19:34 p.m. At Crystal C
“ไทด์!” นี่มันเื่บ้าอะไรวะ!?
“!!!” ตาตี่ๆเบิกกว้างทันทีที่เห็นฉันเดินออกมาจากล็อบบี้
“ทำแบบนี้กับกูได้ยังไง…”
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาพูดไม่ออกเลย สมองมันตื้อไปหมด รู้สึกได้แค่ว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติจนเจ็บหน้าอก แฟนคนแรกของฉันกำลังโอบเอวรุ่นพี่ที่เป็ศิษย์เก่าของโรงเรียนที่ฉันเคยยิ้มให้อยู่บ่อยๆอย่างสนิทสนมอยู่ใต้คอนโดของมันเนี่ยนะ เอาจริงดิ
“…”
“…”
“เหอะ… เห็นหน้ากูแล้วเป็ใบ้กันหมดเลยหรอ” ฉันมองหน้าไทด์กับพิมสลับกันไปมาอยู่นาน สองคนนั้นหลบตาฉันไม่พูดอะไรแบบนี้แปลว่ายอมรับสินะ ก็ชัดแล้วแหละเห็นหน้าฉันแล้วเลิ่กลั่กกันขนาดนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะดูไม่ออก
“เกี๊ยว…”
“ไม่ต้องมาเรียกกูว่าเกี๊ยว!” ฉันตวาดใส่หน้าไทด์ทันที “…กูไม่อยากได้ยินชื่อนี้ออกมาจากปากมึง” ชื่อเล่นที่ไทด์เคยตั้งให้ตอนสมัยจีบกันใหม่ๆ เพราะชื่อลิเคียวของฉันไทด์เรียกยากมันบอกดูเฟียสไม่เข้ากับหน้าฉัน เลยรวบคำว่าเกี๊ยวแทน อยู่ๆก็รู้สึกเกลียดชื่อนี้ชะมัด
“ขอโทษนะ”
“ทำไม… ขอโทษทำไม” ไม่ไหวแล้วสั่นไปหมดเลย ตาก็พร่ามองแทบไม่เห็น วันนี้ควรเป็วันที่ฉันจะดี๊ด๊าไม่ใช่หรอ ทำไมเป็แบบนี้วะ
ฉันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งสองคน รู้สึกเหมือนเป็คนนอกทั้งๆที่ฉันคือแฟน โคตรแย่
“งั้นพิมกลับก่อนนะไทด์ เคลียร์เสร็จละทักมาละกัน”
“อืม”
ฉันมองไทด์โบกมือให้อีพิมที่เดินย้อนกลับไปทางที่เพิ่งเข้ามาแล้วรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ฉันหายใจเข้าออกลึกๆอย่างสะกดกลั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถ เย็นไว้ลิเคียว จัดการเป็คนๆไป
ไม่คิดว่าตัวเองจะโดนนอกใจเลย ตอนเลิกเรียนไทด์มาส่งฉันที่บ้านตามปกติก็นึกว่าจะรอออกไปกินข้าวด้วยกันเพราะวันนี้เป็วันครบรอบ3ปีของเราแต่พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จออกมามันก็หายไปเลย แม่บ้านบอกว่าไทด์ลืมของที่โรงเรียนเลยรีบกลับไปเอา
“…เนี่ยหรอ ของที่ลืมไว้ที่โรงเรียน”
“ขึ้นไปคุยกันที่ห้องเถอะ”
“มึงสนุกมากมั้ยที่ทำให้กูเป็คนโง่?” ฉันถอยหนีไทด์ที่จะเดินเข้ามาจับแขนทันที รังเกียจ!
“ไปคุยที่ห้องกันนะเกี๊ยว”
“อย่ามาเรียกกูด้วยชื่ออุบาทว์ๆนี้อีกนะไอ้เหี้ย!!” ฉันเหวี่ยงกระเป๋าใส่หัวไทด์เต็มแรง ขอสักป้าบเถอะไอ้แม่yed
ปึ้ก!
“โอ้ย!”
“ฮึก ทำไมทำกับกูแบบนี้วะ!?” ฉันถามเสียงสั่นเพราะน้ำตาคลอเต็มสองเบ้า
“มานี่” ไทด์เดินเข้ามาจับแขนฉันแล้วลากขึ้นลิฟต์อย่างไวเพราะคนที่อยู่แถวล็อบบี้หยุดมองกันหมดแล้ว
“ปล่อย!”
“ไปคุยกันข้างบน!!”
“ไม่! กูไม่อยากเข้าห้องมึง ไม่อยากเข้าไปซ้ำรอยใครกูรังเกียจ!!”
“เกี๊ยว…”
“กูขยะแขยงคนอย่างมึง! จะไปตายไหนที่ไป!!”
“พูดดีๆ!”
“ปล่อยกู!!!” ฉันตวาดใส่หน้าไทด์ที่เพิ่งขึ้นเสียงใส่ฉันทันที โมโหหรอ? คนที่ต้องโมโหคือฉันไม่ใช่หรอ ไม่เข้าไปหยุมหัวมึงนี่ก็ใจเย็นสุดแล้วไอ้หน้าหนังหมา
“เฮ้อ มานี่เกี๊ยว”
“อย่ามาจับกู! เสร่อ!” ฉันพยายามคว้าทุกอย่างที่อยู่ใกล้เท่าที่จะคว้าได้แต่ไม่สำเร็จ ไทด์ลากฉันมาจนถึงหน้าห้องแล้วดันฉันเข้าห้องทันที
เพี๊ยะ!
“มึงแม่งสารเลว” หน้าไทด์หันไปตามแรงขึ้นรอยนิ้วมือ5นิ้วเด่นชัด ไทด์นิ่งไปเลยฉันก็ใเหมือนกันั้แ่คบกันมาเราไม่เคยทำร้ายร่างกายกันเลย แต่มันไม่เจ็บเท่าใจฉันหรอกเชื่อสิ
“เห้ย… ต้องตบเลยหรอวะ”
“น้อยไปด้วยซ้ำ กูอยากผลักมึงให้รถชนตายห่าไปเลย!”
“เธอก็เป็ซะแบบนี้ไง” ห้ะ
“…”
“เราเลิกกันเถอะ”
“…”
“ช่วยปล่อยฉันไปได้มั้ย”
“…”
“…”
“ฮ่าๆ…”
“…?” ฉันมองหน้าไทด์ทำหน้างงๆที่เห็นฉันหัวเราะออกมา
“เจอแบบนี้คิดว่ากูอยากคบกับมึงต่อหรอไทด์ แค่คิดก็รู้สึกขนลุกแล้ว สปรกตายชัก ฮึก…” อย่าร้องนะลิเคียว “มึงหมดรักกูแล้วทำไมมึงไม่บอก ทำไมไม่เคลียร์กับกูให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปคุยกับคนอื่นหละไทด์ ฮึก ไม่เห็นหัวกูเลย” เหมือนเื่ที่ผ่านมาของเราเป็เื่โกหกเลย
“…”
“มึงลืมสินะว่าวันนี้วันอะไร วันนี้เมื่อ3ปีที่แล้วมึงขอกูคบนะ”
“…”
“ตอนนั้นกูไม่ได้รักมึงเลยกูแค่รู้สึกดีด้วยแต่ก็ตอบตกลง มึงมีเวลาเป็ปี กว่าที่กูจะรักมึงได้มากขนาดนี้ ถ้าจะใจร้ายกับกูแบบนี้แล้วมึงจะทุ่มเทให้กูมีความทรงจำดีๆกับมึงไปเพื่ออะไร…”
“…เกี๊ยว”
“อนาคตของกู มหาลัยที่กูจะไป ร้านที่กูลิสต์ไว้ว่าจะไปกิน ที่เที่ยวที่อยากไป ทุกอย่างมีมึงอยู่ในนั้นหมด มึงว่ากูควรรู้สึกยังไงดีตอนนี้” ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณอะไรเลย ฉันชะล่าใจที่คิดว่าไทด์จะซื่อสัตย์ นึกว่ามันจะศรัทธาในความรักเหมือนกัน ฉันโลกสวยเกินไป
“ขอโทษนะ”
“กูเคยคิดว่ากูรู้จักมึงดีที่สุด แต่ตอนนี้กูรู้สึกว่ากูไม่รู้จักมึงเลย”
“…”
“รู้แต่ว่ามึงเหี้ยมาก”
“ไม่มีอะไรจะแก้ตัวจริงๆ”
“คบกันมานานแค่ไหนแล้ว …กับอีพิม”
“…2เดือนกว่า”
“อ่า” เหอะ ทุเรศ 2เดือนหรอ 3ปีของเราไม่มีความหมายเลย
“…”
“…”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เงียบจนได้ยินแต่เสียงแอร์ดัง ในใจของฉันมันเดือดจนอุณหภูมิทะลุปรอทแล้ว อยากกรี้ดใส่หน้ามันจนแก้วหูแตกไปเลยแต่ตัวชาจนไม่มีแม้แต่แรงจะขยับแขนขา ไม่มีแม้แต่แรงจะร้องไห้
“…งั้นกูขอเก็บของเลยละกัน” ฉันฮึบลุกออกจากโซฟาเพื่อเข้าในห้องนอนไปเก็บของ
ห้องนี้มีของของฉันค่อนข้างเยอะ เพราะที่บ้านฉันอยู่คนเดียวแม่ไปทำงานที่เนเธอแลนด์นานๆกลับมาที ทั้งบ้านมีแค่ฉันกับป้าแม่บ้านแค่นั้น ส่วนใหญ่ฉันเลยมานอนที่คอนโดไทด์ แต่หลังๆมานี่ไทด์บอกว่าเพื่อนจะมากินเลี้ยงที่ห้องบ่อยๆเพราะใกล้จะแยกย้ายไปเรียนมหาลัยกันแล้วฉันเลยกลับไปอยู่บ้านเพราะมันจะได้สนุกเต็มที่ แต่เหตุผลจริงๆคงไม่ใช่เพื่อนสินะ ฮ่าๆ
ฉันไว้ใจผู้ชายคนนี้ไปได้ยังไง ไว้ใจถึงขนาดที่ยอมหมั้นด้วยแล้ว พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายคุยกันแล้ว มาไกลขนาดนี้ทั้งๆที่ไอ้เชี่ยนี่มันสารเลวแบบนี้เนี่ยนะ เรดาห์ฉันพังไปแล้วหรอ
“ให้ช่วยมั้ย” ไทด์เดินเข้ามาถามฉันในห้องนอน
“อย่ามายุ่ง”
“ของเธอเยอะมากเลยไม่ใช่หรอ”
“กูจะเอาแค่ของสำคัญแพงๆไปขายทิ้ง บางชิ้นน่าจะมีใครมาจับไปแล้วกูไม่เอากลับบ้านไปเป็เสนียดหรอก”
“เื่นี้พิมไม่ผิดนะ ฉันผิดเอง”
“…” ฉันชะงักไปอีกรอบ วันนี้ฉันจะต้องตัวชาอีกสักกี่ครั้งวะ
“อย่าไปหาเื่พิมเลยนะ”
“เห็นกูเป็คนยังไง” ฉันถามออกไปเสียงเรียบพลางเก็บของไปด้วยความเร็วสุดชีวิต อยากออกไปจากห้องนี้เต็มทน
“เวลาเธอโมโหเธอไม่เคยไว้หน้าใครเลย”
“…” ก็คงใช่ “ทุกครั้งที่อารมณ์เสียก็คือตอนที่มีคนมาจีบแล้วมึงก็คุยดีกับพวกนั้นไง กูเป็แฟนมึงกูไม่มีสิทธิ์โมโหหรอ กูนึกว่าเพราะมึงใจดีมึงเลยไม่ปฏิเสธไปให้ชัดเจน แต่ตอนนี้น่าจะตรงข้ามนะ ชอบเลยหละสิ” ไอ้เลว
“เฮ้อ วกกลับมาเื่นี้อีกละ”
“…” ฉันก้มหน้าก้มตารีบเก็บของต่อ ไม่อยากพูดอะไรตอนนี้กลัวะเิจนคุมอารมณ์ไม่อยู่
หลังจากเก็บไปได้สักพักก็เสร็จ ฉันหยิบน้ำหอม กระเป๋า พวกเครื่องประดับแพงๆเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง ส่วนอันไหนราคาถูกฉันเอายัดใส่ถุงดำหมด ของในกระเป๋าจะเอาไปขายส่วนในถุงดำฉันจะส่งบริจาคให้หมด ฉันจัดการถือทั้งกระเป๋าเดินทางและถุงดำเดินออกไปวางไว้หน้าห้อง ก่อนจะเข้ามาหยิบโทรศัพท์ก็เหลือบไปเห็นรูปคู่ของฉันกับไทด์แขวนอยู่เหนือทีวี… หมดคำจะพูดเลย
“เข้าห้องมาเห็นรูปนี้ไม่รู้สึกกันอะไรบางหรอ” ฉันหันไปถามไทด์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาเสียงเรียบ ไทด์มองหน้าฉันแล้วหลบตานิดหน่อย
“อ่า…”
“…” แย่ชะมัด เหี้ยจนไม่สนใจคนอื่นกันเลย มึงทั้งคู่
“คนอย่างมึงเคยรักใครจริงๆบ้างมั้ย”
“…”
“…”
“…เมื่อก่อนฉันรักเธอจริงๆนะเกี๊ยว”
“แล้วเพราะอะไร” ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกอกทันที อย่าร้องสิวะ อย่าให้มันเห็นน้ำตามึงนะลิเคียว!
“แค่เบื่อที่เธอเอาแต่ใจ พอเจอพิมฉันรู้สึกเค้าเป็ผู้ใหญ่กว่า เค้าโตกว่า มีเหตุผลกว่า” เป็เหตุผลที่ยิ่งฟังยิ่งโมโห ถ้าไม่ติดว่าป้าแม่บ้านสอนมาดีกูจะไปหยุมหัวมึงโยกซ้ายขวาให้คอเคล็ดไปสามรอบไอ้เวรนี่!
“ตอนคบใหม่ๆมึงบอกว่าถ้ากูรู้สึกยังไงให้พูดออกมาอย่าเก็บไว้ไม่ใช่หรอ พอกูไม่พอใจอะไรก็บอกมึงตรงๆนั้นคือเอาแต่ใจหรอ ฮึก แต่ถึงกูจะเอาแต่ใจแค่ไหนมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่มึงจะมานอกใจกูแบบนี้” ฉันทั้งโกรธทั้งโมโหจนพูดไม่ออก นี่หรอสิ่งตอบแทนของคนที่รักกัน “กูรักมึงมากเลยนะไทด์ รักมึงจนถึงเมื่อกี้ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกรักแต่ก็เกลียดมึงมากพอๆกัน กูไม่คิดว่ากูกับมึงจะมาจบกันเพราะเื่นอกใจ”
“…ฉันขอโทษนะ”
“…” ไทด์เดินเข้ามาลูบหัวฉันเบาๆ จังหวะนี้ฉันกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ
“!!!”
ไทด์ดูใที่ฉันร้องไห้ออกมา ั้แ่คบกันมาฉันไม่เคยร้องไห้ให้ไทด์เห็นเลยสักครั้ง เพราะเราเข้าใจกันมากๆจนไม่มีเื่ให้ทะเลาะกันเลย ก็มีงอนกันบ้างแต่เป็แค่เื่เล็กๆ ไม่แปลกที่มันจะช็อคที่เห็นน้ำตาของฉัน
“ฮึก ฮือออ” ฉันทรุดลงไปนั่งยองๆปิดหน้าไว้ ยืนไม่อยู่แล้ว หัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนมีมือล้วงเข้าไปบีบมันตลอดเวลา
“…เกี๊ยว” ไทด์แตะหลังของฉันที่สั่นไม่หยุดเบาๆ “ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ขอโทษที่ทำให้เสียใจ ฉันผิดไปแล้วจริงๆ”
“ฮึก ทำไมมึงใจร้าย ฮือออ มะ…ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลยทรมาน ฮึก” รักครั้งแรกของฉัน ผิดหวังได้เจ็บสุดๆไปเลย
ฉันร้องไห้อยู่ที่พื้นโดยมีไทด์มานั่งอยู่ข้างๆสักพักใหญ่ๆก็เริ่มได้สติมาบ้าง …ฉันต้องใช้ชีวิตต่อจะมาจมเพราะความรักไม่ได้สิ ทีมันยังไม่เสียใจอะไรเลยนอกจากน้ำตาไหลไม่กี่หยด การที่มึงร้องไห้คิดว่ากูจะให้อภัยหรอ ฝันเอาสิ ฉันจัดผมเช็ดหน้าเช็ดตาเสร็จเลยลุกขึ้นไปดึงรูปที่แขวนไว้ออก
“รูปนั้น… จะเอาไปไหนหรอ?”
“ทิ้ง” ฉันจะทิ้งความทรงจำทุกๆอย่างไม่ให้เหลือร่องรอยอะไรไว้แม้แต่นิดเดียว
“…ขอเก็บไว้ได้มั้ย”
“เพื่อ? เลิกกันแล้วจะเก็บไว้ทำไม” อะไรที่เกี่ยวกับไทด์แค่ทิ้งมันไม่พอหรอก เผาเท่านั้น! ขี้เถ้าหลังเผาเสร็จฉันก็จะเอาน้ำราดซ้ำให้มันเละเทะจนดูไม่ออกไปเลย!
“อย่างน้อยเราก็คบกันมาตั้ง3ปี เหลืออะไรไว้เป็ที่ระลึกหน่อยมั้ย ฉันยังเป็เพื่อนกับเธอได้นะ” ให้ตายเหอะ!
“ไทด์อย่าทำตัวแบบนี้ กูจะยิ่งเกลียดมึงจนอยากบีบคอให้ตายเอานะ” ฉันพูดขึ้นมาเสียงเรียบพลางจ้องหน้าไทด์ด้วยความว่างเปล่า ไทด์มองหน้าฉันอย่างอึ้งๆ ั้แ่คบกันมา นี่ก็เป็อีกอย่างที่ฉันไม่เคยทำใส่มันเลย ฉันไม่เคยพูดจาไม่ดีหรือพูดคำหยาบใส่มัน ไม่เคยเ็าใส่สักครั้ง ฉันรู้ว่าฉันค่อนข้างเอาแต่ใจดังนั้นตอนคบกันฉันเลยพยายามใส่ใจมันทุกๆอย่าง ไม่เคยทำตัวให้มันระแวงไม่ว่าจะเื่อะไร ไม่เคยอารมณ์เสียใส่ ทำตัวเป็หมาอยู่ในโอวาทตลอดเวลา เพราะรักมากไง อะไรแบบนี้คงจะทำให้ไทด์เบื่อสินะ ช่างเถอะ คิดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเสียใจเปล่าๆ
“อืม งั้นก็แล้วแต่” ไทด์พึมพำออกมาเบาๆ “ฉันขอโทษเธออีกรอบนะ ตั้งใจเรียนหละจะได้สอบเข้ามหาลัยที่หวังไว้ได้ ดูแลตัวเองดีๆนะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก…”
“หืม?”
“บอกว่าไม่ต้องขอโทษ” ฉันเปิดประตูออกไปหยิบกระเป๋าเดินทางและถุงดำ ไม่ลืมที่จะคว้ากรอบรูปขนาดกลางไปด้วย รูปนี้ต้องเผาทิ้ง ฉันจะไม่ยอมให้มันมีรูปคู่ฉันกับมันเหลืออยู่บนโลกนี้อีก “อ้อ! เื่ที่ขอว่าให้กูปล่อยมึงไปอะกูปล่อยแน่…” ฉันหันไปมองหน้าไทด์ที่เดินออกมาส่งหน้าประตู
“ขอบคุณที่ขะ…”
“แต่กูไม่ได้บอกว่าจะให้อภัย”
“ห้ะ…”
“สิ่งที่มึงทำกับกู กูไม่ยอมเจ็บคนเดียวหรอกนะไทด์”
“…”
“ส่งท้ายก่อนจบม.6กันหน่อยนะไอ้เหี้ย :)”
———
talk; บ้าจริง ไอ้หมอนี่มันต้องกินยาแล้วนะว่าไป
