จอมเวทนักล่าแห่งเบลลาทอร์

    บทที่ 39 การสอบเข้า ตอนที่ 2

    “นิค ข้าคิดว่าคงต้องขึ้นไปก่อน ข้าไม่อยากเดินผ่านอุโมงค์ตรวจร่างกาย และคงไม่มีสิทธิ์ดูเจ้าสอบข้อเขียนด้วย”

    ซิลฟี่เอ่ยเบา ๆ ก่อนจะกระพือปีกบินขึ้นสู่ฟ้า

    “โห นกอะไรเนี่ย!”

    เสียงตื่นตาตื่นใจดังขึ้นจากด้านหลัง นิโคลัสหันไปพบกับเด็กสาวคนหนึ่งกำลังจ้องมองซิลฟี่ด้วยดวงตากลมโตเด็กสาวผิวขาว ผมสีโอ๊คเข้ม แก้มกลมแดงระเรื่อ สวมชุดนักล่าแบบคล่องตัว เธอดูท่าทางสดใสร่าเริง

    “มันชื่อซิลฟี่”

    เขาตอบอย่างเรียบเฉย พร้อมแต่งเรื่องขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

    “ทำอะไรไม่ได้นอกจาก พูดเก่ง กินเก่ง เจ้าของเดิมเลยยกให้ข้าเลี้ยงไว้ดูเล่น”

    “คงใช่ ข้าก็มีสัตว์เลี้ยงอยู่ตัวนึง แต่เอาไว้ใช้งานสำรวจมากกว่า จะให้เลี้ยงเล่นก็คงไม่มีเวลา”

     

    “สวัสดี ข้าชื่อ ซีรีน กรีมัลด์ ยินดีที่ได้รู้จัก”

    เธอกล่าวแนะนำตัว พร้อมยื่นมือมาให้อย่างเป็นมิตร

    “ข้า นิโคลัส เบลลาทอร์ เช่นกัน ยินดีที่ได้รู้จัก”

    เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มจริงใจ และยื่นมือไปจับเบา ๆ

    นี่เป็นครั้งแรกในโลกนี้ที่เขาได้ทักทายเด็กคนอื่นอย่างสบายใจ

    ครั้งก่อนกับ อเล็กซ์ ฟาร์เมียร์ คุยกันเหมือนคนมีความลับใส่หน้ากัน

    กับ เซอริน่า วาลเดียลา เรียกว่าทะเลาะกันมากกว่า

    แต่กับซีรีนครั้งนี้ มันคือความเป็นมิตรที่เรียบง่ายและจริงใจ

    “วันนี้เจ้ามั่นใจไหม?”

    ซีรีนถามตรง ๆ ดวงตาใสซื่อไม่มีเล่ห์เหลี่ยม

    “ข้าสอบผ่านแน่นอน แล้วเจ้าล่ะ?”

    เขายิ้มตอบอย่างมั่นใจ

    “ข้ามั่นใจเฉพาะภาคปฏิบัตินะ แต่คงต้องให้ผ่านข้อเขียนให้ได้ก่อน พอดีข้าความจำไม่ค่อยดี ฮ่าฮ่าฮ่า”

    เธอหัวเราะร่า รอยยิ้มสดใสทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายขึ้นทันตา

    ‘สาวน้อยคนนี้ช่างตรงไปตรงมาจริง ๆ’

    เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ

     

    “เจ้าผ่านได้แน่นอน ลองทำสมาธิก่อนเริ่ม แล้วส่งพลังวีร่าขึ้นไปที่สมองสักนิด เหมือนกับตอนเจ้าส่งไปที่ดวงตาเวลาจะเล็งเป้า สมองเจ้าจะโล่งขึ้น แล้วเจ้าจะนึกสิ่งที่เคยอ่านออกได้ง่ายกว่าเดิม”

    ซีรีนเบิกตากว้าง จ้องมองเขาใกล้จนหน้าแดงเล็กน้อย แต่เมื่อฟังคำแนะนำจบ สีหน้าของเธอกลับกลายเป็นตะลึง

    “มันไม่อันตรายใช่ไหม?”

    “ไม่เลย ลองแค่เล็กน้อยก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มก็ได้ อย่าให้เกินระดับเดียวกับตอนเจ้าเล็งเป้า แค่นั้นก็ปลอดภัยแน่นอน”

    “ข้าจะลองเลย!”

    เธอรีบหลับตาทำสมาธิ แล้วนำพลังวีร่าเข้าสมองเพียงเล็กน้อยดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างกว่าเดิม

    “ทำไมไม่มีใครบอกข้ามาก่อนเลย!”

    เธออุทาน

    “เพราะนักล่าส่วนใหญ่ใช้ร่างกายและสัญชาตญาณมากกว่าใช้สมองไง”

    เขาตอบด้วยรอยยิ้มขำ ๆ

    “นั่นสินะ! ขอบใจเจ้ามาก ถ้าข้าผ่าน ข้าจะเลี้ยงอาหารเจ้า!”

    “ไม่ต้องหรอก เรื่องเล็กน้อย... ได้เวลาแล้วล่ะ”

    เขาหันไปมองข้างหน้า เสียงประกาศเริ่มดังขึ้น

     

    “สวัสดีเด็ก ๆ ทุกคน สถาบันวาลเดียลาขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดี ขอให้ทุกคนตั้งใจทำให้ดีที่สุด และจำไว้ว่า โอกาสไม่ได้มีเพียงที่นี่ ยังมีอีกหลายสถาบันที่เฝ้ามองพวกท่านอยู่... ข้าขอประกาศเริ่มการสอบ ณ บัดนี้!”

    พลุสัญญาณพุ่งขึ้นฟ้าตามมาทันที เสียงระเบิดก้องกังวานไปทั่วสนามสอบ

    ในอุโมงค์ตรวจร่างกาย แสงสีแดงอ่อนเริ่มส่องสว่าง

    “น้อง ๆ โปรดนำป้ายสอบออกมา ถือไว้ให้ชัดเจน เดินเข้าไปทีละคน ตามจังหวะ ห้ามเข้าใกล้คนหน้ามากเกินไป ถ้าเกิดความผิดปกติ ผู้ที่อยู่ในอุโมงค์พร้อมกันจะหมดสิทธิ์สอบทันที เข้าใจนะ? คนแรก เข้าไปได้!”

    เสียงรุ่นพี่คอยกำกับอย่างเข้มงวดเด็กสอบทยอยเดินเข้าทีละคน

     

    ‘วี้ด!!!’

    เสียงเตือนดังขึ้นจากอุโมงค์ด้านซ้าย เด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกพาตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ป้ายสอบในมือเขาถูกยึดก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวออกจากสนามสอบ

    “เกิดทุกปีแหละ คนอายุเกินสิบแปดที่พยายามเสี่ยง หวังว่าเครื่องจะพัง”

    ซีรีนพูดพลางส่ายหัว

    “เจ้าอายุไม่เกินใช่ไหม?”

    “สิบเจ็ดกว่า ๆ ปีนี้โอกาสเดียวของข้า”

    “โห... ปีก่อนเจ้ามาไม่ได้เหรอ? เสียดายจัง ข้าแค่สิบหกกว่า ๆ ปีหน้าก็ยังมีหวังอีก”

    “ทำไมต้องคิดถึงปีหน้า เจ้ามั่นใจไม่ใช่เหรอ?”

    เขาหันมาจ้องตาเธอ

    “ใช่! ข้าสอบได้ปีนี้แน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า! ขอบใจเจ้ามากนะ!”

    เธอยิ้ม ก่อนตบแขนเขาเบา ๆ

     

    ไม่นานก็ถึงคิวของนิโคลัส เขาก้าวเข้าอุโมงค์ตรวจร่างกาย ความอุ่นแผ่วเบาซึมผ่านผิวทั่วทั้งร่าง แม้แต่ในร่มผ้ายังรู้สึกถึงความร้อนที่ละเอียดอ่อนเขาเดินไม่กี่ก้าวก็พ้นออกมาโดยไม่มีเสียงเตือน

    เสาทดสอบพลังอยู่เบื้องหน้า เขาเอื้อมจับทันทีแล้วส่งมานาเข้าสู่เสา แสงสีแดงสว่างขึ้นแทบจะในทันใด

    “ผ่าน ส่งป้ายมา”

    รุ่นพี่ที่ดูแลเสาเอ่ยเขาส่งป้ายไปให้ และรับคืนพร้อมตรา ‘ด่านที่หนึ่ง’

    “ไปด่านที่สองได้เลย”

     

    ระหว่างเดินไปด่านถัดไป เสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

    “เจ้าไม่ตื่นเต้นเลยเหรอ?”

    “ไม่เลย ไม่เห็นมีอะไรให้น่าตื่นเต้น”

    เขาตอบเสียงเรียบ พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ

    “เจ้าดูมั่นใจมากเลยนะ… สอบข้อเขียนเสร็จ รอข้าหน่อยได้ไหม ข้าอยากมีเพื่อนคุยก่อนเข้าสอบด่านถัดไป”

    เธอมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย

    “ตกลง ถ้าเจ้าสอบผ่าน อย่าลืมเลี้ยงข้าวข้าด้วยล่ะ”

    “แน่นอน!”

    เธอยิ้มกว้างอย่างมีความหวัง

     

    เมื่อมาถึงโต๊ะรับข้อสอบ รุ่นพี่ขอป้ายจากทั้งสองก่อนแจกข้อสอบตามวิถี

    “เข้าไปได้เลย เลือกที่นั่งว่าง เวลาจะเริ่มเมื่อเจ้าเปิดหน้าแรกของข้อสอบ อย่าเพิ่งเปิดจนกว่าจะพร้อม”

    ภายในพื้นที่สอบ โต๊ะสอบเรียงเป็นระเบียบหลายพันชุด มีช่องทางเดินแยกชัดเจน ทั้งสองเดินลึกเข้าไปถึงแถวที่ยังมีที่ว่าง และเลือกนั่งใกล้กัน

     

    เมื่อเขานั่งลง บรรยากาศรอบตัวกลับกลายเป็นลานหญ้าว่างเปล่า ไม่มีเสียง ไม่มีผู้คน ราวกับถูกแยกจากโลกภายนอก

    “สุดยอด…”

    เขาพึมพำด้วยความทึ่ง

    นิโคลัสเขียนชื่อที่หน้าปก แล้วเปิดหน้าถัดไป นาฬิกาทรายปรากฏขึ้นทันที เขาเริ่มทำข้อสอบโดยไม่ลังเล

     

    สามข้อแรกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จักรวรรดิวาลเดีย และความคิดเห็นต่อเหตุการณ์สำคัญ ข้อสอบกลาง ๆ ไม่ยากสำหรับผู้ที่เคยอ่านหนังสือมาก่อน

    ข้อสี่ถึงแปดเป็นความรู้ด้านเวทมนตร์ ทั้งพื้นฐานและระดับกลาง-สูง

    ข้อเก้าและสิบยากที่สุด วิเคราะห์สัตว์อสูรจากข้อมูลจำกัด บอกจุดอ่อนและวิธีรับมือ เป็นการทดสอบการพลิกแพลงของความสามารถและความเข้าใจสัตว์อสูร

    เขาทำข้อสอบอย่างมั่นใจ ยกเว้นข้อสิบที่ต้องใช้การเทียบจากสัตว์ใกล้เคียง เนื่องจากเขาไม่รู้จัก

    ไม่นาน ทรายละเอียดในนาฬิกาทรายก็เหลือน้อย เขาลุกขึ้นส่งกระดาษคำตอบ

    อาจารย์ผู้ตรวจอ่านอย่างรวดเร็ว

    “เก้าข้อแรก ข้าให้เต็ม ข้อสิบข้าให้หกคะแนน รวมเก้าสิบหก เจ้าติดใจตรงไหนไหม?”

    “ไม่ขอรับ”

    เขายิ้มพลางรับป้ายคืน พร้อมตัวเลข 96 หลังคำว่า ด่านที่สอง

     

    เขายืนรอไม่ถึงห้านาที ซีรีนก็วิ่งออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง

    “ข้าผ่านแล้ว! ขอบใจเจ้ามาก! วิธีของเจ้าช่วยข้าได้เยอะเลย ข้าไม่อยากเชื่อว่าจะได้ถึงแปดสิบ!”

    “ยินดีด้วย”

    เขาพยักหน้ารับ

    “แล้วเจ้าได้เท่าไหร่?”

    “เก้าสิบหก”

    “เจ้าฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ?”

    เธอหันมามองเขาอีกรอบ ราวกับเพิ่งเห็นหน้าเขาชัด ๆ เป็นครั้งแรก

    “เจ้าไม่เชื่อเหรอ?”

    “เปล่า! ข้าเชื่อ... แต่ข้าแปลกใจ! หน้าตาเจ้าธรรมดาเกินกว่าจะฉลาดได้”

    “หัวเจ้ามีปัญหาหรือเปล่า ใครเขาดูความฉลาดจากหน้าตา”

    เขาหัวเราะเบา ๆ

    “ก็จริงนะ… แต่ดูอย่างอเล็กซ์ ฟาร์เมียร์ หรือ ลูคัส วาลเดียลา สิ ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด!”

    “เจ้าอย่าเอาพวกนั้นเป็นบรรทัดฐานสิ แบบนั้นชายทั้งโลกไม่ตกต่ำกันหมดเหรอ?”

    เขาส่ายหน้าเบา ๆ แต่ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ อเล็กซ์ดูดีแบบเปิดเผย ส่วนลูคัสหล่อขรึมจนไม่กล้าเข้าใกล้

    “เจ้าช่างไม่เข้าใจ… ฝันสวยงามของสาวน้อยอย่างข้าเสียเลย”

    “เลิกฝันกลางวันได้แล้ว รีบไปสอบด่านต่อไปเถอะ ขอให้โชคดี แล้วเจอกันในสถาบันนะ ซีรีน”

    “เจ้าเช่นกัน นิโคลัส”

    แล้วทั้งสองก็แยกกันไปสอบตามวิถีของตนเอง

     

    เมื่อมาถึงหน้าด่านที่สามของวิถีนักเวท มีแถวผู้สอบยี่สิบแถวที่มีระยะห่างกันประมาณสามสิบกว่าเมตร เพื่อรอเข้าสอบในด่านนี้

    เขาเข้าไปต่อท้ายที่แถวหนึ่ง แถวเลื่อนขยับเข้าไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงทางเข้า

    ชายหนุ่มยื่นป้ายประจำตัวให้รุ่นพี่ที่โต๊ะตรวจสอบ

    "นิโคลัส เบลลาทอร์ นักเวทฝึกหัด... ถูกต้องนะ ข้อเขียนคะแนนดีเลยนี่ พยายามเข้านะรุ่นน้อง"

    รุ่นพี่ยิ้มให้ ก่อนชี้ไปยังเป้าทดสอบภายในสนาม

    "เจ้าไปยืนตรงตำแหน่งที่มีกากบาท แล้วยิงเวทเข้าใส่หุ่นนั่น ยิ่งเล็งถูกจุดสำคัญอย่างศีรษะหรือหัวใจ คะแนนยิ่งสูง พลังที่ใช้ต้องอยู่ในมาตรฐานระดับนักเวทฝึกหัดขั้นต้น มิเช่นนั้นจะไม่ได้คะแนน"

    "เจ้าสามารถทดลองได้สามครั้ง โดยไม่คิดคะแนน หลังจากนั้นให้ยิงเวทสิบครั้งเพื่อเก็บคะแนนจริง เข้าใจไหม?"

    "เข้าใจ ขอบคุณรุ่นพี่"

    "ดี ประจำที่ได้เลย"

    นิโคลัสเดินเข้าไปยังตำแหน่งที่กำหนด ก่อนหยิบไม้เท้าเวทออกมาแล้วเริ่มร่ายเวททันที

    "เทนดรัส วอลท์!"

    สายฟ้าฟาดออกจากปลายไม้เท้า พุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะของหุ่นทดสอบ แสงวาบขึ้นพร้อมตัวเลขสิบลอยเด่น

    "เซวาริส คาเอล!"

    ใบมีดลมรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งเฉือนเป้าหมายเข้าที่เดิม ตัวเลขสิบลอยขึ้นอีกครั้ง

    นิโคลัสหันไปหารุ่นพี่

    "ข้าทดสอบแค่สองครั้งพอ ขอเริ่มการทดสอบจริงได้ไหม?"

    รุ่นพี่ที่ยังอึ้งกับความแม่นยำและรวดเร็วของเขา พยักหน้า

    "ได้ เชิญเริ่มได้เลย"

     

    สิ้นคำ ไม้เท้าในมือนิโคลัสร่ายเวทใส่หุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเวทสายฟ้าและใบมีดลมผลัดกันฟาดเข้าใส่ศีรษะเป้าหมาย ทุกลูกโดนตรงเป้าทั้งสิบครั้ง แสงเลขสิบลอยขึ้นต่อเนื่อง รวดเร็วจนคนนับยังตามไม่ทัน

    ไม่กี่อึดใจ การทดสอบจบลง รุ่นพี่ยิ้มเจื่อน ๆ พลางเตือนอย่างจริงใจ

    "เจ้าทำได้ดี แต่ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ ถ้าพลาดขึ้นมาจะเสียดายเปล่า ด่านต่อไป ใจเย็นกว่านี้หน่อยนะ"

    "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ รุ่นพี่"

    เขาก้มหัวให้เล็กน้อย ขณะที่รุ่นพี่ประทับคะแนนบนป้าย 'ด่านที่สาม: 100 คะแนน'

    "มีรุ่นน้องแบบนี้ พวกข้าก็กดดันแย่เลยแฮะ..."

    รุ่นพี่พึมพำเบา ๆ ขณะมองตามหลังเขา

     

    ระหว่างทางไปด่านที่สี่ เขาเหลือบมองไปรอบ ๆ ผู้เข้าสอบบางตาลงจากตอนแรก แม้หลายคนสอบข้อเขียนไม่ผ่าน แต่หลายคนยังอยู่เพื่อแสดงศักยภาพในภาคปฏิบัติ หวังเป็นที่จับตาของสถาบันอื่น

    นิโคลัสเงยหน้าขึ้นมองอัฒจันทร์ ทั้งซ้ายและขวามีสายตาหลายคู่จับจ้องมายังเขา ดูเหมือนการแสดงฝีมือเมื่อครู่จะเป็นที่สนใจไม่น้อย

    เขาแหงนมองเหนือประตูหน้าสถาบันวาลเดียลา อันดับรายชื่อตามจำนวนรับเข้าของแต่ละวิถีเริ่มแสดงผลบนแผ่นเวทลอยฟ้า รายชื่อยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คะแนนสูงสุดในตอนนี้อยู่ที่ 305 คะแนน ใครแตะระดับสามร้อยได้ก็แทบจะการันตีสอบติดในลำดับต้น ๆ แล้ว

    เขาเดินถึงด่านที่สี่และรออยู่ในแถว แม้เวลานี้จะสายมากและมีแดดแรง แต่ภายในพื้นที่สอบกลับเย็นสบายกำลังดีไม่รู้สึกถึงความร้อนของแสงแดดแม้แต่น้อย

    รออยู่ในแถวประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเข้าไปที่ทางเข้าและยื่นป้ายให้รุ่นพี่

    "เป้านิ่งได้เต็มสินะ เก่งดี แต่ด่านนี้จะยากขึ้น หุ่นจะเคลื่อนไหวแบบสุ่มในรัศมีห้าเมตรจากจุดเริ่ม มีรูปแบบให้สังเกตอยู่ เจ้าจะได้ดูการเคลื่อนไหว สิบวินาทีก่อนเริ่ม แล้วมีเวลา หนึ่งร้อย วินาทีในการยิงเวทสิบครั้ง มีคำถามไหม?"

    "ไม่มีขอรับ"

    "ดี เข้าประจำที่ได้"

    หุ่นเริ่มเคลื่อนไหว วิ่ง ซ้าย-ขวา กระโดด ย่อตัว ทุกการเคลื่อนไหวมีจังหวะให้สังเกต เขาใช้สายตากวาดมองอย่างนิ่งสงบ จดจำทุกท่วงท่าในเวลาอันสั้น จนครบ สิบวินาที

    "พร้อม... เริ่ม!"

     

    ไม้เท้าถูกยกขึ้นอย่างมั่นคง ผ่านไป สิบ วินาที เขายังไม่ร่ายเวทจนกระทั่ง..

    "เทนดรัส วอลท์!"

    สายฟ้าพุ่งเข้าใส่ศีรษะหุ่นอย่างแม่นยำ เลขสิบลอยขึ้นอีกครั้ง

    เขารอสักพัก ก่อนร่ายอีก

    "เทนดรัส วอลท์!"

    อีกลูกกระแทกเป้าหมายได้แม่นยำ

    จากนั้นเขาร่ายต่ออีก 4 ครั้งในจังหวะห่างกันสามวินาที ทุกครั้งโดนศีรษะทั้งหมด

    เขาหยุดพักเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเวท

     

    "เซวาริส คาเอล!"

    ใบมีดลมพุ่งโค้งเข้าใส่กลางลำตัว เป้าใหญ่ขึ้น โอกาสโดนมากขึ้น เลขเจ็ดลอยขึ้น

    อีก 2 ครั้งโจมตีเข้าเป้ากลางลำตัวเหมือนเดิม

    ครั้งสุดท้าย เขาร่ายอีกครั้ง แต่หุ่นกลับกระโดดหลบ

    คิ้วของเขาขมวดทันที หากพลาดครั้งนี้ จะเสียคะแนนถึง 7 คะแนน

    แต่เขาไม่รอช้า ใบมีดสายลมถูกบังคับให้เปลี่ยนทิศ พุ่งตามหุ่นขึ้นไปในอากาศและเฉือนเข้าหัวไหล่แทน

    เลขหกลอยขึ้น สอบผ่านครบสิบครั้ง

    รุ่นพี่ที่ยืนดูอยู่พยักหน้า

    "หกครั้งได้เต็มสิบ สามครั้งได้เจ็ด และครั้งสุดท้ายหก รวมแปดสิบเจ็ดคะแนน คัดค้านไหม?"

    "ไม่ขอรับ"

    "ข้าขอถาม ทำไมเจ้าเปลี่ยนเวทสายฟ้าเป็นเวทลมตอนหลัง?"

    "สายฟ้าเป็นเวทยิงตรง มีโอกาสพลาดง่าย ข้าจึงเลือกเวทที่ปลอดภัยกว่า และสามารถควบคุมทิศทางได้ เพราะคาดว่าจะมีหนึ่งครั้งที่หุ่นจะหลบ"

    "เจ้ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?"

    "ขอรับ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ผู้เข้าสอบหลายคนก็รู้ ข้าจึงเตรียมไว้ล่วงหน้า"

    รุ่นพี่ยิ้มกว้างพลางส่งป้ายคืนให้ อักษร ‘ด่านที่สี่: 87’ ปรากฏบนแผ่นไม้

    "เจ้าต้องสอบผ่านแน่นอน ยินดีต้อนรับสู่สถาบันวาลเดียลา!"

    "ขอบคุณ รุ่นพี่"

    นิโคลัสก้มหัวอย่างนอบน้อม ก่อนมุ่งหน้าสู่ด่านสุดท้าย

     

    เหนือประตูสถาบัน สายตามากมายจับจ้องไปยังประกาศเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า ตัวอักษรคมชัดแม้จะมองจากอัฒจันทร์ที่ห่างออกไปก็ยังอ่านได้อย่างชัดเจน

    แปดแผ่นป้ายเรียงรายตามวิถีการฝึกฝน นักเวท นักรบ อัศวิน นักล่า และอีกหลายสายล้วนมีพื้นที่ของตน รายชื่อของผู้สอบอันดับ หนึ่งถึงหนึ่งร้อยยี่สิบ หรือ หนึ่งถึงแปดสิบ เรียงตามลำดับคะแนน ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

     

    แต่สิ่งที่นิโคลัสสนใจ กลับไม่ใช่แผ่นป้ายเหล่านั้นสายตาเขาเงยขึ้น มองไปยังแผ่นประกาศที่อยู่สูงกว่านั้น แผ่นที่แสดงรายชื่อผู้มีคะแนนรวมสูงสุดสามสิบอันดับแรก

    รายชื่อที่เขาเห็น หลายชื่อเป็นชื่อที่เขารู้จักดี:

     

    อันดับ 1: อเล็กซ์ ฟาร์เมียร์ – 365 คะแนน (อัศวินฝึกหัดขั้นต้น)

    อันดับ 2: ลูคัส วาลเดียลา – 360 คะแนน (นักเวทฝึกหัดขั้นต้น)

    อันดับ 3: วิล เวเลซซาร์ – 357 คะแนน (นักรบฝึกหัด)

    อันดับ 4: เฟรเดอริก ไครอัลด์ – 355 คะแนน (นักเวทฝึกหัด)

    อันดับ 5: ฟีเรีย ดราเวนฮอล์ท – 345 คะแนน (นักล่าฝึกหัด)

    อันดับ 6: เซอรินา วาลเดียลา – 335 คะแนน (นักเวทรักษาฝึกหัด)...

     

    เขาพึมพำกับตัวเอง เบาเสียจนกลืนหายไปกับเสียงลม

    “ปีนี้คะแนนสูงกว่าปีก่อนอีก… อันดับหนึ่งกับสอง คงไม่มีใครแทนที่ได้ ส่วนเซอรินา เป็นนักเวทรักษา คะแนนไม่สูงมากก็ไม่น่าแปลก ตั้งแต่อันดับห้าลงมายังเปลี่ยนแปลงได้ เพราะยังเหลืออีกกว่าสองในสามที่ยังสอบไม่เสร็จ…”

    เขายกป้ายในมือขึ้น ดูคะแนนรวมล่าสุดของตนเอง 283 คะแนน

    “ถ้าจะติดสิบอันดับแรกแน่นอน ต้องมีอย่างน้อย 350 คะแนน… เท่ากับต้องทำ 67 คะแนนในด่านสุดท้าย แต่มันมากกว่าพวกนั้นแน่นอน… แต่ถ้าได้แค่ 50 คะแนน ก็จบแค่ 333 คะแนน มีโอกาสหลุดสิบแน่ ๆ…”

    ใบหน้าเคร่งเครียดของนิโคลัสปรากฏอยู่ใต้เงาแสงเวทจากป้ายด้านบน คนที่เดินผ่านไปมาหลายคนเหลียวมองเขาด้วยความสงสัย

    แล้วเขาก็พูดกับตัวเองอีกครั้ง...

    “ความปลอดภัยต้องมาก่อน… เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

    เสียงรอบข้างพลันเงียบลงในความรู้สึก เหลือเพียงตนเอง

    เขาก้าวเดินไปข้างหน้า ช้า ๆ  ไร้ความลังเล

    คล้ายกับเรื่องจอมเวทนักล่าแห่งเบลลาทอร์ ที่คุณอ่าน