ตอนที่ 9 ทำไมเฉินอ๋องไม่แล่เนื้อนางทั้งเป็เสีย?
ในอนาคตสาเหตุที่ซูหลินเอ๋อร์สามารถสร้างปัญหาให้กับพระเอกและนางเอกได้นานหลายปีนั้น สินสอดเหล่านี้ก็มีส่วนอยู่ไม่น้อย
ซูเหวินยวนรู้สึกเสียดายแทนเ้าของร่างเดิมขึ้นมากะทันหัน มารดาของนางถูกหลอก สินสอดถูกยึด นางก็ขาพิการต้องแต่งงานกับคนตาบอด ช่างน่าอัปยศยิ่งนัก
โชคดีที่ตอนนี้สินสอดปลอดภัยแล้ว
“ข้าไม่เคยดูออกเลยว่าเ้าจะมีความกล้าพอที่จะลอบสังหารท่านอ๋อง เ้าซ่อนตัวได้ลึกถึงเพียงนี้”
มือของซูหยวนที่ชี้มาที่นางสั่นเทาเล็กน้อย “เ้าแสร้งทำเป็โง่เขลา ก็เพื่อที่จะหาโอกาสลากพวกเราไปตายพร้อมกันใช่หรือไม่?”
ซูหยวนคิดไปคิดมา ก็มีเพียงคำอธิบายนี้เท่านั้น
ซูเหวินยวนยิ้มตอบว่า ๆ “ยังมีเื่อีกมากมายที่ท่านดูไม่ออก วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล พวกเราค่อย ๆ ชำระบัญชีกันทีละเื่ก็ยังไม่สาย”
“เ้าหุบปาก!”
ซูเหวินยวนยกมือขึ้นห้าม แล้วกล่าวต่อ “ในเมื่อสินสอดส่งมาถึงแล้ว ท่านเองก็ไปได้แล้ว วางใจเถอะ ไฟใหม้ครั้งนี้เป็เพียงแค่อุบัติเหตุ”
ซูหยวนไม่อยากจะไป สินสอดนั้นเขาไม่เคยแตะต้องเลย เพราะกลัวว่าจะถูกคนอื่นเยาะเย้ย จึงได้เก็บรักษาไว้อย่างดีมานานหลายปี
สุดท้ายแล้วกลับต้องมามอบให้ซูเหวินยวนเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบอย่างนั้นหรือ?
ตอนนี้เขาอยากจะนอนลงที่นี่แล้วอาละวาดให้รู้แล้วรู้รอด!
ซูเหวินยวนพยายามกลั้นหัวเราะไว้ แล้วถามว่า “ยังไม่ไปอีก หรือจะรอให้ท่านอ๋องออกมาส่งท่านด้วยตัวเอง?”
สิ้นคำพูดนี้ ซูหยวนก็หันหลังกลับเดินจากไปทันที
เขาแทบจะอยากจะเหาะหนีไปเสียให้พ้น ไม่กล้าที่จะอยู่ต่ออีกแม้แต่นิดเดียว
ซูเหวินยวนถอนหายใจ การมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายเสมอไป นอกหอจู๋เยว่ ยังมีอีกคนที่อยากจะไปแต่ไปไม่ได้
นั่นก็คือหมอหญิงที่มารักษาซูเหวินยวน
นางคุกเข่าอยู่ที่นั่นน้ำตานองหน้า พอดีกับที่ซูเหวินยวนกลับมา จึงได้ถามขึ้น
“ทำอะไรกันอยู่หรือ?”
เมิ่งฉีกล่าวอย่างลำบากใจ “ท่านอ๋องสั่งให้นางอยู่ต่อ แต่นางดึงดันจะไปให้ได้ขอรับ”
“จะให้นางอยู่ต่อทำไมกัน?” ซูเหวินยวนไม่เข้าใจ
ในขณะนั้นเอง หมอหญิงก็ร้องไห้พลางคลานเข้ามาซบที่แทบเท้าของซูเหวินยวนแล้วกล่าวว่า
“พระชายาโปรดช่วยข้าด้วยเถิดเพคะ จวนเฉินอ๋องเชิญหมอมารักษา ไม่มีผู้ใดกล้ามาสักคน ข้ามีจิตใจเมตตาถึงได้ตามมาด้วย เหตุใดจึงต้องสังหารข้าด้วย?”
สีหน้าของซูเหวินยวนเปลี่ยนไปทันที นางดึงเมิ่งฉีเข้ามาแล้วกระซิบถาม “เหตุใดจึงต้องสังหารนาง?”
นางเคยได้ยินเยว่ซิ่วเล่าว่าหมอหลวงที่เข้าจวนมา ไม่มีใครได้มีชีวิตรอดกลับออกไปเลย วันนี้จะได้เห็นกับตาตัวเองแล้วหรือ?
เช่นนั้นต่อไปใครจะกล้ามารักษาอาการป่วยในจวนเฉินอ๋องอีก?
ต่อให้เป็ท่านอ๋อง ก็ไม่สามารถเข่นฆ่าผู้คนอย่างโเี้เช่นนี้ได้ไม่ใช่หรือ
เมิ่งฉีรีบอธิบายว่า “ไม่ได้จะสังหารนางขอรับ ท่านอ๋องเพียงแค่อยากให้นางอยู่ในจวนสักพักเพื่อรักษาาแให้ท่าน แผลไฟลวกนั้นรักษายาก จะได้ไม่เป็แผลเป็”
ซูเหวินยวนถึงกับพูดไม่ออก หมอหญิงเข้าใจผิดไปเอง เขาก็ไม่ยอมอธิบาย คนหนึ่งคุกเข่าร้องไห้ อีกคนก็ยืนมองอยู่ข้าง ๆ
ดูจากสภาพของหมอหญิงคนนี้แล้ว ต่อให้อธิบายให้กระจ่างตอนนี้ก็คงจะให้อยู่ต่อไม่ได้แล้ว หากให้นางอยู่ในจวนจริง ๆ นางคงจะต้องหวาดกลัวจนเสียสติไปเองเสียก่อน
ปล่อยนางกลับไปจะดีกว่า
ซูเหวินยวนให้เงินนางไป แล้วก็ขอตัวยามาอีกเล็กน้อย แล้วก็ปล่อยนางไป
หมอหญิงออกจากจวนเฉินอ๋องไปได้อย่างราบรื่น แถมยังได้รางวัลอีกต่างหาก นางรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของซู
เหวินยวนอย่างยิ่ง
เพียงชั่วข้ามคืน เื่ราวนี้ก็ถูกเติมสีสันแล้วแพร่กระจายออกไป
เฉินอ๋องยังคงเป็เทพเ้าแห่งความโชคร้ายเช่นเคย แต่พระชายานั้นงดงามราวกับเทพธิดาแถมยังได้ช่วยชีวิตนางไว้
พระชายาเฉินอ๋องรูปงามจิตใจดี เป็เทพธิดาที่์ส่งมาเพื่อปราบเฉินอ๋องโดยเฉพาะ…
ซูเหวินยวนยังไม่รู้เลยว่าจะมีเื่ราวที่เหลวไหลขนาดนี้แพร่กระจายออกไป ตอนนี้นางแค่อยากจะนอนหลับให้เต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาจะได้นับเงิน
“ข้าพักที่ไหน?” ซูเหวินยวนถามเมิ่งฉี
เมิ่งฉีเห็นว่าสินสอดถูกส่งเข้าไปในหอจู๋เยว่แล้ว คาดว่าท่านอ๋องกับ พระชายาจะพักอยู่ด้วยกัน จึงได้ชี้นิ้วไปยังห้องของเซิ่งจิ่งอวี้ แล้วก็ไปจัดหาที่พักให้เยว่ซิ่ว
ซูเหวินยวนรู้จักแค่หอจู๋เยว่เท่านั้น จึงได้ยึดครองไปโดยปริยาย คิดว่าหอจู๋เยว่เป็ที่ที่เตรียมไว้ให้นาง
คาดไม่ถึงว่าพอผลักประตูเข้าไป เซิ่งจิ่งอวี้ก็กำลังถอดเสื้ออยู่…
ท่อนบนเปลือยเปล่าโดยสิ้นเชิง กล้ามเนื้อเป็มัด ๆ ไหล่กว้างเอวคอด ประกอบกับใบหน้าที่ดูเ็า ตอนนั้นเองซูเหวินยวนรู้สึกว่าเขาจะมองเห็นหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว
อีกทั้งพอถอดเสื้อออกแล้ว ก็ไม่ได้ผอมเลยนี่นา ดวงตาของซูเหวินยวนเปล่งประกายขึ้นมาทันที
นางดีใจ แต่เซิ่งจิ่งอวี้กลับตะลึงงันไปเลย ในแผนการเดิมของเขา ไม่มีข้อที่ว่าซูเหวินยวนจะอยู่ในจวนเฉินอ๋องต่อไป ดังนั้นจึงไม่ได้จัดหาที่พักไว้ให้นาง!
เมิ่งฉีเ้าคนไร้ประโยชน์นี่ ไม่เพียงแต่ไม่จัดหาให้ ยังจะมาชี้ทางให้
ซูเหวินยวนมาที่ห้องของเขาอีกหรือ ???
“ท่านอ๋องเหตุใดจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเองล่ะเ้าคะ คงจะไม่สะดวกกระมัง? ให้ข้าช่วยดีหรือไม่?”
ซูเหวินยวนเดินเข้าไปอย่างกระตือรือร้น สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ท่อนบนของเขา
เซิ่งจิ่งอวี้เห็นทุกอย่าง แต่ก็ทำได้เพียงแสร้งทำเป็มองไม่เห็น!
พร้อมกันนั้นในใจก็กำลังสบถด่าไม่หยุด
ซูเหวินยวนก็อาศัยว่าเขามองไม่เห็น จึงได้มองเขาอย่างโจ่งแจ้ง ไม่มีท่าทีจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย ราวกับยายแก่ลามก
“ให้เมิ่งฉีมาดีกว่า” เซิ่งจิ่งอวี้ทำหน้าเ็าแล้วเรียกเมิ่งฉีมา
ซูเหวินยวนส่ายหน้าอย่างเสียดาย
ไม่เป็ไร วันข้างหน้ายังมีโอกาสอีก!
เมิ่งฉีเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันทำเอาเขาเหนื่อยแทบแย่ แม้ว่าจะไม่มีเื่ไหนที่ทำได้ดีเลยสักเื่ แต่เขาก็ยังรู้สึกภูมิใจอยู่บ้าง
เห็นเขาเป็เช่นนี้แล้ว เซิ่งจิ่งอวี้ก็ไม่อยากจะไปรบกวนเขาอีก จึงได้พูดเพียงแค่คำว่า “เปลี่ยนเสื้อ” แล้วก็ถูกเมิ่งฉีพยุงไปที่หลังฉากกั้น
คืนนี้ทั้งสองต่างอยู่กันอย่างสงบสุข ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ถือว่ายังปรองดองกันดีอยู่
วันรุ่งขึ้น เมืองหลวงก็เกิดความวุ่นวายขึ้น!
ั้แ่ในวังจนถึงนอกวัง ล้วนมีแต่คนพูดถึงเื่ของซูเหวินยวน
“ได้ยินหรือไม่? เมื่อคืนพระชายาเฉินอ๋องวางเพลิง เกือบจะเผาเฉิน
อ๋องไปด้วยแล้ว”
“หา? เมื่อวานเพิ่งจะแต่งงานกันไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นเฉินอ๋องก็ต้องแล่เนื้อพระชายาเฉินอ๋องทั้งเป็สิ?”
“เื่แปลกก็อยู่ตรงนี้แหละ พระชายาเฉินอ๋องไม่เป็อะไรเลย แค่ถูกไฟลวกนิดหน่อย แล้วก็เชิญหมอหญิงเข้ามารักษาในจวน ตอนจะกลับเฉินอ๋องคิดจะสังหารหมอหญิงเพื่อระบายความโกรธ แต่ก็ถูกพระชายาเฉินอ๋องห้ามไว้ได้”
คนรอบข้างใจนลูกตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า คนที่เฉินอ๋องคิดจะสังหาร แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังช่วยไว้ไม่ได้ พระชายาเฉินอ๋องคนนี้เป็ใครมาจากไหนกันแน่?
“ยังมีอีกนะ! เห็น ๆ กันอยู่ว่าเป็พระชายาที่เป็ผู้วางเพลิง แต่เฉินอ๋องไม่เพียงแต่ไม่โทษนาง ยังอุตส่าห์ไปอธิบายกับฮ่องเต้ว่าเป็อุบัติเหตุไฟไหม้ เมื่อคืนตอนที่เฉินอ๋องเข้าวัง เสื้อผ้าก็ยังขาดวิ่นอยู่เลย”
บทสนทนานี้ดังขึ้นตามท้องถนน ไม่ว่าจะเป็ตรอกซอกซอยในเมืองหลวง ทุกคนต่างก็กำลังพูดคุยเื่นี้กัน
ซูเหวินยวนเพิ่งจะตื่นนอน ก็ได้ยินข่าวที่น่าในี้เข้า
นี่มันไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีหรอกหรือ?
เซิ่งจิ่งอวี้อธิบายไปหมดแล้ว แต่กลับยังมีคนมาสาดน้ำสกปรกใส่นางอีก
เมิ่งฉีเร่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “ในวังส่งคนมาเร่งอีกแล้วขอรับ พระชายาโปรดรีบหน่อย บ่าวจะติดตามพระชายาเข้าวังไปด้วยขอรับ”
“แล้วข้าไม่รีบตรงไหนล่ะ?” ซูเหวินยวนทำหน้าไม่พอใจ
ตอนที่ตื่นเช้ามา เซิ่งจิ่งอวี้ก็ไม่อยู่ข้างกายแล้ว จากนั้นเมิ่งฉีก็มาบอกว่าวันนี้นางจะต้องเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮา
ซูเหวินยวนรีบร้อนตื่นขึ้นมาชำระร่างกาย แต่คนรับใช้ในจวนกลับพากันเฉื่อยชา
แค่จะให้คนตักน้ำมาให้ ก็ต้องเร่งถึงสามครั้งกว่าจะได้ พอจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ยังจะถูกผลักไสไล่ส่งอีก
เยว่ซิ่วไม่คุ้นเคยกับจวนเฉินอ๋อง จะถามใครก็ไม่มีใครสนใจ ไม่สามารถจะทำอะไรเองได้
ด้วยเหตุนี้ พวกบ่าวรับใช้จึงได้แต่ปัดความรับผิดชอบไปตลอดทั้งเช้า อีกทั้งจนถึงตอนนี้ห้องครัวก็ยังไม่ได้เตรียมอาหารเช้าให้นางเลย
ซูเหวินยวนสงสัยว่า หากไม่ใช่เพราะเซิ่งจิ่งอวี้มาพักอยู่ที่นี่ น้ำสักหยดนางก็อาจจะไม่ได้ดื่ม
จากนั้นนางยังจะต้องเข้าวังไปคาราวะฝ่าากับฮองเฮา ในนิยายนางไปเข้าเฝ้าครั้งแรกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ครั้งแรกที่เข้าเฝ้า ก็ถูกฮองเฮากักตัวไว้แล้วบังคับให้คุกเข่าอยู่ในวังทั้งคืน…
ตอนนี้กลับต้องมาเข้าวังเร็วกว่ากำหนดอย่างไม่มีเหตุผล คงจะเป็เพราะเื่วางเพลิงเป็แน่