เกล็ดหิมะสีโลหิตที่เคยตกพรั่งพรูเหนือน่านฟ้าตำหนักหยกเย็น พลันหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ รังสีฆ่าฟันของหลินเฟิงขยายขอบเขตออกไปจนครอบคลุมพื้นที่พระราชวังหลวงชั้นในทั้งหมด ไอความร้อนสีทองแดงแผ่ซ่านออกจากร่างของเด็กหนุ่มหน้ากากเหล็กทีละสาย เคี่ยวกรำให้ความเย็นะเืของมู่หรงเสวี่ยระเหยกลายเป็ไอสีขาวลอยล่อง ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระสับกระส่ายของสายลมที่พัดผ่านโครงสร้างตำหนักอันผุพัง
มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่บนยอดหลังคาตำหนักหยกเย็นที่หลงเหลืออยู่ครึ่งซีก ลมหายใจของนางเริ่มถี่กระชั้น ชุดคลุมหงส์ทองคำที่เคยทอประกายหรูหราบัดนี้มีรอยฉีกขาดจากแรงสะท้อนของพลังเกล็ดั ดวงตาสีครามที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้แฝงไปด้วยร่องรอยแห่งความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอันลึกล้ำ นางไม่อาจเข้าใจได้เลยว่า เหตุใดเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปี ผู้อยู่ในขอบเขตแก่นแท้ขั้นกลาง จึงสามารถต้านทานวิชาต้องห้ามระดับ์ของนางได้โดยไร้รอยขีดข่วนเช่นนี้
"หลินเฟิง... เ้ามันตัวประหลาดประเภทใดกันแน่?!" มู่หรงเสวี่ยเค้นเสียงคำรามลั่น ฝ่ามือทั้งสองของนางเริ่มสั่นเทา พลังปราณระดับ์ขั้นต้นในร่างเดือดพล่านจนเส้นเืตามข้อมือปูดโปนเป็สีเขียวคล้ำ "วิชาของตระกูลหลินไม่มีทางล้ำลึกเช่นนี้! เ้าไปเอาศาสตร์นอกรีตเหล่านี้มาจากที่ใด?!"
หลินเฟิงก้าวเท้าเดินบนอากาศขึ้นไปหานางช้า ๆ ทีละก้าว ทุกครั้งที่ฝ่าเท้าขยับ มิติเบื้องล่างจะเกิดรอยร้าวคล้ายแก้วแตก ทิ้งเศษเสี้ยวอักขระสีทองคำจมลงสู่พื้นดิน แววตาสีทองเื้ัหน้ากากเหล็กจับจ้องนางราวกับกำลังมองสิ่งของที่ตายแล้ว
"ศาสตร์นอกรีตงั้นรึ?" หลินเฟิงแค่นเสียงหัวเราะต่ำ "มู่หรงเสวี่ย ยามที่เ้าใช้โลหิตของหญิงบริสุทธิ์นับหมื่น สังเวยเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง เ้าย่อมมองว่ามันเป็วิชาอันสูงส่ง... ทว่ายามที่เ้าเผชิญหน้ากับพลังแห่งสัจธรรมฟ้าดินที่แท้จริง เ้ากลับเรียกมันว่าศาสตร์นอกรีต ช่างน่าเวทนาสิ้นดี"
หลินเทียนห่าวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หินหยก ไอออกมาเป็ก้อนเืสีดำสนิท ทว่าดวงตาของอดีตพญาัแดนใต้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เขามองแผ่นหลังของลูกชายด้วยความภาคภูมิใจอันเหลือล้น และมองมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาแห่งการพิพากษา
"มู่หรงเสวี่ย! เ้าคิดว่าสายเืวิหคน้ำแข็ง์ที่เ้าแย่งชิงไปจากซู่ซู่ จะทำให้นางกลายเป็ผู้ไร้เทียมทานงั้นรึ?" หลินเทียนห่าวะโก้อง เสียงของเขาแฝงด้วยพลังปราณที่เริ่มฟื้นฟู "เ้าหารู้ไม่ว่า สายเืโบราณเ่าั้ มีเพียงจิติญญาที่บริสุทธิ์และยอมรับความสัตย์จริงเท่านั้นจึงจะแสดงอานุภาพขั้นสูงสุด! คนจิตใจโสมมเช่นเ้า ยิ่งใช้มัน พลังสายเืก็ยิ่งกัดกินอายุขัยของเ้าเอง!"
คำพูดของหลินเทียนห่าวจี้เข้าจุดตายของมู่หรงเสวี่ยอย่างจัง ใบหน้างดงามของนางพลันซีดเผือดลงทันตา าแซ่อนเร้นลึกในทรวงอกของนางเริ่มแผ่ความเ็ปปลาบ ใช่แล้ว... ตลอดสิบหกปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นางกักตนฝึกวิชา นางต้องทนทุกข์กับการปะทะกันระหว่างสายเืเดิมของตนเองและสายเืวิหคน้ำแข็งที่แย่งชิงมา ร่างกายของนางไม่ได้สมบูรณ์แบบ ทว่ามันคือะเิเวลาที่รอวันปะทุ!
"หุบปาก! ไอ้คนพิการ! เ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า!" มู่หรงเสวี่ยกรีดร้องลั่นจนสูญเสียกิริยาของอัครมเหสีผู้สูงศักดิ์ นางกัดปลายนิ้วชี้ขวา วาดอักขระโลหิตสิบแปดตัวลงบนหน้าอกของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
*อึก...!*
นางพ่นเืสดคำโตออกมาใส่คทากระดูกสัตว์อสูร ยามนี้ดวงตาสีครามของนางเปลี่ยนเป็สีแดงฉานแฝงความคลุ้มคลั่ง พลังปราณระดับ์ขั้นต้นในร่างขยายตัวขึ้นอย่างผิดปกติ ทะลวงผ่านพันธนาการเข้าสู่ **ระดับ์ขั้นต้นระยะปลาย** ในชั่วพริบตา แต่นี่คือการเผาผลาญอายุขัยนับร้อยปีเพื่อแลกกับพลังชั่วคราว!
"หลินเฟิง! วันนี้ต่อให้ข้าต้องสูญเสียตบะทั้งหมด ข้าก็จะลากเ้าลงนรกไปด้วยกัน!"
มู่หรงเสวี่ยสะบัดคทากระดูก พลังงานความเย็นสีโลหิตพวยพุ่งออกจากร่างของนางกลายเป็พายุทอร์นาโดขนาดั์สามหมื่นฟุต พายุนี้หมุนวนดึงเอาเศษซากของค่ายกลหมื่นหงส์กลืนโลหิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดมารวมกัน ทันใดนั้น ใจกลางพายุพลันปรากฏร่างเงาอสูรนกั์สีแดงฉานขนาดห้าร้อยเมตร มันมีสี่ปีก แปดกรงเล็บ และดวงตาเต็มไปด้วยจิตอาฆาตของิญญาที่ถูกสังเวย
นี่คือวิชาต้องห้ามขั้นสูงสุดของศาสตร์สายเืมู่หรง **"ศาสตร์วิหค์: วิหคโลหิตกลืน์ทลายภพ"** การจู่โจมนี้มีความหลากหลายและทำลายล้างในระดับกว้าง มันสามารถลบเมืองหลวงตี้ตูออกไปจากแผนที่ได้ในคราวเดียว หากไม่มีผู้ป้องกันขอบเขต์ขั้นสูงสุดมาขัดขวาง
*โฮกขวากกกกกก!*
วิหคโลหิตั์สยายปีกทั้งสี่ อุณหภูมิรอบด้านดิ่งลงต่ำจนถึงขั้นวิกฤต แม้กระทั่งอากาศก็เริ่มกลายเป็เกล็ดน้ำแข็งสีแดงร่วงหล่น มันอ้าปากกว้าง ปลดปล่อยลูกบอลพลังงานเยือกแข็งสีดำแดงขนาดเท่าูเาลูกย่อม ๆ ดิ่งลงมาใส่หัวของหลินเฟิงด้วยความเร็วเหนือกาลเวลา
หลินเฟิงหยุดฝีเท้าลงกลางอากาศ เบื้องหน้าลูกบอลพลังงานั์ที่กำลังบดบังแสงจันทร์ทั้งหมด เขาไม่ได้หลบหนี และไม่ได้ใช้ม่านป้องกันัจักรพรรดิอีกต่อไป เด็กหนุ่มยกกระบี่เพลิงมรรคาขึ้นเสมออกช้า ๆ ดวงตาสีทองฉายประกายความเยือกเย็นอันเป็ที่สุด
"ท่านแม่... ข้าจะใช้เพลิงที่ท่านมอบให้ ชำระแค้นให้ท่านในบัดนี้" หลินเฟิงพึมพำเสียงเบา
ในทะเลิญญาร้อยส่วนของหลินเฟิง แก่นแท้เพลิงสัจธรรมมรรคาภพที่เคยนิ่งสงบ พลันแปรเปลี่ยนเป็คลื่นั์โหมกระหน่ำ วงแหวนอักขระสีทองคำแท้โบราณนับแสนตัวปรากฏขยายล้อมรอบใบกระบี่เพลิงมรรคา ใบกระบี่ยามนี้ไม่ได้เปล่งเปลวไฟสีทองแดงอีกต่อไป ทว่ามันกลายเป็สีขาวบริสุทธิ์... เพลิงสีขาวที่ไร้ความร้อน ทว่าแฝงกฎเกณฑ์การทำลายล้างระดับสูงสุดของมรรคาภพ!
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่สี่: เพลิงสัจธรรมส่องอนัตตา!"
*วิ้งงงงงงงง!*
หลินเฟิงไม่ได้วาดกระบี่อย่างดุดัน เขาเพียงแค่แทงกระบี่ไปข้างหน้าเบา ๆ ดั่งการแตะผิวน้ำที่นิ่งสงบ
ทว่า... คลื่นพลังงานสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่ง พุ่งทะยานออกจากปลายกระบี่เป็เส้นตรงขนาดเล็กหนาเท่าข้อมืุ์เท่านั้น มันดูเรียบง่าย ไร้ความอลังการ ทว่าความเร็วของมันกลับเหนือล้ำกว่าขอบเขตของมิติและเวลา
*สวบ!*
ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะลุผ่านลูกบอลพลังงานเยือกแข็งสีดำแดงขนาดเท่าูเาไปอย่างง่ายดายปานลูกศรทะลวงแผ่นกระดาษ บอลพลังงานั์ของมู่หรงเสวี่ยพลันหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ ก่อนที่รอยร้าวสีขาวจะแผ่ขยายไปทั่วทั้งลูกบอล และ... *สลายหายไปกลายเป็ความว่างเปล่า* โดยไม่มีเสียงะเิแม้แต่แอะเดียว!
"อะไรนะ?!" มู่หรงเสวี่ยตาเบิกค้างจนแทบถลนออกจากเบ้า จิติญญาของนางสั่นสะท้านดั่งเผชิญหน้ากับเทพเ้าแห่งการทำลายล้าง วิชาต้องห้ามระดับ์ขั้นปลายของนาง ถูกทำลายลงด้วยลำแสงขนาดเท่าข้อมือเนี่ยนะ?!
ทว่าลำแสงสีขาวของหลินเฟิงยังไม่หยุดลง มันพุ่งตรงเข้าหาหน้าอกซ้ายของมู่หรงเสวี่ยอย่างแม่นยำ ทะลวงผ่านเกราะป้องกันระดับ์และชุดคลุมหงส์ทองคำ ปักลึกเข้าสู่ตำแหน่งหัวใจของนางทันที!
*ฉึก!*
ร่างของมู่หรงเสวี่ยกระตุกเฮือก คทากระดูกสัตว์อสูรในมือหลุดร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง แตกกระจายเป็เศษผง ไอเย็นสีโลหิตรอบกายของนางมลายหายไปสิ้นซาก เหลือเพียงร่างของสตรีที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากเวหา กระแทกพื้นศิลาขาวเบื้องหน้าเก้าอี้หินของหลินเทียนห่าวอย่างรุนแรง
"อึก... อัก... พลังของข้า... ทะเลิญญาของข้า..." มู่หรงเสวี่ยพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่ามือทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง เืสดสีดำหลั่งไหลออกจากปากไม่หยุด
เพลิงสัจธรรมสีขาวของหลินเฟิงไม่ได้แผดเผาร่างกายภายนอกของนาง ทว่ามันกำลังแล่นพล่านไปตามเส้นชีพจร บดขยี้ทะเลิญญา หลอมละลายแก่นแท้ระดับ์ และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังแยกแยะและทำลายสายเืวิหคน้ำแข็ง์ที่นางแย่งชิงมา ให้กลายเป็เพียงขี้เถ้าในร่างของนางเอง!
หลินเฟิงร่อนลงมายืนอยู่เบื้องหน้านาง กระบี่เพลิงมรรคาถูกเก็บเข้าฝักดังก้อง *แกร๊ก* แววตาสีทองมองลงมาด้วยความเฉยชาอันน่าสยดสยอง
"มู่หรงเสวี่ย สายเืที่เ้าภาคภูมิใจนักหนา... ยามนี้มันไม่มีอยู่ขอบเขตของเ้าอีกต่อไปแล้ว" หลินเฟิงกล่าวเสียงเรียบ
"หลิน... เฟิง... ไอ้เด็กเดรัจฉาน... เ้า..." มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมานอย่างถึงที่สุด ิัที่เคยงดงามเต่งตึงบัดนี้เริ่มเหี่ยวย่นและแก่ชราลงอย่างรวดเร็วปานคนอายุร้อยปี ผมสีดำแปรเปลี่ยนเป็สีขาวโพลนในพริบตา นี่คือผลกระทบจากการเผาผลาญอายุขัยและสายเืที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเอง
นางหันไปมองหลินเทียนห่าว อดีตชายหนุ่มที่นางเคยทรยศหักหลัง ยามนี้นางกลับเป็ฝ่ายนอนจมกองเือยู่แทบเท้าของเขา ดั่งสุนัขจนตรอกที่รอวันสิ้นใจ
"สิบหกปี... ที่ข้าต้องทนทุกข์ในคุก์" หลินเทียนห่าวลุกขึ้นยืนช้า ๆ แววตามองสตรีเบื้องล่างด้วยความสมเพช "มู่หรงเสวี่ย วันนี้เวรกรรมได้ตามทันเ้าแล้ว ตระกูลมู่หรงสายรองของเ้า ดับสูญสิ้นซากในค่ำคืนนี้!"
"ข้า... ไม่ยอม... ข้าคืออัครมเหสี... ข้าคือหงส์์..." มู่หรงเสวี่ยกรีดร้องเสียงแหบพร่า ทว่าน้ำเสียงของนางกลับขาดห้วงไป ดวงตาสีครามที่เคยฉายประกายอำมหิตบัดนี้เริ่มเบลอและไร้แสง
*พรึ่บ...*
เพลิงสีขาวบริสุทธิ์ปะทุออกจากดวงตาและปากของนาง แผดเผาดวงจิติญญาของนางให้แตกสลายกลายเป็ผงธุลีลอยล่องไปกับสายลมยามค่ำคืน ร่างกายอันแก่ชราและเหี่ยวย่นของอัครมเหสีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรต้าเซี่ย ล้มฟุบลงบนพื้นศิลาขาว สิ้นใจตายอย่างอนาถ ไร้ซึ่งเศษเสี้ยวิญญาที่จะได้ไปเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกต่อไป!
อัครมเหสีมู่หรงเสวี่ย... ศัตรูคู่อาฆาตสิบหกปี ดับสูญสิ้น!
ความเงียบสงัดโรยตัวเข้าปกคลุมพระราชวังหลวงตี้ตูอีกครั้ง ม่านหมอกพิษ ค่ายกลเื และหิมะโลหิตสลายหายไปสิ้น เผยให้เห็นแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องลงมากระทบซากปรักหักพังของตำหนักหยกเย็น ดั่งท้องฟ้าต้อนรับการชำระล้างครั้งใหญ่
หลินเฟิงเดินเข้าไปพยุงหลินเทียนห่าว "ท่านพ่อ... หนี้เืของตระกูลหลิน ได้รับการชำระแล้วขอรับ"
หลินเทียนห่าวหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโล่งอก เขากอดบ่าลูกชายแน่น "เฟิงเอ๋อร์... แม่ของเ้าบนสรวง์ ย่อมต้องภูมิใจในตัวเ้า... ตระกูลหลินของเรา กลับมาประกาศศักดาอีกครั้งแล้ว!"
ทว่า ยามเมื่อศึกแค้นในนครหลวงจบสิ้นลง เนตรมรรคาของหลินเฟิงพลันสั่นไหวเล็กน้อย สายตาสีทองของเขาจับจ้องไปยังทิศเหนือของพระราชวัง... สถานที่อันเป็ที่ตั้งของตำหนักจักรพรรดิ ที่ซึ่งกลิ่นอายลึกลับอีกสายหนึ่งกำลังตื่นขึ้นช้า ๆ ดั่งสิงโตที่เพิ่งตื่นจากจำศีล
ภัยพิบัติที่แท้จริงของอาณาจักรต้าเซี่ย..
. อาจจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!