สามวันผ่านไปในป่าลึกหลี่เฟิ่งยังคงดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างทรหด ร่างกายของเขาผ่ายผอมลงไปมากใบหน้าซูบตอบดวงตาที่เคยเป็ประกายกลับลึกโหลและแดงก่ำจากการอดนอนและความเหนื่อยล้าแต่แววตาแห่งความแค้นและความมุ่งมั่นยังคงฉายชัดไม่เปลี่ยนแปลง
เขาได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติปลิดผลไม้ป่ามาประทังความหิว ตักน้ำจากลำธารเล็กๆ มาดื่มและหลับนอนบนพื้นดินแข็งกระด้างที่คลุมด้วยใบไม้แห้งทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวังเขาหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่อาจมีนักล่าหรือสัตว์ร้ายและพยายามจดจำทิศทางตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์แม้จะยังไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเขาคือที่ใด แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดเดิน
ในบ่ายวันที่สี่ขณะที่หลี่เฟิ่งกำลังเดินสำรวจหาแหล่งน้ำบนเนินเขาเล็กๆ แห่งหนึ่งสายตาพลันเหลือบไปเห็นพุ่มไม้รกทึบที่ดูผิดแปลกไปจากปกติมันมีเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่นราวกับกำแพงธรรมชาติและมีกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ แตกต่างจากกลิ่นดินกลิ่นต้นไม้ทั่วไปที่คุ้นเคย มันเป็กลิ่นอายที่ลึกลับและเยือกเย็น
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่าที่นี่อาจมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่หลี่เฟิ่งจึงตัดสินใจใช้มีดสั้นเก่าๆที่พกติดตัวมาฟันเถาวัลย์เ่าั้ออกอย่างช้าๆ เถาวัลย์นั้นหนากว่าที่คิดมันเหนียวและแข็งแรงกว่าต้นไม้ทั่วไป ราวกับมีอะไรบางอย่างปกป้องมันไว้
เมื่อเถาวัลย์ถูกฟันออกไปเผยให้เห็นทางเข้าถ้ำแคบๆ แห่งหนึ่งปากถ้ำถูกปิดด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีตะไคร่น้ำเกาะหนาแน่นราวกับว่าถ้ำแห่งนี้ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปนับพันปี หลี่เฟิ่งรู้สึกถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดออกมาจากภายในถ้ำราวกับเป็ลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่หลับใหลอยู่เบื้องลึกเขาก้าวเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง แม้จะยังคงมีความหวาดกลัวแต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่า
ภายในถ้ำมืดสนิทหลี่เฟิ่งได้แต่คลำทางไปข้างหน้าด้วยความยากลำบากกลิ่นอายลึกลับที่ััได้จากภายนอกยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อเข้ามาข้างในเขาก้าวเดินไปได้ไม่ไกลนัก เท้าก็พลันเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างที่ลื่นทำให้ร่างกายของเขาเสียหลัก และพลัดตกลงไปในปล่องมืดมิดเบื้องหน้า
"โอ๊ย!" เสียงของหลี่เฟิ่งดังขึ้น ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงหล่นลงไปในความมืดเขาไม่รู้ว่าตัวเองตกลงไปลึกแค่ไหน แต่รู้สึกเหมือนตกลงมานานแสนนานก่อนที่ร่างกายจะกระแทกเข้ากับพื้นดินที่นุ่มกว่าที่คิด
โชคดีที่พื้นเบื้องล่างเป็เพียงเนินดินที่ลาดเอียงลงไปไม่ใช่หินแข็ง ทำให้เขาไม่ได้รับาเ็สาหัสแต่ก็มีรอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนอยู่บ้าง หลี่เฟิ่งพยายามลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลความมืดมิดยังคงโอบล้อมเขาไว้แต่ตอนนี้สายตาของเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับความมืดได้เล็กน้อยทำให้มองเห็นโครงร่างของผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาด
เขาค่อยๆคลานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มือขวาของเขายังคงกำมีดสั้นที่พกติดตัวมาแน่นเพื่อใช้เป็เครื่องป้องกันตัวหากมีอันตรายใดๆแต่สิ่งที่ััได้จากรอบข้างกลับไม่ใช่ความอันตรายแต่เป็ความสงบนิ่งที่แปลกประหลาดราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ถูกเก็บซ่อนไว้จากโลกภายนอกมาเนิ่นนาน
เมื่อคลานไปได้อีกไม่ไกลนักสายตาของหลี่เฟิ่งก็พลันจับจ้องไปที่จุดๆ หนึ่ง แสงเรืองรองสีเงินอ่อนๆส่องออกมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางถ้ำ มันเป็แสงที่นวลตา ไม่ได้สว่างจ้าแต่กลับมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดสายตาของเขาให้มองไปอย่างไม่อาจละสายตาได้
ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้หลี่เฟิ่งคลานเข้าไปใกล้ก้อนหินก้อนนั้นและสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวดุจกลองศึก
บนแท่นหินที่ดูราวกับถูกสลักขึ้นมาอย่างจงใจมี มีดสั้นเล่มหนึ่ง ปักอยู่อย่างโดดเดี่ยว แสงสีเงินอ่อนๆที่เปล่งออกมานั้นมาจากตัวมีดสั้นเล่มนี้เองมันเป็มีดสั้นที่แตกต่างจากมีดสั้นทั่วไปอย่างสิ้นเชิงด้ามจับทำจากวัสดุที่ไม่รู้จัก มีลวดลายสลับซับซ้อนที่ดูคล้ายเกล็ดัใบมีดเรียวยาว โค้งงอเล็กน้อยคล้ายพระจันทร์เสี้ยวและมีประกายสีเงินที่เปล่งออกมาอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความคมกริบและพลังอำนาจที่ไม่อาจอธิบายได้
หลี่เฟิ่งยื่นมือออกไปััมีดสั้นเล่มนั้นอย่างช้าๆหัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นทุกครั้งที่ปลายนิ้วเข้าใกล้มีดและเมื่อปลายนิ้วของเขาััเข้ากับด้ามมีด สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
กระแสพลังงานเย็นเฉียบสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ร่างกายของหลี่เฟิ่งทันทีราวกับมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบไปทั่วร่าง มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเ็ปแต่กลับเป็ความรู้สึกที่เย็นะเืและคุ้นเคยอย่างประหลาดราวกับมีดเล่มนี้เป็ส่วนหนึ่งของเขามาแต่กำเนิดพลังงานนั้นไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณในร่างกายทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งบางอย่างที่ตื่นขึ้นมาจากห้วงลึกของจิตใจ
ในขณะเดียวกันภาพบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในความคิดของเขา มันเป็ภาพที่เลือนราง ไม่ชัดเจนนักแต่ก็พอจะเห็นได้ว่าเป็ภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังร่ายรำกระบี่อย่างสง่างามท่ามกลางหมู่เมฆสีเงิน กระบี่ในมือของชายผู้นั้นดูเหมือนจะเป็มีดสั้นเล่มเดียวกันนี้เองก่อนที่ภาพเ่าั้จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
หลี่เฟิ่งสะดุ้งเล็กน้อยเขาถอนมือออกจากมีดสั้นชั่วขณะแต่ความรู้สึกคุ้นเคยและพลังงานที่ไหลเวียนในกายยังคงอยู่
"นี่มัน... อะไรกัน?" เขากระซิบถามตัวเองเสียงของเขาแหบพร่าด้วยความประหลาดใจ
เขายื่นมือออกไปััมีดสั้นอีกครั้งคราวนี้ความรู้สึกเย็นเฉียบและพลังงานที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายกลับรุนแรงกว่าเดิมภาพลางๆ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ชัดเจนขึ้นเล็กน้อยคราวนี้เขาเห็นชายผู้นั้นใช้มีดสั้นเล่มนี้โจมตีศัตรูอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับเงาที่เคลื่อนไหวไปในความมืดวิชาการต่อสู้นั้นงดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
หลี่เฟิ่งััได้ถึงพลังงานที่ซ่อนอยู่ในมีดเล่มนี้มันไม่ใช่เพียงแค่มีดสั้นธรรมดา แต่มันคือ "มีดสั้นปริศนา" ที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจและอาจมีความลับบางอย่างที่เชื่อมโยงกับอดีตของเขาหรือแม้กระทั่งความลับของหมู่บ้านที่ถูกทำลาย
เขากำมีดสั้นในมือแน่นรู้สึกถึงน้ำหนักที่พอเหมาะและสมดุลที่ลงตัวมันเป็ความรู้สึกที่มั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาดราวกับว่ามีดเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
"เ้า... จะอยู่เคียงข้างข้าใช่ไหม"หลี่เฟิ่งพึมพำกับมีดสั้นในมือ
แสงสีเงินอ่อนๆจากใบมีดเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับเป็การตอบรับคำพูดของเขาหลี่เฟิ่งรู้สึกถึงความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างเขากับมีดเล่มนี้มันไม่ใช่แค่สิ่งของแต่เป็เหมือนเพื่อนคู่ใจที่จะร่วมเดินทางไปในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย
หลี่เฟิ่งเก็บมีดสั้นปริศนาไว้ในเสื้ออย่างทะนุถนอมมันเป็สมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่เขาได้จากการรอดชีวิตในครั้งนี้
เขามองไปรอบๆถ้ำอีกครั้ง พยายามสำรวจว่ามีอะไรอีกบ้างแต่ก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากหินงอกหินย้อยและผนังถ้ำที่ชื้นแฉะราวกับว่ามีดสั้นเล่มนี้ถูกซ่อนไว้เพื่อรอคอยเขาเพียงผู้เดียว
แม้จะยังไม่เข้าใจความลับที่ซ่อนอยู่ในมีดสั้นเล่มนี้อย่างถ่องแท้แต่หลี่เฟิ่งก็รู้สึกถึงความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขารู้สึกว่าตนเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว มีดสั้นเล่มนี้คือเพื่อนร่วมทางและอาจเป็กุญแจสำคัญที่จะนำพาเขาไปสู่เส้นทางแห่งการแก้แค้นและค้นหาความจริง
เขาพยายามปีนกลับขึ้นจากปล่องที่ตกลงมาอย่างยากลำบากโดยใช้แรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด และเมื่อขึ้นมาถึงปากถ้ำเขาก็ไม่รอช้าที่จะออกจากสถานที่ลึกลับแห่งนี้ แม้จะยังคงมีคำถามมากมายในใจแต่เขาก็รู้ว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะไขปริศนาเ่าั้
หลี่เฟิ่งก้าวออกมาจากถ้ำลับสู่แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลง เขาหันกลับไปมองปากถ้ำอีกครั้งเถาวัลย์เริ่มเลื้อยกลับมาปกคลุมทางเข้าอย่างช้าๆราวกับถ้ำแห่งนี้ไม่เคยมีอยู่จริง
เขาก้าวเดินต่อไปในป่าที่กว้างใหญ่สายตาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวหรือสิ้นหวังอีกต่อไปแต่เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งที่เพิ่งตื่นขึ้นเขากำมีดสั้นปริศนาที่ซ่อนอยู่ในเสื้อแน่นมันเป็ดั่งเข็มทิศนำทางในความมืดมิดของยุทธภพที่เขาจะต้องเผชิญ
เส้นทางแห่งการแก้แค้นยังอีกยาวไกลแต่ในมือของเขา บัดนี้มี "มีดสั้นปริศนา" เล่มหนึ่งซึ่งจะเป็เพื่อนคู่ใจที่คอยเคียงข้างเขาไปจนถึงวันสุดท้ายของการเดินทาง...