ผ่านไปราวหนึ่งเค่อทุกคนที่แม่ทัพไป๋้าพบก็ปรากฏตัวที่ห้องหนังสือของท่านแม่ทัพไป๋
“ท่านพี่/ท่านแม่ทัพ”หวังซูฮวาและซ่งลี่ฉุนทักทายแม่ทัพไป๋เสียงอ่อนหวาน
“ท่านพ่อ” ไป๋ซูฉีและไป๋ลี่มี่ย่อตัว ทักทายบิดาพร้อมกัน
แม่ทัพไป๋มองภรรยาและบุตรสาวของตนนิ่งๆ ครู่หนึ่งจนทั้งสี่รู้สึกอึดอัด เขารู้สึกผิดหวังต่อพวกนาง ขณะที่หวังซูฮวากำลังจะเอ่ยปากท่านแม่ทัพก็เอ่ยขึ้นก่อน
“ซูฮวาข้าเลี้ยงดูเ้าให้ลำบากหรือไม่”แม่ทัพไป๋ถามฮูหยินรอง
“ไม่เ้าค่ะ” ฮูหยินรองตอบตามความจริง
“จูเอ๋อร์และมี่เอ๋อร์ดื้อรั้นต่อเ้าหรือไม่”แม่ทัพไป๋ถามต่อ
“ไม่เ้าค่ะ” ฮูหยินรองตอบ
“ลี่ฉุนรังแก หรือทำให้เ้าหนักใจอะไรหรือไม่”แม่ทัพไป๋ถามอีก
“ไม่เ้าค่ะ” ฮูหยินรองตอบและเริ่มรู้สึกแปลกใจว่าทำไมแม่ทัพไป๋ถามคำถามเหล่านี้ หรือว่าท่าแม่ทัพไปรู้อะไรมา
“แล้วฉีเอ๋อร์เล่าน้องเ้าทั้งสองคนทำสิ่งใดให้เ้าลำบากใจหรือกลั่นแกล้งอะไรเ้าหรือไม่”แม่ทัพไป๋มองหน้าบุตรสาวแล้วเอ่ยถาม
แม้ไป๋ซูฉีอยากจะตอบว่า ใช่! ทำให้ลำบากใจมากไป๋เฟยจูทำให้นางริษยา ไป๋ลี่มี่นังลูกอนุชั้นต่ำนางไม่อยากนับนังเด็กนั่นเป็น้องแต่ว่าอยากตอบได้ แต่พูดไม่ได้ นางจึงตอบได้แค่เพียงว่า “ไม่เ้าค่ะน้องทั้งสองเชื่อฟังข้าดี” ไป๋ซูฉีกัดปาก และตอบคำถาม
“ในเมื่อพวกนางไม่เคยทำสิ่งใดให้เ้าลำบากหรือเจ็บแค้นไยเ้าจึงตั้งหน้าตั้งตารังแกพวกนางด้วยเล่า” แม่ทัพไป๋ถามหน้านิ่งน้ำเสียงเรียบเฉยเ็าฟังดูห่างเหิน
สองแม่ลูกมองหน้ากันขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกหวาดกลัวท่านแม่ทัพไป๋ไปรู้อะไรมา
“ท่านพี่ น้องไม่ได้..” หวังซูฮวาเตรียมจะพูดแก้ตัวแต่เสียงแม่ทัพกลับดังขึ้นมาอีก
จากนั้นแม่ทัพไป๋ชี้แจงเื่ราวที่หวังซูฮวาเคยกระทำมาทั้งหมดให้นางฟังหวังซูฮวาใบหน้าซีดขาวหลังจากฟังสิ่งที่แม่ทัพไป๋กล่าวออกมาทั้งหมด
“ท่านพี่ น้องไม่ได้ทำนะเ้าคะ” หวังซูฮวาเสียงสั่นกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
“ข้ารักและดูแลเอาใจใส่จูเอ๋อร์และมี่เอ๋อร์เป็อย่างดีจริงๆเหมือนๆ กับฉีเอ๋อร์เลยนะเ้าคะ ท่านไปฟังผู้ใดใส่ความข้า” หวังซูฮวาแก้ตัวและพยายามกล่าวให้ตนเองพ้นผิด
“กล่าวหาหรือ เ้าว่าข้ากล่าวหาเ้าหรือ ฮึ่เ้าอยากดูหลักฐานหรือไม่เล่า” แม่ทัพไป๋ถามเสียงเย็นและเริ่มมีความกรุ่นโกรธอยู่ในน้ำเสียงเมื่อเขารู้ถึงขนาดนี้แล้วแต่นางก็ยังไม่ยอมรับ นางกล้าปฏิเสธความผิด
หวังซูฮวาหน้าซีดปากสั่นกลัวว่าแม่ทัพไป๋จะมีหลักฐานจริงๆ‘หลักฐานอะไรจะมีได้อย่างไร’ หวังซูฮวากระวนกระวายใจ
แม่ทัพไป๋ยิ้มเย็น จากนั้น พรึ่บ!เขาวางสมุดบันทึกย่อยการรับจ่ายเงินจากพ่อบ้านและกระดาษใบเสร็จการสั่งซื้อยาย้อนหลังจากร้านขายยาที่สาวใช้ที่ได้รับคำสั่งให้ไปซื้อยาได้เก็บซ่อนไว้ เนื่องจากสาวใช้นางนั้นเกรงว่าหากวันใดที่ท่านแม่ทัพไป๋เกิดรู้ว่าบุตรีของเขาถูกทำร้าย ฮูหยินรองอาจฆ่านางปิดปากหรือไม่ก็อาจจะให้ร้ายว่านางเป็คนทำก็ได้ นางจะไม่ไปซื้อตามคำสั่งก็ไม่ได้จะฟ้องท่านแม่ทัพก็ไม่ได้ นางโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง จึงเก็บใบเสร็จเ่าั้ไว้ก่อนซึ่งครั้งแรกๆ ที่ไปซื้อนางรู้สึกลำบากใจจริงๆ ไม่อยากทำร้ายคุณหนูของท่านแม่ทัพแต่เมื่อเห็นว่าพิษนั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร แค่ทำให้เจ็บป่วยชั่วคราวอีกทั้งนางยังได้เงินพิเศษที่ไปหาซื้อยามาให้ด้วย ครั้งหลังๆจึงทำใจซื้อได้คล่องขึ้น แต่ก็ไม่ลืมเก็บหลักฐานไว้หากมีภัยมาถึงตัวจริงๆ
“จะให้ข้าเรียกเ้าของร้านยามาสอบถามด้วยหรือไม่เล่าเขาน่าจะจำได้เพราะคนจากจวนของเราต้องไปหาซื้อใน่เวลาเดียวกันทุกปี”แม่ทัพไป๋ถามสีหน้าแสดงความผิดหวังและโกรธเกรี้ยวในเวลาเดียวกัน
“หรือเ้าอยากจะเห็นบ่าวผู้ที่คนของเ้าสั่งให้ไปซื้อยามาให้เ้าทำร้ายจูเอ๋อร์และมี่เอ๋อร์แต่คงต้องรอหน่อยเพราะหลังจากมันสารภาพแล้วตอนนี้มันยังไม่ตายหรอกแค่ไม่ได้สติ”
“หรือจะให้ข้าเรียกบ่าวคนอื่นๆ มาถามด้วยเล่าข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าหากข้าถามพวกมันด้วยตนเองแล้วจะมีบ่าวคนไหนไม่กลัวทัณฑ์จากข้าหากไม่พูดความจริง”แม่ทัพไป๋พูดความจริงกึ่งข่มขู่
หวังซูฮวาทรุดร่างลงกับพื้นร้องไห้คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพไป๋จะมีทั้งหลักฐานและพยาน “ท่านพี่ น้องหลงผิดไปชั่วครู่ท่านพี่อภัยให้น้องเถิด ฮือฮือฮือ”
“หลงผิดหรือ เ้าหลงผิดเพียงชั่วครู่หรือทำร้ายร่างกายเด็กๆ บุตรสาวข้าทั้งที่พวกนางไม่มีความผิดแม้จะกลั่นแกล้งไม่ถึงชีวิต แต่ก็บั่นทอนจิตใจพวกนาง ขัดขวางการเรียนรู้การพบพานผู้คนในสังคมของพวกนาง เ้าไม่มีจิตใจเอื้ออารี ข้าไม่เคยทำผิดต่อเ้าแต่เ้าทำเพราะความอิจฉาริษยาต่อเด็กๆ ทำไมเ้าไม่คิดว่าพวกนางเป็บุตรสาวของเ้าบ้างทั้งที่พวกนางก็เรียกเ้าว่าแม่ ไม่เคยทำร้ายเ้า ฮูหยินเอกก็ตายไปแล้วข้าก็ไม่เคยหาสตรีใดเข้ามาในจวนอีก นอกจากเ้าและลี่ฉุน ข้าให้สิทธิ์เ้าดูแลจวนไว้ใจเ้า แต่เ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก” แม่ทัพไป๋ตำหนิหวังซูฮวาเสียงดังด้วยใบหน้าผิดหวังและโกรธเกรี้ยวนั่นยิ่งทำให้หวังซูฮวาร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ใช่เพราะสำนึกผิดแต่เสียใจที่ไม่น่าปล่อยให้มีหลักฐานมามัดตัวนางเลย นางน่าจะใช้เสร็จแล้วฆ่าทิ้งซะแต่นางไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาเพราะนางรู้ดีว่า นั่นจะยิ่งเป็การกระตุ้นโทสะของแม่ทัพไป๋
“ความผิดของเ้าไม่ร้ายแรงถึงขั้นเอาชีวิตแต่ผิดของเ้าก็ไม่เบาเลยดังนั้นให้เ้าไปทบทวนความผิดของเ้าในอารามปิงหลงสักสามปีเถิด อ้อ แล้วก่อนเ้าไปข้าจะตรวจดูบัญชีสินเดิมของจูเอ๋อร์ด้วย หากเ้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวก็แล้วไปเถิดแต่หากข้าพบว่าเ้าได้ยักยอก เ้าต้องชดใช้ให้เสร็จสิ้นก่อนไปอยู่วัดก็แล้วกัน”แม่ทัพไป๋ระบุบทลงโทษแก่ฮูหยินรอง
เมื่อหวังซูฮวาได้ฟังคำตัดสินโทษ นางถึงกับสั่นสะท้านไปนางร้องไห้ไม่ยินยอม “ท่านพี่ ไม่นะเ้าคะ โปรดอภัยให้น้องเถิด โปรดทบทวนด้วย”
หวังซูฮวาแทบจะสติหลุด หากแม่ทัพไป๋ตรวจสอบบัญชีต้องรู้แน่ว่านางยักยอกไปแม้หยางเลี่ยงหรงจะเป็คนแคว้นอื่น แต่เมื่อนางจะออกเรือนกับแม่ทัพไป๋ทางตระกูลของนางก็หาซื้อร้านรวงในเมืองหลวงแคว้นฉู่ไว้ให้นางได้ถึงสี่ร้านและเป็ทำเลทองถึงสองร้าน แต่ละปีมีกำไรไม่น้อย ไหนจะเครื่องประดับล้ำค่าหลายหีบอีกเล่าในส่วนของเครื่องประดับนางไม่อาจแตะต้องได้เนื่องจากท่านแม่ทัพไม่ให้กุญแจนี้แก่นางแต่กำไรจากร้านค้าทั้งสี่ร้านนั้นนางได้ทำบัญชีปลอมและยักยอกส่งเงินหลายส่วนไปให้ที่บ้านเดิมของนางแล้วนี่ก็ตั้งหลายปีแล้วที่ฮูหยินเอกตายไป จำนวนเงินสะสมที่นางยักยอกไปจึงไม่น้อยเช่นกัน
“ในเมื่อเ้าไม่มีใจเมตตาต่อบุตรไร้น้ำใจต่อคนในครอบครัว ลำเอียงความรักให้เพียงบุตรสาวของตนเองไม่มีความยุติธรรมต่อคนในปกครอง เ้าก็ไปรับโทษเสียเถิดหากเ้าไม่ยอมรับโทษเห็นว่าข้าไม่ยุติธรรม ข้าจะหย่าให้เ้าก็ได้แล้วให้ศาลมาตัดสินเ้าเอง” เมื่อจบคำของแม่ทัพไป๋หวังซูฮวาเหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่า หากนางต้องถูกหย่า หรือต้องเข้าคุกแล้วนางจะมีหน้าไปพบใคร นางจึงได้แต่จำใจยอมรับโทษ
“ฮือฮือฮือ น้อง น้องเข้าใจแล้วเ้าค่ะ น้องจะยอมรับโทษและไปทบทวนความผิดที่อารามสามปี”หวังซูฮวาร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร แต่แม่ทัพไป๋ไม่ชายตามอง
“ฉีเอ๋อร์”แม่ทัพไป๋เรียกบุตรสาวที่ตอนนี้กำลังหน้าซีดเผือดเมื่อฟังบทลงโทษของมารดา
“เ้ากับไท่จื่อกำลังคบหากันจริงๆ ใช่หรือไม่”แม่ทัพไป๋ถาม
สตรีทั้งสี่นางเงยหน้าขึ้นพร้อมกันด้วยความใ ฮูหยินรองและไป๋ซูฉีใที่แม่ทัพไป๋รู้เื่นี้ได้อย่างไรในเมื่อท่านแม่ทัพไป๋ส่วนมากอยู่แต่ที่ค่ายทหาร นานๆ จะกลับมาสักครั้งแม้ว่าเวลากลับมาจะอยู่นานก็เถอะ แต่่ที่แม่ทัพไป๋อยู่ ไป๋ซูฉีก็ไม่เคยทำตัวเหลวไหลให้จับได้เลยส่วนซ่งอี๋เหนียงและไป๋ลี่มี่ใ เพราะไม่คิดว่าไป๋ซูฉีจะก้าวนำไปก่อน พวกนางเพิ่งจะคุยกันเมื่อไม่นานนี้เองว่าจะหาทางใกล้ชิดไท่จื่อแต่ไป๋ซูฉีดันได้ไท่จื่อไปล่วงหน้าก่อนเสียได้
“ลูก ลูก....” ไป๋ซูฉีอ้ำอึ้งแม่ทัพไป๋มองหน้านางอย่างรอคำตอบโดยไม่กล่าวสิ่งใด
แม้ไป๋ซูฉีจะกลัวแต่ก็คิดว่านี่เป็โอกาสเช่นกันจึงกล่าวตอบตามความจริง“ลูกกับไท่จื่อรักกันจริงเ้าค่ะ”
แม้จะเตรียมใจไว้แล้วแต่เมื่อได้ฟังจากปากของบุตรสาวคนโตแม่ทัพไป๋ก็รู้สึกเสียใจที่ผู้เป็พี่สาวแอบคบหากับว่าที่พี่เขยของตนหากจูเอ๋อร์ของเขาแต่งให้กับไท่จื่อจริงๆ แล้วฉีเอ๋อร์เล่าหรือคิดว่าจะต้องเข้าตำหนักของไท่จื่อทั้งคู่เช่นนั้นหรือ ช่างตลกอะไรเช่นนี้ไม่คิดจะมองชาวบ้านบ้างหรือไรที่ทั้งพี่ทั้งน้องต่างต้องเข้าตำหนักเดียวกันโดยเฉพาะฉีเอ๋อร์ไม่มีสำนึกถึงความเป็พี่เลยที่แอบขโมยคนของน้องสาวตนเองแม่ทัพไป๋ถอนหายใจ ส่ายหน้า แล้วกล่าว
“เ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร เ้าก็รู้ว่าไท่จื่อเป็คู่หมั้นของน้องสาวเ้า”
ไป๋ซูฉีทำหน้าสำนึกผิด แต่ในใจไม่ยอมรับ“ลูกผิดไปแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ แต่ลูกกับไท่จื่อรักกันจริงๆ ขอท่านพ่อพิจารณาด้วย”ไป๋ซูฉีร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม
แม่ทัพไป๋ไม่รู้จะกล่าวเช่นไรดี ใจหนึ่งก็อยากจะดุด่านางให้มากกว่านี้แต่คิดอีกที ไป๋เฟยจูกับไท่จื่อก็ไม่ได้รักใคร่กันอีกทั้งไป๋เฟยจูก็้าถอนหมั้นด้วย จึงเลิกคิดจะดุว่ากล่าวไป๋ซูฉีให้มากกว่านี้
“เฮ้อ เอาเถิด มันเป็เื่ของจิตใจในเมื่อทั้งเ้าและไท่จื่อต่างก็มีจิตใจตรงกัน และจูเอ๋อร์ก็้าถอนหมั้นพ่อก็จะให้มันผ่านไป แต่ว่าในฐานะที่เ้าเป็พี่สาว เ้าไม่มีความรักต่อน้องรังแกน้อง แม้จะไม่ถึงขั้นร้ายแรงแต่เ้าก็ทำ เพื่อให้เ้ารู้สำนึกถึงความผิดจริงๆ แล้วเ้าควรถูกกักบริเวณด้วยสองเดือน แต่เพราะเ้าต้องไปเรียนที่สำนักศึกษาจึงตัดโทษส่วนนี้แต่ให้เอาไปรวมกับโทษส่วนอื่นดังนั้นให้เ้ารับโทษถูกปรับเบี้ยหวัดลงครึ่งหนึ่งเป็เวลาหนึ่งปี”ไป๋ซูฉีรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างที่ตนต้องถูกลงโทษแต่ยังดีที่บิดาไม่รู้ว่าตนกลั่นแกล้งไป๋เฟยจูหนักถึงขั้นทำให้นางเกือบตาย(ซะที่ไหนเล่า ตายจริงต่างหาก)
‘ฮึ่ นังเฟยจูน่ะหรือ้าถอนหมั้นท่านพ่อกล่าวผิดแล้ว ไท่จื่อต่างหากที่้าถอนหมั้นทำเป็พูดดีว่าเป็ความ้าของนาง ท่านพ่อช่างลำเอียงยิ่งนัก’ไป๋ซูฉีรู้สึกไม่พอใจต่อไป๋เฟยจูมากยิ่งขึ้นเพราะคิดว่าไป๋เฟยจูต้องมาฟ้องบิดาแน่ๆ เพราะที่บิดาเรียกมาวันนี้ก็เพื่อชำระความให้แก่ไป๋เฟยจูทั้งสิ้นดูท่าแล้วคงต้องถูกลงโทษกันถ้วนทั่วเพราะรังแกไป๋เฟยจูกันทุกคนคนละมากน้อยแตกต่างกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าทำกันทุกคนจริงๆแต่ถึงจะเป็เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อนางเกลียดไป๋เฟยจูทำไมไป๋เฟยจูต้องเป็บุตรสาวของฮูหยินเอก ทำไมไป๋เฟยจูต้องเป็คู่หมั้นของไท่จื่อคนที่นางรักและทำไมนางจะต้องหน้าตางดงามน่ารัก ทำไมทุกอย่างนี้ไม่เป็ของนางเมื่อเป็เช่นนี้แล้วเหตุใดจะต้องปล่อยให้นางอยู่อย่างสบายๆ ด้วย
“ส่วนเ้าลี่ฉุนอย่าให้ข้าได้กล่าวย้อนหลังว่าเดิมเ้าเป็ใคร เ้าเคยทำให้หยางเลี่ยงหรงเสียใจแล้วเ้ายังมีหน้ามาแอบรังแกบุตรสาวของนางอีก เ้าไม่ละอายแก่ใจหรืออีกอย่างเครื่องประดับของจูเอ๋อร์ที่เ้าและบุตรสาวของเ้าเอาไปให้นำมาคืนนางทั้งหมดด้วย” แม่ทัพไป๋กล่าวตำหนิ ซ่งอี๋เหนียงหลบตาแม่ทัพไป๋
“ั้แ่นี้ต่อไปห้ามเ้ารังแกจูเอ๋อร์อีก แม้จะกลั่นแกล้งไม่หนักหนาสาหัสแต่นางก็คือบุตรสาวของข้ากับเลี่ยงหรง เ้าล้ำเส้นเกินไป จงยอมรับโทษเสีย ให้เ้ารับโทษโบยสามสิบไม้จากนั้นถูกกักบริเวณและหักเบี้ยหวัดลงครึ่งหนึ่งเป็ระยะเวลาหนึ่งปี” ซ่งอี๋เหนียงสีหน้าโศกเศร้าก้มหน้าลงต่ำ
“ท่านแม่ทัพ! ฮือฮือฮือ” ซ่งอี๋เหนียงร้องไห้นางต้องถูกโบยถึงสามสิบทีเชียวนะ นางต้องเจ็บเจียนตายแน่แต่สายตาของแม่ทัพยังคงไม่แยแสต่อไป
นางจึงทำได้แต่เพียงกัดริมฝีปากกลั้นสะอื้นและตอบรับอย่างจำใจ “เ้าค่ะ”
“ส่วนเ้า มี่เอ๋อร์ เ้ายังเด็กนักแต่ก็ยังอุตส่าห์ไปกลั่นแกล้งพี่สาวเ้าอีกเ้าจงปรับเปลี่ยนความคิดเ้าเสีย เป็พี่น้องกันต้องรักกันเท่าที่พ่อรู้นางไม่เคยกลั่นแกล้งเ้า เ้าไปคิดให้ดีๆ เถิดพ่อลงโทษเ้าให้เ้าคัดหลักปฏิบัติของสตรีหนึ่งร้อยจบและกักบริเวณให้อยู่แต่ในเรือนเป็ระยะเวลาสองเดือน”แม่ทัพไป๋ระบุโทษที่ไป๋ลี่มี่ได้รับ
“เ้าค่ะ” ไป๋ลี่มี่หน้าจ๋อยแต่ก็ยินยอมรับโทษแต่โดยดี
ไป๋ลี่มีรู้สึกสงสารมารดา แต่ไม่รู้จะช่วยเช่นไรมิเช่นนั้นท่านพ่ออาจจะโกรธนางและลงโทษนางหนักกว่านี้ก็เป็ได้
แม้การรายงานเื่ที่สืบได้ขององครักษ์ชิวหรงจะค่อนข้างละเอียดแต่ก็ยังเก็บข้อมูลได้ไม่หมดอยู่ดีเช่นเื่ที่ไป๋เฟยจูถูกไป๋ซูฉีผลักตกน้ำ ไม่ใช่นางตกลงไปเองหากแม่ทัพไป๋รู้เื่นี้ ไป๋ซูฉีคงไม่ถูกลงโทษเพียงเท่านี้อย่างแน่นอนนับว่ายังเป็เคราะห์ดีของไป๋ซูฉี
“เอ่อ ท่านแม่ทัพเ้าคะ แล้วเื่การดูแลจวนเล่าเ้าคะในเมื่อตอนนี้ฮูหยินรองต้องไปอยู่อารามแล้วท่านจะให้ใครดูแลจวนเ้าคะ” แม้จะหวาดเกรงท่านแม่ทัพแต่ซ่งอี๋เหนียงก็ยังรวบรวมความกล้า ถามแบบกล้าๆ กลัวๆ และเต็มไปด้วยความหวังเพราะตอนนี้ฮูหยินรองหมดอำนาจไปแล้ว เหล่าบุตรีของท่านแม่ทัพก็ยังเด็กเกินไปแล้วใครจะเหมาะสมมากไปกว่านางอีกเล่า ซ่งลี่ฉุนนึกกระหยิ่มในใจ
แต่เสียงตอบกลับของแม่ทัพไป๋ทำให้นางเหมือนถูกน้ำเย็นสาดหน้า
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็กังวล ทำไมหรือเ้าอยากดูแลจวนหรือ แค่เพียงเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆของจูเอ๋อร์เ้าและบุตรสาวของเ้ายังไปแย่งชิงมา แล้วหากข้าให้เ้าถือกุญแจจวนเ้าไม่เอาสมบัติของนางไปหมดเลยหรือ ฮึ่” แม่ทัพไป๋กล่าวพร้อมตบท้ายด้วยเสียงพ่นลมออกจมูกอย่างแรง
“เื่การดูแลจวนข้าจะให้พ่อบ้านลู่ดูแลไปก่อนจนกว่าจะหาผู้ที่เหมาะสมได้”แม่ทัพไป๋ตอบ
หลังจากได้รับบทลงโทษกันทั่วถ้วนแล้วทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าใดนัก