ต่อจากการปรากฏตัวของมังกรบาฮามุทบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์ร่างจำแลงอวาตาร์แห่งเทพเจ้ายังคงแพร่กระจายไปทั่วโลกมนุษย์
ความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นไม่เพียงทำให้เมืองหรู่หมิงต้องตื่นตะลึง แต่เมืองอื่นๆในโลกมนุษย์ก็ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน
ข่าวลือถึงการปรากฏตัวของมังกรบาฮามุทและอวาตาร์ของเทพเจ้าแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับลมที่พัดผ่านทะเลทราย
ข่าวถึงการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์นี้ถูกพูดถึงไปทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นในทวีปใหญ่ หรือหมู่เกาะที่ห่างไกล ทั้งหมดต่างถูกแพร่กระจายด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ
ในกิลด์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลในโลก ผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายต่างรีบรวมตัวกันเพื่อประชุมฉุกเฉิน หลังจากที่ได้รับทราบข่าวเรื่องการปรากฏตัวของอวาตาร์บาฮามุท ผู้เล่นที่มีความสามารถในการใช้พลังอำนาจของมหาเทพเช่นนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
และในทุกช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น ผู้ที่สามารถเป็นอวาตาร์ของเทพเจ้ามักจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สมดุลของโลกต้องเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับพลังในการป้องกันภัยคุกคาม หรือการสถาปนาความเป็นใหญ่ให้กับกิลด์ใดกิลด์หนึ่ง
บรรยากาศภายในห้องประชุมของกิลด์ "เทพปีกสวรรค์" เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความกังวล สายตาของผู้บริหารทุกคนจับจ้องไปยังภาพที่ปรากฏอยู่บนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่
กล้องวงจรปิดจากหลายแหล่งจับภาพปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างชัดเจน มังกรบาฮามุทที่ลอยตัวอยู่กลางท้องฟ้า ปีกขนาดยักษ์สยายออกไปทั่วทุกสารทิศ ส่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนทั่วไปถึงกับทรุดตัวลงด้วยความกลัวและศรัทธา
“พวกเราจะต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้เล่นคนนี้”
เสียงของชายสูงวัยที่สวมชุดสูทดำพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ใช่ เราจะต้องหาวิธีดึงตัวเขาเข้ามาอยู่ในกิลด์ให้ได้”
ขณะที่หญิงสาวในชุดเกราะสีเงินที่นั่งอยู่ข้างๆก็ได้กล่าวเสริมขึ้นอย่่างเห็นด้วย
“การมีอวาตาร์ของบาฮามุทในสังกัด จะทำให้กิลด์ของเราทรงอิทธิพลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่มีกิลด์ไหนที่จะกล้าท้าทายพวกเราได้อีก”
เหล่าผู้บริหารต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
พวกเขาต่างรู้ดีว่าการมีผู้เล่นที่เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้าอยู่ในกิลด์ นั้นหมายถึงความสามารถในการกำหนดชะตากรรมของโลกใบนี้
ทั้งการป้องกันการโจมตีจากศัตรูและการเข้าควบคุมดินแดนต่างๆได้อย่างไร้ผู้ทัดทาน การมีอวาตาร์ของเทพเจ้าในสังกัด จะทำให้กิลด์แห่งนี้ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“แต่มันก็ไม่ง่าย!”
“กิลด์อื่นๆเองก็ย่อมต้องการผู้เล่นคนนี้เช่นเดียวกัน การแข่งขันในการชักชวนเขาเข้าร่วมกิลด์จะต้องดุเดือดแน่นอน”
ชายอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ไม่เป็นไร พวกเราต้องใช้ทุกวิถีทาง”
“ไม่ว่าจะเป็นการชักจูงด้วยของรางวัล ล่อลวงด้วยคำสัญญา หรือแม้แต่การข่มขู่ ผู้เล่นที่มีศักยภาพระดับนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ลำบากได้อย่างง่ายดาย มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง”
ขณะที่เหล่าผู้บริหารในห้องประชุมของกิลด์เทพปีกสวรรค์ยังคงหารือกันถึงวิธีการในการชักชวนผู้เล่นอวาตาร์บาฮามุทเข้าร่วมกิลด์
ทางฝั่งของกิลด์ใหญ่อื่นๆเองก็ไม่แตกต่างกัน เหล่าผู้บริหารกิลด์ที่มีอำนาจและทรัพยากรมากมายต่างรีบประชุมและวางแผนในการดึงตัวผู้เล่นคนนี้เข้าสู่สังกัดของตน
กิลด์ "ดาบโลหิต" ซึ่งเป็นหนึ่งในกิลด์ที่ทรงอิทธิพลอีกแห่งหนึ่ง ภายในห้องประชุมของกิลด์ หัวหน้ากิลด์ ชายผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมดำนั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะประชุม ขณะที่สมาชิกระดับสูงของกิลด์นั่งล้อมรอบโต๊ะ ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม
“ข่าวลือเรื่องการปรากฏตัวของอวาตาร์บาฮามุทได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว”
“การที่เราจะเป็นกิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดและสามารถควบคุมดินแดนต่างๆในเกมนี้ได้ พวกเราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผู้เล่นคนนี้เข้ามาอยู่ในสังกัด”
หัวหน้ากิลด์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม ขณะที่อีกคนเองก็กล่าวเสริม
“แต่ปัญหาคือพวกเรายังไม่รู้ว่าผู้เล่นคนนี้เป็นใครหรืออยู่ที่ไหน”
หัวหน้ากิลด์พอได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับอย่างเยือกเย็น
“เราจะต้องส่งคนไปหาข้อมูลนี้มาให้ได้ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไรก็ตาม เราจะต้องหาผู้เล่นคนนี้ให้พบ และนำเข้ามาอยู่ในกิลด์ของเราให้ได้”
“มันคือทางเดียวที่เราจะสามารถปกป้องอาณาเขตและทวีความแข็งแกร่งได้”
ภายในห้องประชุมของกิลด์ต่างๆ ความตื่นเต้นและความคาดหวังเต็มไปด้วยแผนการและกลยุทธ์ในการชักชวนอวาตาร์บาฮามุทให้เข้าร่วมสังกัด พวกเขารู้ดีว่าการแข่งขันในการดึงตัวผู้เล่นที่ทรงพลังระดับนี้ย่อมต้องดุเดือด
ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการจูงใจหรือการใช้กำลังบีบบังคับ
แต่ทุกคนย่อมพร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้เล่นที่มีศักยภาพที่เป็นเลิศ
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศของผู้เล่นทั่วไปก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาพูดคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลายคนต่างตั้งข้อสงสัยว่าผู้เล่นที่เป็นอวาตาร์ของบาฮามุทนั้นเป็นใคร
บางคนบอกว่าอาจจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงมาก่อน บางคนคิดว่าอาจจะเป็นนักเวทที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกล
หลายคนต่างพยายามคาดเดาและหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆเพื่อที่จะค้นหาความจริง
ผู้เล่นทั่วไปต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นการปรากฏตัวของผู้เล่นอวาตาร์ที่มีพลังเช่นนี้
เพราะอาชีพธรรมดาหรืออาชีพระดับตำนาน ไม่ว่าจะทรงพลังมากเพียงใด ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับอวาตาร์ของเทพเจ้าได้
อวาตาร์ของเทพเจ้ามีศักยภาพที่ไม่เหมือนใคร มันสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
ไม่ว่าจะเป็นในการต่อสู้เพื่อควบคุมดินแดน การยกระดับพลัง หรือแม้แต่การสร้างพันธมิตรที่ไม่มีใครกล้าละเมิด
แต่ในขณะเดียวกัน การเป็นอวาตาร์ของเทพเจ้าก็มาพร้อมกับความท้าทายและศัตรูที่มากมายเช่นกัน
ผู้เล่นที่เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้า ย่อมต้องเผชิญหน้ากับความต้องการจากกิลด์ใหญ่ๆที่ต่างพยายามเข้าควบคุมพลังที่ยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งมันก็หมายความว่า พวกเขาจะต้องพร้อมเผชิญหน้ากับการต่อสู้และการท้าทายที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ขณะเดียวกัน อนาเธอร์ก็ไม่ได้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเลยซักนิด ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนโขดหินก้อนนึงภายในดันเจี้ยนเทวสถานโบราณศักดิ์สิทธิ์ และยังไม่ได้ออกไปไหน
แต่กำลังอ่านรายละเอียดของพลังใหม่
เขาก้มลงพิจารณาหน้าต่างระบบของตนอย่างละเอียด อ่านประวัติและตำนานของมหาเทพบาฮามุทที่เพิ่งได้รับ
ตำนานนั้นเล่าว่าครั้งหนึ่ง บาฮามุทเคยเป็นเพียงปลาผู้แหวกว่ายในมหาสมุทรกว้างใหญ่ อาศัยอยู่ในห้วงน้ำที่ลึกที่สุด แต่ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องสรรพชีวิตที่อ่อนแอ บาฮามุทได้ฝ่าฟันและแปรเปลี่ยนตนเองเป็นมังกรแสงศักดิ์สิทธิ์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งนภา ด้วยพลังอันมหาศาลที่เขาครอบครอง บาฮามุทได้กลายเป็นหนึ่งในมหาเทพผู้ทรงอำนาจที่สุดผู้คอยเฝ้ามองและปกป้องดินแดนแห่งสรรพชีวิต
นัยน์ตาของอนาเธอร์เลื่อนไปอ่านข้อมูลของทักษะที่เขาได้รับพร้อมกับพลังแห่งบาฮามุท บรรทัดแรกเผยให้เห็นทักษะติดตัวระดับเทพเจ้าที่จะทำให้เขาเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างไร้ข้อกังขา
【ทักษะติดตัวระดับเทพเจ้า: ร่างกายมังกรแสงศักดิ์สิทธิ์ ทักษะนี้ช่วยเพิ่มพละกำลัง ความเร็ว และความทนทานให้กับร่างกายอย่างมหาศาล ร่างกายจะแข็งแกร่งประดุจดั่งเกล็ดมังกรสีเงินที่ไร้รอยแผล และร่างกายมังกรแสงจะช่วยให้ผู้เล่นมีพลังในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บรวดเร็วขึ้นถึงสิบเท่า นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการต้านทานพลังมืดได้ครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นพลังมืดจากคำสาป การโจมตีเวทมนตร์ หรือการโจมตีทางจิตวิญญาณ พลังมืดทั้งหมดจะถูกสลายไปโดยพลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์】
【ทักษะติดตัวระดับเทพเจ้า: การอวยพรของปลาผู้กลายเป็นมังกร เมื่อใช้ทักษะสกิลของบาฮามุท การโจมตีจากธาตุแสงจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น และด้วยพลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ ทุกการโจมตีที่ปลดปล่อยออกไปจะสร้างความเจ็บปวดให้กับศัตรูเพิ่มขึ้นอีกอย่างมหาศาล】
“ไม่เลว.. ถ้ารวมเข้ากับร่างกายเพชรอมตะของซุนหงอคง ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทบทวีคูณได้เลย โดยเฉพาะยิ่งเจอกับพวกเผ่าพันธุ์ปีศาจ!”
อนาเธอร์พูดจบก็ขยับร่างกายของตนเองเบาๆ ขณะที่ทดสอบความแข็งแกร่งในขณะนี้
แม้ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับการต่อสู้ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนหนักแน่นและแข็งแกร่งขึ้นจากเดิมมาก ความรู้สึกที่เหมือนมีพลังอันยิ่งใหญ่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย
ถือเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน การได้รับพลังของบาฮามุท ทำให้ตนรู้สึกเหมือนก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว
จากนั้น สายตาของเขาก็ยังคงเลื่อนลงไปดูทักษะติดตัวที่สาม ซึ่งทำให้จิตใจของเขาเองรู้สึกสงบและมั่นคงขึ้นเป็นอย่างมาก
【ทักษะติดตัวระดับเทพเจ้า: ดวงจิตมังกรแห่งแสงสว่าง ทักษะนี้จะมอบดวงจิตที่เป็นดั่งแสงสว่าง ชำระล้างภาพลวงตา และปกป้องจิตวิญญาณไม่ให้สิ่งแปลกปลอมใดๆสามารถรุกล้ำเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมจิต การวางคำสาปในระดับจิตวิญญาณ หรือการแทรกแซงที่มุ่งร้าย พลังของดวงจิตแห่งแสงสว่างจะชำระล้างสิ่งเหล่านั้นให้หมดสิ้น เป็นคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เทพเจ้ามังกรแสงศักดิ์สิทธิ์นั่นไร้เทียมทานภายใต้ผู้ใช้เวทมนตร์】
“ดวงจิตมังกรแห่งแสงสว่าง.. คล้ายกับทักษะจิตวิญญาณวานรหินของซุนหงอคง”
เมื่อได้รับทักษะนี้
อนาเธอร์รู้สึกถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่เหมือนสายน้ำแห่งแสงไหลผ่านอยู่ในจิตวิญญาณของตน พลังนี้ทำให้เขารู้สึกสงบและเข้มแข็ง ราวกับว่าจิตใจของเขาได้รับการปกป้องจากทุกสิ่ง
ทุกครั้งที่เผชิญกับศัตรูที่พยายามใช้ภาพลวงตาหรือการโจมตีเชิงจิตวิญญาณ เขาจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
“น่าเสียดายที่เทพเจ้ามังกรอย่างบาฮามุทมีทักษะสกิลติดตัวเพียงแค่สามชนิด สงสัยเขาเน้นไปที่ทักษะสกิลเปิดใช้ละมั้ง?”
“แต่แค่ได้อ่านรายละเอียดจากทักษะสกิลร่างจำแลงของบาฮามุท ฉันก็บอกได้เลยว่าเขาไม่ใช่เทพมังกรแสงศักดิ์สิทธิ์...”
“แต่เป็นมังกรแห่งการทำลายล้างชัดๆ!”
เมื่อพูดจบ มุมปากของอนาเธอร์ก็แสยะยิ้มขึ้นอย่างชอบใจ เพราะสไตร์การต่อสู้ของบาฮามุทนั้น เหมือนจะถูกใจตัวของเขามากที่สุดแล้ว