***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]
"ยึดพื้นที่ศูนย์กลางของศัตรูได้แล้วครับ! "
"ครึ่งหนึ่งของเมืองตกอยู่ในการควบคุมของพวกเราแล้วครับ! "
"จากหน่วยทางเหนือ พบความผิดปกติของสิ่งที่เรียกว่า [ม่านบาเรีย] สถานการณ์ดูไม่ค่อยดี รบกวนขอกำลังเสริมด้วยครับ! "
" ทางนี้กำลังตึงมืออยู่ ส่งทัพเผ่าหนูขี้เกียจสันหลังยาวไปลุยกับเขาหน่อยสิวะ! "
" รับทราบ! "
หน่วยม้าเร็วจากนักรบเผ่าม้า กำลังวิ่งวุ่นไปทั่วสนามรบ
ครึ่งหนึ่งของเมืองได้ตกอยู่ในการปกครองของพวกเราแล้ว
แถมตอนนี้ยังมีกำลังเสริมทยอยไหลทะลักเข้ามาในเมืองเพิ่มมากขึ้น จนแม้แต่กลุ่มผู้กล้าที่อยู่ทัพกลาง กับทัพหลังก็เข้ามาตั้งค่ายอยู่ในเมืองแล้วเช่นกัน
" รายงานความเสียหายมาซิ? "
"มีคนบาดเจ็บจำนวนมากจากการปะทะกับโกเลม แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตครับ! "
"ไม่มีแม้แต่สักคนเดียว? "
"ไม่มีเลยครับ! "
นักรบเผ่าม้าคนหนึ่งรายงานด้วยรอยยิ้ม
เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้ากลับด้วยความพึงพอใจ
แปลก…
สงครามที่ไม่มีคนตายนั้น คืออุดมคติที่ทุกคนใฝ่ฝัน
แต่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้
อีกอย่าง นี่สู้มากันจนจะถึงเที่ยงตรงแล้ว แต่ทำไมถึงเจอเพียงสิ่งที่เรียกว่า [โกเลม] เท่านั้นกันละ?
ทหารกับชาวเมืองของศัตรูไปอยู่ที่ไหนกัน?
"ตอนนี้เหลือแค่เมืองทางทิศตะวันออกที่ยังไม่ได้สำรวจใช่ไหม? "
"ใช่ครับท่านไพไรต์! "
ทิศตะวันออกไกลของเมือง คือที่ตั้งของโรงเรียนไพโอเนียร์
ทิศอื่น ๆ เองก็ดูไม่มีปัญหา น่าจะปล่อยให้พวกผู้กล้า กับพวกผู้อาวุโสรับมือกันเอาเองได้
"ขอนักรบหนึ่งพันนาย พวกเราจะเคลื่อนทัพไปยึดเมืองส่วนภาคตะวันออกกัน"
"ครับท่าน! "
งั้น… คงได้เวลาไปยึดเมืองส่วนภาคตะวันออกแล้วละ
***
เสียงเป่าแตรดังอื้ออึง
เสียงย่ำเท้าดังกระฮึ่มพร้อมเพรียง
กองทัพหลักเผ่ามนุษย์สัตว์ผู้เกรียงไกร ได้เริ่มเคลื่อนทัพอีกคร่า
ณ แถวหน้าสุดของกองทัพ คือบุรุษแห่งราชสีห์ที่สวมชุดเกราะสีทองคำ พร้อมกับพวกพ้องทั้งสี่ของเขา
บุรุษผู้นั้นกำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเครื่องจักรกลทำสงครามขนาดยักษ์
สิ่งนั้นมีรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนที่โปรงแสง
ภายในร่างของมันเต็มไปด้วยเส้นใยพลังงานสีแดง
เคลื่อนไหวด้วยหนวดที่มีนับร้อย ใช้ร่างกายที่น่ากลัวเข้าข่มขวัญอริศัตรู
ด้วยรูปร่างของมัน จึงเสมือนหนึ่งราวกับมีอสูรกายไคจูคอยนำทัพให้กับพวกเขา
ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็นภาพนี้ เป็นต้องรู้สึกหวาดกลัวต่อสัตว์ประหลาดยักษ์ที่น่าเกรงขาม
หลังจากเดินทัพมาได้ราวครึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเป้าหมายสุดท้าย
[โรงเรียนไพโอเนียร์]
ป้ายหินที่สลักชื่อด้วยอักษรทองคำแสนคุ้นตา กำลังปรากฏอย่างโดดเด่นอยู่บนกำแพงรั้วหนาทึบ
สวนหญ้า
สวนดอกไม้
พื้นทางเดินที่แสนคุ้นตาเหล่านี้ ทำให้ไพไรต์เริ่มระลึกถึงความหลังที่เขามีให้ต่อโรงเรียนแห่งนี้
ทิวทัศน์ที่ตนเองได้ใช้ชีวิตร่วมผูกพันกับพวกพ้องเผ่าอสูร
วันเวลาที่ได้หัวเราะกับพวกพ้อง
วันที่เขารู้สึกเจ็บแค้น
สิ่งเหล่านั้นทำให้เขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่ทันรู้สึกตัว
"... บุก! "
บุรุษสีทองลั่นคำสั่งโจมตีพร้อมกับกระโจนร่างเข้าไปในเขตรั้วของโรงเรียน
อสูรร้ายโปรงแสงบินไล่ตาม โบยบินทอดเงาเหนือผืนหญ้า
[---]
ท่ามกลางแรงใจที่ฮึกเฮิมของเขา โนอาร์ก็จับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
"...!?! พบคลื่นชีวิตจำนวนมากค่ะ! "
เสียงของโนอาร์ดังลั่นขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก
ฉับพลันนั้น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่กำลังกรีดลงบนผิวของใบหน้า
ม่านสีฟ้าผุดกางขึ้นเหนือกำแพงสีเทา วิ่งปกคลุมพื้นที่อากาศในลักษณะทรงโดม แล้วแยกกลุ่มของไพไรต์ออกจากกองทัพนับพันที่อยู่เบื้องหลัง
ในเวลาเดียวกัน ม่านบาเรียที่ปกคลุมเมืองก็ฉับพลันหายไป
"ท่านไพไรต์! "
"ท่านไพไรต์กับท่านโนอาร์ถูกขังอยู่ข้างในแล้ว! "
เหล่านักรบต่างตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาใช้อาวุธไร้ลักษณ์ในมือฟาดฟัน
ยิงศรแสงสีแดงที่ราวกับเลือดพุ่งตรงออกไป
โหมโรมรันสุดชีวิต เพื่อทำลายม่านสีฟ้าตรงหน้าอย่างสุดความสามารถ
แต่ทว่าการโจมตีของพวกเขา กลับถูกม่านบาเรียนั้นดูดกลืนหายไปสิ้น
พวกเขาไม่สามารถที่จะเจาะม่านบาเรียนี้เพื่อเข้าไปช่วยเทพเจ้าของพวกเขาได้
"มาถึงที่นี่จนได้ ยินดีต้อนรับสู่เมืองของเรา"
เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นกลบเสียงโจมตีของเหล่านักรบ
มันเป็นเสียงที่เย็นชาจนหนาวไปถึงขั้วกระดูกสันหลัง
"ใคร!? "
ไพไรต์แผดเสียงตั้งคำถามใส่ตัวตนที่เขายังมองไม่เห็น
"ข้าคือ [ควีน] ผู้รับใช้ราชินี [แฟต] ผู้ซื่อสัตย์ ผู้นำแห่งเผ่าอาร์โทโพดาร์เพียงหนึ่งเดียวของพวกเรายังไงละ! "
***ราชินีแห่งอาร์โทโพดาร์ [แฟต]
"คุณควีนเล่นใหญ่เกินไปแล้วค่ะ…"
ฉันกำลังมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านหน้าจอจากห้องควบคุมความปลอดภัยหลักของโรงเรียน
" นี่… แฟต… แน่ใจนะว่ามันจะจบได้ดีนะดอง? "
" มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ค่ะ แต่ฉันมั่นใจว่าแผนการนี้ คือวิธีจบเรื่องราวที่ดีที่สุดแล้วค่ะ"
ฉันตอบคุณลี่ด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้ฉันกลายเป็นราชินีตามความต้องการของท่านแม่ไปแล้ว
แต่ท่านแม่คงกำลังปวดหัวเพราะฉันในตอนนี้อยู่แน่นอน
คิดว่านะ…
หลังจากความวุ่นวายที่ควีนก่อรัฐประหารเอาไว้ ฉันก็ประกาศตัวเองขึ้นมาเป็นราชินีของเผ่ามนุษย์มดในทันที
แถมเป็นเพราะการปูเรื่องราวของท่านแม่ ที่พยายามจะใช้คุณควีนเป็นตัวร้ายเพื่อให้ถือกำเนิดวีรสตรีอย่างชอบธรรม ฉันเลยใช้ประโยชน์จากจุดนั้น ย้อนเล่นงานท่านแม่เสีย
ฉันอ้างชื่อท่านแม่ ว่าท่านแม่ได้ปรึกษากับคณะปกครอง ให้ฉันมีอำนาจสิทธิขาดในสภาวะสงครามไปแล้ว
สรุปคือฉันในตอนนี้มีอำนาจคุมทุกอย่าง แม้แต่อำนาจของเมืองส่วนกลางที่เป็นเขตปกครองร่วมของทั้งห้าเผ่าไปโดยปริยาย
ถ้าท่านแม่ไม่อยากให้ฉันกลายเป็นราชินีที่ถูกลงโทษย้อนหลังเพราะพูดโกหก ก็มีแต่จะต้องเล่นตามน้ำไปเท่านั้น
สรุปง่าย ๆ คือฉันโยนปัญหาให้ท่านแม่ต้องไปตามเช็ดตามล้างหลังจากจบศึกนี้ค่ะ
ต่อมาคือฉันใช้อำนาจที่ได้รับมา ประกาศสั่งอภัยโทษให้กับคุณควีน
อันนี้ท่านแม่คงคาดไม่ถึง ว่าฉันจะยอมไว้ชีวิตคุณควีน
เพราะโดยปกติเผ่าของเรานั้น มักจะไม่ยอมไว้ชีวิตศัตรูง่าย ๆ นักหรอก
แต่แน่นอนว่าต้องยัฃมีคนที่คิดแค้นคุณควีนอยู่ เพราะครั้งนี้คุณควีนล้ำเส้นไปเยอะมาก
แต่ฉันมีหาทางลงให้กับคุณควีนแล้วค่ะ
ส่วนที่เมืองร้างไร้ผู้คน มันเป็นเพราะฉันสั่งให้ขนย้ายผู้คนออกไปหมดแล้ว
ตอนนี้เลยเหลือแค่คนที่จำเป็น มาประจำอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้น
สาเหตุที่เลือกโรงเรียนนี้เป็นศูนย์บัญชาการ เพราะว่ามันมีบาเรีย และยังสามารถบินย้ายหนีได้ทั้งอาณาเขตโรงเรียนถ้าหากว่ามีเหตุจำเป็นเกิดขึ้นมาค่ะ
ต่อมาคือการจบสงครามที่ฉันวาดภาพเอาไว้
คุณไพไรต์อยากให้ฉันเล่นสงครามจอมปลอม โดยมีฝ่ายฉันเป็นผู้แพ้ เพื่อสนองความใคร่ของพวกเขาที่อยากแก้แค้น และชนะสงครามสักครั้ง
ส่วนท่านแม่ ฉันคิดว่าท่านคงต้องการให้ฉันใช้ความสัมผัสอันดีกับไพไรต์ ในการจบสงครามนั่นละคะ
แต่ฉันจะไม่ทำมัน
ฉันจะก่อสงครามค่ะ
เป้าหมายเดียวของฉัน คือการจบสงครามด้วยชัยชนะ [ที่เท่าเทียมกัน] ค่ะ
นั่นคือสิ่งที่ฉันวาดฝันเอาไว้
แผนการรบของฉันนั้นง่ายมาก คือใช้ประโยชน์จากนิสัยของไพไรต์ ล่อเขาให้เข้ามาในเขตสังหาร แล้วส่งโกเลมออกไปต่อสู้ถ่วงเวลาค่ะ
ใช่ค่ะ [ถ่วงเวลา]
ฉันจะถ่วงเวลา เพื่อให้ทีมของคุณดิวซ์ลอบเข้าไปในยานโบราณของโนอาร์ แล้วแฮกระบบยึดมาเป็นของฝ่ายฉันค่ะ
เป็นโชคดีของฉันที่มีกรีดเป็นคนทรยศของฝ่ายนั้น เลยทำให้ฉันคิดแผนนี้ขึ้นมาได้
ฉันจะให้คุณควีนออกไปรับหน้าพร้อมกับโกเลมสงคราม แล้วแกล้งตายเพื่อให้คุณไพไรต์คิดว่าชนะ
คุณควีนแกร่งขนาดนั้นคงไม่น่าตายจริงหรอกค่ะ
แต่คุณควีนจะต้องแกล้งตายไปพร้อมกับความแค้นของเผ่ามนุษย์สัตว์ค่ะ
แต่ในเวลาเดียวกัน ระบบยานโนอาร์จะตกเป็นของฉันด้วย
ด้วยนิสัยของไพไรต์ ต่อให้ปากฉีก คงไม่กล้าพูดออกไปแน่ว่า "เทพเจ้าของพวกเราได้ถูกยึดไปแล้ว"
สรุปคือไม่มีใครแพ้หรือชนะ
พวกชนเผ่าท้องถิ่นได้ลิ้มรสชาติของชัยชนะ พร้อมกับสังหารคนที่ดูเหมือนจะเป็นบอสใหญ่ของอีกฝ่าย
แต่ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายฉันเองก็ไม่แพ้
แล้วทีนี้ การเปิดโต๊ะเจรจาทางการเมืองก็จะเกิดขึ้น
อย่างน้อย ด้วยวิธีนี้ ฉันว่าน่าจะลดความเสียหายได้มากที่สุด และยังทำให้ฝ่ายตรงข้ามหัวร้อนน้อยลงได้
แถมถ้าระบบโนอาร์ถูกฝั่งฉันยึดมา พวกคนของไพไรต์ก็จะมาเรียกร้องอะไรซี้ซั้วไม่ได้
แถมยังได้ฉีกหน้าทุกฝ่าย ที่คิดจะมาให้ฉันวิ่งไปตามแผนการของพวกเขาด้วย
ก็.. หวังว่ามันจะสามารถฉีกหน้าได้จริง ๆ ละนะคะ...
ฝากด้วยนะคะคุณควีน รบกวนคุณช่วยถ่วงเวลาให้กับทีมของคุณดิวซ์ แล้วแกล้งตายอย่างสง่างามด้วยเถอะค่ะ!