เวลา 05:00 น. ของเช้าตรู่วันถัดมา
เจษพลันลืมตาตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติอย่างไม่มีใครช่วยปลุก หรือนี่ก็คือนาฬิกามนุษย์ของเขา
เขารู้สึกนุ่มนิ่มในทันทีที่รู้สึกตัว เป็นแอนนาและอิงฟ้าที่นอนซบอยู่ในอ้อมแขนทั้งสองข้างของเขา
'ตื่นเช้าขึ้นมาได้เห็นภาพแบบนี้มันช่างมีความสุขเหลือเกิน..อึก! ปวดแขนจัง' เจษที่มีความสุขอย่างมากกลับมีความรู้สึกช้าไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวว่าแขนชาจนไร้เรี่ยวแรงนั่นต้องทิ้งช่วงยาวพอสมควร
ทว่าถึงจะเจ็บตัวอย่างนั้นเขาก็รู้สึกมีความสุขอย่างมากจนมองข้ามมันไป ในวินาทีถัดมาเจษอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าไปจุ๊บหน้าผากของพวกเธอทั้งสอง..
จุ๊บ!
'ฉันไปออกกำลังกายก่อนนะ..'เจษลาทั้งสองสาวอย่างอาลัยอาวรณ์ เพราะเขาอยากจะจัดอีกสักรอบมากในขณะนี้ ความนุ่มนิ่มกับกลิ่นฟีโรโมนนี่มันช่างปลุกเร้าอารมณ์เหลือเกิน..
ทว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะพวกทั้งสองเธอยังคงหลับอยู่ อีกอย่างเมื่อคืนเขาก็จัดหนักมามากพอแล้ว เดี๋ยวร่างกายพังเอา
สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ของเขาคือต้องรีบเรียกความฟิตร่างกายให้กลับมาได้โดยไว จะมัวชักช้าไม่ได้เพราะจะได้ใช้ในอีกไม่ช้านี้แล้ว
ในเวลาต่อมาเจษได้แต่จำใจขยับตัวลุกออกจากเตียงนอนอย่างเบาๆ กลัวว่าทั้งสองสาวตื่นขึ้นมาได้ ไปรบกวนการพักผ่อนของคนอื่นนั้นมันไม่ดีนัก
เมื่อเขาออกมาจากเตียงมาได้แล้วนั้น ก็ได้มีบางอย่างที่สะกิดใจเขา..
ในเวลาต่อมาเจษก็ก้มลงมองท่อนแกร่งของตนที่ชี้โด่อยู่ในการเกงชั้นใน..
'..จัดไปมื่อคืนตั้งสี่รอบก็ควรพอได้แล้วลูกพ่อ'
เจษได้แต่ส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดในเรื่องลามกทิ้งไปอย่างช่วยไม่ได้
แม้ว่าผู้ชายอย่างเราพอตื่นนอนน้องชายก็พร้อมตื่นขึ้นมาได้เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเจษได้มีสิ่งเร้าแล้วยิ่งแข็งแกร่งเข้าไปใหญ่..
'เฮ้อ..' เจษได้แต่ถอนหายใจเพราะนี่ก็นานแล้วน้องชายเขาก็ไม่สงบลงสักที..
..
05:20 ณ สวนพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
เจษกับเหล่าผองเพื่อนทั้งสองคนก็ได้มาออกกำลังกายกันตามปกติ พลางพูดคุยเรื่องอนาคตต่อจากนี้อีกด้วย
"เจษเห็นว่ามีหลายสโมสรสนใจมึงนี่ มึงจะเลือกทีมไหนวะ!"เจมส์พอมือว่างไม่ได้หยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่านมันก็คันปากทันที จนอดถามอย่างสงสัยไม่ได้
"ตอนนี้ยังไม่เลือกว่ะ จะเดินทางไปเยี่ยมแม่ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจทีหลัง"เจษกล่าวพลางออกกำลังกายไปพลาง
เจษไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อยที่ทิ้งโอกาสพวกนี้ไป เพราะเขามั่นใจมากว่ายังมีหนทางอีกมากที่เขาเข้าสู่วงการฟุตบอลประเทศนี้ได้
"ไปเที่ยวหรอวะ อะไรกันไหนบอกว่ามีความฝันว่าอยากเป็นนักบอล"บาสที่อยู่อีกด้านกล่าวถามอย่างสงสัยเช่นกัน
"ไม่! กูตั้งใจว่าจะลองไปคัดตัวที่นู้นสักสองสามสโมสรดูก่อน เผื่อติดขึ้นมา.."เจษพูดขึ้นตามความคิดของเขา
"โห!! เจ๋งเป้ง"x2 เจมส์กับบาสอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกน เพราะเจษเล่นใหญ่มาก ต้องมีความมั่นใจขนาดไหนถึงจะตัดสินใจแบบนี้ได้
"แล้วพวกมึงล่ะ เลือกสโมสรอะไร เห็นว่าก็มีทาบทามพวกมึงด้วยสิ.."เจษพลันถามกลับ
เจษก็พอรู้อนาคตของเพื่ออยู่แล้ว ทว่าเขาก็ถามไปอย่างนั้นแหละ เผื่ออะไรจะเปลี่ยนแปลงบ้าง ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ..
"แม่กูไม่ให้เล่นฟุตบอลต่อแล้วว่ะ! เธอต้องการให้ฉันไปเรียนต่างประเทศ!.."เจมส์ก้มหน้าลงพลางพูดเสียงเบาอย่างหดหู่ ในวินาทีถัดมาเจมส์พลันเงยหน้าขึ้นพูดออกมาอย่างจริงจัง"แต่ว่ากูแตกหักกับแม่กูแล้วว่ะ! ยังไงกูก็จะเล่นฟุตบอลต่อ!!"
"เจ๋ง! ชีวิตเราเราเลือกเองสิเพื่อน!!"เจษวิ่งไปตบหลังเพื่อเพื่อให้กำลังใจ เพราะในชีวิตก่อนเจมส์ไม่ได้เลือกเส้นทางฟุตบอล แล้วชีวิตของมันหลังจากนั้นก็ดูมืดมนมาก ชีวิตของมันดูไม่มีความสุขสุดๆ ถึงจะร่ำรวยขนาดไหนก็ตาม
'หึๆ ขายตรงเรานี่ยังใช้ได้อยู่สินะ'เจษยังคงภาคภูมิใจใจในการโฆษณาชวนเชื่อของเขา
"แล้วมึงเลือกสโมสรอะไรวะ"บาสอดถามคำตอบไม่ได้ เรื่องแตกหักอะไรนั่นไม่เห็นน่าสนใจสักนิด
"ท่าเรือนะ เห็นว่าเขาจะรับเข้าทีมเยาวชนก่อน"
"ตกลงไปแล้วหรอ? ดีแล้วล่ะจะได้ค่อยๆไต่เต้าเข้าไป"เจษพลางออกความคิดเห็น
"ใช่กูกับพ่อก็คิดแบบนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นแม่ฉันจะยอมให้มาออกกำลังกายวันนี้หรอ"เจมส์ยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ ดูท่าคงจะมีความสุขสุดๆ
"แล้วมึงล่ะบาส"เจษเมื่อรู้คำตอบของเจมส์แล้วก็หันมาถามบาสอีกคน
"เพื่อนตำรวจนะ พ่อกูพอมีเส้นสายในเพื่อนตำรวจอยู่บ้าง" บาสพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ ไม่มีความอับอายในสิ่งที่ตนเองพูดเลยแม่แต่น้อย มีเส้นสายก็ใช้หน่อยสิว่าไหม..
ซึ่งเจษกับบาสก็ไม่ได้ดูถูกดูแคลนแต่อย่างใด เพราะพวกเขาก็มีความคิดคล้ายๆบาสจริงๆ เป็นเรื่องยากมากที่ไม่มีเส้นสายจะได้เล่นฟุตบอลที่ประเทศไทย..
"ดีแล้วล่ะ พวกมึงตั้งใจเล่นฟุตบอลกันให้ดีล่ะ อ้อตอนบ่ายเราไปฝึกซ้อมที่สนามหญ้าเทียมกันดีไหมวะ เห็นว่าบางครั้งก็มีทีมมืออาชีพมาฝึกซ้อมด้วย"เจษถามความเห็นเพื่อนๆอย่างรอคอย
"ดีๆ"บาสพยักหน้ารัว เขาก็อยากวัดฝีมือกับพวกมืออาชีพกันสักครั้ง
ทว่ามีคนหนึ่งที่ไม่ได้แสดงความเห็นด้วย วินาทีถัดมาเจมส์พลันถามขึ้นอย่างสงสัย..
"เจษ คอมึงไปโดนอะไรมา แดงฝาดขนาดนั้น.."
"..มะ..มดกัดน่ะ.."
...
07:00 เจษเดินทางกลับบ้านอย่างกระอักกระอ่วนเพราะเพื่อสนิททั้งสองสาวใส้ของเขาออกมาเกือบหมด มันน่าอายอย่างมาก ไม่รู้ว่าต่อจากนี้เขาจะมีหน้าไปหาพวกมันอีกรึเปล่า..
พอเจษเข้าบ้านมาเขาก็ได้รับการต้อนรับจากทั้งสองสาวอย่างอบอุ่น
"เจษอะนี่ผ้าขนหนู ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเลย!"
"ส่วนนี่สบู่น้ำยาสระผม"
..
ผู้เป็นยายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเมื่อเห็นภาพนั้นก็พลันอิจฉาขึ้นมา..
"ใช่สิ้! พอออกเรือนแล้วก็ลืมย่าลืมยาย.."
"พวกเราไม่ลืมคุณยายหรอกค้า"x2 ทั้งสองยิ้มสาวตอบกลับมาอย่างน่ารัก
"วันข้างหน้าล่ะ จะลืมคนแก่คนนี้ไหม.."บุษบายังนงไม่พอใจ ถามกลับไปอีกรอบ
"ไม่ลืมแน่นอนค่ะ!"x2
..
".."
เจษมองดูคนสูงอายุขาดความอบอุ่นอยู่รอบนอกแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว จู่ๆเขาก็พูดขึ้น
"ผมรักยายมาก ผมไม่ลืมยายอยู่แล้วครับ"
"เอ็งไม่ใช่หลานข้า! เหอะ!" ยายบุษบาสบัดหน้าแล้วกลับเข้าไปในบ้าน
".."
I’m number 4