ลาสเวกัสเมืองที่ถูกสร้างขึ้นจากบาปและโชคชะตาที่ซึ่งเงินหลายพันล้านหมุนเวียนผ่านโต๊ะพนันในแต่ละคืนและที่ซึ่งชีวิตของคนบางคนพลิกผันเพียงเพราะไพ่ใบเดียว บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูใจกลางเมืองที่ไม่มีวันหลับใหล ห้องเพนต์เฮาส์ที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอกกำลังกลายเป็เวทีสำหรับการรวมตัวของเหล่าคนที่ไร้ตัวตนพวกเขาไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็พันธมิตรที่มีจุดหมายเดียวกัน ภายใต้การนำของหนึ่ง ชายผู้เป็ปริศนา—ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของเขา แต่ทุกคนรู้ดีว่าถ้าเขาเป็คนเรียกประชุม งานนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ในมุมของห้องมีชายหนุ่มสวมเสื้อฮู้ดนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หน้าดูเคร่งเครียด สายตาที่ไม่ละไปจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยรหัสข้อมูลที่ไหลผ่านหน้าจอสะท้อนแสงสีน้ำเงินอ่อนบนใบหน้าของเขา
“นั่งอยู่หน้าจอเป็ชั่วโมงได้เื่บ้างมั้ยเนี่ยสอง?”ผู้หญิงผมสั้นใส่เสื้อกล้ามเดินเข้ามาถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่หน้าจอคนนั้น
“อย่าไปรบกวนเขามากนักเลยห้า ปล่อยให้สองทำงานของเขาไป” ชายร่างใหญ่บนโซฟาเอ่ยขึ้นพลางยกเบียร์ขึ้นจิบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“หกถ้านายว่างที่จะไปซ้อมกับชั้นสักตั้ง ชั้นสัญญาจะไม่กวนใครเลย”ห้าเดินเข้าไปยืนหน้าหกที่โซฟาพร้อมทำท่าหาเื่
“ทำตัวเป็เด็กไปได้แบบนี้จะทำงานร่วมกันได้มั้ยเนี่ย” เสียงราบเรียบดังขึ้นจากโต๊ะอาหาร ‘สี่’กำลังเช็ดปืนของเธอด้วยความประณีตโดยไม่เสียเวลาแม้แต่จะเงยหน้ามอง
“อย่าไปห้ามเลยสี่ ฉันว่าน่าสนุกดีออก เราควรมาพนันกันดีกว่าว่าใครจะชนะ”ผู้ชายในชุดสูทสีขาวยืนถือแก้วเหล้าอยู่ริมหน้าต่างพูดออกมาพร้อมยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“ทุกคนเงียบ!”
เสียงของหนึ่งะโลั่นทั่วห้องเพนต์เฮาส์ทำให้ทุกคนหยุดชะงักแต่เสียงะโนั้นกลับไม่ได้มาจากหนึ่ง
เขาหันไปที่ประตูหรี่ตามองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามา “ฉันเคยบอกแล้วว่าอย่าใช้เสียงฉันเล่นสนุกเข้าใจมั้ย สาม?”
ผู้หญิงสาวสวยผมยาวเดินเข้าในห้องพร้อมกับยิ้มอย่างมีเสน่ห์และดูทะเล้นเธอสามารถเลียนเสียงหนึ่งได้อย่างเนียนทำให้ทุกคนใ
“ไหนๆ ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว” หนึ่งหันไปหาสองและพยักหน้า
ไฟในห้องดับลงหน้าจอโปรเจคเตอร์ฉายภาพขึ้นบนกำแพง—แผนที่โครงสร้างของอาคารแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางเงามืด
“จากที่ทุกคนได้เห็น ทุกคนก็น่าจะรู้แล้วว่าเป้าหมายเราคืออะไร” หนึ่งพูดขึ้น
เจ็ดเพ่งมองข้อมูลบนจอก่อนจะเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวนะ... เอ็มโพริโอ ดิ บราวี เหรอ? นั่นมันคาสิโนของลูเซียโน บราวี ไม่ใช่เหรอ?”
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กน้อยอย่างลูเซียโนหรอก”สามพูดพร้อมยิ้มออกมา
“เชี่ย! บราวี อย่าบอกนะว่า เป็ บราวี เดียวกันกับ...” หกทำหน้าใ
“ดอน เอลิโอ บราวี”หนึ่งพูดพร้อมกับเปิดภาพและข้อมูลของชายมีอายุขึ้นบนหน้าจอ“นักธุรกิจชื่อดังที่ลงทุนไปในธุรกิจหลากหลายชนิดทั่วโลก”
“นักธุรกิจนักลงทุน ทุกอย่างมันก็แค่บังหน้า ทุกคนรู้ แค่ไม่กล้าพูดออกมา” สามหัวเราะในลำคอ “ใบหน้าที่แท้จริงของเขาคือหัวหน้าของตระกูลมาเฟีย ฟามิลิโอ บราวี”
“เป็ตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่มีเงื้อมมืออยู่เื้ัธุรกิจใต้ดินเกือบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็ ยาเสพติด อาวุธ ค้าขายของเถื่อน ศิลปะ าและอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน” สามย้ำ
“ลูเซียโนที่เป็เ้าของคาสิโนคือทายาทคนโตของดอนเอลิโอ” หนึ่งเรียกรูปชายหนุ่มแต่งตัวใส่สูทขึ้นบนหน้าจอ “เอ็มโพริโอ ดิ บราวีเป็ใจกลางหลักของตระกูล ดอน เอลิโอไม่ได้ใช้คาสิโนแห่งนี้เป็ตัวฟอกเงินของตระกูลของเขาเพียงผู้เดียวแต่รับฟอกเงินจากตระกูลและองค์กรอื่นแลกเปลี่ยนกับเปอร์เซ็นต์ของรายได้ของพวกนั้นอีกด้วย”
ทั้งห้องเงียบ บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นทันที ต่างคนต่างอึ้งกับข้อมูลและช็อคกับคำพูดของหนึ่งแต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเป้าหมายที่หนึ่งเสนอนั้นเป็ที่นั่นจริงๆ
“ฉันไม่อยากบังคับใครถ้าใครไม่อยากรับงานนี้ สามารถถอนตัวตอนนี้ได้เลย และมารับค่าใช้จ่ายเดินทางและค่าเสียเวลาได้ที่ฉันแล้วเชิญกลับได้ ไม่ถือสา” หนึ่งพูดขึ้นตัดความเงียบที่หนักอึ้งของห้อง
“เท่าไร?” สามถาม“นายยังไม่ได้พูดถึงว่าเราจะเข้าไปเอาอะไร และทั้งหมดมีมูลค่าเท่าไร?”
“ทุกอย่าง”หนึ่งตอบ “ไหน ๆ ก็เข้าถ้ำเสือ เราต้องเอาออกมาให้หมด”
“วันที่เราจะเข้าไปเป็งานวันฉลองครบรอบสิบปีของคาสิโนและ เป็วันที่ตรงกับวันเกิดของ ดอน เอลิโอ อีกด้วยเพราะงั้นคลังคาสิโนจะมีเงินสดคอยรับรอง อย่างน้อย 500 ล้านดอลลาร์ และเราจะเอาทรัพย์สินภายในคลังส่วนตัวของตระกูลบราวี ที่อยู่ด้านในของตู้นิรภัยของคาสิโนอีกที มูลค่าแค่ทองคำและเงินสดอย่างน้อยก็น่าจะอยู่ที่700 ล้านดอลลาร์ รวม ๆ ก็ ประมาณ...”
“หนึ่งพันสองร้อยล้านดอลลาร์”สองลุกขึ้นจากหน้าจอด้วยหน้าตาที่ตกตะลึง
“หารเจ็ดก็แปลว่าเราจะได้คนละ...”เจ็ดถึงกับหยุดเล่นกับเหรียญนำโชคของเขาเพราะใในตัวเลข
“หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านสี่แสนสองหมื่นแปดพัน ห้าร้อยเจ็ดสิบเอ็ด ดอลลาร์”สองตัดบทเจ็ดที่ทำท่าจะคำนวนตัวเลขในหัว
ทั้งห้องเงียบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความกลัว—เป็การชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
เจ็ดลุกขึ้นยืนและโยนเหรียญนำโชคของเขาขึ้นฟ้าพร้อมกับพูดว่า“ชีวิตคนเรา มันต้องอยู่บนเส้นด้ายถึงจะสนุก”
ทุกสายตานอกจากหนึ่งจับจ้องไปที่เหรียญที่เสมือนกุมชะตาของทุกคนไว้ตกลงมาที่ฝ่ามือของเจ็ดอย่างใจจดใจจ่อ
“หัว!” เจ็ดะโ “เทพีแห่งโชคให้คำตอบแทนฉันแล้ว เอาไงเอากัน”
“เอาด้วย! ไหน ๆ ก็มาถึงทที่นี่แล้ว”หกบีบกระป๋องเบียร์และเปิดกระป๋องใหม่ด้วยมือเดียว
“ฉันตอบตกลงไปั้แ่ที่นายมาชวนแล้วไม่ว่าจะเป็งานไหนก็ตาม ฉันไม่ออกกลางคันแน่นอน” สี่พูดด้วยเสียงที่นิ่งเฉย
“แบบนี้สิ ค่อยน่าสนุกหน่อย”ห้าตอบด้วยหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“พี่หนึ่งว่าไงผมว่างั้น” สองพยักหน้า
“นี่ไม่ใช่งานปกติทั่วไปนะนี่ถ้าเราโดนจับไม่ได้แค่ติดคุก แต่ถึงตายนะ” น้ำเสียงของสามเต็มไปด้วยความกังวล
“Rose au Bordde la Mer (โรซ โอ บอร์ เดอะ ลา แมร์)”คำพูดเดียวจากปากหนึ่งทำให้สามถึงที่ดูมีท่าทางที่จะไม่ตกลงถึงกับชะงัก
“นายแน่ใจเหรอ ว่ามันอยู่ในคลังด้วย?” สามเบิกตากว้าง
สายตาของหนึ่งที่ดูมั่นใจในคำพูดของเขา
สามถอนหายใจ “งั้นฉันเอาด้วย”
“ไหน ๆก็ตกลงกันครบทุกคนแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละคนจะมีหน้าที่อะไรกันบ้าง”หนึ่งยิ้มและหันไปเปิดข้อมูลอีกมากมายขึ้นไปบนหน้าจอ
ทั้งเจ็ดคนได้มารวมตัวกันโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันและกันเลยสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงพวกเขาคือหนึ่งและภารกิจที่ทุกคนไม่รู้ตัวเลยว่าจะเป็งานนรกมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก