บทที่ 6
ตอน ข้าปรุงยาแก้พิษให้เ้าเอง
เรือนไม้ห้องเดี่ยวถูกปิดประตูไว้แ่ามีเพียงหน้าต่างบานเดียวที่เปิดรับลมก้าวแรกที่ย่างกรายเข้าห้องสายตาเ็ากวาดมองไปรอบๆชั้นไม้ตั้งวางเป็แถวลึก บนชั้นมียาพิษที่ปรุงแล้ววางเรียงแบ่งประเภทหลี่หยวนเดินเลี่ยงไม่ให้ไปััชั้นวางพวกนั้นแต่อีกใจหนึ่งตนก็อยากจะรู้ให้ได้ว่าพิษทลายต้นจิตถูกขโมยไปจริงๆหรือไม่
“ไว้ปรุงยาแก้พิษแล้วค่อยว่ากัน”
เวลานับถอยหลังดวงตาทั้งสองข้างเพ่งมองไปยังโต๊ะไม้เบื้องหน้า เครื่องมืออุปกรณ์ทุกอย่างเตรียมไว้อย่างดี
หลี่หยวนกระพริบตาถี่ๆสายตาเริ่มพร่ามัวยากจะเห็นทุกอย่างได้ชัด “เวร! ดอกไม้ที่ข้าใช้มีฤทธิ์ที่ทำให้ตาบอด!” หลี่หยวนพยายามตั้งสติ “นี้มันยังไม่ถึงหนึ่งเค่อทำไมถึงออกฤทธิ์เร็วเพียงนี้ บ้าจริง!”
ฝ่ามือหยาบรีบคว้าวัตถุดิบในตะกร้าที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาเพ่งมองพืชพวกนี้ย่อมเป็ยาแก้พิษแต่ต้องใช้ให้ถูกกับพิษที่โดนหลี่หยวนพลันเปิดหนังสือไล่นิ้วว่าต้องใช้พืชชนิดใดทว่าสายตายังไล่อ่านไม่ทันจบดวงตาที่เคยเห็นภาพชัดกลับมืดสนิท
หลี่หยวนกำหมัดแน่นก่อนจะทุบโต๊ะกัดฟันข่มอารมณ์ไม่ให้ทำลายข้าวของก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจให้สงบนิ่งฝ่ามือหยาบเรียวพยายามแตะััข้าวของบนโต๊ะอย่างช้าๆ
แต่ไม่ทันไรปลายนิ้วกลับััถูกหม้อร้อนเข้าอย่างจังหลี่หยวนชักมือกลับกัดฟันร้องโหยหวนอยู่ในลำคอก่อนจะหันหนีไปคลำหาพืชในตะกร้าแทน
“ช่างมันก็แล้วกันจับๆหั่นแล้วใส่หม้อจะได้จบๆแก้ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที”
มือซ้ายหยิบพืชมือขวาเอื้อมหยิบมีดพืชหลากหลายชนิดอยู่ในกำมือถูกวางบนเขียงมือขวากำลังจะลงคมมีดอย่างไม่เกรงกลัวจะหั่นไปโดนส่วนอื่นของตนเอง
“เ้าช่างใจถึงยิ่งนักแต่ถ้าจะใจถึงสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้คงได้ตายไว”
ฝ่ามืออุ่นคว้าข้อมือขวาของหลี่หยวนไว้ทันกาล
“ผู้ใด?!”
หลี่หยวนชักข้อมือกลับ
“ข้าเอง จิงเซียน” เสียงทุ่มนุ่มเอ่ยตอบ
หลี่หยวนขมวดคิ้วพลันคิดถึงเสียงของจิงเซียน เสียงของจิงเซียนไม่ได้นุ่มหูน่าฟังเช่นนี้แต่จะให้เอ่ยค้านกับคนตรงหน้าว่าไม่ใช่จิงเซียนอย่างไรก็ค้านไม่ขึ้นเพราะเขาไม่ได้เห็นกับตาทว่าในใจหลี่หยวนกลับแน่ชัดแล้วว่าคนปริศนาผู้นี้ไม่ใช่จิงเซียนแน่นอน
ในเมื่อคนผู้นี้อ้างตนเป็จิงเซียนเขาก็จะเห็นว่าเป็จิงเซียนก็แล้วกัน
“ท่านอาจารย์ ท่านมาได้อย่างไรขอรับ”
เสียงนั้นกล่าวแทบจะทันที “ข้าจะมาดูศิษย์ปรุงยาแก้พิษหน่อยไม่ได้รึ”
“เอ่อศิษย์ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จะเข้ามาดูศิษย์ปรุงยา ศิษย์เสียมารยาทแล้ว”
“ช่างเถิด” คนตรงหน้าถอนหายใจ“ถ้าข้าไม่จับเ้าไว้ คำว่าฆ่าตัวตายคงอยู่ห่างเ้าไม่ถึงคืบแล้ว”
“…” หลี่หยวนนิ่งเงียบก่อนจะกล่าวมาจากใจจริง“คือ…ศิษย์ไม่รู้ว่าจะแก้พิษอย่างไรขอรับ”
“เฮ้อ…” คนตรงหน้าถอนหายใจเป็หนที่สอง“ข้าปรุงยาแก้พิษให้เ้าเอง”
ข้าปรุงยาแก้พิษให้เ้าเอง
คำพูดเช่นนี้ทำเอาหลี่หยวนชะงักกายไปครู่หนึ่งพลางหวนนึกถึง่หนึ่งในชีวิตเทพที่ตนเองก็เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้แต่ครานั้นชงหยวนจำได้ว่าตนถูกพิษระหว่างออกรบ พิษออกฤทธิ์ทำให้ตนไร้เรี่ยวแรงเมื่อตนคิดจะปรุงยาแก้พิษเองไป๋ชางหลินกลับมาคว้าข้อมือเอ่ยเพียงว่า ข้าปรุงยาแก้พิษให้ท่านเอง
หลังจากนั้นเขาก็เหม่อลอยมองแผ่นหลังศิษย์น้องผู้นั้นไม่วางตาสองเท้าก้าวเดินหยุดอยู่ข้างหลัง ชุดเกราะแนบชิดแผ่นหลังไป๋ชางหลินริมฝีปากััเส้นผมดำสยายเหมือนน้ำหมึกนั้นส่งกลิ่นหอมสงบจิตใจเป็อย่างดีเขาจำได้ว่าตนเองอิงแอบแนบชิดกับอีกฝ่ายพร้อมกล่าวออดอ้อน “เ้าช่วยจับมือข้าปรุงยาแก้พิษด้วยเถิดถ้ามีคนสอนจับมือทำปรุงยา ข้าย่อมจำได้ขึ้นใจ”
แล้วหลังจากนั้นไป๋ชางหลินก็ผลักตนจนเกือบล้ม
ถ้าวันนั้นเ้าไม่ผลักข้าจะดีเช่นไร
“…”
หลี่หยวนถอนหายใจอย่างลืมตัว
“เ้าเดินมาประชิดหลังข้าแล้วยังจะมาถอนหายใจรดศีรษะข้าอีก”เสียงนุ่มดุประหนึ่งจิ้งจอกน้อยไล่กัดหางั “ถอยไป!”
“ไม่” หลี่หยวนพูดออกปากอย่างลืมตัว
“เ้าว่าอะไรนะ” คนตรงหน้ากล่าวเสียงแข็ง
“คือ…ว่าข้าอยากให้ท่านอาจารย์จับมือข้าปรุงยาแก้พิษหน่อยขอรับ”หลี่หยวนพยายามคิดหาข้ออ้าง
ข้ออ้างนี้ทำเอาคนตรงหน้าคิ้วกระตุกเหมือนนึกหวนคิดถึงเื่ในอดีตได้บางเื่ใบหน้าของเขาพลันขึ้นสี สมองขาวโพลนนึกไม่ออกว่าควรตอบเช่นไรนอกจาก “ข้าไม่ใช่อาจารย์เ้า”
หลี่หยวนเลิกคิ้วก่อนเปลี่ยนสีหน้ายิ้มมุมปาก “เช่นนั้นก็ดียิ่ง” เซียนหนุ่มรีบคลำหามือของคนตรงหน้าพลางคว้ามือคู่นั้นไว้แน่น“ข้ารบกวนท่านเทพจับมือข้าปรุงยาแก้พิษทีเวลาท่านอาจารย์ถามข้าจะได้ตอบได้ถือว่าเราแลกเปลี่ยนกันข้าจะไม่ถามเหตุผลของท่านที่ท่านแอบเข้ามาในสำนักฟางหรูและข้าจะไม่รายงานท่านอาจารย์ ท่านว่าอย่างไร”
“ความจริงแล้วข้าไม่จำเป็ต้องทำตามข้อเสนอของเ้าเลยสักนิด”ท่านเทพในอ้อมกอดหลี่หยวนแสยะยิ้มบ้าง “เ้าอย่าลืมว่าเ้าตาบอดไม่ได้เห็นว่าข้าเป็ใครถ้าเ้าจะไปบอกท่านอาจารย์ของเ้า เขาก็ตามหาข้าไม่ได้อีกอย่างถ้าข้าไม่ช่วยเ้าปรุงยาแก้พิษมันก็ไม่ใช่ปัญหาของข้าั้แ่ต้น”
“อืม…ท่านเทพกล่าวมานับว่าถูกต้อง แต่…”หลี่หยวนโน้มใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายทันใดปลายจมูกโด่งััแก้มเนียนพร้อมไล่ลงมายังสันกรามกลิ่นดอกท้อลอยเข้าจมูกหลี่หยวน “…จมูกข้าไวต่อกลิ่นนักโดยเฉพาะกลิ่นกายท่าน…กลิ่นจากต้นดอกท้อ”
ดอกท้อที่มีกลิ่นหอมหวนเย้ายวนใจเช่นนี้มีอยู่ไม่กี่ต้นยิ่งในแดนเทพมีเพียงต้นเดียวที่ปลุกในสำนักิจิวของตนแล้วเมื่อคืนก่อนตนเห็นอยู่เต็มตาว่าใครอยู่ในเรือนเก่าสำนักตน
ไป๋ชางหลิน…
ถึงตอนนี้ข้าจะยังหาหลักฐานสังหารเ้าไม่ได้แต่อย่างน้อย…ตอนนี้ข้าจะทำให้เ้าอับอายจนนอนไม่หลับ…
ฮึ! ข้าล่ะอยากเห็นสีหน้าของเ้ายิ่งนัก
“ท่านเทพ” หลี่หยวนกล่าวพลางแนบริมฝีปากกับใบหูไป๋ชางหลินน้ำเสียงทุ้มช่างตราตึงใจ “ท่านอย่าดูถูกความหน้าหนาของข้าต่ำไปต่อให้ท่านเป็เ้าสำนักใหญ่ข้าก็จะไปดมดอมท่านให้ถึงที่…”
ไป๋ชางหลินตัวชาทันใด ใบหน้า ใบหูแดงยิ่งกว่าเนื้อแตงโมเสียอีกหางตาเหลือบมองเซียนหนุ่มอย่างอดไม่ได้ ยิ่งได้มองใจยิ่งเต้นแทบจะหลุดออกมาจากอก
บ้าที่สุดใจข้าไม่สงบเลย! ไป๋ชางหลินคิดคนผู้นี้ไม่ใช่หลี่ชงหยวนเ้าต้องนิ่งสงบ นิ่งสงบ!
“ท่านเทพ…” หลี่หยวนคิดจะลองอ้อนอีกครา
ทว่าไป๋ชางหลินกลับตัดบทก่อนทันควัน
“ได้ๆข้าจะจับมือสอนเ้าแต่เ้าต้องไปยืนที่อื่นที่ไม่ใช่ข้างหลังข้า”
“ข้าว่ายืนตรงนี้ก็ดีอยู่แล้วเหมาะที่ท่านจะจับมือข้าทั้งซ้ายขวาได้ถนัดนะขอรับ”
ไป๋ชางหลิน…หนึ่งเค่อต่อจากนี้เจ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนสักหน่อยแล้ว