แม้จะอยู่ในชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ใครๆต่างอิจฉาแต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่รู้จักพอใจในสถานะของตัวเอง
หากจะแบ่งแยกให้ชัดเจนคนประเภทนั้นคือพวกที่อยู่ระดับ B และ C ในแวดวงชนชั้นอภิสิทธิ์ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยพวกเขาเก็บงำความรู้สึกต่ำต้อยและความโกรธเอาไว้ไม่มากก็น้อยวิธีการระบายอารมณ์ที่ง่ายที่สุด คือรังแกคนที่อ่อนแอกว่า
กิจกรรมหลักของงานเลี้ยงปีใหม่‘งานประมูลห้วงฝันมายา’ นี้ก็ถูกจัดขึ้นเพื่อการนั้น
ตอนที่เล่นเกมฉันเคยวาดแผนที่อาคารขึ้นมาเองเพื่อตะลุยเควสต์เลยพอจะจำเส้นทางลับได้คร่าวๆ
ฉันค้นความทรงจำของตัวเองเพียงครู่เดียวก็ค้นพบเส้นทางลับที่ว่าใช้เวลาไม่นานก็มาโผล่ที่ด้านหลังเวทีในห้องจัดเลี้ยงซึ่งเป็จุดหมายจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้องด้านหลังเวทีที่เต็มไปด้วยกล่องทองคำซึ่งบรรจุการ์ดไอเท็มหลากหลายประเภทเอาไว้เพื่อรอนำขึ้นเวทีการประมูล
ระดับไอเท็มใช้ได้เลยนี่
แม้จะไม่เห็นไอเท็มระดับความหายากสูงกว่าSR แต่ก็มี SR--- และ R+++ซึ่งนับเป็ไอเท็มหายากในระดับที่ดีมากพอสมควร
มีบางกล่องที่ขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยคงเป็สินค้าประมูลที่เปลี่ยนเป็การ์ดไม่ได้ถ้าหากตีมูลค่าทั้งหมดรวมกันคงสูงมากถึงหลักสิบถึงหลายร้อยล้านวอนแต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือกรงนกทองคำกรงใหญ่
รสนิยมต่ำทรามสิ้นดี
ภายใต้สีเวกัสโกลด์ซึ่งเป็เดรสโค้ดของงานเลี้ยง เด็กชายที่สวมเสื้อคลุมติดปีกขนนก ปักลวดลายด้วยด้ายสีทองเวกัสโกลด์กลับถูกจองจำอยู่ภายในกรงนกนั้น เขาคือ ‘ตัวละครที่เล่นได้’ ที่ชื่อ ‘ซาวอลเซอึม’
[เรียกดูข้อมูลตัวละคร ‘ซาวอลเซอึม’]
[ชื่อ : ซาวอลเซอึม]
[ฉายา : ผู้สืบทอดการส่งสารแห่งราชวงศ์สุดท้าย]
[พรคุ้มครอง : ไม่มี]
[แสงประทับ : ถูกผนึก]
[สถานะ : ถูกผนึกพลังสำหรับการขายสินค้า -สกิลทั้งหมดถูกผนึกจนกลายเป็เลเวล 1]
[ค่าศักยภาพโดยรวม : Lv.1]
[สกิล]
[ส่งสาร Lv.1]
[โบยบิน Lv.1]
[ศาสตร์แห่งวายุ Lv.1]
[คำอธิบาย : ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ส่งสารของกษัตริย์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์สุดท้ายตรัสว่า‘แม้จะกล่าวกันว่าชนชั้นถูกกำหนดมาแต่กำเนิดแต่ในสายตาของข้า คนทุกผู้ล้วนเท่าเทียมกัน’และดำเนินการปลดเปลื้องพันธนาการให้แก่เหล่าทาสรวมถึงข้ารับใช้มากกว่า 66,000 คนพร้อมกับมอบอิสระให้เหล่าผู้ส่งสารที่ปราศจากชื่อ สกุล และสถานะทางสังคม
ผู้ส่งสารที่ในเวลานั้นเกิดในเดือนเมษายนจึงได้รับนามสกุลว่า ‘ซาวอล’[1] ั้แ่นั้นมาตระกูลซาวอลซึ่งแต่เดิมไม่มีทั้งชื่อและตัวตนก็ได้รับหน้าที่ในการถ่ายทอด‘พระราชดำรัสของกษัตริย์ที่ไม่ควรถูกจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์’
หลังจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างมิติตระกูลซาวอลได้ใช้พลังพิเศษสร้างพลังที่จำลองจาก ‘ผู้ส่งสารในตำนาน’ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็เพียงตัวตนในตำนานขึ้นมา
สกิลของผู้ส่งสารโบราณประกอบด้วย‘ส่งสาร’ ‘โบยบิน’ และ ‘ศาสตร์แห่งวายุ’]
ในบรรดาสมาชิกตระกูลซาวอลมีเพียงซาวอลเซอึมที่ทั้งสามสกิลในตัวคนเดียว แต่ตอนนี้เขาถูกจองจำไว้ในกรงนกขนาดใหญ่โดยถูกปิดตาและพันธนาการมือ
ซาวอลเซอึมซึ่งกลั้นลมหายใจและอยู่เงียบๆเปล่งเสียงถามออกมาตะกุกตะกักราวกับััได้ว่ามีคนมาเยือน
“คุณเป็ใคร…?”
เพราะซาวอลเซอึมคือสินค้าราคาแพงเพื่อไม่ให้มูลค่าของเขาลดลง เขาจึงไม่ต้องเผชิญกับความรุนแรงหรือการถูกปล่อยให้อดอาหารแต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากของเขากลับดูแห้งผาก แม้แต่แก้มก็ซูบตอบดูอ่อนแอเสียจนถ้าไม่รู้จักมาก่อนก็คงคิดว่าเขาเป็เด็กประถม
“นายอยู่ในนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
“สัปดาห์…หรืออาจจะเดือน…”
ดูเหมือนว่าเขาจะสูญเสียการรับรู้ด้านเวลาไปเสียแล้ว
ถ้าเป็ในเกมซาวอลเซอึมจะถูกลักพาตัวหลังจากสอบภาคปฏิบัติของโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
ถึงครอบครัวจะแจ้งตำรวจแต่ในตอนนั้นโรงเรียนม.ปลายอึนกวังกำลังวุ่นวายอยู่กับการเสียชีวิตของครูหนึ่งคนกับนักเรียนม.ต้นอีกสี่คนจึงไม่สนใจคดีการหายตัวไปของเขาเท่าไร
ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันตำนาน ‘ซนมีกี’ กำลังถูกพูดถึงเป็วงกว้างจนกลบข่าวของซาวอลเซอึมเสียมิด
ตระกูลซาวอลเปิดเผยตัวต่อโลกมากไม่ได้จึงทำอะไรไม่ได้มากนัก
ตระกูลผู้ส่งสารของกษัตริย์ใช้ชีวิตอย่างสันโดษมาเนิ่นนานหลังจากที่ไตร่ตรองอยู่นานนับร้อยปี ในที่สุดพวกเขาก็ก้าวออกจากเงามืดและก้าวแรกคือการส่งซาวอลเซอึมเข้าเรียนที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
ตระกูลซาวอลพยายามปิดบังตัวตนของซาวอลเซอึมจากโลกภายนอกจนกว่าจะเขาจะโตเป็ผู้ใหญ่
หลังจากเรียนจบชั้นประถมและม.ต้นด้วยการสอบเทียบวุฒิซาวอลเซอึมมุ่งมั่นจะเข้าเรียนที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าของเ้าตัว ครอบครัวของเขาจึงอนุญาตให้สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
แต่ดันถูกทายาทของเครือญาติฝ่ายราชินีค้นพบเข้า…
ครูคนที่รับผิดชอบการคัดกรองเอกสารคือทายาทฝั่งเครือญาติของราชินี
เมื่อเห็นนามสกุล‘ซาวอล’ ครูคนนั้นก็เดาตัวจริงของซาวอลเซอึมได้ทันที จึงลงมือวางกับดักและลักพาตัวซาวอลเซอึมเพื่อขายในงานประมูลห้วงฝันมายา
ตามเนื้อเื่แล้วซาวอลเซอึมจะถูกช่วยเหลือในอีกสองปีข้างหน้า
เหตุเกิดใน่ที่ตัวละครหลักกับพรรคพวกแทรกซึมเข้าไปในงานประมูลห้วงฝันมายาเพื่อทำภารกิจทวงคืนมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกขโมยไปและสินค้าชิ้นแรกที่ถูกนำออกมาประมูลคือซาวอลเซอึมที่ถูกขังไว้สองปี
เ้าของซาวอลเซอึมกล่าวว่า‘ถ้าเอ่ยถึงผู้ส่งสาร ก็ต้องนึกถึงนกไม่ใช่เหรอ’ พลางหัวเราะชอบใจพร้อมกับปลดผ้าคลุมกรงออกและแล้วกลุ่มของตัวเอกกับพรรคพวกก็ได้เห็นปีกของสัตว์อสูรประเภทบิน ‘กรีฟักนา’ ซึ่งถูกเย็บติดกับแผ่นหลังที่เป็แผลเหวอะหวะของซาวอลเซอึม
ฉันไม่อยากเห็นอนาคตแบบนั้น
“ฉันมาช่วยนาย หนีกันเถอะ”
“ตะ…แต่ว่า…คุณอาเซมินถูกจับ…”
อาของซาวอลเซอึม? ซาวอลเซมิน?
หมายถึงคนที่เคยหายตัวไประหว่างการค้นหาซาวอลเซอึมและปรากฏตัวอีกครั้งในสภาพที่ถูกตัวตนประเภทิญญาจับไปดัดแปลงเป็เอเนมีอย่างนั้นเหรอ
โดนจับไปั้แ่ตอนนี้เองหรอกเหรอ
“พวกเขาจะสังเวยคุณอาเซมินเป็ตัวอย่างในโชว์เปิดงานประมูลห้วงฝันมายาคืนนี้…”
ซาวอลเซอึมปล่อยให้หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาในท้ายที่สุด
เขาน่าจะรู้ว่าถ้ามีคนผ่านมาจะเป็เื่เอาได้จึงแนบริมฝีปากลงบนไหล่เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นจนผ้าปิดตาเปียกชุ่ม
“ฉันจะปลดพันธนาการให้ นายแสร้งทำเป็ถูกมัดไปก่อนเดี๋ยวฉันจะช่วยอาของนายด้วย”
การมีอยู่ของซาวอลเซมินถือเป็ตัวแปรที่อยู่นอกเหนือการควบคุมแต่ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
“ขอบคุณครับ…ผมไม่เป็ไร ได้โปรดช่วยคุณอาเซมิน…”
“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวจะหมดแรงเอาเปล่าๆ อดทนไว้ก่อน”
ฉันไม่ค่อยสบายใจนักที่ต้องทิ้งให้ซาวอลเซอึมซึ่งใกล้จะหมดสติเต็มทีไว้ตามลำพังแต่ก็ช่วยอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
เมื่อเปิดหน้าต่างสถานะทั้งหมดขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนหัวกำลังจะะเิ
ฉันพยายามระบุตัวผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงทั้งหมดเป็เวลาหลายสิบวินาทีแต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ไป
แค่ได้เจอตัวละครที่้าก็พอ
ฉันทักทายผู้คนในงานเลี้ยงอย่างเป็กันเองและแทบไม่จำเป็ต้องเดินเข้าหาใครเลยด้วยซ้ำ แค่เดินเฉียดเข้าใกล้ ด้วยใบหน้าของ ‘ยอมจุนยอล’ไม่ว่าใครต่างก็เป็ฝ่ายเข้ามาทักก่อนในเมื่อเขาเป็ถึงลูกชายคนเดียวของยอมบังยอล หัวหน้าทีมสิงห์แดงเพลเยอร์ดาวรุ่งคนดัง ที่เหล่าคนระดับ B และ C ต่างอยากเข้ามาสานสัมพันธ์
“สวัสดีครับ ผมเพิ่งเข้าร่วมงานเป็ครั้งแรก ทุกคนได้เหรียญกันหรือยังครับ ผมไม่เคยเห็นไอเท็มแบบนี้มาก่อนเลย”
“แน่นอนอยู่แล้ว! นี่คือไอเท็ม SR+++ ที่บรรพตระกูลมอบให้เป็พิเศษเชียวนะ!”
พวกเขาถือเหรียญเงินบริสุทธิ์จนมือชุ่มไปด้วยเหงื่อพลางพูดโอ้อวดด้วยความภูมิใจเพราะไอเท็มระดับความหายาก SR+++ ถือว่าหายากมากและบางคนอาจไม่เคยได้ััเลยชั่วชีวิต
มันเป็ไอเท็มประเภทใช้แล้วทิ้งคงอยากจะถือไว้นานๆ ก่อนมันหายไปสินะ
แม้จะมีบางคนที่ระวังตัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ฉัน แต่ทุกคนก็ปฏิบัติกับเหรียญเงินบริสุทธิ์นั่นไม่ต่างกันไม่ว่าจะทักทายฉันหรือไม่ พวกเขาเอาแต่กำเหรียญไว้แน่น
หลังจากเดินวนรอบห้องจัดงานฉันก็เริ่มมีเวลาได้พักหายใจ
ฉันบอกกับทุกคนว่าเหนื่อยนิดหน่อยและอยากสักพักครู่จากนั้นก็ปลีกตัวออกจากฝูงชนมายืนอยู่ริมหน้าต่าง
สถานที่เฮงซวย
ผ้าม่านกำมะหยี่สีเวกัสโกลด์สะท้อนแสงจากโคมไฟระย้า ทำฉันแสบตาจนอยากสาดแชมเปญแบบไม่มีแอลกอฮอล์ในมือใส่มันให้รู้แล้วรู้รอด
ในขณะที่ฉันขมวดคิ้วใครบางคนก็มาชวนคุยจากด้านหลัง
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ยอมจุนยอล ฉันชื่ออีเรนา เป็นักเรียนใหม่ที่กำลังจะเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังในปีนี้ค่ะ”
“อืม…หวัดดี”
อีเรนาสวมชุดราตรีระยิบระยับพร้อมผูกริบบิ้นสีเวกัสโกลด์บนผมที่มัดรวบครึ่งศีรษะ ดูเข้ากันได้ดีกับเธอจากนั้นจึงโค้งคำนับให้ฉันอย่างสุภาพ
อีเรนาคือตัวละครเล่นได้ปีหน้าเธอจะกลายเป็วายร้าย แต่ภายหลังจะถูกตัวเอกชักชวนมาอยู่ฝั่งเดียวกันในที่สุด…
ฉันพยายามเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนบุคคลแต่ก็ต้องล้มเลิกเพราะปวดหัว
วันนี้ยังต้องใช้แสงประทับกับสกิลอีกมากฉันจึงไม่อยากสิ้นเปลืองพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์
อีเรนาไม่ค่อยมีพิษภัยรอดูต่อไปก่อนแล้วกัน
ถ้าเกิดหมดสติลงตรงนี้คงล้มเหลวในการช่วยสองอาหลานตระกูลซาวอลและขืนตัวฉันเองถูกจับตัวไปด้วยคงได้จบเห่กันพอดี
“ฉันเคยเห็นรุ่นพี่ยอมจุนยอลในทีวีด้วยนะคะ”
“งั้นเหรอ”
“คนระดับรุ่นพี่ยอมจุนยอล…ไม่คู่ควรกับสถานที่แบบนี้เลยสักนิด”
“สถานที่แบบนี้?”
ฉันลองหยั่งเชิงกลับไปอีเรนาจึงเผยอปากขึ้นทำท่าคล้ายจะพูด แล้วหลุบตาลงดวงตากลมโตกะพริบปริบดูแปลกประหลาด ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก
นี่คือผลของการปฏิญาณแห่งความเงียบงันอีเรนาจึงไม่อาจถ่ายทอดข้อมูลในเื่ที่เฉพาะเจาะจงได้
สาบานไปแล้วเหรอการประมูลยังไม่ทันเริ่มเลยนะ?
อีเรนาพยายามจะพูดบางสิ่งแต่ก็ยอมแพ้ไปจากนั้นจึงประสานมือไว้ที่หน้าอก เมื่อมองผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วฉันก็เห็นเหรียญเงินจำลองคำสาบานอันเงียบงันอยู่ในมือเธอ
สาบานไปแล้วแต่ยังถือเหรียญอยู่ งั้นก็หมายความว่า…
เหรียญเงินจำลองคำสาบานอันเงียบงันคือไอเท็มประเภทใช้แล้วทิ้ง ทันทีที่สาบาน ผู้ใช้จะถูกผูกมัด และเหรียญจะหายไปดังนั้นสิ่งที่กำลังผูกมัดอีเรนาอยู่คือ ‘คำสาบานของปีที่แล้ว’
พ่อแม่ของอีเรนาพาเด็กอายุสิบหกเข้ามาในที่แบบนี้เชียวเหรอ…
บนโลกฝั่งนี้อีเรนามีอายุเท่าโจอึยชินซึ่งหมายความว่า ถ้าเธอมาเข้าร่วมงานเมื่อปีที่แล้วเท่ากับว่าเธอถูกมาพาั้แ่อายุสิบหกปี ไม่สิ อาจจะเคยถูกพามาก่อนหน้านั้นอีก
“ฉันหมายถึง...ถ้าได้เห็นหน้ากันไว้ก่อนในอนาคตก็อาจจะพอช่วยเหลือกันได้บ้างน่ะค่ะ”
อีเรนาเผยท่าทีกระสับกระส่ายออกมาชัดเจน
แม้ฉันจะไม่รู้เบื้องลึกเื้ัของสถานการณ์ฝั่งเธอและสิ่งที่อยู่ในหัว แต่สามารถบอกได้ว่าเธอพยายามเตือนฉันอย่างอ้อมๆ
“…ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว รุ่นพี่รีบกลับบ้านไม่ดีกว่าเหรอคะเห็นว่าพ่อแม่ของรุ่นพี่ไม่ได้มาด้วย คงจะเป็ห่วงแย่”
“นั่นสินะ คุณพ่อคุณแม่คงกำลังเป็ห่วงอยู่”
“ฉันเคยได้ยินว่า หัวหน้าทีมสิงห์แดงรักลูกชายมากเอ่อ...หมายถึงรักลูกชายคนเดียวสุดๆ ไปเลยน่ะค่ะ”
เื่นั้นฉันก็รู้
ตอนที่ยอมจุนยอลในวัยสิบเก้าปีเสียชีวิตเกาะยออีโดก็กลายเป็ทะเลเพลิงเพราะยอมบังยอลหัวหน้าทีมสิงห์แดงระดมพันธมิตรและเผ่าัซึ่งล้วนเอ็นดูยอมจุนยอลบุกโจมตีอาคารรัฐสภา
แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ยอมบังยอลเป็พ่อที่ยอมเสียสละทุกสิ่งที่สั่งสมมาเพื่อแก้แค้นให้ดวงิญญาของลูกชายที่จากไป
ขณะเดียวกันก็มีพวกสารเลวอย่างพ่อแม่ของอีเรนาที่โยนลูกสาวตัวเองลงนรกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
“เธอไม่ต้องห่วงฉันหรอก”
“คะ?”
ตัวฉันที่ไม่ใช่ยอมจุนยอลรู้สึกเป็ห่วงอีเรนา
“ก่อนเปิดเทอม อย่าลืมลงทะเบียนหอพักโรงเรียนม.ปลายอึนกวังไว้ด้วยนะ”
เพื่อรักษาระยะห่างจากครอบครัวอีเรนาควรอาศัยอยู่ในหอพักประจำของโรงเรียน
“พอพิธีกรเดินขึ้นเวทีก็โยนเหรียญนั่นทิ้งไปซะ…ฉันขอตัว”
ฉันมอบคำแนะนำที่คิดว่าดีที่สุดเพื่อตอบแทนอีเรนาที่พยายามโน้มน้าวฉันก่อนจะหันหลังแล้วเดินกลับไปปะปนกับฝูงชนอีกครั้งปล่อยให้เธอยืนตกตะลึงระคนสับสนอยู่ตามลำพัง
“ท่านสุภาพบุรุษและท่านสุภาพสตรีทุกท่าน! ได้โปรดฟังทางนี้!ผม บยอนซุนฮเวพิธีกรและผู้ดำเนินงานประมูลห้วงฝันมายาขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าขณะนี้เป็เวลาตีสองแล้ว! ในที่สุดงานประมูลห้วงฝันมายาครั้งแรกของปีที่ทุกท่านกำลังเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ!”
น้ำเสียงโอ้อวดของพิธีกรดังกังวานไปทั่วห้องจัดงาน
ไม่กี่อึดใจถัดมาไฟในห้องดับลง ไอน้ำแข็งแห้งก็ค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วเวที
“ว้าว!”
“โอ้โฮ!”
ผู้คนพากันส่งเสียงฮือฮาเมื่อสปอตไลต์สีทองสว่างทยอยไล่ส่องการ์ดไอเท็มแต่ละใบในกล่องสีทอง จนกระทั่ง…
ซาวอลเซอึม…
แสงสปอตไลต์ลำสุดท้ายสาดส่องไปยังกรงนกกลางเวที
เมื่อซาวอลเซอึมที่ถูกขังไว้ถอดผ้าปิดตาออกดวงตาของเขาก็แดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“หึๆ …ได้ยินว่าเป็มรดกจากราชวงศ์สุดท้ายของหายากสุดๆ”
“ฮึ่ย…น่าเกลียดชะมัดฉันล่ะอยากพากลับบ้านไปอบรมมารยาทให้จริงๆ”
“ฉันอยากขอให้บรรพตระกูลที่รู้จักกันลองจับไปปล่อยไว้ใน ‘สวน’ ดู แล้วดูว่าจะรอดได้สักกี่วัน”
เสียงกระซิบกระซาบของผู้เข้าร่วมงานทำให้ใบหน้าของซาวอลเซอึมพลันซีดเซียวเขาปิดปากสนิทพลางมองไปรอบๆ ดูท่าคงพยายามมองหาฉันแม้ว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเพราะตอนที่เจอกันเ้าตัวยังใส่ผ้าปิดตาอยู่ก็ตาม
“ก่อนที่งานประมูลห้วงฝันมายาจะเริ่มขึ้น ผมมีบางสิ่งจะแสดงให้ทุกท่านได้ดู!”
แปะ!
บยอนซุนฮเวปรบมือเบาๆหนึ่งครั้ง
“ขอแนะนำให้รู้จักแมลงเม่า ผู้ริอ่านล่านกในกรงกับหนูสกปรกที่ถูกแมลงเม่านั่นล่อลวง!”
เท่าที่ดูคนที่ถูกจับไม่ได้มีแค่ซาวอลเซมิน
เมื่อลองทบทวนดูแล้วตระกูลซาวอลที่แทบจะตัดขาดจากโลกภายนอกนั้นจะรู้ทางมาที่งานประมูลแห่งนี้ได้ยังไง
ต้องมีบางคนในงานเลี้ยงหรือไม่ก็ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดงานคาบข่าวไปบอกซาวอลเซมินแน่
ในตอนนี้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ลากชายหญิงคู่หนึ่งขึ้นมาแล้วโยนลงกลางเวที
ฝ่ายชายน่าจะเป็ซาวอลเซมินซึ่งกำลังนอนไม่ได้สติในสภาพโชกเื
ฝ่ายหญิงสวมเครื่องแบบเหมือนกับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแม้ร่างกายจะมีาแหลายจุด แต่ยังประคองสติไว้ได้
เธอจ้องบยอนซุนฮเวด้วยสายตาอาฆาต
“เธอจะไม่เปลี่ยนใจจริงเหรอ ตอนนี้ยังทันนะแค่สาบานด้วยเหรียญคำสาบานอันเงียบงันก็จะกลับมาทำงานกับเราได้ตามปกติ…”
“ถุย!”
หญิงสาวที่ถูกลากขึ้นมาปฏิเสธคำชักชวนของบยอนซุนฮเวอย่างเด็ดเดี่ยวต่างหูสีดำของเธอดูเหมือนถูกกระแทกระหว่างโดนซ้อมจนมีรอยแตกใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเืแห้งกรัง ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เผยท่าทีหวาดกลัวซ้ำยังะโลั่นโดยไร้ความลังเล
“ถ้ารู้ว่าที่ทำงานมันจะระยำแบบนี้! ฉันยอมเป็คนตกงานดีกว่า!ไอ้พวกชั่วช้า! ต่ำทรามยิ่งกว่าเอเนมี!”
“โฮ่!”
“ปากเสีย!”
“หยาบคาย”
“แบบนี้นี่เอง หนูสกปรกที่ไม่ได้ถูกอบรมสั่งสอน”
ผัวะ!
บยอนซุนฮเวเตะเข้าที่ท้องของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิง
เธอจุกจนหายใจแทบไม่ออกแต่ก็ยังกัดฟันไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่นิดส่วนซาวอลเซอึมที่เห็นดังนั้นถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหวและเริ่มปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างเงียบงันราวกับหิมะละลาย
“ผมจะมอบสิทธิ์ในการลงโทษคนทรยศให้กับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ…สินค้าแรกของงานประมูลห้วงฝันมายาในวันนี้ก็คือ…นังหนูสกปรกนี่!”
บยอนซุนฮเวยกเหรียญเงินขึ้น
“เอาล่ะ จำเหรียญคำสาบานอันเงียบงันที่ผมแจกให้ได้ไหมครับ พวกคุณแค่ยื่นมันออกมาพร้อมกับสาบานว่าจะเงียบ และเพิกเฉยต่อทุกสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นมีเพียงผู้ที่กล่าวคำสาบานเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมงานประมูลห้วงฝันมายา!”
ผู้คนในงานเลี้ยงต่างหยิบเหรียญขึ้นมาด้วยดวงตาเป็ประกาย
แต่ฉันกลับพูดขัดจังหวะบยอนซุนฮเวโดยไม่ได้ยกมือ
“มีคำถาม”
“เอ๋? ท่านัแดงน้อ…เอ่อท่านัแดงยอมจุนยอล เชิญถามได้เลยครับ!”
ดูเหมือนเขาจะชะงักไปเล็กน้อยเพราะถูกขัดจังหวะใน่สำคัญแต่บยอนซุนฮเวก็ไม่กล้าตำหนิยอมจุนยอล
ฉันพยายามเลียนสำเนียงและบุคลิกให้ดูเหมือนยอมจุนยอลที่สุดก่อนจะพูดขึ้น
“นายรู้ไหมว่า เงินนำความร้อนได้ดีกว่าทองแดง”
“ครับ?”
[ท่านใช้สกิลของตัวละคร ‘จุดะเิระยะไกล’]
ขณะทุกคนกำลังมึนงงกับคำพูดเหลวไหล
เหรียญเงินบริสุทธิ์นับร้อยเหรียญที่ฉันฝังเชื้อเพลิงเอาไว้ล่วงหน้าก็ลุกไหม้ขึ้นมาพร้อมกัน
[1] หมายถึงเดือนสี่