บทที่ 25 ฟื้นคืนชีพ
ซ่งฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ยืนตะลึงอยู่กับที่ ขณะที่รอบ ๆ มีผู้คนมามุงดูเต็มไปหมด บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งตำรวจ
ซูช่านเดินไปที่ข้างร่างของชายหัวล้าน ยกเท้าเหยียบลงบนข้อเท้าที่หักของอีกฝ่าย คนตรงหน้าเจ็บจนอ้าปากจ้องมองซูช่านด้วยดวงตาเบิกกว้าง แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้อีกแล้ว
"จะให้เงินใช่ไหม"
ชายหัวล้านไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ได้แต่พยักหน้าอย่างสุดกำลัง ตอนนี้ทั่วร่างของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ไม่นานนักชายหัวล้านถูกพยุงเข้าไปข้างใน เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโอนเงิน ทั้งร่างของเขายังคงสั่นไม่หยุด
"ซ่ง คุณซ่งคนสวย สองหมื่น ผมจะโอนให้คุณเดี๋ยวนี้" ชายหัวล้านพูดพลางหอบหายใจ
"แค่สองหมื่นเหรอ" ซูช่านขมวดคิ้วถามกลับ
ชายหัวล้านรีบแก้คำพูดทันที "ยัง ยังมีค่าโทรศัพท์อีก ไม่สิ สามหมื่น สามหมื่นหยวน"
"แค่สามหมื่นเหรอ" ซูช่านถามอีกครั้ง
ซ่งฉิงและชายหัวล้านต่างตกตะลึง
เมื่อเห็นซูช่านถือท่อเหล็กค่อย ๆ วางลงบนโต๊ะ ชายหัวล้านแทบจะฉี่ราด ร้องไห้พลางะโใส่ซูช่าน "พี่ครับ พี่ใหญ่ สรุปแล้วเท่าไหร่กันแน่ครับ บอกตัวเลขมาเถอะครับ ผมกลัวแล้ว ผมกลัวจริง ๆ"
"ถ้าจ่ายเงินแล้วผมต้องไปโรงพยาบาลอีก ขอร้องละครับพี่ใหญ่"
ซูช่านหรี่ตาพูดว่า "นี่มันเป็การฉ้อโกง ควรจะเพิ่มอีกหนึ่งแสน"
ฮึ่ม!
ซ่งฉิงเบิกตากว้าง อยากจะอ้าปากพูด แต่ถูกซูช่านห้ามเอาไว้
ชายหัวล้านก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างกำโทรศัพท์สั่นระริกด้วยความกลัว เขากัดฟันดังกรอด ๆ
เมื่อเห็นท่อนเหล็กในมือของซูช่าน ชายหัวล้านรีบกดโอนเงินจำนวนหนึ่งแสนสามหมื่นทันที
"โอนแล้ว โอนให้แล้ว พี่ชาย ปล่อยให้ผมไปโรงพยาบาลเถอะ" ชายหัวล้านมองด้วยแววตาเ็า แต่แสร้งทำหน้าน่าสงสารมองไปที่ซูช่าน
ซูช่านไม่ได้พูดอะไร เขาจูงมือซ่งฉิงเดินออกไปข้างนอก
เมื่อเห็นทั้งสองคนจากไป ชายหัวล้านยกมือขึ้นแล้วต่อยโต๊ะอย่างแรง พร้ะโกนว่า "เลี้ยงนกอินทรีมาทั้งชีวิต แต่กลับโดนนกอินทรีจิกตา ไอ้เวรเอ๊ย รอดูกันไว้"
ที่ป้ายรถเมล์ ซ่งฉิงยิ้มพลางพูดกับซูช่านว่า "ซูช่าน เราไม่ได้เจอกันเกือบสิบปีแล้ว วันนี้ขอบคุณนายจริง ๆ ไม่งั้นฉันคงจัดการกับพวกเขาไม่ได้"
"ถ้าไม่ทำให้โหดพอ พวกเขาก็จะไม่จำบทเรียน" ซูช่านโบกมือพลางกล่าว
"แต่… แต่พวกเขาจะแจ้งตำรวจไหม ถ้าหากพวกเขาตามหานาย..."
ซูช่านส่ายหน้าพลางกล่าว "คนที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายแบบนี้ จะกล้าให้เ้าหน้าที่รู้เื่ได้ยังไง?"
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าของซ่งฉิงก็ดังขึ้น เมื่อเธอหยิบขึ้นมาดู สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที รีบยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
"แม่คะ เกิดอะไรขึ้น อย่าร้องไห้สิคะ พ่อแย่ลงเหรอ"
น้ำเสียงของซ่งฉิงสั่นเครือขึ้นมาทันที พูดทั้งน้ำตา "แม่อย่าในะคะ หนูจะรีบไป เดี๋ยวจะเอาเงินไปให้"
หลังจากวางสาย เมื่อเห็นว่ายังไม่มีแท็กซี่ผ่านมาเลย น้ำตาของซ่งฉิงก็ไหลรินไม่หยุด
"คุณลุงเป็อะไรเหรอ" ซูช่านถามด้วยความกังวล
"พ่อของฉันเป็โรคไตวายระยะสุดท้าย เมื่อกี้แม่โทรศัพท์มาบอกว่าอาการไม่ดีแล้ว พ่อลำบากมาทั้งชีวิต ไม่นึกว่าตอนแก่จะต้องมาเป็แบบนี้" ซ่งฉิงพูดพลางร้องไห้อย่างเศร้าโศก
ในตอนนั้นมีรถแท็กซี่วิ่งผ่านมาพอดี ซูช่านรีบโบกมือเรียก พลางพูดว่า "ฉันเคยเรียนแพทย์มาก่อน ให้ฉันไปดูอาการที่โรงพยาบาลด้วยนะ"
ซ่งฉิงเห็นความหวังดีของซูช่าน จึงไม่ได้ปฏิเสธและรีบขึ้นแท็กซี่ไป
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลกลางเมืองไห่ ทั้งสองรีบเดินเข้าไปในตึกผู้ป่วยใน ขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นห้า แล้วเลี้ยวเข้าไปในระเบียงทางเดิน
ซูช่านเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งคุกเข่าอยู่กลางระเบียงทางเดิน กำลังร้องไห้คร่ำครวญพลางก้มศีรษะโขกพื้นไปทางห้องผู้ป่วยด้านหน้า รอบ ๆ มีคนไข้และญาติมายืนมุงดูกันอยู่ไม่น้อย
"พ่อ!" ซ่งฉิงร้องเสียงดังพลางวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ซ่งฉิงเพิ่งจะเดินไปถึงข้าง ๆ หญิงคนนั้น ยังไม่ทันได้ยื่นมือไปประคอง ประตูห้องผู้ป่วยก็เปิดออก ชายในชุดกาวน์สีขาวเดินออกมาพลางส่ายหน้าถอนหายใจ "เสียใจด้วยครับ พวกเราทำดีที่สุดแล้ว"
ตึง!
ในชั่วขณะนั้น สมองของซ่งฉิงและหญิงที่คุกเข่าอยู่กับพื้นก็ว่างเปล่าไปหมด ในหูมีเพียงเสียงอื้ออึงที่ดังก้องอยู่เท่านั้น
คนไข้และญาติที่ยืนมุงดูอยู่รอบ ๆ ต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
"โธ่ คุณซ่งเป็คนดีนะ ตอนที่มาส่งยังเดินได้อยู่เลย เร็วเกินไปแล้ว"
"ใช่ เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเอาผลไม้มาให้ฉันเลยนะ"
"ลูกสาวของเขาเป็คนกตัญญูมาก ได้ยินว่าขายรถเพื่อเอาเงินมารักษาคุณซ่งด้วย น่าเสียดายที่ลูกชายไม่ค่อยเชื่อฟัง"
หมอในชุดกาวน์ขาวที่ร่วมช่วยชีวิตทยอยเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย ซูช่านเห็นว่าคนไข้บนเตียงในห้องถูกคลุมด้วยผ้าปูเตียงแล้ว
เขาขมวดคิ้ว รีบเล็ดลอดเข้าไปในห้องผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว
มือข้างหนึ่งจับข้อมือที่ผอมแห้งและเย็นเฉียบของคนป่วย เขายังสามารถััได้ถึงชีพจรที่อ่อนแรงมาก ๆ
ยังพอมีทางรอด
ซูช่านรีบหยิบม้วนหนังแกะออกมาจากกระเป๋า หลังจากคลี่ออก มือขวาปัดผ่านเข็มเงินสามเล่ม แล้วดึงผ้าห่มบนตัวของลุงซ่งออกทันที จากนั้นแทงเข็มลงไปที่จุดชีพจรบริเวณหัวใจ จุดซื่อหม่านที่ท้อง และจุดเสินถิงที่ศีรษะ
เขาใช้นิ้วชี้ดีดเข็มเงินทั้งสามเล่มให้สั่นอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือขวาคว่ำลง มีกระแสพลังสีทองอ่อน ๆ ไหลลงมา ก่อนจะเข้าสู่ร่างของคนป่วยผ่านเข็มที่กำลังสั่น
"เฮ้ย คุณทำอะไรน่ะ? คนไข้เสียชีวิตแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้!" ชายในเสื้อกาวน์ขาวที่เพิ่งเดินจากไปก็กลับมาที่ประตู เมื่อเห็นซูช่านกำลังฝังเข็มให้คนไข้ เขาก็ตวาดด้วยความโกรธทันที
เสียงตวาดนั้นทำให้ซ่งฉิงและหญิงที่อยู่ข้าง ๆ สะดุ้ง
"คนไข้ยังพอมีทางรอด การที่หัวใจหยุดเต้นไม่ได้หมายความว่าตายสนิท ต่อเมื่อลมหายใจและชีพจรหยุดเต้นถึงจะถือว่าตายจริง" ซูช่านหันหน้าไปตอบหนึ่งประโยค มือขวาของเขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาสามเล่ม แล้วแทงลงไปที่จุดไท่หยางและจุดฮุ่ยอิน
ทันใดนั้นร่างของลุงซ่งบนเตียงผู้ป่วยก็กระตุกขึ้นมาอย่างฉับพลัน ปากอ้าออกกว้างแล้วสูดหายใจเข้าลึกยาว
เครื่องมือแพทย์ข้างเตียงที่เงียบสนิทไปก่อนหน้านี้พลันส่งเสียงดัง ‘ปี๊บ ปี๊บ’ ขึ้นมาอีกครั้ง เส้นกราฟแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ ชีพจร และค่าออกซิเจนในเื เริ่มขยับขึ้นลงบนหน้าจอแสดงผล
ญาติผู้ป่วยที่ยืนมุงดูอยู่ที่ประตู เมื่อเห็นลุงซ่งค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือและส่งเสียงชื่นชมยินดีกันอย่างคึกคัก
หมอที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับตะลึงงัน ส่วนซ่งฉิงและหญิงผู้นั้นที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ก็พลอยอึ้งไปด้วย
ซูช่านยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ เก็บเข็มเงินกลับคืน แล้วหันไปพูดกับซ่งฉิงว่า "ช่วยคนไว้ได้แล้ว กินยาจีนต่อไปอีกสักสิบวันก็จะหายเป็ปกติ"
ตอนนี้ซ่งฉิงรู้สึกซาบซึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไรกับซูช่านดี เธอวิ่งไปที่ข้างเตียงคนไข้ เห็นพ่อมองตัวเองด้วยสีหน้าอ่อนแรง จู่ ๆ ก็ร้องไห้จนพูดไม่ออก
"อย่าร้องไห้สิ ฉิงฉิง รีบไปขอบคุณหมอคนนี้เร็ว" พ่อซ่งที่นอนอยู่บนเตียงพยายามเช็ดน้ำตาบนใบหน้าลูกสาวอย่างยากลำบาก พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
หลังจากผ่านไปสักครู่ ซ่งฉิงและซูช่านนั่งลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่างของโรงพยาบาล ซูช่านยังต้องกลับไปรับเย่จื่อเมิ่งเลิกงาน
"หลายปีที่ไม่ได้เจอกัน นายดูเปลี่ยนไปมากนะ แต่ก่อนเป็คนซื่อ ๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เก่งเื่ต่อสู้ แต่ยังมีฝีมือด้านการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมด้วย" ซ่งฉิงก้มหน้าพูดเบา ๆ
ซูช่านยิ้มเล็กน้อย "ผ่านเื่ราวมาบ้าง ก็เลยเปลี่ยนไปบ้างละมั้ง อ้อใช่ แล้วทำไมไม่เห็นสามีเธอล่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซ่งฉิงใบหน้าแดงก่ำพลางกล่าวว่า "ฉัน... ฉันยังไม่มีแฟน"
"เอ่อ... โทษทีนะ" ซูช่านคิดว่าอายุใกล้สามสิบแล้ว น่าจะแต่งงานมีลูกไปแล้ว ไม่คิดว่าซ่งฉิงจะยังไม่มีแฟน
ขณะที่รอรถอยู่ริมถนน ทั้งสองได้แลกเบอร์โทรศัพท์กัน ซ่งฉิงพูดเสียงเบาว่า "อีกไม่กี่วัน รอให้พ่อฉันอาการดีขึ้นก่อน แล้วฉันจะเลี้ยงข้าวนายนะ"
"ติดต่อได้ตลอดเวลาเลย" ซูช่านพยักหน้า ก่อนจะโบกเรียกแท็กซี่ออกจากโรงพยาบาลไป
ซูช่านเพิ่งขึ้นรถได้ไม่นาน โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา เมื่อมองดูพบว่าเป็เบอร์ที่ไม่รู้จัก เขาค่อย ๆ ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
"คุณซูช่าน คุณอยู่ที่ไหน ผมเฉินเฮ่าหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย" เสียงเ็าของเฉินเฮ่าดังมาจากโทรศัพท์
"มีอะไรเหรอ ผมต้องรายงานคุณว่าอยู่ที่ไหนด้วยเหรอ" ซูช่านหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าว
"คุณรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลยจะดีที่สุด ตระกูลเหวินพาคนมาที่บริษัทแล้ว ประธานเย่ยังอยู่ข้างใน กำลังเจรจากัน" เฉินเฮ่ารีบลดเสียงลง
"คุณเก่งมากหรอกไม่ใช่หรือไง เื่วุ่นวายก็คุณก่อขึ้นมา แล้วจะปล่อยให้ประธานเย่ที่เป็ผู้หญิงแบกรับคนเดียวเหรอ"
การสนทนายังไม่ทันจบ โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้งเมื่อมีข้อความเข้ามา ซูช่านยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นว่าเป็ข้อความจากเย่จื่อเมิ่ง มีเพียงห้าตัวอักษร ‘อย่ามาที่บริษัท’
ซูช่านขมวดคิ้ว เขาวางสายเฉินเฮ่าทันที แล้วพูดกับคนขับแท็กซี่ว่า "คุณครับ ช่วยขับเร็วขึ้นอีกหน่อยได้ไหม"