“เธอนี่บางครั้งก็ทำให้ฉันแปลกใจได้เหมือนกันนะโจอัน” เคย์ส่ายศีรษะอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไม?” โจอันเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปตรงเก้าอี้ที่นั่งวางกระเป๋าถือลงในลิ้นชักล่างสุด
“ก็การที่เธอกล้าเถียงกับคุณไลอ้อนอย่างที่ทำเมื่อกี้นี้น่ะสิคิดดูสิ เธอกลับไปสั่งเ้านายไม่ให้มายุ่งกับตู้เก็บเอกสารของเขาเอง” เคย์หัวเราะเบาๆ“ไม่น่าแปลกใจเลยถ้าเธอกับเขาจะเข้ากันไม่ได้”
“ฉันกับคุณไลอ้อนทำงานร่วมกันได้อย่างดีที่สุดด้วย”โจอันเถียงเสียงแข็ง
“ที่ฉันพูดน่ะหมายถึงว่าเธอกับเขาจะสนิทสนมกันได้ยากต่างหาก อะไรๆมันก็ดูเป็เื่งานเื่การไปหมดสายตาที่เขามองเธอก็เหมือนกับเธอเป็คุณย่าอายุ 50อย่างนั้นแหละ เธอเองก็ไม่ใช่เล่น ทำยังกับว่าเขาอายุสัก 50 แล้วไม่ใช่หนุ่มโสดอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้”
“ฉันเป็เลขาของเขานะยะ ไม่ใช่คู่นอน”
“เฮ้อ...” เคย์ถอนหายใจ “เธอน่ะไม่มีวันเป็คู่นอนของเขาได้หรอก ตราบใดที่ยังเรียกเขาว่าคุณไลอ้อนอยู่อย่างนี้น่ะ”
“เธอเองก็เรียกเขาอย่างนั้นเหมือนกันนะยะ” โจอันแย้ง
“ใช่ แต่ที่ฉันเรียกอยากนั้นก็เพราะว่า นานๆครั้งถึงจะได้พบกับเขานะยะ ถ้าฉันได้เป็เลขาฯของเขาอย่างเธอละก็ รับรองเลยว่าฉันจะต้องมีอะไรเล่นสนุกๆ แน่”
“แล้วในที่สุดก็จะต้องจบลงโดยสูญเสียเงินเดือนงามๆไปด้วย” โจอันประชดให้ ถอดแว่นออก “ถ้าจอห์นเขารู้ว่าเธอจับตามองประธานบริษัทอยู่อีกคนหนึ่งเขาจะคิดยังไง?”
“ก็หึงน่ะสิ เธอว่ามั้ย?” เคย์หัวเราะคิกออกมา“แต่เขาก็รู้นี่ว่าฉันเป็คนที่ชอบลองไปเรื่อยๆ”
“บางครั้งฉันก็คิดว่าเื่พรรคนั้นควรจะเป็เื่ที่ขีดเส้นไว้”โจอันพูดยิ้มๆอย่างไม่เห็นด้วย
“เออ...พูดถึงจอห์นแล้วเื่คืนนี้ล่ะว่ายังไง?”
รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของโจอันทันที
“ไปก็ได้” เธอส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ “แต่จะให้ฉันคอยรับรองน้องชายของจอห์นตลอด่วันหยุดน่ะเห็นจะไม่ได้หรอกแค่คืนนี้เท่านั้นนะ”
“ขอบคุณพระ” เคย์สูดลมหายใจลึก“งั้นพอถึงบ้านแล้วเราเลยไปสนามบินด้วยกันเลยนะเราควรจะไปถึงที่นั่นสักสามทุ่มครึ่งละเหมาะที่สุดเพราะฉะนั้นเตรียมตัวไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน”
“ได้”
เสียงเรียกจากเครื่องพูดภายในดังขึ้น
“คะ?” โจอันกรอกเสียงถามลงไป
“ช่วยเข้ามาหาผมในห้องหน่อยได้ไหมคุณซอมเมอร์ส?”เสียงของแบรนดท์ไลอ้อน สั่งออกมา
เคย์กำลังจะเดินไปถึงประตูเพื่อกลับไปห้องทำงานอยู่แล้วเมื่อหันกลับมาเสริมว่า
“แล้วก็แต่งตัวให้มันเซ็กซี่กว่านั้นด้วย”
โจอันอึ้งอยู่กับเครื่องพูดภายในเป็ครู่กลั้นลมหายใจไว้ หวังอยู่ในใจเพียงว่าคำพูดของเพื่อนสนิทคงจะไม่เข้าไปในเครื่องพูดที่ยังเปิดรออยู่
“ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ คุณไลอ้อน” เขาตอบเสียงเบา
เมื่อตัดสายลงแล้วเธอจึงเอื้อมมือไปหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวม หยิบสมุดดินสอขึ้นมาถือไว้เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของเขา ก็หยุดจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยก่อนจะเคาะประตูและเดินเข้าไปภายใน
เก้าอี้แบบหมุนบุหนังตัวใหญ่หมุนกลับมาเมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องสายตาที่เปี่ยมไปด้วยแววพินิจพิจารณากวาดไปทั่วร่าง โจอันพอจะอ่านความคิดของเขาออกรู้ดีว่าทรงผมกับแว่นตากรอบกระทำให้หน้าตาของตัวเองเป็อย่างไร แบรนดท์ ไลอ้อนจะต้องแคลงใจในความสามารถของเธอที่จะทำตัวให้ดูเซ็กซี่อยู่มาก
และแล้วแววพินิจพิจารณาในดวงตาคู่นั้นก็เลือนหายไปเปลี่ยนเป็แววเอาการเอางานขึ้นมาแทนตามสภาพของนายจ้างกับลูกจ้างเขาตรวจดูนัดหมายต่างๆ สำหรับ่บ่ายส่งม้วนเทปที่ได้อัดเสียงบันทึกข้อความที่้าจะให้เธอพิมพ์ลงไว้กับรายชื่อของบุคคลต่างๆ ที่เขา้าจะพูดทางโทรศัพท์ และให้เธอจัดการต่อให้ด้วย
แบรนดท์ ไลอ้อน สั่งงานโจอันติดต่อกันไปเรื่อยๆไม่มีการเอ่ยพาดพิงไปในทำนองว่าเขาได้ยินคำพูดของเคย์หรือไม่อย่างที่โจอันระแวงตอนก่อนหน้าที่จะก้าวเข้ามาในห้อง
แต่กระนั้น เมื่อถึงเวลาเลิกงาน เมื่อโจอันก้าวเข้าไปหยุดอยู่เบื้องประตูห้องทำงานส่วนตัวของนายจ้างเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่้าอะไรอีกแล้ว ก่อนที่เธอจะหยุดพักในวันสุดสัปดาห์คำถามอย่างเป็งานเป็การที่เขาเอ่ยขึ้นก็กระทบเข้ากับความสงสัยที่ยังค้างอยู่ในใจ
“ค่ำวันนี้จะออกไปข้างนอกเหรอ คุณซอมเอมร์ส?”เป็คำถามที่แบรนดท์ตั้งขึ้นหลังจากที่บอกเธอแล้วว่าไม่้าอะไรเกี่ยวกับเื่งานที่จะให้เธอทำอีกแล้ว
“ก็วันนี้เป็วันศุกร์นี่คะ” โจอันตอบด้วยน้ำเสียงราวกับว่ามันเป็ธรรมเนียมที่เธอปฏิบัติอยู่เป็ประจำแทนที่จะต้องนั่งหง่าวอยู่เพียงลำพังคนเดียวในบ้าน
“งั้นก็...ขอให้สนุกนะ”
น้ำเสียงของแบรนดท์มิได้บอกว่าเขาจะเย้ยหยันหรือยั่วเย้าเลยแม้แต่น้อยแต่เธอก็แสร้งทำเป็ไม่แยแส
“ปกติก็สนุกอยู่แล้วละค่ะ คุณไลอ้อน สวัสดีนะคะ”
สายลมเย็นะเืขณะที่โจอันเดินออกไปรอรถประจำทางอยู่ตรงป้ายหิมะปลายเดือนพฤศจิกายนได้เริ่มละลายลง ทิ้งความเย็นเยียบและความแห้งแล้งไว้กับผืนแผ่นดินที่ย่างเข้าสู่วันแรกของเดือนธันวาคมยามพลบเริ่มปรากฏขึ้นเหนือขอบฟ้าสีเทาแต่ความหน่วงหนักในบรรยากาศมิได้ยอมให้สีทองอมชมพูของดวงอาทิตย์ยามอัสดง โผล่พ้นม่านเมฆออกมาได้เลย
เมื่อวันสุดสัปดาห์เวียนมาถึงบรรยากาศดูจะเงียบเหงากว่าในวันธรรมดาโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งรีบของการจราจรในชิคาโก โจอันรู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูกและเธอก็รู้ดีว่าสาเหตุของความไม่สบายใจนั้นเนื่องมาจากคำพูดประโยคสุดท้ายที่มิได้บอกความยินดียินร้ายของแบรนดท์ ไลอ้อนนั่นเอง
เมื่อโจอันสำเร็จจากวิทยาลัยบริหารธุรกิจเธอได้สมัครเข้าเป็พนักงานพิมพ์ดีดของบริษัทประกันรายใหญ่แห่งหนึ่ง ทำได้อยู่ 9 เดือนก็ได้เห็นโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า้าเลขานุการส่วนตัว วันนั้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาเธอจึงได้มากรอกใบสมัครที่บริษัทไลอ้อน คอนสตรัคชั่นแห่งนี้ และก็ได้พบกับเคย์มอร์แลนด์ ซึ่งสมัครเข้าทำงานในแผนกคอมพิวเตอร์ด้วย
อีก 2 วันต่อมาเธอก็ได้รับโทรศัพท์เรียกให้มาสัมภาษณ์ในวันนั้น เป็วันที่แบรนดท์ ไลอ้อนกำลังก้มหน้าก้มตาหาแฟ้มเอกสารที่้าอยู่หน้าตู้เช่นกันเขาไม่ยอมเสียเวลาแนะนำตัวเองด้วยซ้ำ เมื่อสั่งให้เธอหาแฟ้มที่้าให้โจอันใช้เวลาจัดแฟ้มเอกสารต่างๆ ให้เข้าระบบอยู่เป็ครู่ จึงได้แฟ้มที่เขา้า
เมื่อตอนที่เธอส่งแฟ้มให้ แบรนดท์ ไลอ้อนกำลังพูดโทรศัพท์ทางไกลอยู่กับใครคนหนึ่งเขาบอกให้คนที่อยู่ปลายสายรออยู่ก่อนเมื่อกล่าวคำขอบใจ และสั่งให้เธอชงกาแฟให้เมื่อทำงานตามที่เขาสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วโจอันก็ออกมานั่งคอยอยู่ในห้องทำงานด้านนอกด้วยใจคอไม่ใคร่ดีนักกึ่งคร้ามเกรงที่ได้เห็นผู้ที่จะเป็นายจ้างคนใหม่ยังหนุ่มอยู่มากหรืออย่างน้อยก็ยังไม่แก่เลย เพราะอยู่ในวัย 30 เศษเท่านั้นบุคลิกลักษณะของแบรนดท์บอกให้รู้ถึงความเป็คนเอาแต่ใจตัวเองอยู่ถ้าเขา้าอะไรแล้วจะต้องได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม โจอันอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงใบหน้าขมวดมุ่นบึ้งตึงตอนที่เขาไม่สามารถหาแฟ้มเอกสารที่้าจากตู้เก็บเอกสารได้
่ที่เธอกำลังนั่งใจลอยอยู่นั่นเองเขาก็ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวเธอก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่มากที่เห็นดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นจ้องเขม็งมาให้สงสัยอยู่ในใจว่า คนลักษณะนี้จะวิ่งไล่เลขานุการไปรอบๆ โต๊ะหรือไม่หนอและอดคิดต่อไม่ได้ด้วยว่า มันจะน่าตื่นเต้นสักเพียงไรถ้าถูกเขาจับตัวไว้ได้
“ผมคิดว่าตัวเอง้าเลขาฯที่มีอายุแล้วก็มีประสบการณ์มากกว่านี้นะ” เขาเอ่ยขึ้นก่อน
โจอันยังจำได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงเร็วเพียงไรเมื่อได้ยินคำพูดเรียบๆแต่ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นนั้นเป็น้ำเสียงที่ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องฟังและต้องนั่งตัวตรงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจด้วย
“แต่ฉันก็เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถสำหรับตำแหน่งนี้ค่ะคุณไลอ้อน” โจอันตอบด้วยน้ำเสียงเป็งานเป็การ
“งั้นเราก็จะลองดูว่าคุณทำได้แค่ไหน” เธอยังจำได้ว่าเขาพยักหน้าประกอบคำพูดก่อนที่จะหมุนตัวกลับ
“คุณหมายความว่า...ฉันได้งานทำแล้วใช่ไหมคะ?”ตอนนั้นเธอยังมั่นใจอยู่ว่าเขามิได้้าเธอเลยแม้แต่น้อยจึงไม่แน่ใจว่าตัวเองจะแปลความหมายในคำพูดของเขาได้อย่างถูกต้อง
“อ้าว...ก็คุณสมัครเข้ามาทำไม่ใช่หรือ?” แบรนดท์ไลอ้อน กลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญ และโจอันก็ผงกศีรษะรับแทนคำตอบ “งั้นก็ลงมือเสียสิ”
ในตอนแรกๆ นั้น โจอันมีความคิดว่าการที่เขาตัดสินใจรับเธอเข้าทำงานอย่างรวดเร็วก็เนื่องจากมีความ้าที่จะได้ใครสักคนมาทำหน้าที่แทนเลขาฯคนเก่าที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อาการสาหัสแต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงได้รู้ว่า ก่อนหน้าที่จะถึงเวลานั้นเขาได้สอบปูมหลังของเธอมาก่อนที่จะเรียกให้มารับการสัมภาษณ์ด้วยซ้ำแต่กระนั้นเธอก็ยังอดแฝงความเชื่อไว้ในใจไม่ได้ว่า การที่เธอสามารถค้นหาแฟ้มเอกสารให้กับเขาในวันแรกได้อย่างทันใจคือเหตุผลที่ทำให้เขาจ้างเธอเข้าทำงานมากกว่า