เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินหนานค่อย ๆ ลืมตาตื่น เขาอยากดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ทําได้เพียงถอนใจ จนบัดนี้เขาก็ยังรู้สึกปวดศีรษะ แค่คิดจะขยับตัวก็รู้สึกปวดร้าวไปหมด
"เสียงโบราณนั้น น่าเกรงขามยิ่งนัก"
ใบหน้าของฉินหนานซีดเซียว เสียงที่ได้ยินเมื่อวานเหมือนแทรกเข้ามากลืนกินวิญญาณของเขาไป นึกถึงทีไรก็รู้สึกหวาดผวาเป็นอย่างมากทุกที
"สิ่งสําคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ... ข้าต้องรู้ให้ได้ว่า แท้จริงแล้ว วิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามเป็นอย่างไรกันแน่..." ฉินหนานรู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปยังลานด้านนอกแล้วนั่งลงด้วยท่าขัดสมาธิ ใบหน้าแสดงอาการอึดอัดเล็กน้อย ฉินหนานไม่อาจแน่ใจได้ว่าพลังของวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามเมื่อเทียบกับวิญญาณยุทธ์แล้วจะอยู่ในขั้นไหนกันแน่ เพราะที่มาของวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามยังคงเป็นปริศนาอยู่
หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ หนึ่งครา เขาหลับตาลงอย่างช้า ๆ แล้วเริ่มรวบรวมสมาธิทั้งหมดให้เข้าสู่ภายในร่ายกาย และเริ่มเชื่อมต่อเข้ากับวิญญาณยุทธ์ภายในของตน
พลันเห็นเพียงแสงสีเหลืองที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉินหนานทีละเส้น... ทีละเส้น จนในที่สุดก็หมดลงตรงเส้นที่หก
มีเงาคนเลือนลางปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสีเหลือง เงานั้นลอยขึ้นกลางอากาศ ราวกับราชันกําลังจุติ พร้อมมีพลังกดดันที่ทําให้จิตใจหวาดกลัวแผ่ซ่านออกมาทั่วทุกทิศ
ใบหน้าฉินหนานแสดงถึงอาการตื่นตระหนก เมื่อเขาเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
"หรือนี่คือ.. วิญญาณแห่งเทพเจ้าสงคราม?"
ทันใดนั้น ใบหน้าของเขากลับมีสีหน้าแห่งความปีติเผยให้เห็น
วิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามไม่ได้ทําให้เขาผิดหวังเลย แท้จริงแล้ว มันเทียบเท่าถึงขั้นที่หกเชียว ถึงแม้ในใจ ฉินหนานจะคาดหวังไว้สูงกว่านี้ก็ตาม แต่พลังลมปราณอันเก่าแก่และลึกซึ้งอย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่แผ่ออกมา ทําให้เขาสัมผัสได้ว่าวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามนี้ต้องมีอะไรที่มากกว่าที่ตาเห็นอย่างแน่นอน
"ไม่รู้ว่าวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามจะมีความสามารถอะไรบ้าง แต่ขอเอามาฝึกปรือสักตั้งก่อนแล้วกัน" ฉินหนานระงับความรู้สึกปีติในใจ เขาอดใจไม่ไหวที่จะเชื่อมจิตเข้ากับวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามสักครา
ทันใดนั้นสิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น เขาเห็นเงาร่างคนของวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามนั่งลงในท่าขัดสมาธิและมีพลังที่ลึกลับน่าหวาดผวาแผ่ซ่านออกมาจากร่างนั้น
มีลมปราณฟ้าดินไหลรวมมาจากทั่วทุกสารทิศปรากฏหมอกขาวจาง ๆ ล้อมรอบตัวฉินหนานเอาไว้
"นี่..."
ฉินหนานตื่นตะหนกเป็นอย่างมาก บําเพ็ญตบะระดับนี้คงแข็งแกร่งกว่าดาบเพลิงโลกันต์ที่มีวิญญาณยุทธ์ระดับเหลืองขั้นที่หนึ่งกว่าสิบเท่าเห็นจะได้
วิญญาณยุทธ์ระดับเหลืองขั้นที่หกนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องเล่นเลย
ฉินหนานเข้าสู่การฝึกอย่างรวดเร็ว เขาเร่งให้วิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามเข้าสู่สภาวะที่ลืมความเป็นตัวตนไปและดูดซับลมปราณฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง
ลมปราณฟ้าดินหลั่งไหลเข้าสู่ภายในร่างกายของฉินหนาน แล้วไหลออกไปเรื่อย ๆ เกิดเสียง 'ซ่า' ดังขึ้นราวกับเสียงน้ําไหลก็ไม่ปาน
เวลาได้ผ่านไปจนราวสามชั่วยามเห็นจะได้ ฉินหนานลืมตาขึ้น พลันมีเสียง 'เปรี้ยะ' ดังออกมาจากร่ายกายของเขา เหมือนเสียงกําลังผัดถั่วก็ไม่ปาน
ภายในเวลาสามชั่วยามนี้ การฝึกปรือของเขาได้ให้ผลลัพธ์ดียิ่ง ซึ่งทําลายสถิติทุกครั้งที่ผ่านมา
"หากมีวิญญาณแห่งเทพเจ้าสงครามอยู่กับข้า ความฝันที่จะเป็นผู้แข็งแกร่งก็คงไม่ห่างไกลแล้วสินะ" สองมือของฉินหนานกําแน่นเข้าด้วยกัน สายตาวาววับเต็มไปด้วยความคาดหวังและความเด็ดเดี่ยว
แผ่นดินหมอกครามอันไร้ขอบเขตนี้ ไม่เพียงแค่เมืองหลินซุ่ย แต่รวมไปถึงอาณาจักรลั่วเหอก็เป็นเพียงเมืองขนาดเล็กเมืองหนึ่งท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
เมื่อครั้งวัยเยาว์ ฉินหนานเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองหลินซุ่ย แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาก็ต้องยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เขาฝันไว้ว่าสักวันหนึ่งจะแบกดาบบนบ่าพร้อมถือเหล้าในมือ ออกเดินทางท่องไปทั่วยุทธภพ เพื่อตอบแทนบุญคุณ สะสางความแค้น และใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี
และในขณะนั้นเอง มีเสียงดังขึ้นจากด้านนอกประตู "นายน้อย ข้านําของสำหรับเดือนนี้มาให้เจ้าค่ะ"
เมื่อสิ้นเสียงพูด หญิงรับใช้นางหนึ่งก็เข้ามาพร้อมถาดในมือ มีลมปราณเข้มข้นแผ่ออกมาจากขวดหยกที่วางอยู่บนถาด
ฉินหนานงงงันไปชั่วครู่ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันที่สำนักฉินจะแจกจ่ายทรัพยากรบำเพ็ญฌาน
สํานักฉินเป็นถึงหนึ่งในสองสํานักที่มีอํานาจในเมืองหลินซุ่ย แน่นอนว่าต้องให้ความสําคัญกับด้านวรยุทธ์เป็นอย่างมาก จึงมีการแจกจ่ายทรัพยากรบำเพ็ญฌานให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ฉินหนานรับเอาขวดหยกมา หลังจากที่หญิงรับใช้ออกไปแล้ว เขาถึงจะเปิดขวดดูและเกิดอาการชะงักเล็กน้อย
ภายในขวดบรรจุโอสถสีเขียวมรกตนับสิบเม็ด ซึ่งมีลมปราณรุนแรงแผ่ออกมาจากเม็ดโอสถเหล่านั้น
แน่นอนว่าฉินหนานรู้จักโอสถชนิดนี้เป็นอย่างดี นี่คือโอสถชุ่ยถี่ มันเป็นโอสถที่ใช้เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายของผู้ฝึกฌานโดยเฉพาะ
เพียงแต่ว่าโอสถชุ่ยถี่มีราคาสูงมาก ลูกศิษย์ทั่วไปเต็มที่คงได้รับแค่เม็ดเดียว ไฉนฉินหนานกลับได้มาถึงสิบเม็ดเช่นนี้ - โปรดติดตามตอนต่อไป -