Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 24 จบภารกิจ

      “ไม่มี...กองนี้ก็ไม่มี ตรงนั้นมีไหม”“ไม่มีเหมือนกัน บ้าเอ้ยนี่มันห้องสุดท้ายแล้วนะ”บัดนี้มนุษย์หลายชีวิตนั่งต่อหน้ากองสมบัติจำนวนมากทั้งทอง อัญมณี เครื่องเพชรและอื่นๆอีกมากมาย ฟราสันในสภาพผ้าพันแผลเต็มตัวโยนสร้อยคออัญมณีเม็ดใหญ่ทิ้งก่อนตะโกนถามไปทางกองสมบัติอีกกอง“ถ้าไม่มีก็แปลว่ามีคนเอาออกไปแล้วมั้ง”“งั้นดยุคฮอว์คก็ควรยกเลิกภารกิจนี้แล้วสิ”เอริก้าและยูรีนต่อบทสนทนาหลังจากสิ้นหวังกับกองสมบัติขนาดใหญ่ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งพลันเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจทุกคน“อาจจะเป็นไปได้ว่าจี้นั่นไม่เคยอยู่ที่นี่ก็ได้”“หมายความว่ายังไงครับ องค์หญิง”ยูจีนขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจความหมายของผู้มาใหม่“ฉันเพิ่งนึกได้ก่อนหน้านี้ ช่วงที่น้องชายของดยุคยังอยู่ได้ข่าวว่าอดีตดยุคฮอว์คเคยตั้งใจจะแต่งตั้งให้เขาดยุคแทนคนพี่ แต่เขาดันหายตัวไปซะก่อน”“เอ๊ะ หายตัว...ไม่ใช่ตายหรอกหรอ”เอริก้าโพล่งขึ้นมา“รายงานบอกว่าตายก็จริงแต่จริงๆแล้วคือไม่พบศพ ล่าสุดคือมีคนบอกว่าเขาเข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้น่ะ”มิเนอร์วาขยายความให้สมาชิกคนอื่นๆฟัง“แล้วดยุคจะเอาจี้คืนไปทำไมล่ะ”ใครสักคนถามคำถามที่ทุกชีวิตในห้องสมบัติอยากรู้“ถ้าไม่ใช่เพราะยืนยันการตายของน้องชาย...งั้นจี้นั่นอาจมีความสำคัญอะไรบางอย่างก็ได้”หญิงสาวตอบพลางก้มหน้าราวกับคิดอะไรบางอย่างทว่าเธอกลับไม่ได้คิดเรื่องจี้ห้องคอ ภาพย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้าเมื่อคืนก่อน ในตอนที่การประลองรู้ผลแพ้ชนะหมัดเปล่าๆพร้อมเพลิงแดงฉานส่งร่างใหญ่สีเงินให้จมลงกับพื้นดิน เสียงในโถงใหญ่เงียบกริบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา กระทั่งเมดิโอชูกำปั้นผู้ชนะก่อนจะร้องคำรามลั่น เสียงของผู้ชนะตามมาด้วยกองเชียร์ข้างสนามเกือบพันตนโฮ่ร้องสรรเริญผู้นำคนใหม่ของพวกเขาเชสมองภาพๆนั้นยิ้มก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับพื้น เด็กหนุ่มหมดพลังเป็นที่เรียกร้อยทั้งภายในและภายนอกล้วนถูกนำมาใช้จนหมด ความรู้สึกคล้ายขาดน้ำและอยากนอนถาโถมเข้ามาดึงเขาให้เข้าสู่ภวังค์และแน่นิ่งไปในที่สุด           ภายในห้องมืดในโพรงหนึ่งร่างเล็กบนฟูกนอนค่อยๆลืมตาขึ้น อาการทรมานก่อนหน้านี้ดีขึ้นมาเล็กน้อย เชสลุกจากเตียงได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่แม้จะยังมีอาการปวดตามตัวและเจ็บที่หัวจากการโดนหมัดของฟัวร์เต“ไม่ใช่สิ่งที่จอมเวทอย่างฉันจะรับได้เลยนะนั่น”เชสเปรยเบาๆ พรสวรรค์ของนักเวทอย่างที่ทราบกันดีนอกจากจะเพิ่มความสามารถในเวทมนตร์แล้วยังทำให้แกนมานาในตัวใหญ่กว่าคนทั่วไป เช่นเดียวกันอัศวินเองความแข็งแรงก็ดีกว่าคนทั่วไปมากตอนนั้นเองเด็กหนุ่มพลันชะงักและนึกอะไรบางอย่างได้‘แล้วเราที่มี2พรสวรรค์ล่ะ!!’ไม่ทันได้คิดอะไรต่อเสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นจากปากโพรงไม่นานนักก็เห็นว่าใครเดินเข้ามา“อาการดีขึ้นรึยัง”เสียงคุ้นเคยเอ่ยถาม“ขอบคุณที่เป็นห่วง มีพาร์ทเนอร์สวยๆมาห่วงใยนี่มันดีจริงๆ”มิเนอร์วามองค้อนพาร์ทเนอร์หนุ่มของตนอย่างเซ็งๆ“พูดจาแบบนี้คงไม่เป็นอะไรแล้วสินะ เตรียมตัวเถอะ อีกไม่นานต้องไปแล้ว”“อ้าว หาจี้เจอแล้วหรอ”มิเนอร์วาถอนหายใจเหนื่อยเป็นคำตอบพลางส่ายศีรษะไปมา ตรงกันข้ามเชสกลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน“แย่จังแปลว่าล้มเหลวสิเนี่ย ว่าแต่ฉันผ่านรึเปล่า”“ผ่านอะไร”“นั่นไง ที่ว่าจะให้ฉันเป็นพาร์ทเนอร์จริงๆน่ะ”มิเนอร์วาชะงักไป ว่ากันตามตรงเธอลืมไปตั้งแต่เข้ามาในดันเจี้ยนแล้ว เทียบกับพาร์ทเนอร์ชั่วคราวที่มักถามเธอก่อนจะให้ทำอะไรเหมือนพวกไม่มีความมั่นใจ เทียบกับเชสที่รู้หน้าที่ตั้งแต่เจอศัตรูราวกับมีประสบการณ์มาเป็น10ๆปีเด็กหนุ่มดีกว่าเป็นไหนๆ แถมยังการต่อสู้ก่อนหน้านี้อีก...“ถือว่าพอใช้ได้ ไม่แย่จนเกินไปล่ะนะ”มีน่าหน้าหลังก่อนจะเลือกตอบแบบส่งๆขัดกับความชื่นชมเต็มเปี่ยมต่อผู้ชายคนนี้ ทันใดนั้นภาพหนึ่งพลันแล่นเข้ามา“นี่ เมื่อตอนท้ายของการต่อสู้น่ะ...”วิถีดาบและท่าจบอันงดงามราวกับผู้ที่เคยจับดาบมานานแรมปี ทำให้เธอสงสัยจนถึงตอนนี้ สองจิตสองใจลังเลว่าจะถามดีหรือไม่ทว่าสุดท้าย“เปล่า ไม่มีอะไรไปเถอะ”“อะไรเล่า พูดให้จบสิ”“บอกว่าไม่มีอะไรไงเล่า”           สองร่างเดินออกมานอกโพรงลึกเข้าสู่บริเวณโถงใหญ่ที่เมื่อคืนก่อนเป็นสถานที่ที่ใช้ต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ในลานกว้างสมาชิกอีก4คนยืนรวมตัวกันอยู่ บางคนถึงกับแสดงสีหน้าเซ็งอย่างปิดไม่มิดที่ไม่อาจจบภารกิจนี้ได้ บางคนเจ็บตัวเสียเที่ยวด้วยซ้ำ“ฟื้นแล้วหรอ”เสียงทุ้มต่ำจากอีกฝั่งเอ่ยเรียก ไม่คาดฝันว่าจะได้เจออีก ตัวใหญ่ผิวน้ำดาลแดงและผมสีเย็น ไม่มีทางเป็นใครอื่นนแกจากเมดิโอ พาร์ทเนอร์จำเป็นของเชส“ดูดีนี่นา เมดิโอ”เชสมองสำหรับมอนสเตอร์ตรงหน้าให้ชัดๆอีกครั้งหลังการต่อสู้ พลังบ้าคลั่งก่อนหน้าหายไปจนเกือบหมด ทว่าไอร้อนยังคงแผ่ออกมาเล็กน้อย“เพราะเจ้าช่วยข้าถึงมายืนอยู่ตรงนี้ ข้าขอขอบคุณเชส เซอเซส...สหาย”“อา ด้วยความยินดี สหาย”เชสลอบตกใจเล็กน้อย เมดิโออกมือแตะอกซ้ายก่อนจะโค้งให้เขาเป็นการขอบคุณแต่ที่เขาตกใจที่สุดเห็นจะเป็นการที่อีกฝ่ายเรียกเขาว่าสหายเด็กหนุ่มไม่เคยรังเกียจมอนสเตอร์แม้จะเคยทำสงครามกันมาแต่การแยกแยะตัวบุคคลออกจากชาติพันธุ์เป็นสิ่งที่สมควรทำ เช่นเดียวกับมนุษย์ที่มีทั้งดีและร้าย“แต่จะขอบคุณฉันคนเดียวก็ไม่ถูกนะ ต้องขอบคุณรุ่นพี่ยูรีนด้วย”เขาหันไปหารุ่นพี่ปี2คนเดียวในกลุ่ม เด็กสาวผมน้ำเงินตรงยาวแอบสะดุ้งเบาๆ เมื่อร่างใหญ่หันไปหาเธอ เมดิโอคุกเข่าช้าๆราวกับอัศวินทำความเคารพเจ้าหญิง ร่างใหญ่ดึงมือซ้ายของเธอขึ้นมา“ข้าขอขอบคุณแม่หญิง ข้าจะไม่ลืมชั่วชีวิตว่าเจ้าได้ทำอะไรให้กับข้าหากเจ้าลำบากอย่าลังเลที่จะมาพบข้า ข้าจะทุ่มเทชีวิตนี้เพื่อเจ้าข้าขอสัญญา”ท่ามกลางสายตาอึ้งและไม่อยากเชื่อเมดิโอลงริมฝีปากไปบนหลังมือของสาวผมน้ำเงินจนเธอหน้าแดง ณ ที่นั้นมีเพียงคนเดียวที่แทบทรุดตัวลงไปนินดิ้นเพราะกลั้นขำกับเหตุการณ์“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว นายไปเอามาจากไหนเนี่ยไม่คำพูดนั่น”“ข้า...จากพวกหนังสือภาพของมนุษย์ที่ข้าเคยฆ่าน่ะ”“ถามจริง อ่านภาษามนุษย์ออกด้วยหรอ”เชสไม่คาดคิดกับความจริงข้อนี้ แต่ก็มาคิดได้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกมีสติปัญญาไม่เหมือนเยติระดับล่างๆที่ทำตามสัญชาตญาณ“ไม่ยากหากต้องการจะทำ จริงๆข้ามีหนังสือตำนานของพวกมนุษย์สะสมไว้เยอะ...ข้าเพิ่งอ่านเล่มนี้จบ ถือว่าเป็นของขวัญจากข้าแล้วกัน”“ขอบใจ”เขาพยักหน้าและรับหนังสือปกสีแดงเพลิงเล่มหนาและเก่าไม่น่าต่ำกว่าสิบหรือร้อยปีมาก่อนมิเนอร์วาจะกล่าวแทรก“เราต้องไปแล้ว ข้างนอกเป็นบ่ายของวันถัดไปอาจมีคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราต้องรีบไปก่อนจะเกิดเรื่องยุ่ง”“นั่นสินะ แล้วจะออกไปยังไงล่ะ”มิเนอร์วาโชว์คริสตัลขนาดพอดีมือขึ้นมา“คริสตัลเคลื่อนย้ายของใครสักคนที่เจอในห้องสมบัติ”เชสพยักหน้าเข้าใจ มิเนอร์วาดันแว่นและส่งพลังเวทกระตุ้นให้ของในมือทำงาน มันค่อยๆเปร่งแสงสีขาว บังเกิดวงเวทล้อมรอบพวกเขา“อ้อ เมดิโอ”“หืม...”“ยินดีด้วยกับตำแหน่งนะ”“อา ขอบคุณเจ้าอีกครั้ง”เชสยิ้มให้กับเพื่อนใหม่ก่อนจะนิ่งค้างราวกับพึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้...“ห้องสมบัติ!!! ฉันยังไม่ได้ยกเค้าเล—”เสียงขาดหายไปกลายคันเหลือไว้เพียงร่างใหญ่สีน้ำตาลแดงยืนยิ้มอยู่เพียงคนเดียวในโถงใหญ่ ทั้ง6เดินออกมาจากทางเข้าดันเจี้ยน เชสปั้นหน้าเซ็งตามหลังกลุ่มไปติดๆ มิเนอร์วาไม่ใส่ใจหยิบคริสตัลสื่อสารขึ้นมาเพื่อติดต่อหาคนขับรถม้า ภายในดันเจี้ยนคล้ายว่าเป็นอีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิงออร่าจากกลุ่มมอนสเตอร์จำนวนมากปิดกั้นการติดต่อสื่อสารด้านนกับด้านนอกขณะที่หญิงสาวยืนนิ่ง ซ้ายขวาร้านรวงต่างๆยังคงขายของเอะอะกันเช่นเคย หางตาฟราสันเหลือบไปเห็นร้านแผงลอยเครื่องประดับที่มีพ่อค้าคุ้นหน้ายืนอยู่หลังแพงความโกรธขึ้นหน้าตะโกนลั่นชี้หน้าเป้าหมาย ไม่ใช่ใครอื่นเขาคือผู้ที่ขายสร้อยคอดวงตาเยติให้เอริก้านั่นเองผู้คนต่างพากันมองไปยังทิศทางของเสียง ฟราสันกระชากคอเสื้อชายกลางคนนั้นขึ้นมา“เพราะแกพวกเราถึงซวย ฉันเกือบต้องเกือบตาย คู่หมั้นต้องตกอยู่ในอันตราย”ร่างใหญ่ไม่ฟังคำทัดทานใดๆโยนเขาลงกับพื้นหมายจะเข้าไปอัดพ่อค้าให้น่วม ยูจีนพยายามเข้าห้ามปรามความโกรธของเพื่อร่วมทีมเชสถอนหายใจไม่คิดห้ามใดๆทว่าตอนนั้นเองเขาพลันเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนอกพ่อค้าที่หลุดจากเสื้อออกมาให้เห็นเพราะแรงผลัก“นี่มัน...จี้ห้อยคอรูปเหยี่ยวสีเงิน”