ภายในห้องรับแขกเรือนข้าง
"ตาของนาง จะหายเมื่อไหร่" ชายหนุ่มหันหน้ามองไปทางหน้าต่างที่เปิดกว้างด้านหน้า สายตาจับจ้องไปทางโขดหินในความทรงจำเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา
ลูกศิษย์ของเขา นางหลับไปแล้ว บนตัวของชายหนุ่มยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆของหญิงสาวติดอยู่บนเสื้อโดยเฉพาะบริเวณช่วงกลางหน้าอก มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงรอยยิ้มสดใสของนาง อาจเป็นเพราะตานางมองไม่เห็น สายตาจึงว่างเปล่าไร้ประกาย มีเพียงรอยยิ้มกว้างใช้สื่อสารอารมณ์ประดับไว้แทนเท่านั้น แต่ความสดใสร่าเริ่งที่แสดงออกมาของนางล้วนไม่ได้เสแสร้ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว นางรู้ตัวหรือไม่ว่านางป่วยและสำคัญกว่านั้นที่แม้แต่ตัวนางเองก็อาจจะไม่ตระหนักถึงคือ นางอยากจะหายหรือไม่กันแน่
“ หากเอาแค่เห็นเลือนลาง คงจะในเร็วๆนี้ ” หมอหญิงเอ่ยตอบออกมาหลังจากนิ่งคิดไปสักพัก
“ เร็วๆนี้ คือเมื่อไหร่ ” เซียวหลงไม่ชอบความเลื่อนลอย เอาแน่เอานอนไม่ได้ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับอินั่วอันโดยตรงก่อนเอ่ยถามประโยคนี้ขึ้นมา สายตาของเขาสื่อตรงไปตรงมาอย่างชัดเจนว่า ‘ หากเจ้าตอบไม่ถูกใจข้า วันนี้อย่าได้คิดจะเดินกลับออกไปดีๆ ’
“ เร็วๆนี้ เอ่อ ข้าคิดว่า น่าจะ.. ยังไงหล่ะ อย่างเร็วไม่เกินสิบวัน อย่างช้าไม่เกิน หนึ่งเดือน ” เป็นอีกครั้งที่หมอหญิงตอบโดยไม่กล้าสบตาชายหนุ่มตรงหน้า
เซียวหลงยกยิ้มเย็นยืนนิ่งเงียบไปอีกพักใหญ่ สองมือไขว้หลังกุมกันไว้แน่น เขาไม่มีเวลาเหลือมากขนาดนั้นจริงๆ ยังมีอะไรที่ต้องไปทำอีกหลายอย่าง ไม่อาจให้การใหญ่เสียเพราะเรื่องส่วนตัวได้ แต่จะให้ทิ้งกู้เซียนเซียนไปทั้งๆที่นางอยู่ใกล้เพียงเอื้อม อยู่ในสถานะที่เขาควรเอาใจใส่โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่นางอ่อนแอเช่นนี้ เขาไม่อาจตัดใจปล่อยผ่านไปได้
คราแรกที่มาถึงสถานที่แห่งนี้ เขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นกู้เซียนเซียนในสภาพคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง ทำให้ความตั้งใจของเขาที่จะปล่อยให้นางเติบโตไปตามทางเดินของตัวเองต้องเลื่อนออกไปอีก บางทีสวรรค์ก็เล่นตลกกับคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มหลุบตาลงเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ภายใน
“ ข้าอยากให้นางมองภายในเจ็ดวัน เจ้าทำได้ใหม” เซียวหลงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
อินั่วอันรีบส่ายหน้าไปมาเร็วๆทันที ก่อนตอบไปว่า “ เป็นไปไม่ได้ เอาแค่.. “
“ ข้าแค่อยากให้นางมองเห็น หากไม่หายทันที ขอแค่ชั่วคราวก็พอ “ เซียวหลงเอ่ยตัดบทศิษย์น้องที่กำลังอ้าปากค้าง อย่างไม่เข้าใจความหมาย
‘ ตกลงว่าอยากจะให้หาย หรือไม่อยากให้หายกันแน่ ‘ นางคิดอยู่ในใจอย่างสับสน
“ ไปเถอะ “ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอีกครั้ง
กู้เซียนเซียนนอนหลับยาวไปจนเกือบถึงเวลาอาหารเย็น กระทั่งตัวนางเอง ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไรนางถึงได้มีความรู้สึกขี้เกียจจนเข้ากระดูกถึงเพียงนี้ กระทั่งตอนนี้ที่อาจารย์ของนางอยู่ นางอยากจะตื่นขึ้นมาตลอดเวลาเพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับเขานานๆ แต่ร่างกายเจ้าปัญหาไม่ยอมให้ความร่วมมือ ราวกับว่ายิ่งฝืนถ่างตามากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ร่างกายต่อต้านมากขึ้นเท่านั้น
“ ข้านอนหลับไปอีกแล้วหรือนี่ “ กู้เซียนเซียนลุกขึ้นนั่งบ่นกับตัวเองบนเตียงเงียบๆ
“ แล้วไม่ดีตรงใหนกัน “ เสียงของชายหนุ่มพูดเจือแววเอ็นดูอยู่เต็มเปี่ยมห่างออกจากนางไปไม่ไกล
“ อาจารย์ ~” กู้เซียนเซียนรีบหันไปตามเสียงที่ได้ยินทันที มือข้างหนึ่งตวัดเอาผ้าห่มออกไปจากร่าง แขนสองข้างเริ่มส่ายไปมาหาเขา ก่อนที่จะมีมือใหญ่มารวบจับแขนของนางทั้งคู่ไว้ ป้องกันไม่ให้นางตกลงไปจากเตียง
“ท่านยังอยู่~ ข้าดีใจจริงๆ “ กู้เซียนเซียนรีบพูดขณะพุ่งไปทางด้านข้างเตียง ร่างบางจึงตกลงไปยังอ้อมกอดของชายหนุ่มทันที คางเล็กแหลมของนางวางเกยไว้บนไหล่กว้างของเขา น้ำเสียงที่พึ่งตื่นนอนของนางยังฟังดูอู้อี้ติดแหบแห้งอยู่เล็กน้อย
“ อืม” เซียวหลงตอบกลับมาสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยต่ออีกประโยค “ เจ้าหิวหรือยัง “
กู้เซียนเซียนขมวดคิ้วมุ่นทันที ‘ อะไรกัน ตื่นมาก็จะให้กินเลย เห็นข้าเป็นหมูหรือย้งไง ‘
นางรีบส่ายหน้าทันที “ ไม่หิว ไม่หิว “ ก่อนเลื่อนหน้าเล็กๆไหลลงมาอิงบนบ่าของเขาแทน
“ อาจารย์ เราไปเดินเล่นกันเถอะ ~“ กู้เซียนเซียนพูดออดอ้อน
รอบนี้จึงเป็นเซียวหลงที่ขมวดคิ้วบ้าง “ เย็นมากแล้ว อากาศข้างนอกไม่เหมาะจะพาเจ้าไปเดินเล่น เอาไว้พรุ่งนี้เถอะ “ เขาพูดเบาๆที่ข้างหูของนาง ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นแทน
“ ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว “
“ ข้า.. หรือ.. ย่างสิบสี่ “ ลูกศิษย์ไม่ได้ใส่ใจที่เขาเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ถึงเขาจะไม่สนใจต่อประโยคคำขอของนาง แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงมีเขาอยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องอยู่แต่ในห้องทั้งวันนางล้วนยินดี
“ ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ต่อไปจะไปกอดคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่ “ เซียวหลงเอ่ยเตือนนาง
ลูกศิษย์ร่างแบบบางทำตาโต พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ อื้ม ข้าเข้าใจความหมายของท่านแล้ว ” แต่มือผอมสองข้างกลับทำตรงข้าม นางยิ่งขยับตัวโอบกระชับไปรอบเอวของชายหนุ่มแน่นมากยิ่งขึ้น
“ เจ้าไม่เข้าใจ “ แม้จะกล่าวตำหนิ แต่ชายหนุ่มก็ยังปล่อยให้นางกอดต่อไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโน้มตัวไปอุ้มนางขึ้นมาจากเตียง
“ เอ๋.. จะไปไหน “ กู้เซียนเซียนถาม
“ พาเจ้าไปล้างหน้า ตอนนี้เจ้าน่าเกลียดมาก “ เซียวหลงตอบหน้าตาย แต่คำตอบของเขาก็ทำให้ลูกศิษย์ตัวน้อยหน้าแดงลามไปทั้งตัวจนกลายเป็นกุ้งต้มสุก ก่อนจะซ่อนหน้าลงไปกลางอกของเขาแทน ไม่วายที่หูเล็กๆยังได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆดังแว่วมา
อินั่วอันที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ถึงกับชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเซียวหลง นางยืนอยู่หน้าประตูห้องอยู่พักหนึ่งแล้ว ช่วงเวลานี้ทำให้นางรำลึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน นางเองก็เคยคิดจะเป็นคนที่ทำให้เขาหัวเราะได้ เป็นสตรีที่เขาจะหันมามอง แต่นานวันถึงรู้ว่าศิษย์พี่คนนี้ ไม่ต่างจากปีศาจไร้ใจคนหนึ่ง ไม่ว่าจะพยายามเข้าหาเขาสักแค่ไหน แต่ทุกๆก้าวที่นางเดินเข้าไปใกล้ เขาจะถอยหลังออกห่างในระยะที่เท่ากันเสมอ ราวกับมีกำแพงทึบที่มองไม่เห็นตั้งขวางอยู่ กับบุรุษที่ไม่เคยคิดเปิดใจให้ใครก้าวล่วงข้ามเส้นแบ่งระหว่างเขากับคนนอกเลยสักครั้งเช่นนี้ โชคดีแล้วที่นางไม่คิดถลำลึกลงไปอีก เพียงแต่วันนี้กลับต่างออกไป คิดไม่ถึงว่าศิษย์พี่หน้านิ่งจะมีอีกด้านเช่นนี้อยู่ด้วย ทั้งอ่อนโยนและเอาใจใส่ อาจเป็นเพราะด้านที่คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อน คงจะมีไว้สำหรับคนป่วยที่อยู่ภายในห้องคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็น
อินั่วอันคิดถึงความหลังพลางยิ้มเศร้าให้กับตนเอง
“ ชิ๊ “ นางส่งเสียงดังเป็นการให้สัญญาณก่อนผลักประตูเข้าไปอย่างปั้นปึ่ง
‘ ประโยชน์ของข้ามีเพียงเท่านี้ ก็จะทำเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน ‘ อินั่วอันคิดพาลอยู่ในใจ
“ ยาของพวกท่านมาแล้ว “ ปากก็พูด สายตาพลางเหล่มองสองศิษย์อาจารย์พฤติกรรมประหลาดอยู่เงียบๆ
สักพักเซียวหลงก็อุ้มกู้เซียนเซียนออกมาจากห้องเล็กด้านข้าง ก่อนจะพานางไปนั่งที่ตั่งเตี้ย อินั่วอันเห็นใบหน้าที่เพิ่งล้างมาของกู้เซียนเซียนกำลังถูกซับไปทั่วด้วยฝีมือของเซียวหลง ก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบรองเท้าของลูกศิษย์ตัวน้อยที่วางอยู่ข้างเตียงมาสวมให้ด้วยความใส่ใจ
‘ โอ้ว ช่างเป็นไปได้จริง ๆ ‘ นางนั่งลงรอดูการละเล่นลูกศิษย์กับอาจารย์ต่อไปอีกสักพัก ก่อนจะเคาะนิ้วไปที่โต๊ะเบาๆ เป็นสัญญาณให้เซียวหลงรู้
“ ยา “ นางพูดเตือน
เซียวหลงเดินวกกลับมาหยิบยาที่วางอยู่บนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร แต่มือที่ยื่นมาหยิบถ้วยยาของเขากลับถูกกดลงเบาๆ อินั่วอันยังไม่ยอมปล่อยมือเขาแต่หันไปมองที่ถ้วยยาอีกถ้วยหนึ่งแทน พร้อมๆกับมองหน้าเขาสลับไปมา เป็นนัยว่าหากเขาไม่คิดดื่มยา นางก็จะป่าวประกาศอาการป่วยของเขาให้ลูกศิษย์รู้เช่นกัน
เซียวหลงจึงได้ยกยาถ้วยนั้นขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด และยกยาถ้วยที่เหลือเดินไปหาลูกศิษย์ของตัวเอง
“ มันไม่ร้อนแล้ว เจ้าดื่มเถอะ “ เขาเอ่ยบอกแก่เซียนเซียน
กู้เซียนเซียนพยักหน้า ก่อนจะมีชามยาถูกยกมาจ่อที่ริมฝีปากซีดเซียว
ยาขมตอนนี้ไม่ใช่ปัญหา นางดื่มลงไปรวดเดียวจนหมด ก่อนแลบลิ้นเล็กๆขึ้นมาเลียริมฝีปาก ราวกับเป็นการดื่มน้ำเปล่าเพื่อดับกระหายเท่านั้น
แต่ถึงจะไม่ขม สักพักก็มีน้ำชาผสมน้ำผึ้งยกมาให้นางดื่มต่ออยู่ดี
อินั่วอันถือโอกาสนี้เดินเข้ามาขัดจังหวะพวกเขา ที่ทำราวกับในห้องนี้มีกันอยู่เพียงสองคน “ ข้าขอเวลาตรวจรักษาตาให้เจ้าก่อนได้ไหม “
‘ หลังจากนั้นข้าจะรีบออกไป ไม่อยู่ขัดหูขัดตาเจ้าสองคนอีก ‘ หมอหญิงประชดประชันอยู่ในใจ
เซียวหลงทำเพียงพยักหน้ารับ นางจึงได้มีเวลาผสมยาที่ถูกทุบไว้จนละเอียดแล้วห่อด้วยผ้าขาวก่อนจะผูกคาดไว้บนตาของคนป่วย
“ ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง ” อินั่วอันถามนาง
กู้เซียนเซียนได้แต่ส่ายหัว “ ไม่รู้สึกอะไรเลย ท่านหมอ ข้าควรรู้สึกอะไรไหม “ นางเอ่ยตอบด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ใช่ว่านางกลัวว่าตัวเองจะรักษาไม่หาย แต่พอนางรู้ว่าหมอหญิงคนนี้เป็นศิษย์น้องของอาจารย์ ทำให้ความเกรงใจยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก ขาดแค่ยังไม่ได้เอ่ยเรียกนางว่าอาจารย์หญิงเท่านั้น
“ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก ไม่รู้สึกก็ไม่รู้สึก “ อินั่วอันเอ่ยบอกแก่นาง แต่หันไปส่ายหน้ากับเซียวหลง
“ ข้าจะเปลี่ยนยาให้เจ้าทุกๆครึ่งวัน แล้วมียาให้เจ้าดื่มทุกสองชั่วยาม นี่เป็นวิธีการรักษาที่ข้าเค้นเอาความรู้ทุกส่วนที่ข้ามีมาใช้กับเจ้าแล้ว” แต่สำหรับค่ายา นางไม่มีวันบอกหรอกว่าได้มาจากใคร เรื่องอะไรจะต้องไปให้หน้าศิษย์พี่ด้วย แค่นี้ข้าก็แทบไม่มีที่จะยืนแล้ว อินั่วอันคิดอย่างชั่วร้าย
“ ไปกินข้าวที่ลานดีใหม ” เซียวหลงเอ่ยถามลูกศิษย์ ก่อนจะคลุมตัวนางด้วยเสื้อคลุมตัวหนาของเขาและรวบตัวนางขึ้นเดินตรงไปยังประตูเรือน โดยไม่รอฟังคำตอบ
ตลอดระยะเวลาเกือบเจ็ดวันที่ชายหนุ่มทุ่มเทดูแลเอาใจใส่ลูกศิษย์สาวจนแทบจะอมเอาไว้ในปาก ทุกคนในเรือนหลังเล็กต่างเห็นเป็นประจักษ์ แต่คนที่รู้สึกว่าเรื่องนี้ผิดปกติมากที่สุด เห็นจะมีก็แต่อินั่วอัน เพราะนางรู้จักเขาดีว่าหากเป็นคนไม่มีประโยชน์อันใดกับเขา ไม่มีทางที่เซียวหลงจะเก็บเอาไว้ไกล้ตัว ไม่เว้นแม้แต่ตัวนางเอง
ตรงกันข้ามกับกู้เซียนเซียน นางไม่รู้กลางวันกลางคืน ไม่มีใครบอกนางว่าตอนนี้เป็นวันที่เท่าไหร่และผ่านมากี่วันแล้ว แต่ในทุกยามที่นางรู้สึกตัว นางจะมีเขาอยู่เคียงข้างเสมอ จนกลายเป็นความคุ้นเคย แม้สิ่งที่อาจารย์ของนางทำจะไม่ต่างอะไรกับที่หนานข่ายลี่ดูแลนาง แต่ความรู้สึกของกู้เซียนเซียนนั้นกลับต่างออกไป เพียงแต่ความแตกต่างนั้น กระทั่งตัวนางเองก็บอกไม่ถูกเช่นกันว่าต่างกันตรงไหนกันแน่