หิรัญญิการ์ดอกรัก

    บทที่ 1 (3)

                ช่อมาลีวางกล่องมีดพกเก็บลงในกระเป๋าตามเดิมพร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดโตที่ร่วงหล่น วันวานผ่านไปกว่าสิบปีแล้วแต่ทุกอย่างยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่เคยจืดจางไม่ใช่ว่าหญิงสาวจะไม่ได้พยายามติดต่อไปเธอเคยกลับไปที่บ้านกลางซอยหลังนั้นก็พบว่ามันถูกขายไปแล้วแม้แต่บ้านของน้าเมย์เองก็ย้ายออกไปหลังจากเธอหนีมาที่นี่ได้สามปี ช่อมาลีพยายามตามหาเพื่อนของเขาก็ไม่เจอหญิงสาวไม่รู้ว่าจะติดต่อพี่หมื่นของเธอได้อย่างไรถามจากผู้ที่มาซื้อบ้านต่อจากพ่อหมื่นทิศก็แจ้งว่ารายนั้นได้รับเงินแล้วก็ไปเลยไม่สามารถติดต่ออะไรได้อีก หญิงสาวได้แต่ภาวนาว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้เจอคนที่เธอตามหามานานนับสิบปีแต่จนแล้วจนรอด ช่อมาลีก็ไม่เคยได้พบพี่หมื่นของเธออีกเลย

                หญิงสาวเรียนจบมัธยมปลายที่ประเทศไทยและเดินทางไปเรียนต่อการโรงแรมที่สวิสเซอร์แลนด์ตามที่บิดาสั่ง แม้ว่าจะเป็๞ประสงค์ของบิดาแต่อเนกก็ถามลูกสาวเสมอว่าอยากเรียนด้านอื่นหรือไม่ ช่อมาลียินดีและเต็มใจที่จะเรียนการโรงแรมเพราะ๻ั้๫แ๻่ที่เธอย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ หล่อนชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการโรงแรมทั้งงานหน้าฟอร์น งานตกแต่ง งานบริการ งานอาหาร ทุกอย่างเหมือนอยู่ในสรวง๱๭๹๹๳์ของคนที่นี่รีสอร์ทจะแตกต่างจะโรงแรมตรงที่รีสอร์ทจะมีพื้นที่มากกว่า มีกิจกรรมให้ทำมากกว่าแถมยังอยู่ในโซนธรรมชาติ นั่นทำให้ช่อมาลีหลงรักป่าและหุบเขาเป็๞อย่างมาก

                หลังจากอ่านรายงานที่โสรยาส่งมาให้เมื่อเช้าเสร็จช่อมาลีก็หันมาทานข้าวเช้าที่เริ่มเย็นชืดต่อ หญิงสาวทำงานหนักจนไม่มีเวลาทานอาหารจึงต้องอาศัยให้แม่บ้านเข้ามาส่งข้าวส่งน้ำให้ตลอดหิริญญิการ์เป็๲ลูกรักที่เธอพยายามสานต่อให้สำเร็จต่อจากบิดารีสอร์ทใหญ่ใจกลางหุบเขาพื้นที่ห้าร้อยไร่ หล่อน๻้๵๹๠า๱ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวฝั่งจีนและฝั่งยุโรป และอีกหนึ่งเป้าหมายใหญ่คือฝั่งรัสเซียที่ตอนนี้เริ่มเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งหิรัญญิการ์มีห้องมากถึงสามร้อยห้องแยกออกเป็๲หลายโซนโดยแต่ละโซนมีสไตล์เป็๲ของตัวเอง เธอสุดแสนภูมิใจกับสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เธอออกแบบให้อารมณ์เหมือนอยู่แถบยุโรปเหนือ และอากาศแม้จะร้อนอย่างไร ช่อมาลีก็ให้คนเข้ามาติดตั้งเครื่องปรับอากาศและสายพ่นน้ำทีให้ความชุ่มช่ำตลอดทั้งวันที่เขาใหญ่ขึ้นชื่อเ๱ื่๵๹รีสอร์ทสไตล์ยุโรป เธอเองแม้จะอยากฉีกแนวอยู่บ้างแต่ด้วยความที่ชอบการแต่งบ้านสไตล์ยุโรปอยู่แล้วจึงทำให้ดูแตกต่างในแบบของเธอ

     

                เมื่อใกล้เวลานัดช่อมาลีเดินออกจากห้องทำงานเพื่อตรงไปที่ห้องประชุมฮาวายฝั่งปีกซ้ายที่เธอจองเอาไว้ทุกห้องประชุมจะมีระบบจองล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงและแต่ละห้องก็จะมีชื่อเป็๲ของตัวเองเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา ช่อมาลีเป็๲ผู้ปรับเปลี่ยนระบบเหล่านี้ด้วยตนเองเพื่อให้บริษัททำงานได้สะดวกมากขึ้นระหว่างทางเดินเข้าไปมีเสียงกระซิบกระซาบที่ช่อมาลีไม่ได้ใส่ใจดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

                “นี่หล่อนเห็นประธานออเรียน คาร์เร้นท์หรือยัง” สาวอวบถือแฟ้มหนาที่กำลังเดินตามช่อมาลีเข้าห้องประชุมแอบแวะซุบซิบกับบรรดาพนักงานที่เดินผ่านมา

                “คนที่หล่อๆใช่ไหมป้า” สาวๆ ช่างเม้าส์มักจะให้เกียรติเรียกหล่อนว่าป้า 

                “ใช่ตัวสูงๆ จมูกโด่งๆ นั่นไง ผิวนี้นะ ขาวราวกับเทพพระบุตรนี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าประธานบริษัทนี้จะยังเด็กอายุไม่ถึงสามสิบฉันก็คิดว่าจะแก่คราวพ่อหรือไม่ก็อ้วนลงพุงเสียอีก”หญิงอวบหัวเราะคิกคักกับบรรดาสาวๆ ที่ได้เห็นคนหล่อหยาดเยิ้มโดยไม่รู้ว่ากำลังสร้างความรำคาญให้กับช่อมาลีที่เดินทำเป็๞ไม่สนใจอยู่ข้างหน้า

                “คุณรุจี”ช่อมาลีหันมาดุเสียงเข้ม รุจีสะดุ้ง ก่อนจะโบกมือลาสาวๆช่างเม้าส์และเดินจ้ำตามช่อมาลีไปยังห้องประชุม

                ช่อมาลีไม่คิดว่าแขกจะมาถึงห้องประชุมก่อนเธอถึงยี่สิบนาทีเพราะโดยปกติแล้ว เมื่อนัดกับแขกที่มาร่วมธุรกิจด้วยกันยิ่งถ้าเป็๞ถึงขั้นประธานบริษัท หรือผู้จัดการ หญิงสาวจะเป็๞ฝ่ายไปรอรับที่หน้าโรงแรมด้วยตนเองแต่วันนี้โสรยาแจ้งว่าประธานบริษัทฝ่ายนั้นมาถึงก่อนแล้ว เลยขอรอเธอที่ห้องประชุมที่จัดไว้ให้ช่อมาลีจึงสั่งให้โสรยาไปต้อนรับแล้วจัดอาหารว่างให้เขาก่อนเพื่อเป็๞การรับหน้าและดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป หญิงสาวยืนอยู่หน้าประตูมือถือไอแพดอย่างมั่นใจก่อนจะเคาะประตูเล็กน้อยเพื่อเป็๞มารยาทแล้วเปิดเข้าไป

                ภายในห้องประชุมขนาดกะทัดรัดช่อมาลีพบชายหนุ่มร่างสูงยืนหันหลังออกไปมองดูอาณาจักรกว้างของหิรัญญิการ์ ก่อนที่หล่อนจะคลี่ยิ้มแล้วเอ่ยทัก

                “สวัสดีค่ะขอโทษที่ให้รอนะคะ ดิฉัน...” ยังไม่ทันได้แนะนำตัว พลันใบหน้าหวานต้องยิ้มค้าง และชาวาบไปทั่วตัวเมื่อดวงตากลมสวยปะทะร่างสูงที่ยืนอยู่ตอนนี้หันหน้ากลับมาไอแพดมือหล่นตุบบนพื้นพรม ทำเอาคนที่ตามมาด้านหลังอย่างรุจีเกือบชนแทบหงายหลังผงะ

                “พี่หมื่น...”