็แสดงท่าทางออกมาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าหนุ่มหล่อในกระจกคือตัวเองจริงๆซุนเฟยยกมือเท้าเอวแล้วหัวเราะออกมาอย่างโง่ๆ “วะฮะฮ่า กำไร กำไร นี่เป็กำไรจริงๆแม้ว่าพระาาอเล็กซานเดอร์ผู้นี้จะโง่เง่าปัญญาอ่อนแต่แท้ที่จริงแล้วก็มีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีทีเดียว แบบนี้ทำให้ข้าเบาใจขึ้นเยอะเลยฮ่าๆ แต่ก็ดูดีกว่าข้าเมื่อก่อนมาก”
ซุนเฟยะโตรงกระจกด้วยความดีใจเหลือล้น
แทบไม่ต่างกับพวกดาราหนุ่มสาวหล่อๆ สวยๆ ของเกาหลีเลย
“นับจากวันนี้เป็ต้นไปข้าคืออเล็กซานเดอร์ อเล็กซานเดอร์ก็คือข้า!”
ซุนเฟยกำหมัดแน่นอย่างมีความสุขพลางพูดกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว
เขายืนอยู่สักพักก่อนจะหันหลังเดินไปตรงกลางห้องโถงซึ่งมีชุดเกราะแบบสมัยยุคก่อนและดาบั์คู่แขวนอยู่เขาเลือกชุดเกราะที่สูงใกล้เคียงกับตนเองแล้วดึงดาบอัศวินคู่ออกมาจากฝักดาบแล้วลองกวัดแกว่งอย่างภูมิใจและพยายามััรับรู้ถึงความเป็าา
แต่วินาทีต่อมาสีหน้าซุนเฟยก็พลันประหลาดใจขึ้นมา
“ทำไมมันเบาแบบนี้? ดาบนี้อาจจะตัดไม้ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ เอามันมาหลอกกันหรือเปล่า?”
ดาบั์คู่สูงประมาณหนึ่งเมตรสามสิบ คาดว่าอย่างน้อยๆก็น่าจะหนักประมาณสิบห้าถึงยี่สิบกิโลกรัม แต่ซุนเฟยถือไว้ในมือเหมือนถือฟางก็ไม่ปาน ไม่ได้รู้สึกหนักแม้แต่น้อยความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้ซุนเฟยรู้สึกใ
ติ้ง!
ซุนเฟยคิดจะลองฟันดู เมื่อตวัดดาบฟันเบาๆ ไปที่ชุดเกราะด้านข้าง
แล้วก็เกิดเื่ที่ทำให้เขาตกตะลึงจนตาค้าง!
หลังได้ยินเสียง 'ชิ้ง' จากดาบที่แสนจะเบาหวิวคู่นี้ชุดเกราะก็ที่หนาอย่างน้อยๆ สามสี่มิลลิเมตรก็ถูกตัดผ่าออกเป็สองซีกอย่างง่ายดายเหมือนตัดเต้าหู้หลังจากนั้นไม่นานส่วนบนของชุดเกราะนี้ก็มีเสียง ‘แกร๊ง’ แล้วร่วงลงพื้น แยกเป็สองส่วน
“โอ้...”
ซุนเฟยสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ
เส้นประสาทของเขาปูดขึ้นอดไม่ได้ที่จะใจนตาค้างกับภาพตรงหน้า “ผีหลอกหรือเปล่า...มันเกิดอะไรขึ้น? ข้า...แรงของข้าทำไมถึงได้มากขนาดนี้...ทำไมจู่ๆ จึงมีแรงมหาศาลขนาดนี้ละ?”
เมื่อคิดถึงเื่นี้ซุนเฟยก็สะบัดข้อมือตามจิตใต้สำนึก
ซึ่งมันยังคงรู้สึกว่าเบาราวกับไม่ได้ถืออะไรไว้เลย
แต่กลับสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าดาบั์คู่หนักๆ ถูกมือข้างหนึ่งของตัวเองสะบัดไปมา 4-5 รอบจนเกิดประกายแสงเหมือนเงาวูบวาบดาบหนักก็เกิดเสียงฟิ้วๆ ตามมา
“ความรู้สึกนี้มัน...”
ซุนเฟยหลับตาซึมซับกับความรู้สึกในยามสะบัดดาบ
ความรู้สึกนี้กับความรู้สึกที่สะบัดขวานคู่ั์ไล่ฆ่ามอนสเตอร์ตอนที่อาชีพคนเถื่อนของเขาเลื่อนระดับไปที่เลเวล 5 ของโลก Diablo ในความฝัน มันให้ความรู้สึกใกล้เคียงกันขนาดแรงก็ยังสอดคล้องกันอีก
“หรือว่า...”
ซุนเฟยพลันตื่นตระหนก
“หรือว่าความสามารถของอาชีพคนเถื่อนในเกมจะสามารถนำออกมาใช้ในความจริงได้?”
เขาถูกความคิดนี้ทำให้ตะลึงงัน
จากนั้นไม่นาน
ซุนเฟยก็ตัดสินใจตรวจสอบความคิดของตัวเองเขาเสียบดาบคู่ั์ในมือกลับเข้าไปในฝักดาบ กวาดสายตามองอาวุธอื่นๆ ในห้องโถง
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็ประกาย
ซุนเฟยเห็นซอกมุมไกลๆ ในห้องโถงมีขวานคู่ั์รูปร่างแปลกๆมันมีด้ามขวานเกินมาจากใบมีดขวานมากและยาวหนึ่งเมตรห้าสิบ ดูจากรูปร่างแล้วมันน่าจะหนักประมาณห้าสิบกิโลกรัม ข้างๆ ก็มีชุดเกราะหนักสีดำบริเวณใต้ที่วางขวานนั้นเป็พื้นหิน กลับปรากฏหลุมขนาดไม่ใหญ่และก็ไม่เล็กจนเกินไป
ลักษณะขวานนั่นสีดำ แกะสลักลวดลายแปลกๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศดุดัน
ซุนเฟยรีบเดินเขาไปหยิบขวานั์มาถือไว้
ตอนนั้นเองความรู้สึกอันยอดเยี่ยมเชื่อมต่อไปทั่วทั้งร่างกาย กระจายไปสู่เส้นประสาทของร่างกายในทุกส่วนซุนเฟยรู้สึกว่าขวานคู่นี้เป็ส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง
เขาหลับตาแล้วซึมซับความรู้สึกอย่างละเอียด
“ไม่เลวเลยนี่นี่เหมือนความรู้สึกหลังจากที่ได้เลื่อนเป็เลเวล 3 แล้วเลือกทักษะ ‘ควบคุมขวาน’ ของคนเถื่อนในเกมเลยที่สามารถทำได้ตามใจปรารถนา ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้...”
วู้วๆๆๆ!
ซุนเฟยหมุนขวานคู่ั์อย่างชำนาญเหมือนกังหันลมเทคนิคอาวุธขวานที่น่าเหลือเชื่อทุกสิ่งอย่างถูกซุนเฟยนำออกมาใช้อย่างต่อเนื่องเหมือนเป็ปรมาจารย์ขวานที่ฝึกฝนมาแล้วนับสิบปี
และจนถึงตอนนี้ซุนเฟยมั่นใจในการคาดเดาของตัวเองแล้วว่า
มันไม่ผิดเลยไม่แต่น้อย
พลังป้องกัน โจมตี ความแข็งแกร่ง ทักษะขวานและพละกำลังเทคนิคทั้งหมดของคนเถื่อนเลเวล 5 ในโลก Diablo ที่อยู่ในฝันเขามีมันทั้งหมด...ดังนั้นเขาก็มีความสามารถของตัวละครคนเถื่อนเลเวล 5 ทั้งหมด
พละกำลังมหาศาลทำให้ซุนเฟยรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่เคยมีมาก่อน
“นี่เป็ความรู้สึกของพลังอย่างงั้นเหรอ? ไม่รู้เลยว่าพลังแบบนี้จะอยู่ระดับใดในโลกแห่งนี้?”
ระหว่างที่เขาลุ่มหลงไปกับพลังที่ได้มาซุนเฟยก็พลันนึกปัญหาร้ายแรงอีกอย่างขึ้นมา “ใช่แล้วพี่ชายยอดฝีมือบอกว่าข้าศึกกำลังโจมตีเมืองไม่ใช่เหรอ? บางทีข้าควรจะไปดู...”
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในสมอง มันอยู่นอกเหนือการควบคุม
บางที ด้วยพลังที่เขามีตอนนี้ อาจจะพอทำอะไรได้บ้าง
แต่ก่อนที่จะออกไป เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ซุนเฟยเลือกสวมชุดอัศวินเกราะหนักที่มีขนาดใกล้เคียงกับตัวเองเขาใช้พลังอย่างมากที่จะสวมใส่มัน
ชุดอัศวินเกราะหนักนี้ช่วยป้องกันร่างกายซุนเฟยทั่วทั้งร่างอย่างแ่า
เขาหยิบหมวกอัศวินขึ้นมาแล้วสวมไปที่หน้าของเขาเขาสามารถมองเห็นผ่านรูที่เจาะไว้ตรงดวงตาซึ่งเห็นภาพภายนอกได้อย่างชัดเจนซุนเฟยรู้สึกว่าชุดที่ตนเองสวมอยู่ตอนนี้เหมือนโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์นักแสดงชาวอเมริกันที่เล่นหนังเื่ ‘ไอรอนแมน’ ขยับเพียงนิดเดียวก็ได้ยินเสียงกระทบกันของโลหะเสียงนั้นทำให้ซุนเฟยรู้สึกเืลมร้อนระอุ
ดูน่าเกรงขามขึ้นมาเยอะ
ชุดเกราะหนักหนักถึงยี่สิบห้ากิโลกรัมถ้าเมื่อก่อนได้สวมมันละก็ น้ำหนักของมันสามารถกดซุนเฟยจนบี้แบนได้เลย แต่ตอนนี้ เมื่อสวมบนร่างเขาก็เหมือนสวมเสื้อกีฬาบางๆชุดใหม่ของหลี่หนิง1เรียกได้ว่าไม่รู้สึกหนักอะไรเลย
ติ้งๆ!
ซุนเฟยเอาขวานสีดำเคาะหมวกเหล็กของเขาได้ยินเสียงเคาะนี้ก็รู้สึกพอใจอย่างมาก “ฮ่าๆ คราวนี้แหละ ต่อให้ถูกธนูยิงหัวอีกก็ไม่กลัวแล้วโว้ย!”
พร้อมลุยแล้ว!
เขาเดินออกจากประตูของห้องโถงาาอย่างเงียบๆซุนเฟยเหลือบมองซ้ายขวา
ทีแรกเขายังคิดจะเรียกทหารรักษาความปลอดภัยในพระราชวังมาที่นี่แต่ใครจะรู้ว่าไม่มีใครเฝ้าราชวังเลยสักคน มันเงียบกริบจึงเดินออกไปนอกประตูวังก็พบว่ามีทหารได้รับาเ็อยู่สองนายฟุบหลับอยู่ตรงหน้าประตู
เห็นแบบนี้ก็เดาได้ว่าทหารสองคนนี้คงเพิ่งกลับมาจากแนวหน้าด้วยความเหนื่อยล้าจึงเผลอหลับตรงหน้าประตู
“เวรล่ะแม้แต่ทหารเฝ้าหน้าวังของาายังเหลือแค่ทหาราเ็อยู่สองนายดูเหมือนว่าาบนกำแพงเมืองคงจะคับขันมากแน่ๆ...”
ได้ยินเสียงฆ่าฟันลอยมาอยู่ไกลๆ ในใจซุนเฟยพลันเคร่งเครียด
เขารีบเร่งฝีเท้าตนเองให้เร็วขึ้นอีก
บางทีอาจจะเหลือเวลาไม่มากแล้ว
----------
1 หลี่หนิงเป็บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาของประเทศจีน