ตอนที่ 20
ปลอมแปลง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องประมูลวีไอพีของเสวี่ยิดังขึ้นอีกครั้ง เสวี่ยิจำต้องใช้ความพยายามสงบใจให้นิ่งเฉยเอา เพราะไม่รู้ว่าสมาคมพ่อค้านั้นจับพิรุธอะไรตัวเองได้อีกหรือไม่ แต่เมื่อประตูเปิดอ้าออก กลิ่นหอมจรุงที่เพิ่งจากไป ก็ถูกสายลมจากประตูที่พัดกระชาก พัดหอบเข้ามาอีกครั้ง แม้ในแวบแรกเสวี่ยิจะใ แต่เมื่อมองไปยังผู้ที่เดินเข้ามาเขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเข้าหากัน
"เ้า..."เสวี่ยิชี้มือขาวผ่อง และตึงแน่นของวัยหนุ่มตรงไปยังเฟยเซียง "เ้าปลอมตัวทำไม"
เพียงประโยคแรกเสวี่ยิก็เอ่ยเปิดโปง ว่าเด็กหนุ่มในชุดพนักงานทั่วไปของสมาคมพ่อค้าผู้นี้คือ...เฟยเซียงที่ปลอมแปลงโฉมมา
แม้จะถูกเปิดโปง แต่เด็กสาวก็หาได้ใส่ใจ กลับตรงกันข้ามเมื่อถูกจับได้ก็ไม่จำเป็ต้องซุกซ่อนอีก กระตุกดึงเชือกที่มัดม้วนปอยผมยาว ซึ่งรวบรั้งขึ้นซุกซ่อนเอาไว้ในหมวกผ้าสีเทาหม่นลง ผมงามดำขลับสยายตกห้อยลงมา ยิ่งกระจายกลิ่นหอมจรุงให้หนาหนักกว่าเก่า จนจิตใจของเสวี่ยิถึงกับไหววูบไปตามแรงลมที่ไหวปลิว ก่อนที่เฟยเซียงจะใช้มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อยาวขึ้นปัดป่ายไปที่ใบหน้า ขัดถูเครื่องประทินโฉมที่จงใจตกแต่งเพื่อปลอมแปลงตัวเอง พร้อมเอ่ยคำด้วยความเรียบเฉย "ก็ในเมื่อท่านยังปกปิดตัวตน ใยเมื่อข้ากระทำบ้างท่านจึงเอ่ยปากเปิดโปงเล่า"
"ข้า...ข้า" เฟยเซียงเอ่ยขึ้นเช่นนี้ ทำเอาเสวี่ยิถึงกับพลิกตำรารับมือมิทัน ต้องอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะสวนกลับไป "เพราะข้ามีใบหน้าอัปลักษณ์น่ากลัว จากเหตุการณ์ผิดพลาดยามปรุงกลั่นยา ใบหน้าแท้จริงจึงไม่น่าชมนัก" แม้ในใจลึก ๆ เสวี่ยิจะอยากอยู่สานความสัมพันธ์ต่อ แต่หากได้รับเงินแล้ว สำหรับนักปรุงยากำมะลอเช่นตัวเอง การกลับออกไปโดยเร็วนั้นย่อมประเสริฐกว่า ดังนั้การเอ่ยวาจาตัดสัมพันธ์กับหญิงสาวจึงน่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้
คำขู่เพื่อให้หญิงสาวเลิกสนใจ กลับมิได้ทำให้จิตใจของเฟยเซียงหวั่นไหว นางกลับถือวิสาสะ เดิน..ฉับ ฉับ มานั่งลงที่เก้าอี้ว่างตัวเดิม "แล้วเหตุใดท่านจึงจับพิรุธข้าได้ว่องไวนัก" เฟยเซียงใช้ตากลมโตซุกซน จับจ้องไปยังใบหน้าของเสวี่ยิ ราวกับจะมองให้เห็นทะลุถึงเบื้องลึก
ยามกระวนกระวายใจ เสวี่ยิไม่อาจมีสติแจ่มใสปั้นแต่งถ้อยคำ จึงได้แต่กล่าวตามจริงออกไปก่อน "กลิ่นของเ้า"
"กลิ่น..."เฟยเซียงอมยิ้ม เพราะเ้าตัวรู้ดีว่านั่นหมายถึงสิ่งใด "ทำไมท่านถึงจดจำกลิ่นของเฟยเซียงไว้กัน..." ยามเอ่ยใบหน้าพลันแดงซ่านขึ้นวูบหนึ่งด้วยความขวนเขิน
กริยาที่เกิดขึ้น รวมถึงถ้อยคำ ที่เอ่ยยิ่งมายิ่งทำให้เสวี่ยิหัวหมุน เขาจึงเลือกทางออกที่คิดขึ้นได้โดยเฉียบพลัน
ตุบ !
เสวี่ยิใช้ฝ่ามือตบลงบนโต๊ะ แม้ไม่ได้รุนแรง แต่เสียงตุบ...ก็พอจะทำให้เฟยเซียงหยุดชะงัก พร้อมส่งสายตาค้อน ส่วนเสวี่ยิเองก็หลุดรอดจากสภาวะมือไม้ปั่นป่วนรับมือยากเย็นออกมาได้ "ทารกหญิงผู้นี่ กลับกล้ากล่าวอ้างเป็นักปรุงยา เ้ามิรู้รึว่าการดมกลิ่น ถือเป็ความสามารถที่นักปรุงยาพึงฝึกฝน" คำพูดตำหนิที่แล่นวาบ ผสมผสานได้อย่างกลมกลืน เมื่อหลุดออกจากปากไป เสวี่ยิยังอดชื่นชมตัวเองมิได้ และหมายว่าการกระทำเสียมารยาทต่อหน้าหญิงงามเช่นนี้ จะทำให้นางมิพอใจ จนต้องเอ่ยขอตัวจากไป
แต่ความคิดคาดเดาของเสวี่ยิล้วนพลาดเป้า เพราะสิ่งที่เสวี่ยิยกอ้างขึ้นมาแบบมั่วซั่ว กลับจี้ตรงใจของสาวงามผู้ซึ่งงมงายในศาสตร์ปรุงยาอย่างลึกซึ้ง "ขอบคุณ...ผู้าุโอี้เฟยที่สอนสั่ง" ปากเอ่ย พร้อมใช้ดวงตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกจับจ้องไปยังเสวี่ยิ...ยิ่งมาความรู้สึกดีที่เฟยเซียงมีต่อนักปรุงยาอี้เฟยยิ่งถลำลึก
เสวี่ยิกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ฝืนบังคับตัวเองไม่ให้หลุดลอยไปกับอารมณ์ชั่ววูบ เพราะอาจจะทำให้เสียการใหญ่ "เ้ามาหาข้าอีก มีธุระอันใด" จึงพยายามเอ่ยออกไปด้วยเสียงห้วน
"ขออภัยผู้าุโ เฟยเซียงกลับมาครานี้ เพื่อทำหน้าที่พนักงานของสมาคมพ่อค้าเพียงเท่านั้น" ก่อนจะยื่นตั๋วเงินจำนวน 15000 เหรียญทองวางไว้ตรงหน้าเสวี่ยิ
แต่เพราะต้องอยู่ต่อหน้าหญิงงาม บวกกับคำเรียกผู้าุโที่ยิ่งมายิ่งรู้สึกสมจริง เสวี่ยิจึงวางมาดสวมรอย ยังไม่ยื่นมือออกไปแตะต้องตั๋วเงิน "หากมีแค่นี้ที่นี่ก็หมดธุระของเ้าแล้ว" คำเอ่ยตัดบทส่งท้ายนำมาซึ่งความโล่งใจแก่เสวี่ยิ และเขาคาดหวังว่าเมื่อเฟยเซียงกลับออกไป เขาจะไม่รอดูการประมูลอีก จะรีบชิ่งหนีไปให้ไกลเสียจากงานประมูลหอไม้ดำเป็คำรบแรก
"ยังมี..." เสวี่ยิถึงกับหัวหมุนมึนงง เพราะเขาคิดว่าทุกอย่างน่าจะจบได้เสียที แต่แล้วเฟยเซียงยังคงมีกระบวนท่าตามหลัง "ข้าเห็นท่านใช้..." เฟยเซียนชี้นิ้วเรียวงามตรงไปยังกระเป๋ามิติใบเก่าที่อยู่ข้างเอวของเสวี่ยิ "บังเอิญว่าสมาคมพ่อค้าของเรานั้นมีแหวนมิติมากมาย เฟยเซียงก็เลยเห็นว่าในเมื่อผู้าุโจำต้องเดินทางท่องเที่ยว การเดินเหินไปกับกระเป๋าย่อมไม่สะดวกเท่าแหวนมิติ และแน่นอนว่าสำหรับผู้าุโอี้เฟย สมาคมล้วนจัดสินค้าพิเศษให้แก่ท่าน รวมถึงจะขายให้ผู้าุโในราคาย่อมเยาอีกด้วย" แม้คำเอ่ยต่าง ๆ นา ๆ จะยังคงทำให้เสวี่ยิลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงคำ...ราคาย่อมเยา เสวี่ยิก็หูผึ่งขึ้นมาทันที
"ตกลงข้าชอบข้อเสนอนี้ แล้วไอ้แหวนมิติที่เ้าเสนอมันราคาเท่าใดกัน"
เฟยเซียงยิ้มหวาน เพราะหล่อนเริ่มจับความได้แล้วว่าผู้าุโอี้เฟยนั้น เป็ประเภทงกเงินทองมิต่างจากบิดาของนาง ซึ่งนางก็มิได้รังเกียจนิสัยเช่นนี้ แต่ออกจะคุ้นชินมากกว่าเสียด้วยซ้ำ "แหวนมิติระดับมนุษย์ นั้นแม้แต่ในตลาดใหญ่ยังถือว่าหายากยิ่ง ราคาที่วางขายกันก็ไม่ต่ำกว่า 10000 เหรียญทอง"
คำหนึ่งหมื่นเหรียญทองของเฟยเซียง ทำเอาเสวี่ยิลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอไปอีกครั้ง พร้อมนึกในใจ...มิน่าเอ่ยถามราคากับนางเลย ควรปฏิเสธไปแต่แรกคงจะดีกว่านี้
"แต่ว่าเพื่อสัมพันธภาพที่ดี ระหว่างผู้าุโกับสมาคมพ่อค้า ทางสมาคมยินดีจะขายให้ท่านในราคา 5000 เหรียญทองเท่านั้น"
"5000 เหรียญทอง" เสวี่ยิไม่คิดว่าสมาคมจะลดราคาให้เขามากมายขนาดนี้ ในเมื่อเขามี 15000 เหรียญทอง การเสียเงินไป 5000 เหรียญทอง เพื่อแลกกับแหวนมิติที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ย่อมอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ "ตกลง ตกลง" เสวี่ยิคว้าหยิบตั๋วแลกเงินใบราคา 5000 เหรียญยื่นส่งให้กับเฟยเซียง พร้อมรับกล่องสี่เหลี่ยมหรูหรา ซึ่งด้านในวางไว้ด้วยแหวนมิติวงหนึ่ง ซึ่งที่หัวแหวนมีอัญมณีสีน้ำเงินเข้มโดดเด่นสวยงาม
เมื่อได้รับแหวนแล้ว เสวี่ยิก็ไม่ลืมว่าเขาต้องรีบหาทางจากไป ทำทีทดลองเก็บสิ่งของลงไปในแหวน ซึ่งรวมถึงตั๋วแลกเงินบนโต๊ะด้วย "เ้ายังมีธุระอีกไหม พอดีว่าข้าจำเป็ต้องรีบไป" ครานี้เสวี่ยิได้บทเรียนจากคราก่อน ว่าหากเปิดช่องให้นางงามน้อยผู้นี้อีก การสนทนาย่อมถูกนางลากออกไปให้ยืดเยื้ออีกเป็แน่ เสวี่ยิจึงจงใจกล่าวปิดช่องมันเสียเลย
เฟยเซียงเองก็ทราบดีว่าเสวี่ยิคิดเช่นใด จึงได้แต่ก้มหน้างุด กัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างอ่อนใจ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มพลางเชิดหน้าขึ้นอีกครั้ง "แล้วมีช่องทางใดที่ข้าพอจะสามารถติดต่อกับผู้าุโได้บ้าง..."
"ไม่มี หากข้าอยากติดต่อจะมายังสมาคมพ่อค้าเอง"เสวี่ยิเอ่ยเสียงห้วน
คำขอร้อง...ที่เอ่ยจากปากของเฟยเซียง หากเป็ชายหนุ่มจิตปกติสมบรูณ์ดี ย่อมมิมีผู้ใดกล้ากล่าวปฏิเสธ แต่เสวี่ยิกลับปฏิเสธออกไปอย่างไร้เยื่อใย
"แล้วเมื่อใดกันที่ข้าจะมีโอกาสได้พบกับผู้าุโอีก"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เสวี่ยิหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินอย่างช้า พลางตอบคำ "เมื่อใดก็เมื่อนั้น หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก" กล่าวจบเสวี่ยิก็ไม่รั้งรอ ย่างเท้าตรงไปที่ประตูในทันที
เฟยเซียงที่เห็นดังนั้นก็ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นจากเก้าอี้ นางไม่เคยได้รับความกระทบกระเทือนใจเช่นนี้มาก่อน ยิ่งเป็บุรุษที่ผ่านมายิ่งแล้วใหญ่ แค่เพียงนางชายตามอง พวกมันก็แทบจะสุขอุราจนิญญาแทบจะโบยบินออกจากร่าง แต่กับชายวัยกลางคนตรงหน้าที่แม้แต่หน้าตาแท้จริงยังมิอาจเห็น แถมอายุอานามอาจจะแตกต่างจากนางมากมายนัก แต่เฟยเซียงยิ่งมายิ่งไม่อาจสลัดภาพของนักปรุงยาอี้เฟยออกจากใจไปได้ เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินจากไป โดยที่มิอาจพบเจอ จิตใจล้วนกระสับกระส่ายวุ่นวายอย่างที่มิเคยเป็มาก่อน "เดี๋ยวก่อน...!" เมื่อใช้อุบายความคิดมิอาจหยุดยั้ง จึงต้องปล่อยให้อารมณ์ชี้นำ "ก่อนท่านจากไป ช่วยตอบคำถามเฟยเซียงสักข้อได้ไหม"
...คำถามอีกแล้ว
เสวี่ยิลอบคร่ำครวญในใจ เพราะหากเป็เื่ของการปรุงยาอีก ใยมิใช่เท่ากับเขาเพิ่งจะพาตนขึ้นจากหลุมทราย แล้วยังจะะโกลับลงไปในหลุมอีกทำไม
"หากเป็เื่การปรุงยาอีกขออย่าได้เอ่ย" เอ่ยกลับพร้อมกำลังจะเคลื่อนเท้าเดินต่อไป
"เื่ที่เฟยเซียงจะเรียนถาม นั้นหาได้เกี่ยวข้องกับเื่การปรุงยาไม่"
เมื่อมิใช่การปรุงยาอย่างที่คิด เสวี่ยิที่เอ่ยคำออกไปแล้วก็จำต้องชะงักเท้าอีกครั้ง เพื่อรอรับฟัง แต่ก็มิได้หันหน้ากลับมา "เชิญกล่าว"
เมื่อเอ่ยคำ...ไม่เกี่ยวกับการปรุงยาออกไปแล้ว...เฟยเซียงก็พบว่าผิดท่า และเริ่มจะลังเลว่าควรจะกล่าวสิ่งที่อัดอั้นอยู่ออกไปดีไหม แต่ในเมื่อมาถึงครานี้แล้ว แถมตอนนี้ก็มีเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ในห้อง กระจกสื่อสารก็ถูกปิดใช้ไปั้แ่ที่เฟยเซียงกลับออกไปในคราแรกแล้ว ดังนั้นหล่อนจึงเลือกที่จะเอ่ยมันออกไป "ตัวข้านั้นมีอันใดด้อยไปกว่า...แม่นางมู่ เช่นนั้นหรือ"
คำถามนี้กระแทกใส่จนเสวี่ยิมึนงง แม้เขาเองยังไม่เข้าใจความในของมัน แม้จะยังสงสัย แต่ก็ยังคงวางท่าทีของผู้าุโได้อยู่ "แม่นางมู่...แม่นางมู่ใดกัน"
เมื่อเอ่ยคำรบแรกไปแล้ว การเอ่ยเพิ่มเติมก็หาใช่ปัญหาอีกต่อไป "แม่นางมู่จินหลัน"
คำ...มู่จินหลัน ทำเอาเสวี่ยิกระอักกระอ่วนในใจ แม้แสวี่ยิเองเคยเอ่ยอ้างว่าลืมเลือนมู่จินหลันได้แล้ว แต่แท้จริงเขาลืมเลือนนางได้หมดสิ้นจริงหรือ แม้ยามที่เหม่อมองนางแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองหลี่เปียวนั่นใช่เป็การที่เขาเอาความรักที่หลงเหลืออยู่ในใจ แปรเปลี่ยนเป็ความแค้นแล้วมุ่งเป้าไปที่ลงที่หลี่เปียวหรือไม่ เสวี่ยิเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเขาก็ไม่มีวิธีพิสูจน์ได้ว่าอันใดคือเหลือเยื่อใย อันใดคือตัดได้ขาด เพียงรู้ว่าตอนนี้เขาสนใจเพียงมรรคายุทธ์ และเส้นทางสู่ความเข้มแข็งแค่เพียงนั้น หาได้เก็บเื่ความรักเก่าก่อนมาใส่ใจ
"ใยเ้าถึงถามคำถามที่แปลกพิกลนี้ แต่เอาเถอะตามความเห็นของเราผู้าุโ เด็กน้อยเ้ายังงดงามกว่านางมากนัก" เอ่ยจบเสวี่ยิที่ยังคงครุ่นคิดถึงคำถามที่เกิดขึ้นในใจ แต่ในใจหาได้ปรากฏเพียงภาพของมู่จินหลัน แต่ยังคงมีภาพของเด็กสาวหนิงเซียน รวมถึงเฟยเซียง ความคิดแม้วุ่นวาย แต่สองเท้าก็ยังคงก้าวเดินจากไป ซึ่งครั้งนี้หาได้มีเสียงเรียกให้สะดุดเกิดขึ้นอีก
เฟยเซียงชำเลืองมองแหวนมิติแวบหนึ่ง ก่อนจะใช้สายตาอาลัยมองดูเงาร่างของเสวี่ยิไกลห่างออกไปทีละน้อย ตอนนี้หล่อนมิอาจเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ได้อีก รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้ในใจเกิดระลอกคลื่นความร้อนระอุอุ่นขึ้นขุมหนึ่ง ปรางค์แก้มเนียนใสปรากฏแต่งแต้มแดงงามเด่นขึ้นทั้งสองข้าง