ท่ามกลางความวุ่นวายในโรงพยาบาลเอกแสงแดดยามเช้าเพิ่งจะเริ่มทอแสง แต่สำหรับ มนัสวีวันเวลาของเธอเคลื่อนผ่านไปราวกับพายุหมุน เนื่องจาก ธราธรมีภารกิจต้องกลับไปดูแลสวนมะพร้าวน้ำหอมและเคลียร์ปัญหาคาราคาซังชายหนุ่มจึงไม่อาจอยู่ช่วยสแตนด์บายที่ร้านมนัสขนมไทยในโรงพยาบาลได้ตลอดทั้งวันหน้าที่แบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ไหล่บาง ๆ ของเธอเพียงคนเดียว
หญิงสาวเหนื่อยล้าจนแทบไม่มีเวลาหายใจยิ่ง่นี้ ‘เติมเต็ม’ ลูกชายวัยสี่ขวบเศษเพิ่งเปิดเทอมเข้าเรียนชั้นอนุบาล1 วันวุ่น ๆ ของเธอจึงเริ่มั้แ่เช้าตรู่ มนัสวีต้องตื่นมาเตรียมตัวขับรถไปส่งลูกชายตัวน้อยที่โรงเรียนอนุบาลให้ทันเวลาจากนั้นก็ต้องบึ่งรถกลับมายังโรงพยาบาลเพื่อเตรียมร้าน จัดเรียงขนมไทยหลากสีสันลงถาดเช็กสต๊อก และบรีฟงานให้ลูกน้องหน้าร้านรับ่ต่อนำไปขายใน่สาย
พอตกสายได้เวลาเลิกเรียนครึ่งวันของเด็กอนุบาลมนัสวีก็ต้องปลีกตัวขับรถไปรับเติมเต็มกลับมาอยู่ด้วยกันที่ร้านขนมไทยเด็กน้อยในชุดนักเรียนอนุบาลกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินนั่งเล่นของเล่นเงียบ ๆอยู่หลังเคาน์เตอร์อย่างรู้ความ ทว่าความเหนื่อยของเธอยังไม่จบลงแค่นั้น...
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาสี่โมงเย็นมนัสวีต้องรีบฝากลูกน้องให้ช่วยดูเติมเต็มชั่วคราว ส่วนตัวเธอต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปยังโรงครัวส่วนตัวสำหรับผู้บริหารระดับสูงเพื่อทำหน้าที่สำคัญตามคำสั่งประกาศิตของ ภูดิศ ผู้บริหารหนุ่มของโรงพยาบาลแห่งนี้
เธอต้องทำอาหารคลีนเพื่อสุขภาพตามตารางที่เขาจัดไว้ทว่า... สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่คำขอบคุณ แต่เป็การ ‘กลั่นแกล้ง’ สารพัดวิธีจากชายหนุ่มปากร้ายใจดำคนนั้นทุก ๆ วัน
ในห้องทำงานผู้บริหารมนัสวีประคองถาดอาหารคลีนเมนู
"อกไก่นึ่งสมุนไพรพร้อมข้าวไรซ์เบอร์รี่และผักลวกล้อมรอบ"
เข้ามาวางลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของภูดิศชายหนุ่มในชุดสูทสากลสีเทาเข้มเนื้อดีเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารสายตาคมกริบจ้องมองจานอาหารตรงหน้าก่อนจะจุดรอยยิ้มหยันที่มุมปาก
เขารู้ดี...รู้ดียิ่งกว่าใครว่าเขากำลังถือไพ่เหนือกว่า หลังจากที่ผลตรวจ DNA ลับเฉพาะชิ้นสำคัญส่งตรงถึงมือและเขากำลังใช้ความลับนี้เป็บ่วงร้อยรัดและกลั่นแกล้งเธออย่างสนุกมือ
"นี่อะไร... อกไก่นึ่งอีกแล้วเหรอมนัสวี?" ภูดิศใช้ส้อมเขี่ยชิ้นเนื้อไก่อย่างไร้ความแยแส
"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าฉันเบื่อเมนูนี้ ไปคิดเมนูใหม่มา ทำไมสมองคิดได้อยู่แค่นี้ หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น?"
มนัสวีพยายามสะกดกลั้นอารมณ์สองมือประสานกันแน่นอยู่ข้างลำตัว
"พี่ดิศคะ”ตารางโภชนาการก็ระบุชัดเจนว่าสัปดาห์นี้ต้องเน้นโปรตีนจากอกไก่และมนก็เปลี่ยนซอสราดสมุนไพรให้ไม่ซ้ำกันทุกวันแล้วค่ะ กรุณาทานเถอะค่ะมนตั้งใจทำเต็มที่แล้วค่ะ"
"ตั้งใจงั้นเหรอ? แต่รสชาติมันห่วยแตกชะมัด!"
เคร้ง!
ภูดิศแกล้งปัดมือไปโดนขอบจานเบา ๆทว่าจงใจทำให้จานแก้วหรูไหลเลื่อนตกทะลุลงจากขอบโต๊ะอาหารคลีนแสนประณีตกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นพรมอย่างหมดสภาพ มนัสวีเบิกตากว้างร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน
"อุ๊ย... โทษทีนะมือมันลั่น" ภูดิศแสร้งทำเสียงเรียบเฉย ผิดกับดวงตาที่ฉายแววผู้ชนะอย่างเหลือล้น
"ในเมื่อมันเทกระจาดไปแล้วเธอก็ไปทำมาให้ฉันใหม่ซะ อ้อ... แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วไม่อยากกินอาหารฝีมือเธอแล้วล่ะ"
"พี่ดิศ! พี่ตั้งใจแกล้งมน!"มนัสวีตวาดกลับเสียงสั่น ดวงตาร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้น
"มนมีงานต้องทำ มีลูกต้องดูแลไหนจะร้านอีก ไม่ได้มีเวลาว่างมาเล่นตลกตามอารมณ์ของพี่ทั้งวันหรอกนะคะ!"
ภูดิศลุกขึ้นยืนผงาดอย่างเป็ต่อเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวบรรยากาศรอบตัวกดดันจนมนัสวีต้องก้าวถอยหลัง ชายหนุ่มก้มลงมากระซิบใกล้ใบหูน้ำเสียงนุ่มทว่าบาดลึกย้ำเตือนถึงความลับที่อยู่เหนือกว่า
"แกล้งงั้นเหรอ? อย่าลำพองตัวเองไปหน่อยเลยมนัสวี...คนอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉัน? แค่ฉันสั่งปิดร้านขนมไทยกระจอกๆ ของเธอ หรือสั่งให้อัญเชิญเธอออกไปจากโรงพยาบาลนี้มันก็ง่ายนิดเดียว... จริงไหม?หรือเธออยากให้ฉันเริ่มจัดการเื่ที่ 'ใหญ่กว่านั้น'เื่ที่มีแค่ฉันกับเธอที่รู้ดี..."
คำขู่เป็นัยเกี่ยวกับสายเืและผล DNA ทำให้มนัสวีหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจเธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเื สบสายตาคมกริบของเขาด้วยความเ็ป
"พี่้าอะไรจากมนอีก..."
ภูดิศยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นคนอวดดีเริ่มยอมสยบ
"ตอนนี้ฉันอยากกิน 'บัวลอยน้ำขิง'ของร้านโบราณเ้าเก่าที่ตลาดริมน้ำโน่น...ขับรถไปซื้อมาให้ฉันเดี๋ยวนี้"
"แต่นั่นมันไกลจากโรงพยาบาลเกือบสามสิบกิโลเมตรเลยนะพี่ดิศ!ตอนนี้เกือบห้าโมงเย็นกว่า รถก็ติด ขับไปกลับต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง!"หญิงสาวโต้แย้งทันควัน นึกถึงลูกชายตัวน้อยที่รออยู่หน้าร้าน
"นั่นมันปัญหาของเธอ ไม่ใช่ของฉันมนัสวี" ภูดิศหมุนตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม กอดอกมองเธออย่างเ็า
"ถ้าตอนหกโมงเย็นบัวลอยน้ำขิงยังไม่มาวางอยู่บนโต๊ะนี้...เธอน่าจะเดาออกนะว่าผลลัพธ์มันจะเป็ยังไง ไปได้แล้ว... อ้อเดินทางปลอดภัยนะ"
มนัสวีสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกแรงพาร่างที่อ่อนล้าหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปทันทีเธอต้องจำใจยอมทำตามคำสั่งกลั่นแกล้งอย่างไร้เหตุผลนั้นเพราะความลับที่เขาถืออยู่นั้นมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะเสี่ยงแลกได้ในเวลานี้
++++++++++
่เวลาหลายวันที่ผ่านมาชีวิตของ มนัสวี วนเวียนอยู่กับความเหนื่อยล้าซ้ำ ๆทุกเช้าเธอต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปส่ง ‘เติมเต็ม’ ลูกชายวัยสี่ขวบเศษที่โรงเรียนอนุบาล 1 จากนั้นก็บึ่งรถกลับมาเตรียมหน้าร้านขนมไทยโบราณในโรงพยาบาลตกบ่ายก็ต้องไปรับลูกชายกลับมานั่งรอที่ร้าน และพอถึงเวลาเย็น เธอก็ตระเตรียมวัตถุดิบเข้าสู่ครัวส่วนตัวสำหรับผู้บริหารเพื่อทำอาหารคลีนส่งขึ้นไปให้ ภูดิศ ท่านประธานหนุ่มเ้าอารมณ์ตามคำสั่งประกาศิต
ในตอนแรกหญิงสาวเลือกที่จะให้เติมเต็มนั่งรออยู่กับพี่ ๆ พนักงานที่หน้าร้านขนมเพราะไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากในห้องครัวอันร้อนอบอ้าว แต่ทว่า... ทุก ๆวันที่เธอต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งและแรงกดดันจากภูดิศเพียงลำพังมันทำให้เธอกลับลงมาด้วยสภาพจิตใจที่บอบช้ำและเครียดจัด