Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 37 พูดคุย

            เวลา 05:00 น. ของเช้าตรู่วันถัดมา

            เจษพลันลืมตาตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติอย่างไม่มีใครช่วยปลุก หรือนี่ก็คือนาฬิกามนุษย์ของเขา

            เขารู้สึกนุ่มนิ่มในทันทีที่รู้สึกตัว เป็นแอนนาและอิงฟ้าที่นอนซบอยู่ในอ้อมแขนทั้งสองข้างของเขา

            'ตื่นเช้าขึ้นมาได้เห็นภาพแบบนี้มันช่างมีความสุขเหลือเกิน..อึก! ปวดแขนจัง' เจษที่มีความสุขอย่างมากกลับมีความรู้สึกช้าไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวว่าแขนชาจนไร้เรี่ยวแรงนั่นต้องทิ้งช่วงยาวพอสมควร

            ทว่าถึงจะเจ็บตัวอย่างนั้นเขาก็รู้สึกมีความสุขอย่างมากจนมองข้ามมันไป ในวินาทีถัดมาเจษอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าไปจุ๊บหน้าผากของพวกเธอทั้งสอง..

            จุ๊บ!

            'ฉันไปออกกำลังกายก่อนนะ..'เจษลาทั้งสองสาวอย่างอาลัยอาวรณ์ เพราะเขาอยากจะจัดอีกสักรอบมากในขณะนี้ ความนุ่มนิ่มกับกลิ่นฟีโรโมนนี่มันช่างปลุกเร้าอารมณ์เหลือเกิน..

            ทว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะพวกทั้งสองเธอยังคงหลับอยู่ อีกอย่างเมื่อคืนเขาก็จัดหนักมามากพอแล้ว เดี๋ยวร่างกายพังเอา

            สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ของเขาคือต้องรีบเรียกความฟิตร่างกายให้กลับมาได้โดยไว จะมัวชักช้าไม่ได้เพราะจะได้ใช้ในอีกไม่ช้านี้แล้ว

            ในเวลาต่อมาเจษได้แต่จำใจขยับตัวลุกออกจากเตียงนอนอย่างเบาๆ กลัวว่าทั้งสองสาวตื่นขึ้นมาได้ ไปรบกวนการพักผ่อนของคนอื่นนั้นมันไม่ดีนัก

            เมื่อเขาออกมาจากเตียงมาได้แล้วนั้น ก็ได้มีบางอย่างที่สะกิดใจเขา.. 

            ในเวลาต่อมาเจษก็ก้มลงมองท่อนแกร่งของตนที่ชี้โด่อยู่ในการเกงชั้นใน..

            '..จัดไปมื่อคืนตั้งสี่รอบก็ควรพอได้แล้วลูกพ่อ'

            เจษได้แต่ส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดในเรื่องลามกทิ้งไปอย่างช่วยไม่ได้

            แม้ว่าผู้ชายอย่างเราพอตื่นนอนน้องชายก็พร้อมตื่นขึ้นมาได้เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเจษได้มีสิ่งเร้าแล้วยิ่งแข็งแกร่งเข้าไปใหญ่..

            'เฮ้อ..' เจษได้แต่ถอนหายใจเพราะนี่ก็นานแล้วน้องชายเขาก็ไม่สงบลงสักที..

            ..

            05:20 ณ สวนพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

            เจษกับเหล่าผองเพื่อนทั้งสองคนก็ได้มาออกกำลังกายกันตามปกติ พลางพูดคุยเรื่องอนาคตต่อจากนี้อีกด้วย

            "เจษเห็นว่ามีหลายสโมสรสนใจมึงนี่ มึงจะเลือกทีมไหนวะ!"เจมส์พอมือว่างไม่ได้หยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่านมันก็คันปากทันที จนอดถามอย่างสงสัยไม่ได้

            "ตอนนี้ยังไม่เลือกว่ะ จะเดินทางไปเยี่ยมแม่ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจทีหลัง"เจษกล่าวพลางออกกำลังกายไปพลาง

            เจษไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อยที่ทิ้งโอกาสพวกนี้ไป เพราะเขามั่นใจมากว่ายังมีหนทางอีกมากที่เขาเข้าสู่วงการฟุตบอลประเทศนี้ได้

            "ไปเที่ยวหรอวะ อะไรกันไหนบอกว่ามีความฝันว่าอยากเป็นนักบอล"บาสที่อยู่อีกด้านกล่าวถามอย่างสงสัยเช่นกัน

            "ไม่! กูตั้งใจว่าจะลองไปคัดตัวที่นู้นสักสองสามสโมสรดูก่อน เผื่อติดขึ้นมา.."เจษพูดขึ้นตามความคิดของเขา

            "โห!! เจ๋งเป้ง"x2 เจมส์กับบาสอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกน เพราะเจษเล่นใหญ่มาก ต้องมีความมั่นใจขนาดไหนถึงจะตัดสินใจแบบนี้ได้

            "แล้วพวกมึงล่ะ เลือกสโมสรอะไร เห็นว่าก็มีทาบทามพวกมึงด้วยสิ.."เจษพลันถามกลับ

            เจษก็พอรู้อนาคตของเพื่ออยู่แล้ว ทว่าเขาก็ถามไปอย่างนั้นแหละ เผื่ออะไรจะเปลี่ยนแปลงบ้าง ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ..

            "แม่กูไม่ให้เล่นฟุตบอลต่อแล้วว่ะ! เธอต้องการให้ฉันไปเรียนต่างประเทศ!.."เจมส์ก้มหน้าลงพลางพูดเสียงเบาอย่างหดหู่ ในวินาทีถัดมาเจมส์พลันเงยหน้าขึ้นพูดออกมาอย่างจริงจัง"แต่ว่ากูแตกหักกับแม่กูแล้วว่ะ! ยังไงกูก็จะเล่นฟุตบอลต่อ!!"

            "เจ๋ง! ชีวิตเราเราเลือกเองสิเพื่อน!!"เจษวิ่งไปตบหลังเพื่อเพื่อให้กำลังใจ เพราะในชีวิตก่อนเจมส์ไม่ได้เลือกเส้นทางฟุตบอล แล้วชีวิตของมันหลังจากนั้นก็ดูมืดมนมาก ชีวิตของมันดูไม่มีความสุขสุดๆ ถึงจะร่ำรวยขนาดไหนก็ตาม

            'หึๆ ขายตรงเรานี่ยังใช้ได้อยู่สินะ'เจษยังคงภาคภูมิใจใจในการโฆษณาชวนเชื่อของเขา

            "แล้วมึงเลือกสโมสรอะไรวะ"บาสอดถามคำตอบไม่ได้ เรื่องแตกหักอะไรนั่นไม่เห็นน่าสนใจสักนิด

            "ท่าเรือนะ เห็นว่าเขาจะรับเข้าทีมเยาวชนก่อน"

            "ตกลงไปแล้วหรอ? ดีแล้วล่ะจะได้ค่อยๆไต่เต้าเข้าไป"เจษพลางออกความคิดเห็น

            "ใช่กูกับพ่อก็คิดแบบนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นแม่ฉันจะยอมให้มาออกกำลังกายวันนี้หรอ"เจมส์ยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ ดูท่าคงจะมีความสุขสุดๆ

            "แล้วมึงล่ะบาส"เจษเมื่อรู้คำตอบของเจมส์แล้วก็หันมาถามบาสอีกคน

            "เพื่อนตำรวจนะ พ่อกูพอมีเส้นสายในเพื่อนตำรวจอยู่บ้าง" บาสพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ ไม่มีความอับอายในสิ่งที่ตนเองพูดเลยแม่แต่น้อย มีเส้นสายก็ใช้หน่อยสิว่าไหม..

            ซึ่งเจษกับบาสก็ไม่ได้ดูถูกดูแคลนแต่อย่างใด เพราะพวกเขาก็มีความคิดคล้ายๆบาสจริงๆ เป็นเรื่องยากมากที่ไม่มีเส้นสายจะได้เล่นฟุตบอลที่ประเทศไทย..

            "ดีแล้วล่ะ พวกมึงตั้งใจเล่นฟุตบอลกันให้ดีล่ะ อ้อตอนบ่ายเราไปฝึกซ้อมที่สนามหญ้าเทียมกันดีไหมวะ เห็นว่าบางครั้งก็มีทีมมืออาชีพมาฝึกซ้อมด้วย"เจษถามความเห็นเพื่อนๆอย่างรอคอย

            "ดีๆ"บาสพยักหน้ารัว เขาก็อยากวัดฝีมือกับพวกมืออาชีพกันสักครั้ง

            ทว่ามีคนหนึ่งที่ไม่ได้แสดงความเห็นด้วย วินาทีถัดมาเจมส์พลันถามขึ้นอย่างสงสัย..

            "เจษ คอมึงไปโดนอะไรมา แดงฝาดขนาดนั้น.."

            "..มะ..มดกัดน่ะ.."

            ...

            07:00 เจษเดินทางกลับบ้านอย่างกระอักกระอ่วนเพราะเพื่อสนิททั้งสองสาวใส้ของเขาออกมาเกือบหมด มันน่าอายอย่างมาก ไม่รู้ว่าต่อจากนี้เขาจะมีหน้าไปหาพวกมันอีกรึเปล่า..

            พอเจษเข้าบ้านมาเขาก็ได้รับการต้อนรับจากทั้งสองสาวอย่างอบอุ่น

            "เจษอะนี่ผ้าขนหนู ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเลย!"

            "ส่วนนี่สบู่น้ำยาสระผม"

            ..

            ผู้เป็นยายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเมื่อเห็นภาพนั้นก็พลันอิจฉาขึ้นมา..

            "ใช่สิ้! พอออกเรือนแล้วก็ลืมย่าลืมยาย.."

            "พวกเราไม่ลืมคุณยายหรอกค้า"x2 ทั้งสองยิ้มสาวตอบกลับมาอย่างน่ารัก

            "วันข้างหน้าล่ะ จะลืมคนแก่คนนี้ไหม.."บุษบายังนงไม่พอใจ ถามกลับไปอีกรอบ

            "ไม่ลืมแน่นอนค่ะ!"x2

            ..

            ".."

            เจษมองดูคนสูงอายุขาดความอบอุ่นอยู่รอบนอกแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว จู่ๆเขาก็พูดขึ้น

            "ผมรักยายมาก ผมไม่ลืมยายอยู่แล้วครับ"

            "เอ็งไม่ใช่หลานข้า! เหอะ!" ยายบุษบาสบัดหน้าแล้วกลับเข้าไปในบ้าน

            ".."

            
     

            
     

            
     

            
     

                                       I’m number 4