เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 70 : อย่านอบน้อมมากเกินไป

            "ไปคุยอื่นกันเถอะแล้วฉันจะบอกนาย" หยางเฉินยังคงสื่อสารกับคนตรงหน้าด้วยภาษาเวียดนาม

            ชายคนนั้นได้ยินก็ประกายตาวูบวาบพยักหน้าพลางชี้ทางให้หยางเฉิน

            ทันใดนั้นหลินคุนที่ฟังไม่เข้าใจก็เอ่ยถามอย่างฉับพลัน

            "คุณหลงนี่มันหมายความว่ายังไงกัน ฉันเป็นนายจ้างคุณนะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่จับมันฉันจ้างแกมานะโว้ย!!!"

            "หุบปาก!!!" ชายแซ่หลงหันปากกระบอกปืนชี้ไปทางหลินคุนพร้อมกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบว่า "ถึงเราจะทำงานให้คุณแต่คุณไม่สามารถสั่งพวกเราแบบนั้นได้"

            หลินคุนหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจพร้อมหลั่งเหงื่อเย็นไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้สักคำ

            หยางเฉินไม่สนใจหลินคุนแม้แต่น้อยเขาเดินตามชายคนนั้นไปอีกมุมหนึ่ง หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครได้ยินหยางเฉินก็พูดภาษาเวียดนามอีกครั้ง

            "ทำไมกลุ่มฉลามหลากยังกล้าเข้ามาในจีนอีก ไม่กลัวพวกกองพลน้อยเหยียนหวงหรือยังไง"

            ได้ยินคำว่า ฉลามหลาก และกองพลน้อยเหยียนหวง ชายคนนั้นพลันจ่อปืนไปที่หัวหยางเฉินอย่างรวดเร็ว กล่าวด้วยเสียงกร้าวว่า

            "แกเป็นอะไรกับพวกกองพลน้อยเหยียนหวง ทำไมถึงรู้จักพวกเราได้!!!"

            หยางเฉินยิ้ม ส่ายหัวพลางกล่าวว่า

            "ถ้าฉันมาจากกองพลน้อยเหยียนหวงจริงๆล่ะก็ ป่านนี้นายไม่ได้ยืนพูดอยู่ตรงนี้หรอก"

            "แล้วแกเป็นใคร!!!"ชายคนนั้นยังไม่ลดการป้องกันลงคนตรงหน้าทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างแปลกประหลาด

            หยางเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลังเลเล็กน้อยก่อนหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ กระเป๋าเสื้อเล็กๆไม่มีทางเก็บของอย่างปืนไว้ได้ ชายคนนั้นจึงไม่มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใดมันเพียงรอหยางเฉินอย่างเงียบๆ

            "นายจำนี่ได้หรือเปล่า"

            สิ่งที่หยางเฉินนำออกมาคือแหวนวงหนึ่งขนาดเท่าแหวนแต่งงาน วัสดุคล้ายทำจากแพลทินัม ความมันเงาของมันลดลงไปมากไม่มีเพชรตกแต่งใดๆ มีเพียงลวดลายเป็นภาษาอันแปลกประหลาด แต่ทันใดนั้นอารมณ์ปรารถนาก็วูบขึ้นอย่างโหยหา

            ของรัก...

            ชายหนุ่มรีบสะบัดหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อพยายามสลัดฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องโปรดออกจากหัวเขากลับมาสู่ความจริงตรงหน้าอีกครั้งสิ่งที่ชายคนนี้แสดงออกมาทำให้เลือดภายในกายของมันแข็งตัว

            มันเคยเห็นแหวนวงนี้มาก่อนในกลุ่มของพวกมันแหวนวงนี้คล้ายเป็นตำนาน อย่างไรก็ตามมันไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้เห็นแหวนวงนี้ ภาษาที่จารึกบนแหวนเป็นภาษาละตินของอาณาจักรโรมันโบราณแต่ด้วยความลึกลับของมันแล้ว ความหมายของคำที่จารึกในแหวนนี้เป็นชื่อเรียกที่มันไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต เพราะบุคคลที่เป็นเจ้าของแหวนจะได้รับพลังอำนาจมหาศาล และเป็นที่เคารพเทิดทูนอันสูงสุด

            เมื่อมองท่าทีของชายตรงหน้าเขาก็นำแหวนเก็บลงกระเป๋าเสื้อไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งของชิ้นนี้จะหลับใหลอยู่ในกระเป๋าเสื้อทุกๆ วัน

            "เอาล่ะไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น ฉันเชื่อว่า 'ฉลามหลาก' คงไม่ได้ถูกตั้งขึ้นโดยคนโง่เง่า" หยางเฉินพูดพลางเดินไปตบไหล่

            ร่างกายของมันพลันสั่นสะท้านเมื่อเห็นรอยยิ้มที่อบอุ่นของหยางเฉินนั่นทำให้ร่างกายมันรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วกระดูก เหงื่อเย็นไหลซึมแข้งขาอ่อนยวบเขาคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะกล่าวว่า

            "ข้าพเจ้าหลงจ้านอี้คารวะองค์ราชา"

            หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นกล่าวว่า "นายคือหลงจ้านอี้? งั้นหลงจ้านหวงเป็นพี่ชายงั้นหรือ?"

            "ใช่แล้วครับองค์ราชา"หลงจ้านอี้ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

            หยางเฉินถอนหายใจกล่าวว่า

            "ยืนขึ้นที่นี่คือเมืองจีนไม่ใช่อาณาจักรของข้า ไม่ต้องมากพิธี"

            เมื่อเห็นหยางเฉินไม่มีทีท่าโกรธเคืองหลงจ้านอี้ก็ลุกขึ้นถอยไปสามก้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพ

            "ฉันไม่ต้องการให้นายเรียกราชา เรียกชื่ออื่นเถอะ"

            "ครับท่าน" หลงจ้านอี้ ตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง

            "ทำไมฉลามหลากถึงปรากฏอยู่ที่นี่ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ห้าม แต่หลงจ้านหวงพี่ชายของนายก็เป็นคนระมัดระวังตัวและไม่มีทางทำอะไรเสี่ยงอันตราย"

            หลงจ้านอี้ตอบอย่างนอบน้อมว่า

            "พวกเราเคลื่อนไหวเฉพาะพื้นที่ปลอดภัยเล็กๆเท่านั้น ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงพื้นที่เท่านี้ พวกกองพลน้อยเหยียนหวงจะไม่สนใจพวกเรามากครับและงานของหลินคุนก็เพียงเคลื่อนไหวในพื้นที่เล็กๆ และไม่เสี่ยงพวกเราเลยรับงานนี้ครับท่าน"

            "เขามีเงินจ่ายพวกนายงั้นหรือ"หยางเฉินเอ่ยถาม

            "ได้ยินว่าเขาขายหุ้นทั้งหมดจึงสามารถจ้างวานพวกเราทำภารกิจง่ายๆ เช่นนี้ครับ"

            แต่เมื่อพูดว่า ภารกิจง่ายๆ ออกไปกับบุคคลตรงหน้าแล้ว หลงจ้านอี้รู้สึกว่าพลั้งปาก มันต้องการจะถอนคำพูดแต่มันไม่รู้จะแก้ตัวว่าอย่างไร

            หยางเฉินเหมือนไม่ได้ใส่ใจหยางเฉินเพียงรู้สึกว่าเป็นเรื่องขำขันหลินคุนขายหุ้นทั้งหมดเพื่อจ้างลูกน้องของเขาให้มาจับกุมเขาเสียเองมันช่างโชคร้ายจริงๆ

            "หลงจ้านอี้นายนำพี่น้องของนายกลับไปได้แล้ว ฉันจะจัดการต่อเอง..."

            "ผ่าบาทพระองค์อยากให้พวกเราฆ่าหลินคุนหรือไม่ กระหม่อมกลัวว่ามือของท่านจะแปดเปื้อน"นัยน์ตาหลงจ้านอี้เปลี่ยนเป็นแหลมคม เขาอยากจะยิงหัวมันให้ระเบิดออกโทษฐานทำให้พวกเขากลายเป็นตัวตลกในโลกของทหารรับจ้าง

            มันต้องการส่งเทพแห่งความตายลงนรก? บ้าหรือยังไง? นรกเป็นดินแดนอันรื่นเริงของเขาเองแท้ๆ

            หยางเฉินส่ายหัว

            "แค่มัดตัวมันไว้ก็พอแล้วพวกนายก็ออกไปได้แล้ว ที่เหลือฉันจัดการต่อเอง อยู่ที่นี่นานๆรังแต่จะทำให้พวกกองพลน้อยเหยียนหวงไม่พอใจ"

            "ตามพระประสงค์ขอรับท่าน"หลงจ้านอี้ไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะนี่เป็นคำสั่งของนายเหนือหัว

            หลินคุนเวลานี้อารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมากทหารที่มันจ่ายเงินมหาศาลจ้างมา กลับเล็งปืนมาที่มันถ้าไม่ใช่เพราะมันยังต้องใช้ประโยชน์จากทหารรับจ้างพวกนี้อยู่ล่ะก็

            ในขณะนั้นเอง หลินคุนก็เห็นหลงจ้านอี้เดินกลับมามันรีบเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มกล่าวว่า

            "คุณหลงคุณจับกุมสารเลวผู้นั้นหรือยังครับ"

            หลงจ้านอี้ไม่ได้ตอบเขาพูดคุยกับลูกน้องเป็นภาษาเวียดนามสองสามคำ พวกมันพยักหน้าและทันใดนั้นก็จับหลินคุนมัดในทันใด

            ความแข็งแกร่งของหลินคุนไม่อยู่ในสายตาพวกมันหลังจากมัดจนเป็นดักแด้แล้ว พวกมันก็โยนหลินคุนกลิ้งไปกับพื้น

            "ความโง่เขลาของแกจะพาตัวแกไปลงนรกในอีกไม่ช้า"หลงจ้านอี้เดินไปหาหลินคุนพลางพูดขึ้นด้วยภาษาอังกฤษจากนั้นจึงเตะเขาจนสลบไป

            เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงแล้วหลงจ้านอี้ก็ผิวปากขึ้น เหล่าลูกน้องต่างพากันปรากฏตัวทำความเคารพพร้อมกับตะโกนสโลแกนออกมาเสียงดัง จากนั้นก็พากันสลายตัวไปดั่งหมอกควันสองสาวเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ต่างก็สับสนเป็นอย่างมากแต่ทันใดนั้นพวกเธอก็เห็นหยางเฉินยิ้มแย้มเดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            "หยางเฉินนี่หมายความว่ายังไงกัน" โม่เชี่ยนนีรู้สึกว่าไม่ถามไม่ได้เหตุการณ์อันตึงเครียดเมื่อครู่กลับกลายเป็นลักษณะนี้ได้อย่างไร

            "คุณโม่ครับช่วยรอผมแก้มัดซะก่อนแล้วเราค่อยมาพูดกันช้าๆ ได้ไหมครับถึงแม้ว่าคุณจะไม่กลัวเจ็บแต่ผมกลัวว่าภรรยาที่รักจะเจ็บซะก่อน" หยางเฉินมองหลินรั่วซีพลางแก้เชือกที่มัดไว้อย่างชำนาญ

            ทันใดนั้นหลินรั่วซีประกายตาเจิดจ้า กล่าวว่า

            "นายแก้มัดเร็วกว่าคนมัดเสียอีก"

            หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงยิ้มอย่างเชื่องช้าคิดในใจว่า ปกติน่า

            หลังจากหญิงสาวทั้งสองคนเป็นอิสระแล้ว พวกเธอก็มองหยางเฉินอย่างสับสนชายตรงหน้านี้ช่างน่าฉงนเสียจริง เขาจัดการกับสถานการณ์เมื่อครู่นี้ได้อย่างไร

            "ผมรู้ว่าพวกคุณมีเรื่องอยากถามแต่ตอนนี้ไปรอที่รถก่อนเถอะ ผมจะพาไปส่งที่โรงพยาบาล และค่อยๆเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกคุณฟังเอง"

            "แล้วเขา..." หลินรั่วซีกัดริมฝีปากพลางมองไปยังหลินคุนที่นอนหมดสติอยู่

            หยางเฉินกล่าวขึ้นอย่างเคืองๆ ว่า

            "คุณแน่ใจนะว่ายังต้องการช่วยคนผู้นี้อยู่"

            หลินรั่วซีหลับตาลงอย่างทุกข์ทนและทันใดนั้นก็ลืมตาขึ้นสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างไม่แยแส

            "ไปกันเถอะ"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน