Pioneer Era

    ตอนที่ 144 แผนการของแฟต

    ***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]

    "ยึดพื้นที่ศูนย์กลางของศัตรูได้แล้วครับ! "

    "ครึ่งหนึ่งของเมืองตกอยู่ในการควบคุมของพวกเราแล้วครับ! "

    "จากหน่วยทางเหนือ พบความผิดปกติของสิ่งที่เรียกว่า [ม่านบาเรีย] สถานการณ์ดูไม่ค่อยดี รบกวนขอกำลังเสริมด้วยครับ! "

    " ทางนี้กำลังตึงมืออยู่ ส่งทัพเผ่าหนูขี้เกียจสันหลังยาวไปลุยกับเขาหน่อยสิวะ! "

    " รับทราบ! "



    หน่วยม้าเร็วจากนักรบเผ่าม้า กำลังวิ่งวุ่นไปทั่วสนามรบ

    ครึ่งหนึ่งของเมืองได้ตกอยู่ในการปกครองของพวกเราแล้ว

    แถมตอนนี้ยังมีกำลังเสริมทยอยไหลทะลักเข้ามาในเมืองเพิ่มมากขึ้น จนแม้แต่กลุ่มผู้กล้าที่อยู่ทัพกลาง กับทัพหลังก็เข้ามาตั้งค่ายอยู่ในเมืองแล้วเช่นกัน



    " รายงานความเสียหายมาซิ? "

    "มีคนบาดเจ็บจำนวนมากจากการปะทะกับโกเลม แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตครับ! "

    "ไม่มีแม้แต่สักคนเดียว? "

    "ไม่มีเลยครับ! "

    นักรบเผ่าม้าคนหนึ่งรายงานด้วยรอยยิ้ม

    เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้ากลับด้วยความพึงพอใจ



    แปลก…

    สงครามที่ไม่มีคนตายนั้น คืออุดมคติที่ทุกคนใฝ่ฝัน

    แต่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้

    อีกอย่าง นี่สู้มากันจนจะถึงเที่ยงตรงแล้ว แต่ทำไมถึงเจอเพียงสิ่งที่เรียกว่า [โกเลม] เท่านั้นกันละ?

    ทหารกับชาวเมืองของศัตรูไปอยู่ที่ไหนกัน?



    "ตอนนี้เหลือแค่เมืองทางทิศตะวันออกที่ยังไม่ได้สำรวจใช่ไหม? "

    "ใช่ครับท่านไพไรต์! "

    ทิศตะวันออกไกลของเมือง คือที่ตั้งของโรงเรียนไพโอเนียร์

    ทิศอื่น ๆ เองก็ดูไม่มีปัญหา น่าจะปล่อยให้พวกผู้กล้า กับพวกผู้อาวุโสรับมือกันเอาเองได้

    "ขอนักรบหนึ่งพันนาย พวกเราจะเคลื่อนทัพไปยึดเมืองส่วนภาคตะวันออกกัน"

    "ครับท่าน! "

    งั้น… คงได้เวลาไปยึดเมืองส่วนภาคตะวันออกแล้วละ



    ***



    เสียงเป่าแตรดังอื้ออึง

    เสียงย่ำเท้าดังกระฮึ่มพร้อมเพรียง

    กองทัพหลักเผ่ามนุษย์สัตว์ผู้เกรียงไกร ได้เริ่มเคลื่อนทัพอีกคร่า

    ณ แถวหน้าสุดของกองทัพ คือบุรุษแห่งราชสีห์ที่สวมชุดเกราะสีทองคำ พร้อมกับพวกพ้องทั้งสี่ของเขา



    บุรุษผู้นั้นกำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเครื่องจักรกลทำสงครามขนาดยักษ์

    สิ่งนั้นมีรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนที่โปรงแสง

    ภายในร่างของมันเต็มไปด้วยเส้นใยพลังงานสีแดง

    เคลื่อนไหวด้วยหนวดที่มีนับร้อย ใช้ร่างกายที่น่ากลัวเข้าข่มขวัญอริศัตรู

    ด้วยรูปร่างของมัน จึงเสมือนหนึ่งราวกับมีอสูรกายไคจูคอยนำทัพให้กับพวกเขา

    ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็นภาพนี้ เป็นต้องรู้สึกหวาดกลัวต่อสัตว์ประหลาดยักษ์ที่น่าเกรงขาม



    หลังจากเดินทัพมาได้ราวครึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเป้าหมายสุดท้าย

    [โรงเรียนไพโอเนียร์]

    ป้ายหินที่สลักชื่อด้วยอักษรทองคำแสนคุ้นตา กำลังปรากฏอย่างโดดเด่นอยู่บนกำแพงรั้วหนาทึบ

    สวนหญ้า

    สวนดอกไม้

    พื้นทางเดินที่แสนคุ้นตาเหล่านี้ ทำให้ไพไรต์เริ่มระลึกถึงความหลังที่เขามีให้ต่อโรงเรียนแห่งนี้

    ทิวทัศน์ที่ตนเองได้ใช้ชีวิตร่วมผูกพันกับพวกพ้องเผ่าอสูร

    วันเวลาที่ได้หัวเราะกับพวกพ้อง

    วันที่เขารู้สึกเจ็บแค้น

    สิ่งเหล่านั้นทำให้เขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่ทันรู้สึกตัว



    "... บุก! "

    บุรุษสีทองลั่นคำสั่งโจมตีพร้อมกับกระโจนร่างเข้าไปในเขตรั้วของโรงเรียน

    อสูรร้ายโปรงแสงบินไล่ตาม โบยบินทอดเงาเหนือผืนหญ้า

    [---]

    ท่ามกลางแรงใจที่ฮึกเฮิมของเขา โนอาร์ก็จับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง



    "...!?! พบคลื่นชีวิตจำนวนมากค่ะ! "

    เสียงของโนอาร์ดังลั่นขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

    ฉับพลันนั้น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่กำลังกรีดลงบนผิวของใบหน้า

    ม่านสีฟ้าผุดกางขึ้นเหนือกำแพงสีเทา วิ่งปกคลุมพื้นที่อากาศในลักษณะทรงโดม แล้วแยกกลุ่มของไพไรต์ออกจากกองทัพนับพันที่อยู่เบื้องหลัง

    ในเวลาเดียวกัน ม่านบาเรียที่ปกคลุมเมืองก็ฉับพลันหายไป



    "ท่านไพไรต์! "

    "ท่านไพไรต์กับท่านโนอาร์ถูกขังอยู่ข้างในแล้ว! "

    เหล่านักรบต่างตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก

    พวกเขาใช้อาวุธไร้ลักษณ์ในมือฟาดฟัน

    ยิงศรแสงสีแดงที่ราวกับเลือดพุ่งตรงออกไป

    โหมโรมรันสุดชีวิต เพื่อทำลายม่านสีฟ้าตรงหน้าอย่างสุดความสามารถ

    แต่ทว่าการโจมตีของพวกเขา กลับถูกม่านบาเรียนั้นดูดกลืนหายไปสิ้น

    พวกเขาไม่สามารถที่จะเจาะม่านบาเรียนี้เพื่อเข้าไปช่วยเทพเจ้าของพวกเขาได้



    "มาถึงที่นี่จนได้ ยินดีต้อนรับสู่เมืองของเรา"

    เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นกลบเสียงโจมตีของเหล่านักรบ

    มันเป็นเสียงที่เย็นชาจนหนาวไปถึงขั้วกระดูกสันหลัง

    "ใคร!? "

    ไพไรต์แผดเสียงตั้งคำถามใส่ตัวตนที่เขายังมองไม่เห็น

    "ข้าคือ [ควีน] ผู้รับใช้ราชินี [แฟต] ผู้ซื่อสัตย์ ผู้นำแห่งเผ่าอาร์โทโพดาร์เพียงหนึ่งเดียวของพวกเรายังไงละ! "



    ***ราชินีแห่งอาร์โทโพดาร์ [แฟต]

    "คุณควีนเล่นใหญ่เกินไปแล้วค่ะ…"

    ฉันกำลังมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านหน้าจอจากห้องควบคุมความปลอดภัยหลักของโรงเรียน

    " นี่… แฟต… แน่ใจนะว่ามันจะจบได้ดีนะดอง? "

    " มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ค่ะ แต่ฉันมั่นใจว่าแผนการนี้ คือวิธีจบเรื่องราวที่ดีที่สุดแล้วค่ะ"

    ฉันตอบคุณลี่ด้วยรอยยิ้ม



    ตอนนี้ฉันกลายเป็นราชินีตามความต้องการของท่านแม่ไปแล้ว

    แต่ท่านแม่คงกำลังปวดหัวเพราะฉันในตอนนี้อยู่แน่นอน

    คิดว่านะ…



    หลังจากความวุ่นวายที่ควีนก่อรัฐประหารเอาไว้ ฉันก็ประกาศตัวเองขึ้นมาเป็นราชินีของเผ่ามนุษย์มดในทันที

    แถมเป็นเพราะการปูเรื่องราวของท่านแม่ ที่พยายามจะใช้คุณควีนเป็นตัวร้ายเพื่อให้ถือกำเนิดวีรสตรีอย่างชอบธรรม ฉันเลยใช้ประโยชน์จากจุดนั้น ย้อนเล่นงานท่านแม่เสีย

    ฉันอ้างชื่อท่านแม่ ว่าท่านแม่ได้ปรึกษากับคณะปกครอง ให้ฉันมีอำนาจสิทธิขาดในสภาวะสงครามไปแล้ว



    สรุปคือฉันในตอนนี้มีอำนาจคุมทุกอย่าง แม้แต่อำนาจของเมืองส่วนกลางที่เป็นเขตปกครองร่วมของทั้งห้าเผ่าไปโดยปริยาย

    ถ้าท่านแม่ไม่อยากให้ฉันกลายเป็นราชินีที่ถูกลงโทษย้อนหลังเพราะพูดโกหก ก็มีแต่จะต้องเล่นตามน้ำไปเท่านั้น

    สรุปง่าย ๆ คือฉันโยนปัญหาให้ท่านแม่ต้องไปตามเช็ดตามล้างหลังจากจบศึกนี้ค่ะ



    ต่อมาคือฉันใช้อำนาจที่ได้รับมา ประกาศสั่งอภัยโทษให้กับคุณควีน

    อันนี้ท่านแม่คงคาดไม่ถึง ว่าฉันจะยอมไว้ชีวิตคุณควีน

    เพราะโดยปกติเผ่าของเรานั้น มักจะไม่ยอมไว้ชีวิตศัตรูง่าย ๆ นักหรอก

    แต่แน่นอนว่าต้องยัฃมีคนที่คิดแค้นคุณควีนอยู่ เพราะครั้งนี้คุณควีนล้ำเส้นไปเยอะมาก

    แต่ฉันมีหาทางลงให้กับคุณควีนแล้วค่ะ



    ส่วนที่เมืองร้างไร้ผู้คน มันเป็นเพราะฉันสั่งให้ขนย้ายผู้คนออกไปหมดแล้ว

    ตอนนี้เลยเหลือแค่คนที่จำเป็น มาประจำอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้น

    สาเหตุที่เลือกโรงเรียนนี้เป็นศูนย์บัญชาการ เพราะว่ามันมีบาเรีย และยังสามารถบินย้ายหนีได้ทั้งอาณาเขตโรงเรียนถ้าหากว่ามีเหตุจำเป็นเกิดขึ้นมาค่ะ



    ต่อมาคือการจบสงครามที่ฉันวาดภาพเอาไว้

    คุณไพไรต์อยากให้ฉันเล่นสงครามจอมปลอม โดยมีฝ่ายฉันเป็นผู้แพ้ เพื่อสนองความใคร่ของพวกเขาที่อยากแก้แค้น และชนะสงครามสักครั้ง

    ส่วนท่านแม่ ฉันคิดว่าท่านคงต้องการให้ฉันใช้ความสัมผัสอันดีกับไพไรต์ ในการจบสงครามนั่นละคะ



    แต่ฉันจะไม่ทำมัน

    ฉันจะก่อสงครามค่ะ

    เป้าหมายเดียวของฉัน คือการจบสงครามด้วยชัยชนะ [ที่เท่าเทียมกัน] ค่ะ

    นั่นคือสิ่งที่ฉันวาดฝันเอาไว้

    แผนการรบของฉันนั้นง่ายมาก คือใช้ประโยชน์จากนิสัยของไพไรต์ ล่อเขาให้เข้ามาในเขตสังหาร แล้วส่งโกเลมออกไปต่อสู้ถ่วงเวลาค่ะ



    ใช่ค่ะ [ถ่วงเวลา]

    ฉันจะถ่วงเวลา เพื่อให้ทีมของคุณดิวซ์ลอบเข้าไปในยานโบราณของโนอาร์ แล้วแฮกระบบยึดมาเป็นของฝ่ายฉันค่ะ

    เป็นโชคดีของฉันที่มีกรีดเป็นคนทรยศของฝ่ายนั้น เลยทำให้ฉันคิดแผนนี้ขึ้นมาได้



    ฉันจะให้คุณควีนออกไปรับหน้าพร้อมกับโกเลมสงคราม แล้วแกล้งตายเพื่อให้คุณไพไรต์คิดว่าชนะ

    คุณควีนแกร่งขนาดนั้นคงไม่น่าตายจริงหรอกค่ะ

    แต่คุณควีนจะต้องแกล้งตายไปพร้อมกับความแค้นของเผ่ามนุษย์สัตว์ค่ะ

    แต่ในเวลาเดียวกัน ระบบยานโนอาร์จะตกเป็นของฉันด้วย

    ด้วยนิสัยของไพไรต์ ต่อให้ปากฉีก คงไม่กล้าพูดออกไปแน่ว่า "เทพเจ้าของพวกเราได้ถูกยึดไปแล้ว"



    สรุปคือไม่มีใครแพ้หรือชนะ

    พวกชนเผ่าท้องถิ่นได้ลิ้มรสชาติของชัยชนะ พร้อมกับสังหารคนที่ดูเหมือนจะเป็นบอสใหญ่ของอีกฝ่าย

    แต่ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายฉันเองก็ไม่แพ้

    แล้วทีนี้ การเปิดโต๊ะเจรจาทางการเมืองก็จะเกิดขึ้น



    อย่างน้อย ด้วยวิธีนี้ ฉันว่าน่าจะลดความเสียหายได้มากที่สุด และยังทำให้ฝ่ายตรงข้ามหัวร้อนน้อยลงได้

    แถมถ้าระบบโนอาร์ถูกฝั่งฉันยึดมา พวกคนของไพไรต์ก็จะมาเรียกร้องอะไรซี้ซั้วไม่ได้

    แถมยังได้ฉีกหน้าทุกฝ่าย ที่คิดจะมาให้ฉันวิ่งไปตามแผนการของพวกเขาด้วย

    ก็.. หวังว่ามันจะสามารถฉีกหน้าได้จริง ๆ ละนะคะ...

    ฝากด้วยนะคะคุณควีน รบกวนคุณช่วยถ่วงเวลาให้กับทีมของคุณดิวซ์ แล้วแกล้งตายอย่างสง่างามด้วยเถอะค่ะ!