ต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ฉินซู่ทำตะแกรงเก้าช่องที่จะเอาวางไว้ในหม้อ เพื่อใช้สำหรับลวกผัก
ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว!
การนั่งเกวียนเทียมวัวจากหมู่บ้านไปในตัวอำเภอใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลาถึงสองชั่วโมง
เธอจ่ายเงินไปห้าเหมาเพื่อเช่าเกวียนมาหนึ่งคัน
พอเห็นผู้หญิงหลายคนช่วยกันยกวัตถุดิบและเตาขึ้นเกวียนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาอดมองด้วยความสนใจไม่ได้
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่งแล้วทุกคนต่างทยอยเลิกงานกันออกมา
"เสี่ยวเสี่ยวพวกเธอสามคนทำอะไรกันน่ะ เย็นป่านนี้แล้ว จะออกไปไหนกันเหรอ?"
ระหว่างที่ชาวบ้านคนนั้นกำลังพูดอยู่เขาก็เหลือบมองไปทางเกวียนเป็นระยะๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้ปิดบังอะไรเธอยิ้มและตอบว่า "ฉัน ป้าเถาฮวาแล้วก็ซิ่วซิ่ว กะจะทำธุรกิจเล็กๆ ขายพวกหม่าล่าทั่งอะไรพวกนี้ค่ะพวกเราว่าจะลองไปขายที่ในตัวอำเภอดูสักตั้ง!"
พอได้ยินแบบนั้น ชาวบ้านคนนั้นถึงกับงุนงงว่าอะไรคือหม่าล่าทั่ง?
ถึงจะไม่เข้าใจที่เธอพูดแต่ชาวบ้านคนนั้นก็ยังอวยพรให้เธอ
"ถ้าอย่างนั้นก็ดี ยังไงซะอยู่ว่างๆอยู่แล้ว จะได้ลองไปขายของหาเงินสักหน่อย!"
"ค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบรับแล้วขึ้นไปนั่งบนเกวียน
ถึงขาของฉินซู่จะยังไม่หายดีแต่เขาก็ขับเกวียนได้ พอจัดการเรื่องพี่สาวของเขาเรียบร้อยแล้วเธอก็ตั้งใจจะพาฉินซู่ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยกันสักหน่อย
ส่วนเด็กสามคนต่งเสี่ยวเสี่ยวฝากให้ฉินฮุ่ยเจียวช่วยดูแล
พอเกวียนขับออกไปได้ไม่ไกลชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ก็เริ่มมารวมตัวกันพวกเขามาถามเรื่องต่งเสี่ยวเสี่ยวจากชาวบ้านที่คุยกับเธอเมื่อกี้
พอได้ยินว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะทำหม่าล่าทั่งส่วนใหญ่ก็เบ้ปาก มองว่าคงไปไม่รอด
"คนบางคนน่ะ ก็ไม่รู้จักเจียมตัวพอหาเงินได้บ้าง ก็คิดว่าตัวเองเก่ง หยิบจับอะไรก็หาทางรวยได้หมด!"
"ถ้าไม่เรียกว่าไม่รู้จักเจียมตัวแล้วจะให้เรียกว่าอะไร? จะชวนใครไปทำมาหากินไม่ชวนดันพาแม่ม่ายผัวตาย แถมมีลูกติดอีกสามคน!"
"นั่นสิเธอคงจะมองว่าแม่ม่ายหลอกง่าย ชักจูงง่ายมั้ง!"
…
เหล่าป้าๆ ต่างพูดกันไปมา
ชาวบ้านคนที่ทักทายต่งเสี่ยวเสี่ยวมองดูพวกผู้หญิงที่กำลังพูดนินทาคนอื่น ก็ส่ายหัวเบาๆ
สำนวนที่ว่า ‘กินองุ่นไม่ได้เลยว่าองุ่นเปรี้ยว[1]’ ก็คงหมายถึงคนพวกนี้แหละ!
ปกติคนพวกนี้ก็ดูถูกสะใภ้บ้านฉินอยู่แล้วตอนนี้พอเธอทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ได้ ก็พาลอิจฉา
ต่อหน้าก็พยายามประจบประแจงอยากให้ชวนไปทำมาหากินด้วย พอไม่ได้ผลประโยชน์ ลับหลังมานินทาว่าร้ายเธอต่างๆนานา!
จิตใจของผู้หญิง ยากแท้หยั่งถึงจริงๆ!
ผู้ชายคนนั้นถอนหายใจเบาๆ เขาเอามือไขว้หลังแล้วเดินทอดน่องกลับบ้าน
ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวระหว่างที่นั่งอยู่บนเกวียนเธอก็คอยกำชับเรื่องที่ต้องระวังให้สวีซิ่วและเหอเถาฮวาฟังอย่างละเอียด
ใช้เวลาไม่ถึงสี่สิบห้านาทีเกวียนก็ขับมาถึงตัวอำเภอ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลือกทำเลหน้าโรงงานที่มีลูกค้าแน่นหนาซึ่งเป็นเส้นทางที่คนงานแถวนี้ต้องใช้เดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกงานเรียกว่าได้ทั้งทำเลดีและโอกาสขายดีในที่เดียวเลย
ที่นี่ไม่มีใครมาตั้งแผงขายของทั้งสี่คนจึงรีบช่วยกันตั้งแผงให้เรียบร้อย
ไม่นาน น้ำในหม้อก็เดือดเธอเอาตะแกรงเก้าช่องที่ฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว วางลงไปในหม้อส่วนพวกของเสียบก็วางเรียงรายอยู่ในตะกร้า วางไว้ให้เห็นชัดเจน
นอกจากนั้นยังมีผักชี ต้นหอม พริกป่นที่เตรียมไว้ให้พร้อม สำหรับให้ลูกค้าปรุงรสเองตามความชอบ
ผ่านไปไม่นานแผงขายของก็เริ่มมีไอร้อนลอยขึ้นมาแล้ว
สวีซิ่วกับเหอเถาฮวาต่างก็รู้สึกประหม่าพวกเธอเพิ่งออกมาตั้งแผงขายของเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะขายได้หรือเปล่า
พอถึงห้าโมงเย็นก็เป็นเวลาที่คนงานเลิกงานตรงเวลา
ประตูโรงงานเปิดออกคนงานจำนวนไม่น้อยทยอยเดินออกจากโรงงาน บางคนขี่จักรยานบางคนเดินไปด้วยกันเป็นกลุ่ม พูดคุยหัวเราะกันไปพลาง
แค่พริบตาเดียวถนนที่เคยเงียบสงบก็ครึกครื้นขึ้นมา
สาวๆ โรงงานต่างก็สวมชุดกระโปรงผ้าลายดอกไม้ถักเปียสองข้าง สวมรองเท้าหนัง ดูสวยและทันสมัยพวกเธอพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนพวกหนุ่มโรงงานก็พากันเดินกอดคอกอดไหล่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ไม่นานก็มีคนสังเกตเห็นแผงขายของที่ตั้งอยู่ข้างทางมีไอร้อนลอยขึ้นมา
"ร้านนี้ขายอะไรน่ะ?"
บนโต๊ะยาว มีตะกร้าวางเรียงรายอยู่ในตะกร้ามีทั้งเนื้อสัตว์และผักสดจำนวนไม่น้อย ผักสีเขียว แค่ดูก็รู้ว่าเป็นของสด
พอเห็นว่ามีลูกค้ามาต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มแย้มแล้วอธิบายอย่างใจเย็น
"พวกเราขายหม่าล่าทั่งค่ะเนื้อเสียบไม้ละสามเหมา ผักเสียบไม้ละหนึ่งเหมาห้าเฟิน ส่วนพวกแผ่นแป้งแผ่นละสามเหมาค่ะ"
"เนื้อเสียบไม้ละสามเหมา? อย่ามาหลอกกันน่า เนื้อวัวเนื้อแกะในตลาดแพงจะตาย ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้!"
เสิ่นเหล่าลิ่วถามแต่แค่ได้กลิ่นท้องก็ร้องโครกครากขึ้นมา
พอได้ยินแบบนั้นก็มีคนงานไม่น้อยเข้ามามุงดู พร้อมแสดงสีหน้าสงสัย
"นั่นสิ ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้เนื้อพวกนี้มันไม่สดเหรอ?"
"หม่าล่าทั่งงั้นเหรอฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย น่าสนใจจริงๆ!"
คนงานหลายคนทำงานกันมาตลอดช่วงบ่ายพอเลิกงานก็หิวจนตาลายอยากรีบกลับบ้านไปกินข้าวกันทั้งนั้น
ตอนนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยมารวมตัวกันที่แผงขายของบนถนนที่ว่างเปล่านี้ จึงดูโดดเด่นเป็นพิเศษ ถึงจะหิวแค่ไหนพวกที่ชอบดูเรื่องสนุกก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปมุงดูด้วย
"พวกคุณพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะเนื้อพวกนี้มันจะสดหรือไม่สด แค่ดูสีก็รู้แล้ว!ฉันมีเพื่อนทำงานอยู่ที่พื้นที่ก่อสร้างไม่ไกลจากตรงนี้ฉันคิดว่าทุกวันตอนเลิกงานได้กินแต่ข้าวกล่องเย็นๆ ชืดๆ ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรอุ่นๆร้อนๆ กินกันสักหน่อย ทำให้คนเดียวก็ต้องเตรียมของอยู่ดี จะหลายคนก็ไม่ต่างกันก็เลยตั้งร้านขายซะเลย!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
อย่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดเนื้อพวกนี้มันจะสดหรือไม่สด แค่มองก็รู้แล้วว่าเนื้อสดหรือเปล่า
ตอนนี้ท้องพวกเขาก็ร้องโครกครากอาหารในโรงอาหารก็แข็งแถมยังไม่อร่อยด้วย พูดมากไปก็เท่านั้นสู้ซื้อมาชิมสักหน่อยดีกว่า
"โอเค งั้นฉันขอเนื้อวัว เนื้อแกะเนื้อหมู อย่างละไม้ แผ่นแป้งหนึ่งแผ่น เห็ดเข็มทองกับเห็ดหอมอย่างละไม้กุ้งหนึ่งไม้ แล้วก็ผักกาดแก้วอีกไม้"
"ได้ค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบรับอย่างคล่องแคล่วเธอเอาวัตถุดิบที่เสิ่นเหล่าลิ่วสั่งลงไปในตะแกรงเก้าช่อง
ในระหว่างที่กำลังลวกผักต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ปรุงน้ำซุปให้เสิ่นเหล่าลิ่วไปด้วย
"ลูกค้าจะเอาแบบเผ็ดหรือไม่เผ็ดคะ?"
"ขอเผ็ดๆ เลย ฉันชอบกินเผ็ดมาก!"
"ได้ค่ะ!"
เนื้อหั่นบางมากอยู่แล้ว ทำให้ลวกง่ายเธอหันไปปรุงน้ำซุปแค่แป๊บเดียว ผักที่ลวกเอาไว้ก็ใกล้จะสุกแล้ว
"เสร็จแล้วค่ะ จะกินที่นี่หรือว่า...?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถามในระหว่างที่ทำไปด้วย
"กินที่นี่" เสิ่นเหล่าลิ่วตอบ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำทุกอย่างอย่างคล่องแคล่วเธอเอาวัตถุดิบที่ลวกเสร็จแล้วขึ้นมา และเอาทุกอย่างใส่ลงไปในน้ำซุป
"ทั้งหมดหนึ่งหยวนเก้าเหมาห้าเฟินมีพริกป่นกับผักชีอยู่ข้างๆ ถ้าเผ็ดไม่พอก็เติมเองได้เลยนะคะ"
เสิ่นเหล่าลิ่วก็ควักเงินสองหยวนออกมาจากกระเป๋าโดยไม่ลังเลต่งเสี่ยวเสี่ยวทอนให้เขาห้าเฟิน
เขาเลือกจะกินที่นี่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเอาถุงพลาสติกรองชามไว้อีกชั้นหนึ่ง
เสิ่นเหล่าลิ่วถือชาม นั่งลงบนโต๊ะเล็กๆที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งไว้ เขาซดน้ำซุปคำหนึ่ง แล้วก็กินเนื้อตามไปอีกคำหนึ่ง
เนื้อที่เอาไปลวกนั้นทั้งหอมนุ่มแถมยังเปื่อย อร่อยจนเสิ่นเหล่าลิ่วอยากจะกลืนลิ้นลงไปด้วย
"อร่อยจริงๆ!"
เชิงอรรถ
[1] กินองุ่นไม่ได้เลยว่าองุ่นเปรี้ยวหมายถึง คนที่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ แล้วแสร้งทำเป็นว่าสิ่งนั้นไม่ดี