ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 64 ความประสงค์ของฮ่องเต้

            เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นในวังหลวงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ฮ่องเต้จะไม่ทรงทราบ แต่สิ่งที่ทำให้อวี๋ผินตกใจนั่นคือท่าทีของเหยาเชียนเชียนต่างหาก ดวงตาคู่นั้นคล้ายกับรู้อะไรบางอย่าง

             ภายในรถม้า เหยาเชียนเชียนสบตากับเป่ยเหลียนโม่ ทว่าไม่นานนักก็ต้องยอมแพ้ นางเบะปากแล้วกล่าวว่า “ท่านอ๋องอยากถามอะไรหรือเพคะ?”

             เป่ยเหลียนโม่ส่งเสียง ‘หึ’ เบาๆ สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามด้วยตัวเอง โดยไม่คิดสักนิดว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มีจุดผิดปกติที่อธิบายไม่ได้อยู่มากเพียงใด

             “ไฉนวันนี้ถึงตกน้ำได้เล่า?” เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำถามใหม่ “ผู้ใดเป็นคนผลักเจ้าตกทะเลสาบ?”

             เหยาเชียนเชียนถอนใจ จะว่าไปเรื่องนี้ก็เป็นความโชคร้ายของนางจริงๆ เดิมทีนางหย่อนใจอยู่ที่ริมทะเลสาบ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีคนเพ่งเล็งจังหวะนี้เข้ามาทำร้ายนาง

             “ทว่าคนผู้นั้นไม่รู้” เหยาเชียนเชียนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างได้ใจ “ว่าที่จริงแล้วหม่อมฉันว่ายน้ำได้”

             แต่นางก็ไม่ได้ว่ายน้ำได้ดูดีมากนัก เป็นเพียงแค่ท่าลูกหมาตกน้ำธรรมดาเท่านั้น

             นางไม่ใช่คนประเภทที่ชอบไปสระว่ายน้ำเพื่อความสนุกสนาน นางเติบโตมาแถบชายหาด กลุ่มเพื่อนวัยเด็กของนางมักจะลงทะเลในยามที่ผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ดูแล ดังนั้นนางจึงมีทักษะทางน้ำที่ไม่เลว

             “หม่อมฉันรู้ได้ว่าเหตุการณ์ผิดปกติทันทีที่ถูกผลักตกลงไป ดังนั้นจึงกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำ ท่านอ๋อง คนผู้นั้นขว้างก้อนหินใส่หม่อมฉันด้วยนะเพคะ” เมื่อกล่าวขึ้นมาเหยาเชียนเชียนก็ยังคงโกรธ “เหมือนกับกลัวว่าหม่อมฉันจะลอยขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น”

             อีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าต้องการฆ่านางให้ตาย ดังนั้นเหยาเชียนเชียนจึงงัดเอาทักษะพิเศษของตัวเองออกมา รอจนอีกฝ่ายไปแล้วจึงลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ

             “หม่อมฉันคิดว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเห็นให้ได้ว่าผู้ใดต้องการทำร้ายหม่อมฉัน ดังนั้นจึงแอบเดินตามนางไป จากนั้น...” เหยาเชียนเชียนทิ้งช่วงเล็กน้อย “ท่านอ๋องลองเดาดูสิเพคะว่าหม่อมฉันเห็นอะไรเข้า”

             เป่ยเหลียนโม่อยากจะกดใบหน้าเล็กอันมีชีวิตชีวานั้นเข้ามาในอ้อมแขนแล้วจูบเสียเหลือเกิน แต่ก็รู้ดีว่ายามนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เขาทำได้เพียงอดทนไว้ก่อนและตอบนางอย่างให้ความร่วมมือ “เห็นอะไรหรือ?”

             เหยาเชียนเชียนชูนิ้วชี้ขึ้นมา แววลึกลับวูบไหวอยู่ในดวงตา

             “หม่อมฉันเห็นข้าหลวงผู้นั้นลอบเข้าไปในตำหนักหลังอย่างเงียบๆ และได้พบกับแม่นมหลี่ ข้าหลวงที่หม่อมฉันรู้จักในวังแห่งนี้มีน้อยแสนน้อย แต่ช่างบังเอิญเหลือเกิน หม่อมฉันเคยพบกับแม่นมผู้นั้นมาก่อน นางคือแม่นมที่คอยรับใช้อวี๋ผินเหนียงเหนี่ยงเพคะ”  

             ในวันนั้นอวี๋ผินถูกฮ่องเต้ปลดตำแหน่งเพราะนาง นอกจากนี้เหยาเชียนเชียนยังครอบครองเทียบยาอาหารบำรุงที่เป่ยเซวียนเฉิงรับประทานมาตลอดไว้ด้วย ทว่ายามนี้นางยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเป่ยเหลียนโม่แล้ว จึงกลายเป็นความทุกข์ในใจของอวี๋ผินมานาน ย่อมต้องการจะกำจัดนางอย่างแน่นอน

             เพราะฉะนั้นแล้ว ครั้งนี้จึงเป็นการใส่ร้ายซ่งอีอีแทน

             “ท่านอ๋อง อวี๋ผินเหนียงเหนี่ยงหมายจะทำร้ายหม่อมฉัน แต่กลับเลือกลงมือในวันอภิเษกสมรสขององค์ชายสาม พระองค์คิดว่านางไม่ทรงโปรดซ่งอีอีเหมือนกันหรือไม่เพคะ?”

             เหยาเชียนเชียนเอียงศีรษะครุ่นคิด หากอวี๋ผินเอ็นดูสะใภ้คนนี้ก็คงไม่เลือกลงมือในวันนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าโอกาสจะหายาก แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นกับนาง ผู้ต้องสงสัยคนแรกย่อมเป็นซ่งอีอีอย่างแน่นอน

             “ต้องกล่าวว่าอวี๋ผินผู้นี้โหดเหี้ยมยิ่งนัก แม้แต่สะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาก็สามารถใช้ประโยชน์ได้” เหยาเชียนเชียนทอดถอนใจอย่างหดหู่ จากนั้นจึงนั่งลงข้างกายเป่ยเหลียนโม่

             “ท่านอ๋องอยากรู้หรือไม่ว่าหม่อมฉันถูกผู้ใดวางลงไปในหีบสินเดิม?”

             เป่ยเหลียนโม่ประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้ารู้หรือ?”

             เหยาเชียนเชียนเม้มปากแล้วพยักหน้า “ไม่ใช่แค่รู้ แต่หม่อมฉันเป็นคนมุดตัวเข้าไปเองเสียด้วยซ้ำ”

             เป่ยเหลียนโม่อดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาคิดว่านางถูกตีให้สลบหรือเพราะด้วยเหตุอื่นๆ ถึงได้ถูกวางลงไปในหีบด้วยสภาพที่ไม่รู้เรื่องเสียอีก ทว่าดูจากยามนี้ นางคล้ายกับยินยอมเสียอย่างนั้น

             “เจ้าอยากโยนเรื่องนี้ให้เป็นความผิดของซ่งอีอีหรือ?”

             นอกเหนือจากคำอธิบายนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีเหตุผลอื่นแล้ว

             “แม้ว่านางจะทำร้ายหม่อมฉันหลายครั้ง แต่การใส่ร้ายผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล หม่อมฉันจะทำได้อย่างไรเล่า”

             เหยาเชียนเชียนกล่าวเสียงเบา “มียอดฝีมือผู้หนึ่งบังคับให้หม่อมฉันเข้าไปด้วยตัวเองเพคะ”

             ยอดฝีมือ?

             เป่ยเหลียนโม่ได้ยินเช่นนั้นก็หุบยิ้ม เขารู้จักยอดฝีมือในวังหลวงแห่งนี้ทั้งหมด นอกจากองครักษ์ที่คอยรับใช้เขา เช่นนั้นก็มีเพียงหน่วยทหารกล้าตายที่เร้นกายรับใช้ฮ่องเต้ พวกเขาจงรักภักดีต่อฮ่องเต้เท่านั้น และการมีอยู่ของพวกเขาก็ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้

             “เจ้าได้เห็นยอดฝีมือผู้นั้นแล้ว ลักษณะของเขาเป็นอย่างไรหรือ?”

             เหยาเชียนเชียนเล่าว่า “เขาสวมอาภรณ์สีดำล้วน ปิดบังใบหน้าไว้จนมองไม่เห็นหน้าตา ทว่าเข็มขัดสีเหลืองอร่ามบนช่วงเอวนั้นงดงามยิ่งนัก และบนนั้นปักลายประดับอย่างประณีต จะทำเป็นมองไม่เห็นก็ไม่ได้”

             เป่ยเหลียนโม่พยักหน้า นั่นเป็นทหารกล้าตายของฮ่องเต้จริงๆ เช่นนั้นแสดงว่าฮ่องเต้ก็ทรงทราบความเคลื่อนไหวของอวี๋ผินแล้ว

             “เขาสั่งให้หม่อมฉันมุดเข้าไปด้วยตัวเอง และยังกล่าวอีกว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องกล่าวมากความ ไม่ว่าทุกคนจะพูดอย่างไร หม่อมฉันก็ต้องว่าไปตามนั้น” เหยาเชียนเชียนยู่ปาก พูดในใจว่าฮ่องเต้ทรงรักอวี๋ผินผู้นี้เหลือเกิน ไม่คิดว่าเขาจะสั่งให้นางปิดบังเรื่องนี้ไว้อย่างโจ่งแจ้ง

             “ท่านอ๋องคิดดูสิเพคะ ทุกคนยังจะกล่าวอย่างไรได้อีกเล่า หลักฐานทั้งหมดล้วนชี้ไปที่ซ่งอีอี เห็นได้ชัดเจนว่าต้องการจะผลักเรื่องนี้ให้เป็นฝีมือของนาง”

             เหยาเชียนเชียนเบ้ปาก กล่าวเน้นย้ำว่า “ทว่านางก็ไม่ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ บ่าวไพร่ใต้บัญชาของนางเห็นว่าหม่อมฉันถูกผลักตกลงไป แต่กลับไม่แจ้งให้ผู้อื่นทราบ ช่างน่าชิงชังเช่นเดียวกับคนที่เห็นคนตายแล้วไม่ให้ความช่วยเหลือ”

             แม้ว่าจะไม่บอกแก่เป่ยเหลียนโม่ ทว่าเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็น่าจะนำไปแจ้งแก่ซ่งอีอี

             คนผู้นั้นอาจจะคิดว่ามีคนช่วยตัวเองจัดการนางพอดี และนั่นสามารถช่วยนางระบายโทสะได้ด้วยเช่นกัน

             แต่ผู้ใดจะคิดเล่า อวี๋ผินไม่ได้คิดจะยอมรับสารภาพตั้งแต่แรก นางเลือกลงมือในวันอภิเษกสมรส และผลักข้อสงสัยทุกอย่างไปให้ซ่งอีอี เมื่อข่าวการตายของเหยาเชียนเชียนถูกแพร่ออกไป หากจะส่งมือสังหารออกไปจริงๆ ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความต้องการของนาง

             หากเป่ยเหลียนโม่ไม่ยอมความ และผลักซ่งอีอีออกไปนั่นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

             “ท่านอ๋อง หากวันนี้หม่อมฉันกลับมาไม่ได้แล้วจริงๆ พระองค์จะแก้แค้นให้หม่อมฉันหรือไม่?”

             เหยาเชียนเชียนมองเขาตาปริบๆ หากนางว่ายน้ำไม่เป็นวันนี้นางก็คงตายอยู่ในทะเลสาบแล้วเป็นแน่ และหากถูกตัดสินคดีอย่างเลอะเลือนดังเช่นซ่งอีอีอีก เช่นนั้นนางก็คงตายตาไม่หลับแล้วจริงๆ

             เป่ยเหลียนโม่ขมวดคิ้วแน่นกับคำพูดของนางและกล่าวเสียงแข็งว่า “เจ้าจะตายไม่ได้ เปิ่นหวังไม่อาจรู้ได้ว่าเจ้าจะมีอันตราย อีกทั้งยังจะสั่งให้เจ้าบุกเข้าไปด้วย”

             คำตอบนี้คลุมเครือเหลือเกิน เหยาเชียนเชียนเม้มปาก เช่นนั้นแล้วตกลงว่าได้หรือไม่ได้กันแน่ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาจะรู้ได้อย่างไรว่านางจะมีอันตรายเมื่อไร ดูอย่างวันนี้เขาก็ไม่รู้อยู่ดี

             “เจ้าคือหวังเฟยของเปิ่นหวัง อย่าว่าแต่ตายเลย ต่อให้ผมขาดไปเพียงเส้นเดียว เปิ่นหวังก็จะไม่มีทางปล่อยให้พวกมันลอยนวล”

             เป่ยเหลียนโม่สบเข้ากับแววตาเป็นประกายของนาง และยื่นมือออกไปลูบศีรษะเล็กของนางอย่างอดรนทนไม่ไหว เขาจะปกป้องนางอย่างดี ไหนเลยจะทำให้นางกังวลใจอยู่เช่นนี้

             “เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลถามท่านอ๋องด้วยคำถามที่ไม่เคารพสักคำถาม” เหยาเชียนเชียนกล่าวหยั่งเชิง “หากวันหน้าเสด็จพ่อทรงป้ายความผิดให้หม่อมฉัน ท่านอ๋องจะยังปกป้องหม่อมฉันอยู่หรือไม่?”

             เหตุการณ์ในวันนี้ฮ่องเต้ทรงรู้ทุกอย่างชัดเจน กระทั่งส่งทหารกล้าตายที่รับใช้ข้างกายมาจัดการเรื่องนี้อย่างลับๆ จุดประสงค์คือเพื่อไม่ให้เหยาเชียนเชียนพูดเรื่องของอวี๋ผินออกมา และความประสงค์ของพระองค์ก็เป็นอย่างเดียวกัน นั่นคือหากจำเป็นต้องมีคนร้ายสักคน เช่นนั้นก็คงเป็นซ่งอีอีกระมัง

             สำหรับฮ่องเต้แล้ว เหยาเชียนเชียนคิดว่านางมีความสำคัญน้อยกว่าอวี๋ผินมากโข ต่อให้เพิ่มซ่งอีอีเข้าไปอีกคน สะใภ้เช่นพวกนางทั้งสองคนก็ยังคงไม่สำคัญมากพอ

             หากมีวันหนึ่งนางทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว นางจะยังสามารถมั่นใจในคำพูดของชิงผิงอ๋องได้หรือไม่?

             “เหตุใดเสด็จพ่อต้องลงโทษเจ้าอย่างไม่มีเหตุผลด้วยเล่า” เป่ยเหลียนโม่ขยี้หัวนางเบาๆ “แม้ว่าจะมีวันนั้นจริงๆ เปิ่นหวังก็จะอ้อนวอนขอความเมตตาจากเสด็จพ่อ เจ้าจงจดจำคำนี้ไว้ในใจ เปิ่นหวังจะไม่ให้ผู้ใดมาทำให้เจ้าบาดเจ็บได้”

             นัยน์ตาล้ำลึกคู่นั้นทำให้เหยาเชียนเชียนมองเห็นนัยของการสัญญาว่าจะรักกันตลอดไปอยู่หลายส่วน นางจึงก้มหน้าลงและกำชายผ้าไว้อย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็ไม่กล้าถามอะไรอีก

             เป่ยเหลียนโม่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เอาเพียงพอเหมาะพอควรก็พอ มิเช่นนั้นเมื่อดูจากความกล้าที่มีเพียงเท่านั้นของนาง หากไม่ระวังคงจะทำให้ตกใจจนหนีเตลิดเอาได้

             ภายในรถม้าพลันเงียบลง เหยาเชียนเชียนที่ไม่มีคำใดจะพูดจึงพยายามหาเรื่องคุยและเอ่ยถามว่า “ท่านอ๋อง พระองค์คิดว่าเหตุใดอวี๋ผินเหนียงเหนี่ยงถึงไม่ทรงโปรดซ่งอีอีหรือ บิดาของนางเป็นถึงเฉิงเซี่ยง หากสามารถชักชวนเฉิงเซี่ยงมาเป็นพรรคพวกได้ เช่นนั้นก็จะเป็นผลดีต่อองค์ชายสามไม่ใช่หรือเพคะ?”

             เหตุใดถึงต้องสละสะใภ้ที่มีประโยชน์ หรือว่าอวี๋ผินจงเกลียดจงชังนางถึงขั้นนั้นจริงๆ ต้องการจะเอาชีวิตนางโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดเลยหรือ?

             “เจ้ารู้หรือไม่ว่าซ่งอีอีเป็นบุตรสาวที่เฉิงเซี่ยงรักที่สุด” เป่ยเหลียนโม่กล่าวเสียงเรียบ “หากนางตายไป หรือตายเพราะเจ้าเป็นเหตุ เจ้าลองเดาดูสิว่าเฉิงเซี่ยงจะทำอย่างไร?”

             เหยาเชียนเชียนกลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบ คาดว่าเขาคงฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ ขยี้กระดูกเป็นผงและนำไปโปรยเล่นกระมัง...

             “งานแต่งงานเพียงผิวเผินสามารถดึงเฉิงเซี่ยงมาเป็นพวกได้จริง ถึงอย่างไรบุตรสาวที่เขารักที่สุดก็แต่งเป็นสะใภ้ของนางแล้ว จะไม่คิดช่วยเหลือแม้เพียงน้อยนิดได้อย่างไร ทว่าแทนที่จะอาศัยสิ่งนี้เชื่อมทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน มิสู้อาศัยความเคียดแค้น”

             เป่ยเหลียนโม่ประคองใบหน้าเล็กของนางขึ้นมาเบาๆ และมองด้วยสีหน้าจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

             “หากซ่งอีอีต้องตายเพราะเจ้า ไม่ต้องถึงคราวอวี๋ผินเป็นฝ่ายชักชวนมาเป็นพวก เฉิงเซี่ยงย่อมไปหานางถึงที่เพื่อร่วมมือกัน และนี่มั่นคงกว่าความสัมพันธ์ที่เกี่ยวดองกันแบบจอมปลอมนั้นมากโข”

             เหยาเชียนเชียนรู้สึกขมขื่นในใจ ดังนั้นอวี๋ผินถึงได้ไม่สนใจไยดีความเป็นตายของสะใภ้อย่างซ่งอีอี สิ่งที่นางต้องการตั้งแต่แรกมีเพียงการสนับสนุนของเฉิงเซี่ยง ซ่งอีอีจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ หรือหากจะตายไปก็ช่าง อย่างไรนางก็สามารถรอให้เฉิงเซี่ยงเป็นฝ่ายมาขอความร่วมมือเองถึงที่ได้อยู่ดี

             เวียนหัวจัง คนเมืองอย่างพวกเขาอุบายล้ำลึกยิ่งนัก

             “เพราะฉะนั้นความจริงแล้ววันนี้เสด็จพ่อต้องการช่วยหม่อมฉัน เพื่อไม่ให้เราขึ้นชื่อเป็นบัญชีสังหารของเฉิงเซี่ยง ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้หม่อมฉันชี้ตัวอวี๋ผินเหนียงเหนี่ยง ถูกต้องหรือไม่?”

             เป่ยเหลียนโม่อยากบอกนางเหลือเกินว่าหากยืนอยู่ในมุมมองของฮ่องเต้ ที่จริงแล้วก็ไม่ได้คำนึงถึงนางมากเท่าไรนัก

             ฮ่องเต้ไม่อยากให้เหยาเชียนเชียนเปิดโปงอวี๋ผิน ประการแรก เพราะนางเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเป่ยเซวียนเฉิง ประการที่สอง อาจจะยังมีไมตรีต่ออวี๋ผินอยู่หลายส่วน ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้เมื่อถูกสืบสาวราวเรื่องอย่างละเอียดมากเกินไปก็จะพัวพันไปถึงบุตรชายทั้งสองของฮ่องเต้ ลูกสะใภ้ทั้งสองและยังมีพระสนมอีกหนึ่งคน

             ถึงอย่างไรเหยาเชียนเชียนก็ไม่ตาย มิสู้ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ตักเตือนอวี๋ผินสักครั้งก็พอ

             แต่เมื่อเขาสบเข้ากับสายตาน่าสงสารของเหยาเชียนเชียน ชิงผิงอ๋องก็ยังทำใจบอกความจริงกับนางไม่ได้ เขาทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น

             “อาจเพราะเป็นเช่นนี้ ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นหวังเฟยของเปิ่นหวัง เสด็จพ่อก็ยังคงเอ็นดูเจ้าอยู่ไม่มากก็น้อย”

             ไฉนต้องพูดสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนขนาดนั้น ทําให้นางรู้สึกอุ่นใจย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือ

             จิตใจมนุษย์นั้นน่ากลัว หากเป็นไปได้เขากลับอยากให้อีกฝ่ายไม่รับรู้ไปตลอดชีวิต

             “หม่อมฉันเกือบเข้าใจเสด็จพ่อผิดไปแล้ว” เหยาเชียนเชียนหัวเราะอย่างเก้อเขิน “หม่อมฉันยังคิดว่าเสด็จพ่อเพียงแค่อยากปกป้องอวี๋ผินเหนียงเหนี่ยงเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ให้หม่อมฉันกล่าวอะไรมากเกินไปเสียอีก”

             แค่ก! ชิงผิงอ๋องสำลักอากาศโดยพลัน 

             “เหตุการณ์นี้ย่อมต้องมีข้อสรุป ในเมื่อคนร้ายเป็นอวี๋ผินเหนียงเหนี่ยงไม่ได้ เช่นนั้นท่านอ๋องจะหาตัวคนร้ายมาจากที่ใดเล่าเพคะ”

             เรื่องนี้ถ้าหาตัวคนร้ายไม่ได้ก็ต้องกล่าวว่าชิงผิงอ๋องทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ความสามารถไม่เอาไหน อ้อมค้อมวกไปวนมา หม้อ [1] นี้จะให้เป็นคนในตระกูลถือไว้ไม่ได้เด็ดขาด

             “วางใจเถิด” เป่ยเหลียนโม่กล่าวเสียงเรียบ “เร็วๆ นี้ก็จะมีข้อสรุปออกมาเอง ต้องการคนร้ายที่ไม่สลักสำคัญสักคนนั้นง่ายดายที่สุดแล้ว”

     

             เชิงอรรถ

             [1] หม้อ เป็นคำอุปมา หมายถึง ความผิด

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730