อั๊ก!!!! มีเลือกออกที่แขนและไหล่ของเขาจำนวนหนึ่ง แต่โชคดีที่เขาไม่ถึงกับแขนขาหักเนื่องจากเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝน
“นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันนะ” หยางเฟยหลังจากที่ตกลงมาด้านล่างเขายัง คงงงงวย กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับมองไปรอบเพื่อสำรวจ เมื่อเขามองไปด้านหน้าก็ตกตะลึงเพราะด้านหน้ามี ประตูั์ตั้งอยู่ซี่งมันมีอักษรโบราณจำนวนมากถูกจารึกไว้ที่ประตู
“หืม..........ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าด้านล่างของหมู่บ้านที่ท่านแม่พาข้ามาเล่นบ่อยๆจะมีโบราณสถานอยู่ที่นี่ด้วย” หยางเฟยค่อยๆลุกออกมาพร้อมกับเพ่งพินิจดูอักษรโบราณ้าประตูเ่าั้
“อักษรโบราณเหล่านี้ข้าไม่เคยพบมาก่อนเลย แต่ในเมื่อมันเป็ประตูก็ย่อมมีทางเข้าอย่างแน่นอน” หยางเฟยค่อยๆสำรวจรอบๆประตูบานั์ซึ่งเขาเชื่อว่าต้องมีทางเข้าซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
“สิ่งนี้มัน.......” หยางเฟยเดินสำรวจสักระยะจนต้องหยุดชะงักเนื่องจากเขานั้นพบภาพประติมากรรมแปลกๆซึ่งโดยรอบล้วนมีแต่อักษรโบราณแต่มีเพียงจุดนี้จุดเดียวที่มีภาพประติมากรรมฝาผนัง
บนภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ของเหล่าจอมยุทธ์และเหล่าจอมมาร เหล่ามารนั้นมีจำนวนมากกว่ามนุษย์มากนักด้านในยังแสดงกองทัพที่แปลกประหลาดอีกหนึ่งกองทัพซึ่งรูปร่างของมันนั้นคล้ายมนุษย์เพียงแต่มันตัวเล็กและมีปีก
“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย.........ว่าเผ่าเทวานั้นจะมีอยู่จริง”
หยางเฟยยังคงมองรูปภาพบนฝาผนังซ้ำไปเรื่อยๆ จนต้องหยุดเนื่องจากเขาพบบางอย่างจากภาพฝาผนัง
“เหตุใดที่มือของชายผู้นี้ถึงได้มีเพชรฝังอยู่กันนะ” หยางเฟยมองไปยังภาพของชายซึ่งเป็แม่ทัพของฝั่งมนุษย์ พร้อมกับค่อยๆนำมือไปัักับเพชรที่อยู่ในมือของชายในภาพ
ครืนๆ.......... วิ้งงงง!!!!!
มีแสงออกมาจากเพชรบนฝาผนัง เหล่าแสงค่อยๆไหลและเติมเต็มอักษรบนฝาผนังจนทำให้อักษรโบราณบนบานประตูั์สว่างทุกตัวอักษร
ครืน!!!!!!...................... ประตูั์ค่อยๆถูกเปิดออก
ฮ่าๆ!!!!?
“เสียง ใครกัน!?” หยางเฟยใทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้นดังออกมาเนื่องจากนอกจากเสียงนี้จะดังไปทั่วแล้วยัง แผ่รังสีแรงกดดันจำนวนมากออกมา จนทำให้เขานั้นต้องทรุดลงไป
“ไอหนูเป็อย่างไรบ้าง” เสียงกิเลนทมิฬถามออกมาด้วยความห่วงใย
“อืม.......แค่นี้ข้ายังไหว” หยางเฟยค่อยๆปล่อยพลังออกมาไม่นานนักก็สามารถลุกขึ้นมาได้
“โอ้วว.........ไม่เลวๆงั้นข้าจะลองเพิ่มแรงกดดันเข้าไปอีกนิดละกัน” นอกจากเสียงหัวเราะจะไม่บอกนามของตนแล้ว เขายังคงเพิ่มแรงกดดันอย่างหนักหน่วงเข้าไปอีก
อั๊ก!!!! หยางเฟยทรุดหนักลงไปอีกแต่เขายังคงประครองร่างตัวเองไว้ได้อยู่
“หืม......ยังไหวอยู่อีกงั้นรึ......ดี!!!!งั้นก็ลองรับแรงกดดันครึ่งหนึ่งของข้าดู” หลังสิ้นเสียงของชายคนนี้ แรงกดดันจำนวนมหาศาลก็หลุดออกมา กระแทกไปยังร่างของหยางเฟยทันที
อั๊ก!!!! พรูด!!! หยางเฟยถึงกับสบบเืคำโตออกมาพร้อมกับร่วงลงไปที่พื้น
“ไอหนู ใช้พลังของข้า” เสียงกิเลนทมิฬดังออกมาภายในปราณอสูร
“อื้ม.........เข้าใจแล้ว”หยางเฟยเร่งพลังปราณอสูรที่อยู่ในจุดตันเถียนของตนทันที ไม่นานนักร่างกายของเขาก็ค่อยเกิดการเปลี่ยนแปลงมีเกร็ดจำนวนมากขึ้นที่ตามตัวของเขา มีเขาของัประดับอยู่ที่หัว และมีหางงอกออกอมา ออร่าที่หยางเฟยปล่อยออกมานั้นเทียบเท่ากับกับจอมยุทธปราณ์ระดับ 2 ทั้งๆที่ตัวของเขานั้นมีระดับอยู่แค่เพียงจอมยุทธปราณฟ้าขั้นที่ 8 เท่ากับว่าร่างแปลงอสูรกิเลนทมิฬนั้นทำให้เขาข้ามระดับไปได้ถึง 3 ระดับ
“ฮ่าๆ......ไม่เลวๆ แบบนี้สิถึงจะเหมาะสมกับคนที่จะมาเป็ผู้สืบทอดของข้า เอ้า!!! เข้ามาได้” หลังสิ้นเสียงชายดังกล่าว แรงกดดันจำนวนมหาศาลหายไปทันที พร้อมกับประตูที่เปิดอ้าอยู่
“ถ้าข้าไม่ออกมาไอหนูนี่มันได้ไปยมบาลแน่ๆ มันคิดอะไรของมันกัน !!!” อสูรกิเลนทมิฬแสดงถึงความไม่พอใจสักเท่าไรนัก
“แต่มันก็คุ้มมิใช่รึกับการที่ได้รับสิ่งสืบทอดของเขา” หยางเฟยยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในประตู
“เหอะ ข้าก็อยากจะรู้นักว่าสิ่งสืบทอดของมันจะมีดีสักแค่ไหนกันเชียว” กิเลนทมิฬเดินกลับไปยังภายในปราณอสูร จงทำให้ร่างแปลงของหยางเฟยหายไปและกลับคืนสู่พลังดั้งเดิมอีกครั้ง
เมื่อเดินเข้ามาด้านในหยางเฟยก็ต้องพบกับรูปปั้นของเหล่าวีรชนผู้กล้าจำนวนมากในการยกทัพสู้กับเหล่ามารจำนวนมาก
“แย่แล้ว!!! กิเลนทมิฬส่งพลังของเ้ามาให้กับข้าที” หยางเฟยเมื่อเข้ามาใจกลางของเหล่ารูปปั้นก็ต้องพบกับแรงกดดันจำนวนมากอีกครั้ง ซึ่งมันเทียบเท่ากับแรงกดดันก่อนหน้านี้ที่เขาได้รับจากชายปริศนาหรือเ้าของโบราณสถานแห่งนี้นั่นเอง
“ไม่น่าเชื่อว่าเหล่ารูปปั้นพวกนี้ยังคงมี แรงกดดันของเหล่าวีรชนหลงเหลืออยู่” เสียงของกิเลนดังออกมาพร้อมกับส่งพลังไปให้หยางเฟยกลายเป็ร่างอสูรจำแลงกิเลนอีกครั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้ นี่พวกเ้าจะทำให้ข้าต้องไร้ซึ่งผู้สืบทอดหรืออย่างไร” เมื่อสิ้นเสียงก็มีแรงลมจำนวนมาก จนทำให้แรงกดดันทั้งหมดหายไปทันที
“ผู้สืบทอด!!!!” เสียงจำนวนมากถาโถมลงมาทันที
“โอ้วววว ไม่น่าเชื่อว่าเหล่ารูปปั้นพวกนี้นอกจากจะมีแรงกดดันแล้วยังคงมี จิติญญาคงเหลืออยู่อีก ช่างเป็อาหารที่ดีสำหรับข้าจริงๆ ไอหนูถ้าเป็ไปได้เ้าจงดูดกลืนจิติญญาพวกนี้มาให้กับข้า” เสียงของกิเลนทมิฦดังออกมาจากปราณอสูรทั้ง 5
“ขออภัยด้วย กิเลนทมิฬข้ามิอาจดูดกลืนเหล่าจิติญญาของนักรบวีรชนเหล่านี้ได้”
หยางเฟยรู้สึกผิดแน่ๆถ้าหากเขาต้องดูดกลืนจิติญญาของวีรชนที่เคยปกป้องเผ่ามนุษย์เอาไว้
“เหอะ มนุษย์เช่นพวกเ้านั้นช่างน่ารำคาญยิ่งนัก ข้าละไม่เข้าใจมนุษย์เช่นเ้าเลย ” กิเลนทมิฬทำท่าไม่พอใจอีกครั้งก่อนจะกลับไปยังปราณอสูรอีกครั้ง
หยางเฟยทำท่ายิ้มแหย๋งๆ ก่อนจะเดินไปข้างหน้า
“นี่เขากำลังจะเป็ผู้สืบทอดของท่านตงฟางเก้อหลาน!!!!”เหล่าจิติญญาวีรชน ไม่กล้าตำหนิต่างหลบออกให้กับหยางเฟยทันทีรูปปั้นของเหล่าวีรชนที่เหมือนขยับไม่ได้ต่างก็เคลื่อนตัวพากันหลบให้กับหยางเฟยทันที และคอยเพ่งพินิจดูหยางเฟยที่กำลังเดินตามเข้าไปหาตงฟางเก้อหลาน
หลังจากที่หยางเฟยเดินผ่านเข้ามายังห้องโถงหลักที่กว้างใหญ่ ปลายห้องโถงมีโครงกระดูกนั่งอยู่บนบัลลังค์ สภาพกระดูกนั้นยังคงสภาพดีทั้งหมดไม่ได้รับความเสียหายใดๆทั้งสิ้น ที่ปลายมือของโครงกระดูกนั้นมีดาบเล่มหนึ่งที่ปักอยู่ที่พื้น สภาพของมันนั้นมีแต่สนิมเกาะแต่ปราณและอำนาจที่มันปล่อยออกมานั้นช่างรุนแรง หยางเฟยที่อยู่ไกลออกไปยังััถึงมันได้ทำให้ร่างกายของเขานั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ นอกจากนั้นเมื่อเขาเพ่งไปที่โครงกระดูกอีกครั้ง ก็ต้องใยิ่งกว่าเพราะว่าพลังปรานและอำนาจมหาศาลถาโถมพุ่งมาใส่ร่างกายของเขาราวกับว่ามัน้าที่จะฉีกกระชากจิติญญาผู้ที่ย่างกลายเข้ามาในที่แห่งนี้
“นี่คือบททดสอบสุดท้ายสำหรับเ้าหากเ้าสามารถทนมันได้สัก 3 ชั่วยามแล้วละก็เ้าจะได้รับมรดกของข้าที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในขณะที่หยางเฟยต้องทนรับแรงกดดันรวมถึงพลังอำนาจลึกลับที่เข้าไปโจมตีถึงปราณอสูรของเขา
“ไม่มีเวลามากักวิชาของตัวเองแล้วไอหนู ให้ข้าออกไป” กิเลนทมิฬรู้ดีว่าสิ่งนี้นั้นอาจทำให้หยางเฟยสิ้นชื่อได้หากประมาทมัน
“อื้ม.....ข้าเข้าใจแล้ว” หยางเฟยไม่รอช้าดำดิ่งเข้าสู่โหมดอสูรกิเลนทมิฬทันที
“โอ้!? ไม่น่าแปลกใจเลยที่เ้าสามารถทนรับแรงกดดันครึ่งของข้าได้ก่อนหน้านี้ ที่แท้เ้าก็มีพลังปราณของอสูรในตำนานนี่เองแต่แค่อสูรกิเลนมิอาจทนแรงกดดันที่มาจากร่างของข้าได้ ถึง 2 ชั่วยามหรอกนะ เ้าต้องแสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่มีออกมาให้หมด” จิติญญาตงฟางเก้อหลานนั้นยังคงมองหยางเฟยและยิ้มเฟื่องๆเล็กน้อย
โฮกกกก!!! เสียงคำรามของหยางเฟยในร่างอสูรกิเลนทมิฬนั้นดังไปทั่วห้องโถง แรงกดดันนั้นยังคงถาโถมลงมามากขึ้นหลังจากที่มันรับรูู้ได้ถึงพลังงานที่ต่อต้านมัน หยางเฟยนั้นรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจึงรีบเร่งพลังที่มีอยู่ทันที
“ไอหนู ใจเย็นๆก่อนอย่าเพิ่งเร่งพลังจนเกินไป มิเช่นนั้น เ้าอาจควบคุมร่างของเ้าได้ ถึงแม้ว่าเ้าจะใช้พลังของข้าอยู่ แต่เ้าจงอย่าลืมว่า ยังมีพลังปราณอสูรอีก 4 ตนที่อาศัยอยู่ในร่างของเ้า” อสูรกิเลนทมิฬรีบเตือนหยางเฟยทันที
“ขอบคุณสำหรับคำเตือน แต่ข้าหยางเฟยเชื่อว่าจะสามารถควบคุมมัันได้” หยางเฟยไม่ฟังคำเตือนของกิเลนทมิฬ เขาเร่งพลังที่มีอยู่ออกมาทันทีเพราะเขาเชื่อว่าจะสามารถควบคุมมันได้และเขาต้องพยายามให้มากที่สุดเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้เขาสามารถได้เราผลประโยชน์ที่มากมายมหาศาล
“เ้ามันหัวรั้นยิ่งนัก แต่ข้าก็มิได้ไม่ชอบมันเสียทีเดียวการจะเป็ใหญ่ต้องแบกรับความเสี่ยงได้ทุกอย่าง ฮ่าๆ!!” กิเลนทมิฬหัวเราะอย่างชอบใจ เขาชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของหยางเฟย
ครืนนน!???? ผืนดินภายในโบราณสถานใต้ดินสั่นะเือย่างรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้นทำไม แผ่นดินถึงได้สั่นไหวเช่นนี้” เหล่าหมู่บ้านไม่ไกลจากโบราณสถานใต้ดิน ได้รับแรงสั่นะเืจากการปลดปล่อยพลังของหยางเฟยทันที เหล่าผู้คนต่างวิ่งอากมมาจากบ้านของตนอย่างตื่นตระหนกและรีบวิ่งไปยังพื้นที่โล่ง เหล่าเด็กเล็กมากมายร้องไห้กันระงมทั่วหมู่บ้าน
“เหตุการณ์นี้มัน.............”ซูหนิงที่อยู่ไม่ไกลมากนักสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเหตุการ์์ในครั้งนี้เป็พลังงานของหยางเฟย
“ใคร!? กัน ที่บังอาจมาทำลายความสงบของอาณาจักรนี้” เสียงของประมุขฟ้าครามดังสนั่นเขาสามารถรับรู้ได้ถึงพลังงานจำนวนมากที่ถูกปล่อยออกมาจากพื้นดิน
“หงเจียง ส่งคนไปตรวจสอบเื่นี้โดยด่วน หากพบสิ่งที่จะเป็อันตรายต่ออาณาจักรแห่งนี้ให้สังหารทิ้งได้ในทันที” ประมุขเมืองฟ้าครามหันไปออกกับชายชราที่อยู่ด้านขวาของเขาทันที
“รับทราบคำสั่ง ข้าน้อยจะรีบดำเนินการทันที” หงเจียงออกไปจากวังทันทีพร้อมกับผู้ติดตามอีกสามคน
“เนี่ยหนาน หยางตง จ้าวเป่ย พวกเ้าจงออกไปสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน เหตุการณ์ในครั้งนี้จักทำให้ประชาชนตื่นตระหนกได้”
“ขอรับ ท่านประมุข” ผู้นำทั้งสามตระกูลโค้งคำนับก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปดูแลความสงบ
ประมุขเมืองฟ้าครามเขาหันหลังกลับไปยังที่พำนักของเขาในทันที ไม่นานนักเขาก็ฉุกคิดได้ถึงบางอย่าง
“ทิศทางนั้นมัน..... ซูหนิง!!!! แย่แล้ว!!!” ประมุขเมืองฟ้าครามรีบพุ่งออกไปในทันที ไม่มีใครในวังสังเกตุการออกไปจากวังของประมุขเมืองฟ้าครามได้เลย เขาออกไปด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ