ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังแต่งตัว ฉันเดินไปเปิดประตูเพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็พี่คินที่ออกไปซื้อยามาให้ฉัน
“กินตามที่เขาแนะนำ” พี่คินยื่นถุงยาให้ฉัน
“ค่ะ” ฉันตอบรับเขาแล้วกำลังจะปิดประตู แต่พี่คินเอามือดันไว้เสียก่อน
“ไม่คิดจะพูดอะไรบ้างเหรอ” พี่คินมองฉันนิ่ง
“ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยเป็ธุระให้”
“ธุระอะไร ก็ทำกันสองคน พี่ก็ต้องรับผิดชอบ ไหนให้พี่ดูซิ” พี่คินเข้ามาประชิดตัวฉัน เขาปัดผมของฉันที่ปิดร่องรอยการกระทำของเขาเอาไว้ไปด้านหลัง พี่คินก้มลงมามองใกล้ๆ
“อืม เห็นชัดอยู่”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวพู่จัดการเอง ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ”
“เดี๋ยวพู่ ทำไมถึงเ็ากับพี่นัก ห๊ะ”
“พู่สับสน เื่ระหว่างเรามันเกิดขึ้นเร็วมาก ขอเวลาหน่อยนะคะ”
“คงไม่รู้จะเลือกใครดีซินะ คนหนึ่งก็รัก อีกคนก็ผัว”
“พี่คิน อย่าพูดแบบนี้กับพู่นะ”
“ใครมันจะสุภาพบุรุษเหมือนไอ้ธามล่ะ”
“พู่ว่าเราคุยกันไม่รู้เื่แล้ว”
ปัง
ฉันปิดประตูแล้วล็อกห้องไว้ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียง พี่คินยังส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าห้องพักหนึ่งก่อนจะเงียบไป ทำไมเื่มันถึงเลยเถิดมาถึงขนาดนี้เนี่ย ฉันถอนหายใจออกมาสิบรอบได้แล้ว ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ฉันต้องทำตัวยังไง เพราะฉันต้องเห็นหน้าพี่คินทุกวันไปอย่างนี้จนกว่าจะครบสามเดือน แต่ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอันดับแรกที่ฉันต้องทำคือกินยานี้ก่อน ไม่งั้นได้ปวดหัวคูณสองแน่
“สามทุ่มตรงฉันแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ใจหนึ่งฉันก็ไม่ได้อยากไปแล้ว แต่นึกอีกทีได้ไปดื่มแก้เซ็งก็คงจะดีเหมือนกัน
“หนูพู่ คุณธามมารอแล้วนะ” เสียงป้าแมวะโบอกฉันอยู่หน้าห้อง
“ค่ะป้า” ฉันตอบรับป้าแมวแล้วเดินลงไปด้านล่าง รถพี่คินไม่ได้จอดอยู่ในโรงรถ เขาน่าจะออกไปแล้ว แหงล่ะก็นัดสาวไว้นี่ แล้วทำไมต้องหงุดหงิดด้วยล่ะยัยพู่กัน เธอไม่ได้เป็เ้าของเขาสักหน่อย เแค่ครั้งเดียวนึกเสียว่าเปิดประสบการณ์ให้ชีวิตแล้วกัน ฉันสะบัดหัวหยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วเดินไปหาพี่ธาม
รถหรูจอดรถรออยู่หน้าบ้าน พี่ธามยืนรอฉันอยู่ เขาจ้องมาที่ฉันพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มของเขาบวกกับบุคลิกเ้าชายสุดเนี๊ยบ ไม่แปลกใจเลยที่มีสาวน้อยสาวใหญ่คลั่งเขามาก แต่จะว่าไปในแก๊งพวกเขาสามคนแต่ละคนก็เสน่ห์แรง ไม่มีใครน้อยไปกว่าใครเลย
“พู่แต่งตัวแบบนี้ก็สวยดีนะ” พี่ธามทักฉันพร้อมกับเปิดประตูรถให้ ฉันได้แต่ยิ้มแก้เขิน ความจริงชุดเดรสตัวนี้เป็ชุดที่เชอรีนโล๊ะตู้เสื้อผ้าให้ฉันมา เพียงเพราะเหตุผลว่ามันยังไม่สั้นเสมอหูเท่าที่ควรและด้วยความที่มันเป็ชุดของเชอรีนมันก็เลยเซ็กซี่วับๆ แวมๆ ให้ฉันคอยระแวงเล่นว่ามันจะโป๊ตอนไหน
“คิดไรอยู่” นี่คือบทสนทนาแรกที่พี่ธามถามฉันหลังจากขับรถออกมาสักห้านาทีได้ เพราะฉันมัวแต่นั่งเหม่อคิดไรไปเรื่อยเปื่อย
“เปล่าค่ะ มองวิวกลางคืน เห็นมันสวยดี”
“ถนนที่มีรถติดเนี่ยนะ”
“ค่ะ” ฉันตอบพี่ธามไป แม้รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็คำตอบที่แม้แต่เด็กอนุบาลฟังก็คงไม่เชื่อ
“ไอ้คินมันทำไรพู่หรือเปล่า”
“ปละ เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไร” ฉันรีบปฏิเสธไปอย่างเร็ว
“หึ ปกติมันไม่เคยปล่อยให้ใครรอดไปได้นะ”
“จริงเหรอคะ”
“อืม” พี่ธามตอบแล้วหันมามองฉันเหมือนรู้สึกแปลกใจ ฉันหลบหน้ามองไปทางอื่นแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเพื่อไม่ให้พี่ธามจับพิรุธได้
The next bar
“สวัสดีค่ะคุณธาม” เจ้ชมรีบวิ่งมาต้อนรับทันทีที่เราก้าวลงจากรถ
“อ้าวพู่ มากับคุณธามได้ไงเนี่ย แหมร้ายไม่เบานะหล่อน เอาคุณคินฉันไปไว้ไหนยะ” เสียงร้อยแปดเดซิเบลของเจ้ชมทำเอาคนที่อยู่แถวนั้นหันมามองกันใหญ่
“พี่คินเป็ของริสาเพื่อนหนูค่ะเจ้” เสียงข้าวฟ่างดังขัดจังหวะขึ้น สองสาวเ้าเก่าที่ไม่ได้รับเชิญเดินเชิดๆ เข้ามาหาเราพร้อมกับพี่เทรย์ที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้สาวๆ แถวนั้นไปทั่ว
“สวัสดีค่ะคุณเทรย์” เจ้ชมเดินเข้าไปหาพี่เทรย์แล้วกับเบียดสองสาวนั้นให้ออกห่าง ข้าวฟ่างและนุ่นไม่พอใจเจ้ชมอย่างเห็นได้ชัด แต่คงทำอะไรไม่ได้ก็แน่ล่ะใครจะกล้ากับเจ้ชม
“หวัดดีเจ้ ไอ้คินล่ะ”
“แหม มาทุกทีก็ถามหาแต่คุณคินนะคะ ถ้าไม่ติดกับฉายาคาสโนว่าตัวพ่อนี่ เจ้คงคิดว่าเป็คู่เกย์กันแน่ๆ คุณคินมาแล้วค่ะ นั่งอยู่กับชะนีที่ไหนก็ไม่รู้”
“เพื่อนหนูค่ะเจ้” นุ่นพูดขึ้นมา
“จะไปรู้เหรอ เห็นใสๆ ถ้ารู้ว่าเป็เพื่อนพวกเธอจะได้ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา แอ๊บใสชัวร์”
“นี่เจ้”
“ทำไมยะ”
“เจ้กำลังว่าเพื่อนหนูอยู่”
“พอ”
พี่เทรย์ะโขึ้นมา
“ผมขอโทษแทนสองคนนี้แล้วกันเจ้” พี่เทรย์พูดกับเจ้ชมแล้วลากสองคนนั้นให้เดินตามเข้าไป
“เราไปที่อื่นกันมั้ย” พี่ธามหันมาถามฉันเพราะเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดี
“ไม่เป็ไรค่ะ” ฉันพูดแล้วเดินตามสามคนนั้นเข้าไป
บรรยากาศในบาร์เต็มไปด้วยนักดื่มตัวยงกันทั้งนั้น วันนี้เป็วันศุกร์ด้วยคนก็เลยเยอะเป็พิเศษ ถ้าเกิดเชอรีนกับเพลงขวัญมาด้วยก็คงจะดี ฉันโทรไปชวนสองคนนั้นแล้วแต่เชอรีนดันมีนัดปาร์ตี้วันเกิดกับกลุ่มเพื่อนของแฟน ส่วนเพลงขวัญก็ต้องดูแลแม่
พวกเราทั้งหมดเดินขึ้นไปยังห้องวีไอพีห้องเดิมที่อยู่ชั้นสองของบาร์
พลั๊ก
ทันทีที่พี่เทรย์เปิดประตูเข้าไป ภาพแรกที่ฉันเห็นคือ ริสา ดาวมหาลัยที่ฉันกำลังเรียนอยู่ เธอกำลังซบไหล่คลอเคลียอยู่กับพี่คิน ดูเหมือนเธอจะเมาแล้วด้วย ส่วนพี่คินก็ดูไม่สนใจใครไม่แม้จะหันมามองด้วยซ้ำ เขาสองคนคงคิดว่าเราเป็อากาศธาตุละมั้ง
"นั่นไง เจ้บอกแล้วว่าแอ๊บใส อย่าไปยอมนะพู่ เดี๋ยวคุณคินก็โดนชะนีพวกนี้คาบไปกินซะหรอก" เจ้ชมมากระซิบกับฉัน ฉันกับพี่ธามเดินไปนั่งอีกมุมหนึ่งของห้อง พี่เทรย์ ข้าวฟ่างและนุ่นก็นั่งอีกมุมหนึ่ง
"เจ้ขอตัวก่อนนะ" เจ้ชมหันมาพูดกับทุกคนแล้วเดินออกจากห้องไป
"ดื่มอะไรมั้ย" พี่ธามถามฉัน
"วอดก้าก็ได้ค่ะ" พี่ธามรินเหล้าแล้วยื่นให้ฉัน
"ดื่มเหล้าเป็ด้วยเหรอพู่ นึกว่าจะกินเป็แต่น้ำส้ม" ข้าวฟ่างพูดแล้วหันไปหัวเราะชอบใจกับนุ่น
“ตลกเหรอ” ประโยคแต่แฝงด้วยอารมณ์บางอย่างของพี่คิน ทำเอาสองสาวนั่นต้องสงบปากสงบคำนั่งหงอยกันไปเลยทีเดียว
“พี่คินถ่ายรูปกับริสาหน่อยนะคะ จะเอาไปอวดเพื่อนๆ ที่มหาลัย”
“อืม”
“น่ารักที่สุดเลยค่ะ” ริสาโน้มคอพี่คินลงมาจูบ พี่คินอึ้งไปแป๊บนึง แล้วรีบผละออกจากริสา ไม่เฉพาะพี่คินหรอกที่ใทุกคนที่อยู่ในห้องก็ใเหมือนกัน
“ริสาคงจะเมาแล้ว รบกวนพี่คินไปส่งริสาแทนพวกเราหน่อยนะคะ” นุ่นพูดขึ้นมา
“ไอ้เทรย์มึงจะกลับแล้วไม่ใช่เหรอ ช่วยไปส่งน้องเขาแทนกูที กูไม่ว่าง”
“เฮ้ย อะไรวะ กูเพิ่งมาถึงเหล้ายังลงไม่ถึงลูกกระเดือกเลย”
“มึงจะกลับแล้ว” ฉันเห็นพี่คินแสดงสีหน้าเหมือน้าจะสื่ออะไรบางอย่างกับพี่เทรย์
“เออๆ กลับก็ได้วะ เซ็งเลย มึงไม่ว่างยังไงวะกูก็เห็นอยู่ว่ามึงไม่ได้ทำอะไร”
“กูเฝ้าเมียอยู่” พี่คินพูดแล้วหันมามองฉัน เป็จังหวะเดียวกับที่ฉันเงยหน้ามองเขาเพราะตะลึงกับคำพูดที่ได้ยิน เราสบตากันโดยไม่ตั้งใจ ฉันหลบสายตาไปทางอื่นแล้วแต่ทำไมใจฉันมันยังเต้นแรงไม่หยุด เต้นแข่งกับเสียงเพลงด้านล่างเลย
“ใครคือเมียพี่คิน ไม่เอาอ่ะริสาไม่ชอบให้พี่คินยุ่งกับใคร ริสายังไม่อยากกลับ ขอริสาอยู่กับพี่คินก่อนนะคะ”
“อืม อยากกลับตอนไหนก็บอกแล้วกัน” พี่คินนิ่งเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะพูดออกมา
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้เสียงในห้องเริ่มเงียบลง เป็เพราะทุกคนมึนเมาจนไม่ได้สติกันแล้วทั้งนั้น
“กลับกันดีกว่าค่ะ พู่ง่วงแล้ว” ฉันพูดกับพี่ธามที่ยังมีสติดีอยู่พอจะขับรถได้
“อืม”
พลั๊ก
ฉันกับพี่ธามกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่จู่ๆ เจ้ชมก็เปิดประตูเข้ามาก่อน
“จะกลับแล้วเหรอพู่ เดี๋ยวก่อนซิลงไปแดนซ์กับเจ้ก่อน เจ้มีเพื่อนแนะนำให้รู้จัก เขาเป็โมเดลลิ่งหานางแบบเผื่อเขาจะถูกใจพู่ ไป ไปกับเจ้ดีกว่า ขอยืมตัวแป๊บนะคะคุณคิน” เจ้ชมพูดแล้วพาฉันลงไปด้านล่าง
เจ้ชมแนะนำเพื่อนเขาให้ฉันรู้จัก เพื่อนๆ สาวประเภทสองของเขาแต่ละคนคุยสนุกมาก นั่งคุยกันไม่นานเจ้ชมก็ลากฉันออกไปเต้นกับเพื่อนเขา ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มทำงาน ฉันเลยปลดปล่อยตัวเองไปตามอารมณ์
ปึก
“ขะ ขอโทษค่ะ” ฉันหันไปขอโทษผู้ชายคนนั้นคนที่ฉันเผลอเต้นไปโดนตัวเขา
“ไม่เป็ไรครับ น้องพู่”
“เอ่อ รู้จักฉันด้วยเหรอคะ” ฉันถามผู้ชายคนนั้นแล้วพยายามเพ่งมองเขา แต่ด้วยความที่ฉันเริ่มเมาแล้วก็เลยดูไม่ออกว่าคนตรงหน้าเป็ใคร
“สวยๆ น่ารักแบบน้องพู่ ใครบ้างจะไม่รู้จัก พี่ชื่อวานะ”
“อ่อค่ะ” ฉันยิ้มให้เขาแล้วเดินเลี่ยงออกมาที่เจ้ชม
“พู่อยู่กับยัยพวกนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวเจ้มา” เจ้ชมพูดแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง พวกเพื่อนๆ เจ้ชมเลยลากฉันออกไปเต้นต่อ
“เอ้า ชนแก้ว” หลังจากเต้นกันไปสักพัก ฉันและเพื่อนๆ ของเจ้ชมก็มานั่งดื่มที่โต๊ะกันต่อ
สิบนาทีผ่านไป เจ้ชมยังไม่มา ส่วนพวกเพื่อนๆ เจ้ชมก็เมาไม่ได้สติกันหมดแล้ว ฉันเองก็เริ่มปวดหัวมาก อากาศก็ร้อนแปลกๆ หรือจะเป็เพราะว่าดื่มมากเกินไป
ไม่ไหวแล้วฉันรู้สึกว่าร่างกายฉันแปลกๆ มันร้อนอึดอัดไปหมด จนอยากจะถอดชุดที่ใส่ออกไป สมองก็เบลอหนัก ฉันเริ่มจะคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว
“มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ยครับ” ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้า ฉันพอจะจำเสียงได้ว่าเขาคือผู้ชายที่คุยกับฉันเมื่อกี้
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“แต่พี่ว่าน้องไม่ไหวแล้ว มาพี่ช่วย” ผู้ชายคนนั้นเข้ามาพยุง แต่ฉันว่าเขาจะลวมลามฉันมากกว่า
“ปล่อยพู่”
“พูดง่ายไปมั้งไอ้คิน”
“กูบอกให้ปล่อย มึงก็รู้จักกูดีนิไอ้วา”
“เออ ครั้งนี้กูยอมมึง วันนี้กูอารมณ์ดีไม่อยากมีเื่ กูเสียดายว่ะถ้ากูรู้ั้แ่แรกว่าน้องไอ้พีมสวยขนาดนี้ กูจะไม่เดิมพันกับมึงเด็ดขาด” ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วเดินออกไป
“พู่ ทำไมถึงดื่มมากอย่างนี้” พี่คินเข้ามาโอบฉันไว้
“พี่คิน พู่ร้อน มันร้อนไปหมดเหมือนตัวจะะเิ”
“ไปทำอะไรมา ห๊ะ”
“พู่ไม่ได้ทำอะไร แค่ดื่มเหล้า” พี่คินเงียบไปเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
“รู้ตัวบ้างมั้ย ว่าตัวเองโดนอะไร”
“มะ ไม่รู้ พี่คินพาพู่ออกไปจากตรงนี้ที”
หมับ
ร่างกำยำช้อนร่างฉันขึ้นมา พี่คินรีบพาฉันออกมาขึ้นรถคันหรูของเขาก่อนจะขับออกไป
“พี่คิน พู่ไม่ไหวแล้ว มันร้อนไปหมดทั้งตัว” ฉันโน้มตัวมาซบไหล่คนข้างๆ พี่คินเอามืออีกข้างที่ไม่ได้จับพวงมาลัยกอดฉันไว้ ฉันกอดเขาไว้แน่นจนได้กลิ่นบางอย่างจากตัวเขา กลิ่นกายพี่คินทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ จนควบคุมตัวเองไม่ได้ ฉันปลดกระดุมเสื้อพี่คินออก
“ทำไรพู่”
“พี่คิน พู่ อื้อ อยากกอดพี่คินไว้”
“ไอ้วา มันเล่นแบบนี้เลยเหรอ”
“พี่คินช่วยพู่หน่อยนะ มันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ” พี่คินมองฉันแล้วลูบผมฉันเบาๆ ก่อนจะหักรถเลี้ยวเข้าไปในที่แห่งหนึ่ง
รถพี่คินแล่นมาจอดในที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ว่าที่ส่วนบุคคล ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป พี่คินลงไปเปิดประตูแล้วขับรถเข้าไปจอด ภายในมืดและเงียบไม่มีใครอยู่ น่าจะเป็ท่าเรือเอกชนที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ
“พี่คินคะ เขาไม่ให้ใครเข้ามา”
“ใครล่ะ เ้าของเหรอ ก็พี่ไง”
“ของพี่เหรอคะ”
“อืม” พี่คินพูดแล้วเดินลงจากรถ เขามาเปิดประตูฝั่งที่ฉันนั่งก่อนจะอุ้มฉันมานั่งที่เบาะหลัง พี่คินไม่รอช้าเขาขึ้นคร่อมฉันแล้วถลกชุดเดรสของฉันมากองไว้ที่เอว
“อ๊ะ อื้อ” ฉันส่งเสียงออกมาไม่เป็จังหวะ เมื่อพี่คินขบยอดอกฉันทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันแข็งชูชันและเปียกชื้นไปด้วยน้ำลาย
ฉันโน้มคอพี่คินมาจูบ โดยเป็ฝ่ายสอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหวาน
“อืม” พี่คินส่งเสียงออกมาอย่างพอใจ ลิ้นที่ตวัดรับดูดดึงกันไปมา มันทำให้ฉันมีอารมณ์มากขึ้นไปอีก
“ดีขึ้นยัง” พี่คินกระซิบข้างหูฉัน
“ไม่เลยค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับขบเม้มเข้าที่ใบหูของพี่คิน จนพี่คินร้องซี๊ดออกมา
“ร้ายนะเรา” พี่คินประกบปากลงมาอีกครั้ง มือไม้ก็เลื่อนต่ำลงมาที่กางเกงในลูกไม้ของฉัน เขาถอดมันออก แล้วลูบไล้ร่องฉ่ำของฉันจนมันเปียกแฉะไปหมดแล้ว
พี่คินใช้นิ้วเรียวยาวของเขาเข้าไปสำรวจก่อน เขาขยับมันเข้าออกช้าๆ แล้วเพิ่มความเร็วขึ้น ฉันถึงกับครางออกมาด้วยความเสียว
“อ๊ะ ฮ้า พี่คิน”
“แค่นี้ก็อ่อนไปหมดแล้ว หมดฤทธิ์แล้วเหรอ หึ” พี่คินยิ้มมุมปาก
“ใครบอกล่ะคะ” ฉันเด้งตัวขึ้นแล้วผลักพี่คินให้นอนราบกับเบาะ โดยฉันเป็ฝ่ายขึ้นคร่อมเขาไว้แทน ฉันจัดการถอดเข็มขัดของเขาออก แล้วรูดซิปกางเกงลงมา แก่นกายใหญ่ของพี่คินมันผงาดเต็มที่แล้ว
ฉันค่อยๆ ใส่ท่อนซุงของพี่คินเข้าไปในร่องฉ่ำแฉะ ความเจ็บแล่นเข้ามานิดนึง ก่อนที่ฉันจะกลั้นหายใจแล้วกดร่องของฉันลงไปจนสุด
“ฮ้า” ทั้งฉันและพี่คินส่งเสียงออกมาพร้อมกัน ฉันแช่มันไว้แป๊บนึงแล้วค่อยๆ โยกขยับขึ้นลงช้าๆ แต่ละครั้งก็ขึ้นสุดลึกสุด จนรู้สึกเสียววาบในท้องน้อย
“พี่ขอเร็วกว่านี้” พี่คินส่งยิ้มยียวนกวนประสาทมาให้ฉัน ฉันก้มลงไปประกบปากพี่คินอย่างกระหาย ก่อนจะขยับขึ้นลงเร็วขึ้น เหงื่อพี่คินผุดซึมขึ้นที่ใบหน้าและหน้าอกแต่มันยิ่งทำให้เขาดูเร้าใจขึ้นไปอีก
พี่คินผลักตัวฉันลงไปนอนบนเบาะ เขาจับขาฉันแยกออก แล้วดันแก่นกายใหญ่ของเขาเข้ามาจนสุด
“อ๊ะ อ้า พี่คิน” พี่คินขยับมันเข้าออกเร็วถี่ขึ้น ฉันจิกไหล่เขาแน่น ร่างกายฉันเหมือนได้ปลดปล่อยออกมาหมดแล้ว
“อ๊า” พี่คินร้องออกมาก่อนจะล้มตัวลงซบที่หน้าอกฉันอย่างหมดแรง เราสองคนนอนอยู่แบบนั้นหลายนาที ก่อนที่พี่คินจะดีดตัวออกเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“มีไรวะ”
“พู่อยู่กับกู”
“เออ เดี๋ยวกูกลับเข้าไป”
พี่คินวางโทรศัพท์ แล้วหยิบเสื้อผ้ามาใส่ท่าท่างเหมือนรีบมาก
“เราต้องกลับเข้าไปที่บาร์
“มีอะไรหรือคะ”
“ปัญหานิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรหรอก “พี่คินหันมามองฉันแล้วดึงฉันเข้าไปจูบ จูบครั้งนี้มันดูลึกซึ้งถึงความรักความอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก
เราสองคนขับรถออกมาจากท่าเรือแล้วมุ่งตรงกลับไปที่บาร์