หญิงวัยกลางคนค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอนัก เธอกระพริบตาถี่เมื่อเจอแสงสว่างจากหลอดไฟบนฝ้าเพดาน เธอพยายามขยับร่างกายแต่ก็ไม่เป็ผล เพราะเมื่อเธอขยับ ก็จะรู้สึกเ็ประบมไปทั่วทั่งร่างกายจนร้องเสียงหลงออกมา
"คุณป้า ฟื้นแล้วหรอครับ?" เด็กหนุ่มรีบพุ่งตัวเข้ามาถามไถ่อาการ
เธอยังคงมึนงงเล็กน้อย แต่ยังพอจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น "ตรีเมฆ! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" เธอถามด้วยความสงสัย
"เอ่อ..คือ..เื่มันยาวน่ะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง" เขาพูดเสียงตะกุตะกัก
"รุศละ วรุศอยู่ไหน!?" เธอที่เริ่มตั้งสติได้ก็รีบถามหาลูกชายด้วยความเป็ห่วง
เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่เขาแสดงสีหน้ากังวลปนเศร้า จนเธอสังเกตุได้ เธอไม่รีรอที่จะฟังคำตอบอีกต่อไป เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อลุกขึ้นจากเตียงแม้จะเ็ปก็ตาม เธอพยายามดึงสายน้ำเกลือที่ติดอยู่หลังมือออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะแขนข้างหนึ่งของเธอถูกใส่เฝือกอยู่ แขนเธอหักจากการถูกกระแทกอย่างแรง
เธอดิ้นโวยวายอยู่พักใหญ่ก่อนจะหยุดชะงัก เพราะเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับชายที่เธอคุ้นเคยก้าวเท้าเข้ามา
"ลักษ์คุณตื่นแล้วหรอ? คุณเป็ยังไงบ้าง" เขารีบวิ่งเข้ามาถามไถ่และดูอาการของเธออีกคน
"คุณค่ะ รุศละ ตารุศอยู่ไหน ลูกสบายดีใช่ไหม?" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ลูกอยู่บ้าน ลูกไม่เป็อะไรแล้ว ตอนนี้วายุดูแลอยู่" เขาตอบกลับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับลูบหัวเธอเป็การปลอบใจ
"หมายความว่ายังไงที่ลูกไม่เป็อะไรแล้ว! " เธอขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
เขาเลยต้องเล่าเื่ทั้งหมดให้เธอฟัง
เธอนั่งฟังอย่างกระวนกระวายใจ น้ำใส ๆ ไหลออกจากตาอาบสองแก้ม เธอเป็ห่วงลูกชายอยากกลับบ้านเดี๋ยวนั้นแต่ก็ต้องโดนห้ามปรามไว้
"คุณต้องรักษาตัวให้หายดีกว่านี้ก่อน ถ้าลูกเห็นคุณในสภาพนี้ ลูกต้องเป็ห่วงไปมากกว่านี้แน่ เชื่อผมนะ คุณดีขึ้นเมื่อไหร่เดี๋ยวผมจะพากลับบ้านนะ" เขาพูดพลางกอดปลอบเธอไปด้วยความอบอุ่น จนเธอสบายใจขึ้น
บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่ตอนนี้มีข้าวของกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ไร้คนเก็บทำความสะอาด ชั้นบนของบ้านห้องนอนของเด็กหนุ่มที่ยังมีเ้าตัวนอนหลับไหลไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง บนร่างกายมีาแมากมายจากการต่อสู้เมื่อคืน มือที่ถูกพันไปด้วยผ้าก๊อซสีขาว กับชายหนุ่มที่คอยเดินเช็คอาการ และเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวอยู่ตลอด
เขานั่งลงบนเตียงข้าง ๆ เด็กหนุ่มสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าขาว มือยกมาััแก้มที่มีาแจากของมีคม เขาลูบแผลนั้นไปมาด้วยสายตาที่เป็ห่วง "รีบตื่นมากวนกันได้แล้วไอตัวแสบ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หวานซึ้งแต่ปนไปด้วยความเศร้า
"วายุ ทานข้าวทานปลาบ้างนะลูก อย่าดูแลน้องจนลืมดูแลตัวเอง" เสียงที่อ่อนหวานของผู้เป็แม่
"ครับ เดี๋ยวผมลงไป" เขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ก่อนเดินออกจากประตู เขายังคงหันมามองร่างที่อยู่บนเตียงนั้นเรื่อย ๆ
"คุณป้าเป็ยังไงบ้างครับ?" เขาถามผู้เป็แม่
"เห็นท่านลุงของเราบอกว่า เธอฟื้นแล้วนะ แต่ก็โวยวายเอาเื่อยู่เหมือนกัน" เธอพูดไปพลางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ มือยังคงปอกผลไม้ที่อยู่ในมือไปด้วย
"ครับ" เขาตอบก่อนจะตักอาหารเข้าปาก
"เอ่อ แล้วเรารู้ได้ยังไง ว่าจะเกิดเื่ขึ้น" เธอถามด้วยความสงสัย
"ผมสังเกตุเห็นมาสักพักแล้วครับ ผมว่าผมเห็นวศินกับท่านอคิราห์ แต่ผมแค่ยังไม่แน่ใจว่าใช่พวกเขาจริงรึเปล่า จนเมื่อคืนก่อนจะเกิดเื่ผมรู้สึกว่ามันผิดปกติ ทุกครั้งที่ผมไป์ผมจะเห็นพวกเขาเดินวนเวียนอยู่บนนั้น แต่วันนั้นกลับไม่เห็น ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปไหน ผมเลยให้ตรีเมฆไปช่วยดูถึงรู้ว่าพวกเขากำลังจะอะไร"
"โชคดีของพวกเขานะ ที่มีเ้าอยู่" เธอพูดพร้อมกุมมือของลูกชาย
โรงพยาบาล
"วันนี้กลับบ้านได้แล้วนะครับ คนไข้ฟื้นตัวเร็วกว่าที่หมอคิดไว้อีกนะครับเนี่ย" หมอเ้าของไข้พูดชมด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" เธอยิ้มกลับเช่นกัน
บ้าน
เมื่อถึงบ้านเธอรีบขึ้นไปดูลูกชายทันที
"เป็ไงบ้างลูก เจ็บไหมครับ" น้ำตาของคนเป็แม่ได้ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย "น้องยังไม่รู้สึกตัวอีกหรอวายุทำไมน้องสลบไปนานขนาดนี้"
"ยังไม่รู้สึกตัวเลยครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงยังไม่ฟื้น" เขาพูดพร้อมทำหน้าตางงงวย
บ้านที่เคยรกไปด้วยสิ่งของถูกทำความสะอาด จนตอนนี้ได้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้ว ของที่หักหรือพังก็ถูกทิ้งในถังขยะ ในบ้านยังมีผู้คนเดินกันขวักไขว่ปรึกษาหารือเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น เสียงพูดคุยดังขึ้นเป็ระยะ ๆ หญิงวัยกลางคนยังคงนั่งพักพิงอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างหน้าต่างอย่างเช่นทุกวัน อาการของเธอดีขึ้นมากแล้ว เฝือกที่เคยใส่ก็ถูกถอดออกแล้วเช่นกัน
หลายวันผ่านไป
กึก! กึก! เสียงหมุนลูกบิดประตูที่ดังไม่หยุดจากคนที่อยู่ภายใน พร้อมกับมีเสียงทุบประตูเป็ระยะ "นี่ ล็อคประตูทำไม ผมอยากออกไปข้างนอก ผมเบื่อที่ต้องอยู่ในห้องแล้ว ทำไมต้องขังผมไว้ด้วย" เสียงโวยวายของเด็กหนุ่มที่ถูกล็อคประตูขังไว้ข้างใน "แม่ พี่วายุ มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง" เด็กหนุ่มพูดพลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เสียงเรียกยังคงดังไม่หยุด
วรุศเอาหูแนบกับประตูเพื่อฟังเสียงข้างนอก เมื่อเสียงคลายล็อคของลูกบิดดังขึ้น เขารีบผงะตัวออกจากประตูทันที
"แม่!" เสียงเรียกจากลูกชาย ทำเธอใเล็กน้อย
"รุศ เป็ยังไงบ้างลูก" เธอทำท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ทำไมต้องขังผมไว้ด้วย" เขาทำสีหน้าหงุดหงิด
"แม่แค่อยากให้ลูกได้พักผ่อน เดี๋ยวออกมาก็ไม่ยอมพัก ออกไปเที่ยวเล่น แล้วเมื่อไหร่จะหาย"
วรุศทำหน้าเหยเกใส่แม่ เพราะรู้สึกไม่พอใจนิด ๆ ที่ถูกขังไว้ "แล้วนี่พี่วายุไปไหนละครับ ผมไม่เห็นเลย" เขาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เขาไปจัดการธุระน่ะ อีกเดี๋ยวก็กลับ"
"อื้อ งั้นผมลงไปข้างล่างได้รึยัง ผมเบื่อเต็มทีแล้วอ่า" เขาพูดเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อออดอ้อนแม่
"โอเค ๆ " เธอตอบกลับพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
ตอนนี้ผู้คนที่เคยอยู่ในบ้านได้หายไปเกือบหมดแล้ว เหลือแค่หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโต๊ะทานข้าว พร้อมกับมือที่ปอกผลไม้อยู่ วรุศเดินลงบันไดมาพร้อมทำหน้างุนงง เพราะเขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อน
"คุณเป็ใครครับ ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านของผม" เขาถามเสียงแข็งใส่หญิงสาว จนเธอต้องผงะมือจากสิ่งที่ทำอยู่และเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ตรงบันได เธอไม่ได้ตอบกลับอะไรเขาแต่กลับยิ้มหวานให้เขาแทน แม่ที่เดินตามมาติด ๆ ต้องแนะนำและอธิบายให้เขาฟัง
"ห๊ะ!! แม่ของพี่วายุหรอ" เขาะโเสียงดังก่อนจะรีบเอามือปิดปาก
หญิงทั้งสองหัวเราะชอบใจในความตลกของเขา
"สวัสดีจ๊ะวรุศ เราเคยเจอกันนะ แต่ตอนนั้นหนูยังเด็กอยู่เลย ตัวนิดเดียว" เธอพูดพร้อมเอานิ้วโป้งและนิ้วชี้ขึ้นมาจีบให้ดูระยะห่าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่เธอหมายถึงคือขนาดไหน
เ้าตัวได้แต่ยิ้มแฮ่จนเห็นฟันขาวทั้งปาก
"สวัสดีครับคุณอา คุณอาสวยจังเลยครับ" เขาพูดพร้อมยิ้มหวานให้เธอ
"ปากหวานจังเลยนะเรา มีคนรักรึยังละ"
เด็กหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ "เอ่อ...ยังไม่มีครับ" เขาพูดพลางเกาหัวหย่อย ๆ
"ลูกชายอาหล่อนะ สนใจไหม" เธอพูดด้วยอารมณ์ขัน แต่กลับทำให้คนฟังเขิลจนหน้าแดงและอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว
"เอ่อ คุณอาครับคุณอาพอจะรู้จักคนที่ชื่อ วศินไหมครับ คนที่ทำร้ายผม เขาบอกเขาเป็น้องชายของผม"
สีหน้าที่ดูสดใสและอารมณ์ขันเมื่อครู่หายไป เปลี่ยนเป็สีหน้าวิตกกังวลแทน
"อ่า..ใช่จ๊ะเขาเป็น้องชายต่างแม่ของเรา แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วแหละ พ่อของหลานจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วงนะ" เธอรีบพูดเพื่อเปลี่ยนบทสนทนา "เอ่อ เห็นแม่เราเล่าว่า ไม่ชอบขี้หน้าพี่วายุหรอ เจอกับพี่วายุครั้งแรกก็ตีกันเลย" เธอพูดไปพลางหัวเราะไป
เด็กหนุ่มยังคงพูดคุยตามน้ำไป แต่ในหัวของเขายังคงมีแต่คำถามมากมาย เขาสังเกตุได้ว่าไม่มีใครอยากคุยเื่นี้เพราะฉะนั้นเขาเลยจะสืบหาเอง
#ความรักจาก์