เด็กชายในชุดสีม่วงนั่งรอเด็กหญิงที่หายเข้าไปในห้องอย่างใจจดใจจ่อเขามองชุดสีม่วงของตนเองยิ้ม ๆ ‘ไม่รู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือพรหมลิขิตที่ให้ข้าได้พบกันนางอีกทั้งนางยังชอบอะไรเหมือน ๆ ข้าแม่กระทั่งชุดที่นางสวมใส่ก็เป็สีม่วงเหมือน ๆกับข้า’ หยางจี้หรือจี้เหยายิ้ม ๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าหลัง ๆมาเด็กหญิงสวมแต่ชุดสีม่วงอ่อนเท่านั้น
“จี้เหยา”
เสียงใสๆ ของหลันหลันเรียกให้เด็กชายตื่นจากความคิดของตนสตรีร่างน้อยสวมกระโปรงผ้าแพรโปร่งสีม่วงอ่อนลายเมฆาสีทองที่ถูกปักอย่างปราณีตเดินออกมาจากฉากกั้นในห้องของเขาเด็กชายมองหลันหลันอย่างตกตะลึงในความงดงามของเด็กหญิงแม้นางจะยังเด็กแต่ความงดงามกลับฉายออกมาอย่างมากมายเด็กชายรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบความเขินอายของตน
“ชุดนี้เป็อย่างไรบ้างเหมาะกับข้าหรือไม่”
หลันหลันหมุนตัวรอบๆ ตรงหน้าจี้เหยา เด็กชายมองหลันหลันอย่างหลงใหลก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“ชุดนี้เหมาะกับเ้ายิ่งนัก”
หลันหลันยิ้มก่อนจะมองชุดของตนเองและต้องยอมรับว่าผิวพรรณของถิงหลันนั้นเหมาะกับเสื้อผ้าสีม่วงอ่อนยิ่งนักสีม่วงอ่อนนี้ช่วยขับผิวของนางให้สว่างและสดใสมากยิ่งขึ้น
“เ้าหิวหรือไม่ทานอะไรก่อนไปหอตำราหลวงก่อนดีไหม”
หลันหลันพยักหน้าก่อนจะนั่งทานขนมที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น
“เ้าลองชิมขนมนี่สิ”
หลันหลันหยิบขนมหนวดัขึ้นมายื่นให้จี้เหยาเด็กชายกลับมิได้ยื่นมือมารักแต่กลับเอี้ยวตัวมางับขนมนั้น ฟันน้อย ๆของจี้เหยากัดถูกใส่นิ้วเล็ก ๆ ของหลันหลันลิ้นและน้ำลายอุ่น ๆของเด็กชายัักับนิ้วน้อย ๆ นั้น หลันหลันรีบชักมือของตนเองกลับมากุมไว้ตรงอกใจดวงน้อยที่มิเคยหวั่นไหวกับสิ่งใดกลับเต้นรัวเป็กลองรบ
‘เ้าเด็กจี้เหยานี่ร้ายเสียจริง มาทำให้ฉัน...ใจเต้นแรงได้ถึงเพียงนี้หรือว่าฉันจะถูกเด็กอ่อยเข้าให้แล้ว บ้า ๆ ๆ ๆ เ้าเด็กไม่รู้ความนี่มาล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน ไม่รู้เสียแล้วว่ากำลังเล่นกับเสือเดี๋ยวแม่จับกินแม่มมม ’
หลันหลันที่รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตมองไปทางเด็กชายที่นั่งยิ้มแก้มน้อยๆ พองกลมจนน่าหยิก เด็กชายเคี้ยวขนมตุ้ย ๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไรหลันหลันที่มองเด็กชายพลันรู้สึกโมโหน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นในทันที
“ไปหอตำรากันเถอะ”
“เดี๋ยวสิ!!เ้าเพิ่งกินไปไม่กี่คำเองนะ”
เด็กชายรีบเอ่ยห้ามแต่หลันหลันกลับเดินนำไปเสียแล้วโดยมิสนใจฟังจี้เหยาแม้สักน้อย‘หรือว่านางจะโกรธที่ข้า...’ แก้มเด็กชายเห่อแดงขึ้นมาในทันทีเด็กชายรีบเดินตามหลันหลันไปโดยไม่รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าของเด็กหญิงเองก็เห่อแดงไม่ต่างจากตนทั้งสองเดินมาหยุดอยู่หน้าหอตำราหลวง ด้านหน้าประตูมีทหารยืนเฝ้าอยู่สองนายหลันหลันเดินไปด้านหน้าพวกเขาก่อนจะยื่นป้ายทองคำให้ เมื่อทหารเห็นป้ายทองคำจึงเปิดทางให้เด็กทั้งสองเข้าไปในทันทีขณะที่หลันหลันกำลังจะก้าวเข้าไปด้านในพลันได้ยินเสียงที่ฟังไม่เข้าหูดังมาจากด้านหลัง
“เดี๋ยวนี้พวกเ้าให้ใครก็ได้เข้าไปในหอตำราหลวงแล้วหรือไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุก!!!”
หลันหลันหันไปมองตามเสียงนั้นจึงพบเด็กหนุ่มที่อายุไม่น่าจะเกิน12 ยืนวางอำนาจอยู่หน้าประตูหอตำรา
“น้องแปด!!!เดี๋ยวนี้เ้ามีสิทธิ์ที่จะเข้าหอตำราหลวงแล้วหรือแม้แต่ข้ายังไม่ได้รับอนุญาตเ้าเป็ใครถึงเข้าไปได้”
หลันหลันพลันเรียบเรียงทุกอย่างในสมองของนางก่อนจะเดาว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านนอกคงต้องเป็องค์ชายที่ชอบแกล้งจี้เหยาอย่างแน่นอนเด็กหญิงหันไปมองจี้เหยาที่ก้มหน้ายืนกำมือของตนเองแน่น เด็กหญิงค่อย ๆเดินเข้าไปจับมือที่กำนั้นให้คลายออกเบา ๆเด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตากับหลันหลันที่มองมาทางเขาด้วยรอยยิ้ม
“ดูข้านะ”
หลันหลันอมยิ้มก่อนจะมองไปทางเด็กหนุ่มที่ยืนอวดเบ่งอยู่หน้าหอตำราหลวง
“ไม่ทราบว่าท่านเป็ผู้ใดกันถึงได้มายืนส่งเสียงรบกวนผู้อื่นเช่นนี้”
“นี่เ้า!!เ้าไม่รู้จักข้าหรือ ไม่รู้หรือว่าข้าเป็ใครงั้นหรือ”
“ในเมื่อท่านยังไม่รู้จักตัวเองแล้วมีเหตุผลอันใดที่ข้าจะต้องรู้จักท่าน”
“เ้า!!เช่นนั้นข้าจะบอกให้เอาบุญ ข้าคือองค์ชายหกพระโอรสที่เป็ที่โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้”
“เช่นนั้นหรือไหนเล่าหลักฐานที่บอกว่าองค์ชายหกเป็ที่โปรดปรานกัน”
“ข้าสามารถเข้าออกได้ทุกที่ในวังหลวงอีกทั้งยังได้เลือกของก่อนน้องแปด”
เด็กหนุ่มทำท่าวางอำนาจก่อนจะมองทางจี้เหยาอย่างเหยียดหยามหลันหลันหัวเราะขึ้นมาองค์ชายหกที่กำลังวางอำนาจถึงกับชักสีหน้าเอ่ยถามหญิงสาวออกไป
“เ้าหัวเราะอะไร!!!”
“ขออภัยข้าเพียงหัวเราะในความไร้เดียงสาขององค์ชายหากที่พระองค์ทรงกล่าวว่าพระองค์เป็พระราชโอรสที่เป็ที่โปรดปรานของฝ่าาเช่นนั้นพระองค์อาจจะทรงลืมไปว่าพระโอรสและพระธิดาทุกพระองค์ย่อมเป็ที่โปรดปรานด้วยกันทั้งนั้นมีบิดาหรือมารดาคนใดบ้างที่ไม่รักลูกของตนเองอีกทั้งที่พระองค์ทรงบอกว่าได้เลือกทุกอย่างก่อนจี้เหยาแน่นอนว่าย่อมต้องเป็เช่นนั้นเพราะพระองค์ทรงเป็พี่หกย่อมต้องได้รับเกียรติก่อนน้องแปดของพระองค์เพียงเท่านี้...พระองค์..ไม่รู้จริง ๆ หรือ”
หลันหลันทำหน้าล้อเลียนองค์ชายหกที่ยืนเชิดหน้าอยู่หน้าหอตำราหลวงทำให้องค์ชายหกถึงกับชักสีหน้า
“นี่เ้า!!!”
“หม่อมฉันต้องขออภัยหม่อมฉันไม่มีเวลามาเถียงกับพระองค์ หม่อมฉันมีเื่ที่สนใจมากกว่า หม่อมฉันทูลลา”
“เดี๋ยวสิออกมาคุยกันให้รู้เื่ก่อน เ้าจะหนีไปแบบนี้ไม่ได้”
หลันหลันจับมือจี้เหยาเดินเข้าไปในหอตำราหลวงโดยมิได้สนใจองค์ชายหกแต่เสียงที่ร้องโวยวายอยู่ด้านนอกนั้นกลับมิยอมหยุดแม้ประตูจะปิดลงแล้วก็ตามจี้เหยามองมือที่ถูกหลันหลันจับก่อนจะมองไปตามแขนไล่ไปจนถึงใบหน้าขาวหมดจดนั้น
“ข้าพูดเช่นนี้กับองค์ชายหกไปจะทำให้เ้าเดือดร้อนหรือไม่จี้เหยา”
เด็กชายส่ายหน้าไปมา
“แม้นมิมีเื่นี้พี่หกก็คงหาเื่มาแกล้งข้าอยู่แล้ว”
“แล้วเ้ามิคิดสู้กลับบ้างหรือ”
จี้เหยาส่ายหน้าไปมา
“จำเป็ด้วยหรือยิ่งพี่หกรู้ว่าข้าเก่ง ยิ่งพี่หกรู้ว่าข้าอยู่เหนือกว่าพี่หกก็คงจะมาหาเื่ข้าไม่มีหยุดหย่อนจนข้าอาจไม่มีเวลา..อยู่กับเ้าตอนนี้ให้พี่หกคิดเช่นนี้นั่นแหละดีแล้ว”
“อ่อ!! เป็เช่นนี้นี่เอง”
หลันหลันเพิ่งเข้าใจเหตุผลของเด็กชายตรงหน้าจี้เหยามองเด็กหญิงตรงหน้าแม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนางกลับกล้าที่จะปกป้องเขา ‘รอข้าอีกหน่อยนะหลันหลัน’รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของจี้เหยา แววตาคู่นั้นส่องประกายสดใส
“จริงสิ!!!องค์ชายหกไม่สามารถเข้ามาในหอตำราหลวงได้หรือ”
จี้เหยาส่ายหน้าไปมา
“คนที่เข้ามาได้มีเพียงเสด็จพ่อเสด็จพี่รัชทายาท องค์ชายรอง หมอหลวงขั้นหนึ่ง เสนาบดีขึ้นหนึ่งและคนที่ได้รับอนุญาตจากเสด็จพ่อเท่านั้น”
“มิน่าพี่หกของเ้าถึงได้ร้องโวยวายอยู่ด้านนอกแต่ไม่สามารถเข้ามาได้ ฮ่า ๆ ๆ”
หลันหลันหัวเราะชอบใจอยู่ด้านในก่อนจะเดินไปทางชั้นตำราที่ตนเองสนใจพร้อมกับจี้เหยาเมื่อพ้นร่างของเด็กทั้งสองบุรุษในชุดสีทองที่ยืนหลบมุมอยู่ตรงนั้นโดยมีชั้นตำรากั้นอยู่ได้เดินออกมาพร้อมกับขันทีประจำพระองค์
“ดูเหมือนจะมีเื่สนุกๆ ให้เราได้ตื่นตาตื่นใจในทุกครั้งที่นางเข้าวังมาจริง ๆ”
“พะยะค่ะฝ่าา วันนี้หากมิได้คุณหนูถิงช่วยไว้ม้าสีทองของพระองค์คง....”
“เช่นนั้นก็มอบของรางวัลให้นางเสียหน่อย”
“พะยะค่ะ”
เด็กหญิงที่ยังคงนั่งอ่านตำราร่วมกับองค์ชายแปดยังมิรู้ตัวว่าของรางวัลพระราชทานมากมายถูกส่งไปยังจวนตระกูลถิงเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็ผ้าไหมหายาก เครื่องประดับและเงินทอง ฮูหยินใหญ่ฮูหยินถิงและอนุหวังที่อยู่ในจวนถึงกับใกับของรางวัลที่กงกงนำมาให้ถึงเรือน
“นี่มันเื่อะไรกันหรือกงกง”
“ฮูหยินใหญ่ฮูหยินถิง พวกท่านช่างมีบุตรีที่กตัญญูยิ่งนัก วันนี้คุณหนูถิงได้ช่วยทำคลอดม้าสีทองตัวโปรดขององค์ฮ่องเต้ฝ่าาจึงได้ทรงพระราชทานรางวัลมาให้”
“ขอบพระทัยฝ่าา”
ทั้งหมดก้มลงคำนับก่อนจะแอบมอบถุงเงินเล็กน้อยให้แก่กงกงที่เป็ธุระนำของมาให้เมื่อกงกงออกไปแล้วไป๋จื่อถึงกับถามหายาดมในทันที
“โอ้ยยย!!ข้าจะเป็ลม”
อนุหวังรีบมาพัดวีให้ไป๋จื่อในทันที
“พี่หญิงตอนนี้หลันหลันมิได้ทำเื่ให้ท่านเดือดร้อนเหมือนเมื่อก่อนใยพี่หญิงถึงกับจะเป็ลมอีกล่ะเ้าคะ”
“จะไม่ให้ข้าจะเป็ลมได้อย่างไรนั่นมันม้าตัวโปรดของฝ่าาเลยนะ”
“พวกเ้าอย่าได้เป็กังวลไปแม้กระทั่งข้าที่ถูกหมอจากทั่วสารทิศมาดูอาการแต่ก็ยังไม่สามารถรักษาให้หานได้แต่หลันหลันกลับทำได้ แล้วจะมีอะไรที่จะยากเกินความสามารถของนางอีก”
“แต่ท่านแม่เ้าคะอย่างไรลูกก็ยังเป็ห่วงนาง…”
“พี่หญิงหากลองคิด ๆ ดูแล้วตอนนี้หลันหลันเริ่มเปล่งประกายตามคำทำนายเลยนะเ้าคะ”
“ยิ่งนางเปล่งประกายเท่าไหร่อันตรายก็ยิ่งเข้ามามากเท่านั้น”
สตรีทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะแยกย้ายกันไปโดยมิได้แตะต้องของประทานจากฝ่าาที่ทรงประทานให้หลันหลันหลี่ฉางที่กลับเข้าเรือนรีบค้นของบางอย่างในทันที
“จี้หมัวหมัวเ้าให้คนตามหาคนผู้นี้ให้ข้าที”
“เ้าค่ะ”
สตรีมากอายุมองไปทางเรือนของหลันหลันก่อนจะถอนหายใจยาวๆ ‘ข้าหวังว่าเวลานั้นจะมาไม่ถึงเ้านะหลันหลัน’ สายตาที่เหม่อมองออกไปเต็มไปด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิดน้อยๆ