เช้าวันต่อมาก็เช่นปกติฉันยืนรอลิฟต์เตรียมขึ้นออฟฟิศแผนก
ติ้ง
“หะหัวหน้าทีม…เอ่อ สวัสดีตอนเช้าค่ะ ”ฉันยืนขาแข็ง มองบุคคลในลิฟต์ เขาพยักหน้ารับ และเอื้อมกดลิฟต์รอฉัน
“ไม่ขึ้นแผนกหรอครับ”เขาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ห้ะ เอ่อพะ พอดี ฉันลืมของที่ประชาสัมพันค่ะ..”ฉันพูด พลางวิ่งดิ่งไปที่ประชาสัมพันธ์ทันที
จริงๆไม่ได้ลืมอะไรหรอก แต่แค่ไม่อยากขึ้นลิฟต์กับหัวหน้าทีมสองต่อสองยิ่ง่นี้เขาชอบทำตัวแปลกๆ ใส่ด้วยฉันไม่อยากโดนคนอื่นเพ่งเล็งถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรา
พักใหญ่ฉันก็ขึ้นแผนกตามฉันยืนถือเอกสารที่ผู้ช่วยยูราว่า อ่านวนสองรอบ สามรอบ ก็แล้วมีบางส่วนของข้อมูลที่ยังไม่เข้าใจ โดยเฉพาะหมายเหตุที่บอกว่าอ้างอิงวาระประชุมครั้งก่อน
ฉันจะไปเก็ตได้ไงเล่าาาจะครั้งก่อน ครั้งไหน ฉันก็ไม่เคยไปประชุมเปิดโปรเจคของบริษัทเลยนี่
ก๊อกๆ
ฉันเงยหน้าขึ้นตามเสียงเคาะเรียกเบาๆที่มุมโต๊ะทำงาน
“ไปคุยงานกับผมที่ห้องด้วยครับ”
เขาสั่งสั้นๆด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม เดินนำหน้าไป ฉันรวบรวมเอกสารที่ยูราทำไว้และตามเขาไปติดๆ
“ปิดประตูด้วยครับ”
ฉันหันไปปิดประตูและหันกลับมา ภาพที่ควรจะเป็เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานกลับเป็ภาพเสื้อสูทสุดเนี้ยบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆและหน้าอกของเขาที่กำลังจะทิ่มกับจมูกฉัน
ฉันยืนแข็งเป็ต้นไม้ปล่อยให้เขาเอื้อมมือคล่อมตัวฉันไปล็อคประตู
แกร้ก
“ละล็อคทำไมคะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่นๆ เอนตัวหนีจากภาพหน้าอกเขา
“ผมไม่ชอบให้ใครรบกวนตอนจะคุยงานสำคัญ”
เขาล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงจ้องมองฉันด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ถูก ยิ่งใบหน้าเรียบเฉยเบื่อโลกของเขาผสมกับคิ้วที่ขมวดนิดๆ ยิ่งทำให้ฉันกลัวจนใจสั่น กอดเอกสารแน่น
“เชิญนั่งก่อนครับ”
“ขะขอบคุณค่ะ” ฉันพูด แล้วนั่งลงอีกฟากของโต๊ะ
“ผมรับทราบเื่ที่ผู้ช่วยอีจะให้คุณไปประชุมเปิดโปรเจคแทนแล้ว…”
“....”
“ถึงจะยุ่งยากนิดหน่อยแต่มันเป็เหตุผลที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจะแจ้งรายละเอียดสำคัญคร่าวๆรวมทั้งวาระประชุมครั้งก่อนด้วย….“
เขายื่นเอกสารให้ฉันแล้วยืนนิ่ง
“โปรเจคนี้รันมาจากตัวเดิมคือ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งแพ็คเก็จจิ้งและรสชาติที่หลากหลายเพื่อขยายฐานผู้บริโภค……#<%*^*:*฿*#*”*:*;,”
ฉันนั่งฟังเงียบๆเข้าสมองบ้างไม่เข้าสมองบ้างเพราะจิตใจส่วนหนึ่งของฉันตอนนี้ไม่ได้โฟกัสที่ข้อมูลนั้นเลย แต่เป็เขาที่เอาแต่เดินวนเวียนรอบตัวฉัน แทนที่จะมานั่งคุยตรงหน้าและภาพของเขายังตัดไปมาสลับกับคืนนั้นด้วย
ใครจะไปคิดว่าหัวหน้าทีม ที่ชอบทำหน้าเบื่อโลก ปากจัด เ็า และไร้อารมณ์ขันใช้ชีวิตประหนึ่งเกิดมาบนโลกนี้คนเดียว จะแซ่บจนใจฉันสั่นทุกครั้งที่เจอหน้า
กล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาที่ฉันเคยได้ลูบไล้ริมฝีปากสีแดงกระจับที่พรมจูบบนผิวฉันและสิ่งนั้น...จังหวะเอว เสียงครางเรียกชื่อ กับแรงกระแทกที่ทำให้สะท้านไปทั้งตัวมันเป็ความรู้สึกที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมาเลย
“...คุณยู …ยูอึนอา…”
พรึ้บ
“อ้ะ ค่ะ หะหัวหน้าทีม”
ฉันสะดุ้งตัวโยนเพราะเสียงเรียกชื่อที่ดังข้างหู หัวหน้าทีมหมุนเก้าอี้ฉันให้เผชิญหน้ากับเขา โน้มตัวลงมาจ้องั์ตาฉันก้มหน้าลงพื้นมองปลายเท้าเขา กัดริมฝีปากตัวเองแน่นลมหายใจของเขาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันดังพอๆกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของฉันในตอนนี้
“มัวเหม่ออะไรครับ… ผมเรียกตั้งหลายครั้งแล้ว”
“ขะขอโทษค่ะหัวหน้าทีม คะ คือฉัน เอ่อ…..”
“ถ้ามัวโฟกัสเื่อื่นในขณะที่ผมอธิบายงานให้คุณฟังแบบนี้อธิบายทั้งวันคุณก็ไม่เข้าใจหรอกครับ”
เขาติเสียงเข้มยืดตัวขึ้น เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ จ้องเขม็งเหมือนฉันทำผิดใหญ่หลวง
“ขะขอโทษค่ะ”
“เชิญกลับไปทำงานก่อนครับเอาเอกสารที่ผมให้ไปทำความเข้าใจด้วย .. อีก10 นาที ผมต้องไปประชุมกับทีมออกแบบคงอยู่อธิบายซ้ำไม่ได้”
เขาพูด พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูฉันลุกขึ้นโค้งคำนับให้ ก่อนจะหันหลังเตรียมเปิดประตู
“เลิกงานแล้วอยู่รอด้วยนะครับ … ผมจะอธิบายให้ฟังอีกครั้ง”
“คะ? ให้ฉันอยู่รอหรอคะ”
“....”เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน แล้วเอียงคอมอง
“เอ่อ ค่ะรับทราบค่ะหัวหน้าทีม” ฉันรับคำ แล้วออกจากห้องเย็นมาทำงานตามปกติ
ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูรอบที่ร้อยของวันไม่ใช่ว่าอยากให้มันถึงเวลานัดเร็วๆ หรอก ตรงกันข้าม...ฉันอยากให้วันนี้ผ่านพ้นไปสักที
เหมือนกำลังแบกรับความกดดันสุดๆเอาไว้ การพบกันสองต่อสองของฉันกับหัวหน้าทีม มันอึดอัดมากกว่าสมัยก่อน…ถึงเขาจะมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม แต่ฉันรู้สึกว่าเขาวนเวียนรอบๆ ตัวฉันจนน่าขนลุก
“คุณยู…ทางผู้ช่วยอีเป็ยังไงบ้างคะ” หนึ่งในแผนกชะโงกหน้าจากโต๊ะมาถามฉัน
“อ่าาาเห็นว่าคุณแม่ฟื้นแล้วค่ะ แต่ยังทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ตอนนี้ยังอยู่ในความดูแลของหมอ”
“โชคดีนะคะที่ตอนล้มยังมีคนอยู่ฉันไม่กล้านึกภาพที่กลับมาเจอแม่สภาพเืโชกเลย ใจคงหล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้ว”
“ค่ะ….”
“อ้ะได้เวลากลับบ้านแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ คุณยูอึนอา”
“ค่ะเดินทางปลอดภัยนะคะ”
“เช่นกันค่ะ”เธอโค้งหัวเล็กๆ ล่ำลาฉันแล้วถือกระเป๋าออกไป
ฉันนั่งมองคนในแผนกค่อยๆ ทยอยปิดคอมเลิกงาน หัวหน้าทีมยังไม่กลับจากที่ประชุมเลยฉันควรจะอยู่รอเขาไหมนะ จะโทรหาก็ไม่ได้ซะด้วยสิ
“เฮ้อ….”ฉันถอนหายใจ ก้มหน้าฟุบไปกับโต๊ะ หลี่ตาลงพักเพื่อรอเวลา