ตอนที่ 8
คิดถึง
เครื่องบินส่วนตัวขนาดใหญ่ภายในมีเพียงเสียงเปิดหน้ากระดาษของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างกับดนตรีบรรเลงที่ทำให้บรรยากาศน่านอน
“คุณพอร์ชอยากได้แชมเปญไหมคะ”
“ไม่ครับ”
“อยากทานอะไรหน่อยไหมคะ”
“ไม่ครับ”
“คุณพอร์ชครับนี่คือข้อมูลที่คุณให้ผมหาครับ” เควินส่งกระดาษเอกสารให้เ้านายก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบมาอ่าน
“ชื่อจันทร์เ้า…ครอบครัวอยู่กระบี่…”
“ตอนแรกครอบครัวของเธออยู่กรุงเทพครับต่อมาก็ย้ายไปอยู่ที่กระบี่และก็สานต่อกิจการของครอบครัวฝั่งผู้หญิงครับปัจจุบันมีสวนผลไม้และส่งออกไวน์ไปต่างประเทศ รวมถึงรีสอร์ตที่ชื่อว่าจันทร์เ้าด้วยครับ”
“แสดงว่าเธออยู่กระบี่”
“ใช่ครับ”
พอร์ชสั่งให้เควินหาข้อมูลเ้าของเบอร์ที่โทรเข้ามาเขาแค่อยากรู้ว่าเธอชื่ออะไร เป็ใคร อยู่ที่ไหน ทำงานอะไรเท่านั้น
ทั้งที่เคยบอกไว้แล้วว่าหลังจากเกิดเื่ในวันนั้นต่างคนต่างไป ไม่ต้องรู้จักกันอีก แต่เขากลับ…ทำไม่ได้
“เฮ้อ…” เขาใช้กระดาษใบนั้นเคาะไปที่หน้าผากเบาๆก่อนจะส่ายหน้าไปมาด้วยความสับสน
_________________________________
อาทิตย์ต่อมา
20.38 น.
จันทร์เ้านอนหงายอยู่บนเตียงสไลด์ดูซีรีส์เกาหลีที่ตอนนี้มีหลายเื่ที่เธอยังไม่ได้ดู ตั้งใจว่าจะดูให้จบวันนี้ซะเลยเธอลุกขึ้นไปหาสายหูฟังที่ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ตรงไหนจนเดินไปควานหาในกระเป๋าใบใหญ่ที่วางไว้บนเก้าอี้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่สายหูฟัง แต่เป็กระดาษที่มีเบอร์โทรของผู้ชายคนนั้น
เกือบลืมไปแล้วเชียวว่ายังมีเบอร์ของเขาอยู่
แล้วจู่ๆก็มีภาพในหัวปรากฏขึ้นมาเป็ภาพที่เขามองตาเธอด้วยความปรารถนาเร่าร้อน มันยังคงชัดเจนไม่เลือนหายไปแม้แต่เพียงส่วนเดียว เธอคิดถึงเขาจังชาตินี้คงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้วล่ะ เรียกได้ว่า วันไนท์สแตนด์ของจริง
เฮ้อ…พรุ่งนี้เธอต้องไปกรุงเทพ ่บ่าย แต่ยังไม่ได้โทรหาเพื่อนเลยสักคนถ้าโทรไปหาเธียเตอร์ตอนนี้ จะโดนบ่นไหมเนี่ย
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดสายโทรออก
“ฮัลโหล”
[กว่าจะโทรมาได้นะต้องรอให้ฉันตายก่อนไหม]
“เป็อะไรของแกเนี่ย”
[ไม่ต้องมาพูดดีหายไปไหนมา โทรไปไม่เคยรับสาย และก็ไม่เคยโทรกลับด้วย]
“ก็ช่วยป๊าทำงานนี่แหละแกล่ะเป็ไงบ้าง”
[ก็ดี…]
“เธีย…ฉันได้ยินเสียงใครอ่ะ”
[อะ…อะไร…หูไม่ดีแล้วนะแกอ่ะ]
“ไม่…แกอยู่ห้องกับใคร”
[คน…คนเดียว…แค่นี้ก่อนนะ]
“เอ้า”
แล้วสายก็ถูกตัดไป
อะไรกันเธอยังไม่ได้พูดต่อเลย ทำไมเพื่อนหนุ่มต้องรีบวางสายขนาดนั้น เหอะโทรไปหาเรียวก็ได้
[ฮัลโหล]
“แกรอสายฉันอยู่เหรอ น้ำเสียงดูดีใจมาก”
[อ้าว…แกเองเหรอ]
“ใช่ ฉันเอง แกรอสายใครอยู่”
[เปล่าสักหน่อย]
“ไม่เนียนนะจ๊ะ”
[มีอะไรคะคุณจันทร์เ้า]
“คิดถึงแก”
[แล้วเื่ผู้ชายคนนั้นไปถึงไหนแล้ว]
“เฮ้อ...ไม่อยากคุยเื่นี้เลยอ่ะ”
[แกโทรไปหาเขาหรือยัง]
จันทร์เ้านิ่งไปเพราะไม่รู้จะตอบคำถามของเพื่อนสนิทยังไง
[จันทร์เ้า]
“ฉัน…ฉัน…ฉัน…”
[ถ้าจะโกหกก็ไม่ต้องเลยนะติดอ่างขนาดนี้ จะพูดอะไรก็พูดมา เอาความจริง]
“ก็…ก็โทรไปแล้ว…” แต่พอนึกถึงวันนั้นก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิด…“…แกรู้ไหมว่าเขาพูดว่าอะไร เขาให้ลูกน้องโทรมาหาฉันเพื่อขอเลขบัญชี”
[เลขบัญชี? เอาไปทำอะไร]
“จะโอนเงินให้ฉันนะสิบอกว่าจะรับผิดชอบพร้อมกำชับว่าอย่าเอาเื่ไปบอกนักข่าว เขาคิดว่าฉันโทรไปขอเงินคิดว่าฉันเป็ผู้หญิงอย่างว่า”
[แกจำได้หรือเปล่าว่าเขาหน้าตาเป็ไง]
“จำได้ดิ...จำได้ชัดเลยแหละ” ไม่ได้ชัดอย่างเดียวแต่เธอลืมไม่ลงต่างหาก
[ส่งเบอร์มาให้ฉัน]
“แก…แกจะเอาไปทำไม”
[มันมาพรากครั้งแรกแกไปนะ]
ถึงจะเป็อย่างนั้นก็เถอะเธอไม่ได้้าจะติดต่อเขาอีกแล้ว ในเมื่อเื่มันผ่านมาแล้วก็ให้แล้วกันไปเถอะ
“ช่างเถอะ...ฉันก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น]
[ได้ไงวะ]
“เรียว…พรุ่งนี้ฉันจะไปกรุงเทพว่าจะไปหาแกอยู่บ้านหรืออยู่คอนโด”
[ฉันอยู่บ้าน ไว้แกมาฉันจะไปนอนที่คอนโดกับแกก็แล้วกัน]
“น่ารักมากเพื่อน ไว้เราไปเที่ยวกัน”
[ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่เลย…ว่าแต่ แกโทรไปหาเธียเตอร์หรือยัง]
“โทรไปแล้ว ฉันได้ยินเสียงผู้ชายอยู่ในห้องมัน”
[...บ้า มันอยู่คนเดียว]
“ไม่เชื่อ แกลองโทรไปสิ ฉันได้ยินมันอยู่กับผู้ชาย ตกลงมันมีแฟนแล้วเหรอ”
[ไม่มีทาง]
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“จันทร์เ้า…”
“งั้นแกลองโทรไป พ่อเรียกละฉันไปก่อนนะ”
[เค]
จันทร์เ้าวางสายจากเพื่อนสนิทก่อนจะลุกไปเปิดประตูห้อง
“ค่ะ”
“ป๊าจะมาคุยด้วยเื่ที่เราจะไปกรุงเทพพรุ่งนี้”
เธอหลีกทางให้ป๊าเดินเข้ามาในห้องเพื่อหาที่นั่งจากนั้นทั้งสองคนก็นั่งมองหน้ากัน เธอรู้ว่าป๊าเป็ห่วงไม่อยากให้ไป แต่ยังไงเธอก็ต้องไปเธออยากหาประสบการณ์จะได้กลับมาช่วยพัฒนาต่อยอดธุรกิจของครอบครัว
“มั่นใจแล้วใช่ไหมว่าจะไป”
“อื้อ”
“ให้หมวยไปเป็เพื่อน…”
“โธ่ป๊าหนูไปอยู่ที่นั่นคนเดียวเมื่อไหร่ล่ะ เรียวก็อยู่เธียเตอร์ก็อยู่”
“แต่เพื่อนเราเขาไม่ได้มีเวลาอยู่กับเราตลอดเวลานะ”
“หนูไปนอนที่คอนโดเรียวค่ะป๊าไม่ต้องห่วง อีกอย่าง…” เธอเดินเข้าไปนั่งข้างป๊าก่อนจะโอบกอดแน่น“หนูอยากมีประสบการณ์ในการทำงานมากกว่านี้อยากได้ความรู้ใหม่ๆ จะได้มาช่วยป๊าไง ไม่ดีเหรอ”น้ำเสียงและแววตาออดอ้อนทำให้ป๊าถอนหายใจเอื้อมมือขึ้นไปวางบนศีรษะลูกสาวอย่างเอ็นดู
“จันทร์เ้า ่ที่ลูกไปอยู่กรุงเทพ นอนหอเป็ปีป๊ากับแม่ก็ทรมานใจมากเลยนะ แต่ถ้าหนูต้องไป…”
“หนูขอเวลาแค่ 1ปี แล้วหนูจะกลับมา หลังจากนั้นจะไม่ไปไหนอีกแล้วจะไปหาเพื่อนแค่อาทิตย์สองอาทิตย์แค่นั้น ดีไหมคะ”
“เฮ้อ…เ้าเด็กแสบ ขี้อ้อนเหมือนใครกันนะ”
“เหมือนป๊าเวลาอ้อนแม่ไง”
“เดี๋ยวเถอะ”
“ฮ่าๆๆ”
“ป๊ารักเรามากนะ”
“หนูก็รักป๊าเหมือนกัน”
“มีอะไรรีบโทรหาป๊าเลยนะเข้าใจไหม”
“รับทราบ!!”
โรงแรม Red Blood
“เื่ข้อมูลบริษัทในเครือที่บรูไน พี่ดูหรือยัง” พอร์ชก้มหน้ามองเอกสารในมือพลางเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว
“อืม ดูล่ะ”
“พี่คิดเห็นว่ายังไง”
“ฉันจะให้คนเข้าไปคุยเื่แผนงาน ถ้าเขาไม่ฟัง ก็คงต้องถอนหุ้นคืน”
“เฮ้อ…เขาดื้อด้านเกินไป”
“อืม”
“แล้วเื่คุณเรียวล่ะ…ผู้หญิงที่เป็เลขาของพี่คนนั้นน่ะ”
“ทำไม”
“ตกลงพี่กับเธอ…”พอร์ชเอ่ยถามพลางเหลือบสายตาขึ้นไปมองพี่ชายเพื่อลองเชิงเขารู้จักพี่ชายของเขาดี ปกติจะเป็คนไม่สนใจเื่ผู้หญิงเลย สมองมีแต่เื่งานงานและก็งานเท่านั้น จนกระทั่งพี่ชายเจอกับเธอ ปฏิกิริยาของพี่จะแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าชอบจริงๆ
“ผมถามจริง…พี่จริงจังหรือเปล่า”
"อืม...จริงจัง"
"พูดจริง?"
"อืม"
"Oh MyGod!!" พอร์ชเบิกตาโตกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อพี่ชายเขาชื่อพอลสัน ขึ้นชื่อเื่ผู้หญิงอยู่แล้ว และไม่เคยจริงจังกับใครที่ไหนแต่ทำไมถึงได้…
"ใอะไรนักหนา"
"ก็…ไม่คิดว่าพี่จะจริงจังกับใคร"
"...ฉันจริงจัง"เขาสังเกตเห็นแววตาและใบหน้าเคร่งเครียดก็พอจะเดาได้ว่าสิ่งที่พี่ชายกำลังคิดมากอยู่ตอนนี้คงไม่ใช่เื่งาน
"แล้วมานั่งหน้าเครียดอยู่ทำไม"
พอลสันยื่นซองสีน้ำตาลให้พอร์ชดู เขาเอื้อมมือไปหยิบมาและเปิดดูข้างในมีรูปภาพของชายหญิงคู่หนึ่งใกล้ชิดกันจนเหมือนแฟน มันจะไม่มีอะไรหรอกถ้าผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่คุณเรียว ผู้หญิงที่พี่ชายเขากำลังจริงจังอยู่
ส่วนผู้ชาย ก็เป็คนที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
"ใครส่งมา"
"ไม่รู้"
"ผมว่าพี่ควรคุยกับเธอนะบางทีมันอาจไม่ได้เป็อย่างที่เราคิดก็ได้"
พอร์ชมองสีหน้าพี่ชายที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกังวลมากกว่าปกติแตกต่างกับพี่ชายที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง
"ฉัน...กลัว"
คำนั้นไม่ควรถูกปล่อยออกมาจากปากพี่ของเขาเพราะพี่ไม่เคยเกร็งกลัวอะไรทั้งนั้น
"มันไม่มีอะไรหรอกหมอนั่นคงไม่ใช้วิชาของน้องชายมาทำลายเราอีกครั้งหรอก"
"ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกันแน่"
"พี่ต้องโทรไปหาเธอคุยกับเธอเื่นี้"
พอร์ชมองดูพี่ชายที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะได้ยินเสียงกระแทกออกมา
"แล้วทำไมเธอไม่โทรหาฉันมีแต่ให้ฉันโทรหา!"
"..."
"เกือบอาทิตย์แล้วนะฉันต้องโทรหาเธอตลอด ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม ทั้งที่ปกติไม่เคยทำแบบนี้ด้วยซ้ำ!"
มันก็ใช่ที่พี่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนแต่เพราะเธอคนนั้นเป็ผู้หญิงที่พี่ชอบไม่ใช่หรือไง
"ก็พี่บอกจริงจังก็ต้องแตกต่างกับตอนปกติอยู่แล้ว"
“แล้วทำไมเธอไม่คิดจะโทรหาฉันล่ะ”
“พี่ต้องเข้าใจก่อนว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบให้ผู้ชายโทรหามากกว่า หรือไม่ เธออาจจะคิดว่าพี่ไม่ว่างมีธุระก็ได้”
“เหอะ! ข้ออ้างนะสิไม่ว่า”
“…”
พี่ชายของเขาในตอนนี้คล้ายเด็กน้อยขาดความรักยังไงก็ไม่รู้โหยหาแต่แฟนสาวจนเขาอดยิ้มมุมปากไม่ได้
กว่าจะได้เจอคนที่ตามหาก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตหลังจากนี้ก็หวังในใจลึกๆว่าพี่จะมีความสุขกับสิ่งที่เลือก