ลิขิตรักแม่เรือพ่วง

    ขอโทษนะหานซัน

    ใต้เท้าเฉียนพยักหน้ารับ คนร้ายที่ราชสำนักต้องการตัวนั้นดูแล้วไม่น่าจะมาพบเจอได้ในหมู่บ้านที่ห่างไกลทุรกันดารเช่นนี้ แต่อย่างไรเสียก็ต้องตรวจสอบพอเป็นพิธี

    เมื่อคิดแล้วใต้เท้าเฉียนจึงกระแอมไอขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดว่า “ผู้ใดคือหวังเสี่ยวเตี๋ย! เรียกนางออกมา!!” 

    นี่คงเป็นด่านเคราะห์ของข้าสินะ เลี่ยงอย่างไรก็ไม่พ้น” 

    โจวเถาเถาคิดแล้วสาวเท้าก้าวเดินออกไป พูดกับใต้เท้าเฉียนว่า “ข้าคือหวังเสี่ยวเตี๋ย ขอทำความเคารพใต้เท้าเฉียน!” 

    “ไม่ต้องมากความ!! “ใต้เท้าเฉียนหมดความอดทน

    “ไอ้ใบ้ผู้นั้นอยู่ที่ไหน ไปเรียกเขามาพบข้าเดี๋ยวนี้!!” 

    “คนผู้นั้นกำลังเก็บอุจจาระอยู่ที่บ่อส้วม ข้าเกรงว่ากลิ่นตัวของเขาจะทำให้ใต้เท้าระคายเคือง ข้าจึงไม่ได้เรียกเขามา” 

    เมื่อใต้เท้าเฉียนได้ยินดังนั้น ใบหน้ากระตุกคิ้วขมวดขึ้นมาทันที ดูเขาลังเลขึ้นมา แต่แล้วเขาก็กัดฟันพูดขึ้นว่า 

    “เจ้าหน้าที่อย่างข้า มีหน้าที่ต้องดูแลตรวจตราทุกข์สุขของชาวบ้าน ข้าย่อมไม่กลัวความสกปรกอยู่แล้ว..ไปเรียกมาเถอะ!!” 

    โจวเถาเถาสังเกตใบหน้าของใต้เท้าเฉียน ดูท่าแล้วเขาจะเป็นคนรักสะอาดอยู่ไม่น้อย

    โจวเถาเถามีความคิดออกจะโลดโผน และเสี่ยงอันตรายอยู่สักหน่อย เมื่อคิดถึงภูมิหลังที่สูงส่งของเด็กหนุ่มผู้นี้แล้วนางรู้สึกเศร้าใจแทนเขาจริงๆ 

    แต่ใบหน้าของหญิงสาวยังคงสงบราบเรียบไม่ได้ออกอาการแต่อย่างไร นางเพียงแต่ทำความเคารพเขาและทำท่าเร่งรีบขึ้นมา “ข้าจะไปตามเขาเดี๋ยวนี้เลย!!” 

    โจวเถาเถารีบวิ่งไปที่หานซันซ่อนตัวอยู่ และเรียกเขาออกมา

    เด็กหนุ่มออกมาจากกอหญ้าที่หลบซ่อนตัวอยู่ เขาเห็นแววตาที่โจวเถาเถาจ้องมองเขาแล้ว ก็ให้รู้สึกเย็นเยียบที่หัวใจ

    “ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ? “หานซันพูดอย่างไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่เขารู้ดีอยู่แล้ว

    “ยังพอมีหนทาง” โจวเถาเถาพูดช้าๆ มองดูเขาอย่างแน่วแน่ จากนั้นก็เอ่ยว่า “นายน้อยหาน เจ้าอาจจะต้องทนทุกข์สักเล็กน้อย” 

    “แม่นางหมายความว่าอย่างไร?” หานซันถามอย่างสับสน ก่อนที่เขาจะตระหนักว่านางพูดอย่างจริงจัง 

    “ตอนนี้ข้ามีความคิดดีๆอยู่ ถ้าหากเจ้าทำตามก็จะช่วยให้ข้าและเจ้ารอดจากการตรวจค้นในครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน…แต่เจ้าอาจจะไม่พอใจอยู่บ้าง...” 

    “แม่นางหวังหากว่าเจ้าพอมีหนทาง ข้าก็ยินดี ตราบใดที่ช่วยตัวข้าและท่านได้แม้แต่จะถูกฟ้าผ่าตายข้าก็ยินยอม” 

    นี่อาจจะแย่กว่าโดนฟ้าผ่าอีกนะ โจวเถาเถาคร่ำครวญอยู่ภายในใจ

    “เอาละ!! ตอนนี้เจ้ากำลังเก็บอุจจาระอยู่ใช่ไหม?” 

    ว่าแล้วนางก็ลากหานซันเข้าไปในห้องส้วมในหมู่บ้าน หญิงสาวบีบจมูกกลั้นลมหายใจ 

    “ใช่แล้ว มีอะไรผิดปกติหรือ?

    หานซันยังคงถามอย่างงงงวย ในที่สุดโจวเถาเถาก็มองหานซันอย่างแน่วแน่แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก พูดว่า

    “นายน้อยหาน!!ข้าขอโทษ” จากนั้นนางก็ใช้ขาเตะหานซันลงบ่อส้วมไป 

    **********

    ดึกดื่นคืนนั้นที่กระท่อมของโจวเถาเถา หงเอ๋อนอนหลับไปแล้วตอนนี้มีแต่หานซันกับโจวเถาเถาเท่านั้นที่นั่งอยู่ในห้องด้วยกัน ใบหน้าของหานซันดูแย่มาก หน้าซีด ตาพร่ามัว ดูไร้ชีวิตชีวา “นายน้อยหาน…เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” 

    โจวเถาเถาถามอย่างระมัดระวัง 

    “เจ้าคิดว่าข้าเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?” หานซันว่าแล้วก็จ้องตาโจวเถาเถาอย่างขุ่นเคือง เขาไม่พูดอะไรต่อ หากร่างกายกลับสั่นเทิ้มขึ้นมาจากนั้นเขาเอนตัวลงพิงผนังจากนั้นก็โก่งคออาเจียนออกมาอีก 

    “อ้าว!! อาเจียนมาทั้งวันแล้วยังไม่หายอีกหรือ?” 

    โจวเถาเถารีบเอาผ้ามาช่วยเขาเช็ดใบหน้าแล้วทำความสะอาดพื้น “ถามได้..ถ้าข้าโยนเจ้าลงไปในบ่อนั่นบ้างดีไหมล่ะ?” หานซันยังไม่หายโกรธ

    “ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายข้าก็ไม่ทำแบบนั้นหรอก” โจวเถาเถากล่าวยิ้มๆ นางไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ตอนนั้นนางพาหานซันผู้ที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลนและอุจจาระไปหาใต้เท้าเฉียน ไม่ใช่แค่ใต้เท้าเฉียนเท่านั้นที่ตกตะลึงพรึงเพริดหากแม้แต่คนรอบกายเขาก็ยังพากันกระโดดหนีกันให้จ้าละหวั่นเลยทีเดียว หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็ได้คลี่คลายลง อีกทั้งหานซันยังได้บันทึกชื่อตามทะเบียนบ้านอีกด้วย ในที่สุดเขาก็เป็นประชากรในหมู่บ้านกัวเทียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงทำให้ลดปัญหาต่างๆลงไปได้อย่างมาก

    ต่อให้หานซันหนีไปได้ แต่นางก็รู้ดีว่าสภาพจิตใจเขาคงไม่ดีนัก การที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตเช่นเดิมได้นั้น คงไม่ได้ใช้เวลาแต่สิบวันหรือครึ่งเดือน หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเศร้าใจ หากวันไหนนางไล่เขาออกไปเขาคงจะเสียใจมากทีเดียว

    "พรุ่งนี้ข้าจะซักเสื้อผ้าให้เจ้าเอง ตากให้แห้งดีวันสองวันก็ใส่ได้แล้ว โจวเถาเถาปลอบโยนเขาอย่างนุ่มนวล

    "ไม่เอาๆ ข้าไม่อยากเห็นเสื้อพวกนั้นอีกแล้ว โยนทิ้งไปเลย!"

    หานซันพูดอย่างเคืองขุ่น แม้จะรู้ดีว่าวิธีนั้นเป็นทางรอดเดียวของเขาก็ตามทีหากเขากลับทำใจไม่ได้ คาดว่าสิ่งนี้คงเป็นปมไปตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว เขาได้แต่นึกสงสัยว่าแม่นางหวังผู้นี้จะเป็นดาวนำโชคหรือดาวหายนะของเขากันแน่! 

    เมื่อโจวเถาเถาเห็นว่าเขายังติดใจเรื่องที่นางผลักตกหลุมส้วมไม่หาย นางจึงพูดประชดขึ้นมาว่า "จากประสบการณ์ของข้าแล้ว คนที่ตกลงไปในหลุมส้วมแบบเจ้าต้องใช้เวลาสักเดือนครึ่งกว่าวิญญาณจะกลับร่าง ไม่เช่นนั้นข้าจะขอให้หมอฉินสั่งยาให้เจ้ากินสักเทียบสองเทียบจะได้ลืมเรื่องที่ตกลงไปในบ่อส้วมสักที"

    "หุบปากไปเลย!!” 

    "เขาพูดเสียงดังไม่รู้ว่าเป็นเพราะพักนี้ใกล้ชิดกับนางมากเกินไปหรือเปล่า นายน้อยตระกูลขุนนางอย่างเขาถึงกับเอ่ยวาจาหยาบกระด้างออกมาอย่างหัวเสีย จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ พูดว่า

    "ข้าลืมไป!!.. ตอนนี้ข้าน่าจะคุ้นชินกับเจ้าแล้วนะ"

    "เอ๊ะ! นายน้อยหาน เจ้าจะหมดกำลังใจแบบนั้นไม่ได้นะ หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาแล้วก็ต้องลุกขึ้นเดินสู้ต่อไปสิ! คิดเสียว่าข้ากำลังฝึกเจ้าเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อรับมือกับศัตรูในภายภาคหน้าของเจ้า" โจวเถาเถาพูดแหย่เขาเพื่อให้เขาหายเคือง

    "เอาล่ะ! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว ให้จบแต่เพียงนี้เถอะ"เขารีบโบกมือให้โจวเถาเถาหุบปากเสีย "ตอนนี้วิกฤติเฉพาะหน้าก็ผ่านไปแล้ว ข้าจะทำตัวเป็นปรกติ พูดจาเหมือนเดิมได้หรือยัง?” 

    ****************

    *เวลาไม่เช้าแล้ว: ยังไม่เคยเห็นพระเอกคนไหนถูกถีบลงบ่อส้วม(เพื่อนๆเคยเห็นส้วมหลุมสมัยก่อนไหมคะ?)นึกขึ้นมาแล้วอี๊ยยยย ตามเลยทีเดียว เราเลยตัดเรือลำนี้ทิ้งอย่างไม่ลังเลเลย555 แบบว่าเหม็นเนอะ..ไม่ไหว



    คล้ายกับเรื่องลิขิตรักแม่เรือพ่วง ที่คุณอ่าน