ทานข้าวกันเสร็จพวกเขาก็เดินเล่นกันต่อระหว่างทางเราก็เดินเข้าเดินออกร้านู้นทีร้านนี้ทีจนมาหยุดที่ร้านฟิกเกอร์ที่ชั้น3 ของห้าง ขณะที่ทุกคนเข้าไปในร้านไทม์กับลูซี่ก็ยืนรออยู่ด้านนอก
“แผลดีขึ้นยังคะ”ไทม์ยกมือจับหน้าผากตรงบริเวณที่เคยโดนบอลกระแทก “ดีขึ้นเยอะแล้วครับ แต่ก็มีมึนๆบ้างตอนที่ก้มนานๆอ่ะครับ”
“ตอนที่เราโดนบอลกระแทกหัวตอนนั้นใจพี่หล่นวูบเลยค่ะพี่โมโหมาก โมโหทุกอย่างจนขาดสติเลย”
“ขอโทษนะครับที่ทำให้เป็ห่วง”ก้มหน้าขอโทษด้วยความรู้สึกผิด “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ไทม์ไม่ได้ผิดสักหน่อยถ้าจะผิดก็ผิดที่ลูกบอลมันบังอาจลอยไปโดนหน้าสวยๆ ของเรานั่นแหละ”
ลูซี่พูดติดตลกทำเอาเขาถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันทีเหตุการณ์นั่นเดิมทีมันไม่ได้มีใครผิดหรอกกีฬาแบบนี้ในการแข่งขันอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วยิ่งเป็พวกกีฬาที่ต้องปะทะกันโดยตรงด้วยเลยไม่แปลกที่จะได้ยินข่าวว่านักกีฬาาเ็เขาเองก็ก็มีส่วนผิดด้วยแหละที่ไม่ระวังเองตัวเองดันวิ่งเอาหน้าไปรับบอลแบบนั้นจะเจ็บก็ไม่แปลก
รออยู่สักพักอีกสามคนก็เดินออกมาพร้อมกับฟิกเกอร์จำนวนหนึ่งไทม์แอบนับจำนวนฟิกเกอร์ในถุงติมกับบูมมีแค่คนละตัวสองตัวต่างกับพี่ลุคที่ในถุงมีไม่ต่ำกว่าสิบเห็นหน้าตาดุๆ แบบนี้พี่แกก็สายสะสมฟิกเกอร์นะเนี่ย
“เห็นร้านของหวานแล้วอยากกินว่ะ”ลุคที่เดินนำพูดขึ้นพลางเหลียวมองร้านขนมหวานที่เราเดินผ่านมา“กินมากระวังเบาหวานจะถามหา”
“เอ๊ะมึงนี่ไอ้ลูก็กูชอบอ่ะ ว่าแต่คนอื่นมึงก็เหมือนกันกินแต่น้ำพริกกากหมูสั่งทีเป็ลังกูยังไม่ว่าอะไรเลย”
ประโยคของพี่ลุคทำไทม์ถึงกับต้องหันไปมองอีกคนจะว่าไปเขาก็เหมือนจะคุ้นๆบ้านผมขายน้ำพริกกากหมูทั้งหน้าร้านที่แม่ไปขายกับป้าแล้วก็ออนไลน์มันมีอยู่วันนึงที่จู่ๆ ก็มีออเดอร์กว่ายี่สิบแพ็คแล้วนามสกุลก็เป็นามสกุลเดียวกับพี่ลูซี่ หรือว่า…!
“ใช่น้ำพริกยี่ห้อแม่ศรหรือเปล่าครับเหมือนเคยเห็นพี่ลูซี่ลงไอจีอยู่” บูมถามให้คลายสงสัย
“ใช่ค่ะ”นั่นไง! น้ำพริกแม่ผมจริงๆด้วย
“เอ๊ะน้ำพริกกากหมูแม่ศรนี่มันของแม่มึงนี่หว่าไอ้ไทม์” ติมหันมาถามเพื่อความแน่ใจกับ“จริงดิ” ลุคที่ได้ยินก็ถึงกับหยุดเดินแล้วหันมาถามอีกคน
“จริงดิ”
“ครับของแม่ผมเอง”
ลุคทำหน้าคลายสงสัยก่อนจะเหลือบตามองคนน้องที่ไม่หือไม่อืออยู่ข้างๆ“อ๋อ…สงสัยกูต้องไปกินบ้างล่ะ”
ขณะที่เราคุยเล่นกันไปพลางจู่ๆไทม์ก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางเกมส์เซ็นเตอร์ไทม์ชะเง้อมองหาต้นตอจนไปพบกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าเครื่องเล่นต่อยมวย
“เฮ้ย!ไอ้เจมส์มายืนนี่หน่อยดิ”
“ทะ…ทำไมหรอ”
“อย่าถามมากดิบอกให้มายืนก็มายืน”ไทม์ยืนมองการกระทำของคนพวกนั้นเหมือนคนที่เป็หัวโจกสั่งให้ชายหน้าติ๋มไปยืนด้านในแป้น
“ดะ…เดี๋ยวก่อนพวกนายจะให้ฉันเป็เป้าหรอ”
“ก็ใช่ไงอย่าลีลาดิเร็วๆ”
“แล้วแบบนี้เราก็โดนสิ”
“มึงก็หลบสิ”
“แต่…”
“เร็วๆ!!”ชายหน้าติ๋มถูกเพื่อนในกลุ่มผลักเข้าไปในเครื่องเล่นแต่พอดูๆไปเหมือนไม่ใช่เพื่อนเลย เหมือนพวกนักเลงที่กำลังแกล้งคนอื่นมากกว่า หนึ่งในแก๊งนั้นทำท่าวอร์มแขนก่อนจะปล่อยหมัดลงที่นวมเต็มแรงจนนวมนั่นกระแทกโดนใบหน้าอย่างจังๆ
“ไอ้ไทม์!ทำไรวะ” เสียงของติมทำเอาเขาหลุดออกจากภวังค์ทันทีไทม์หันไปมองพบว่าตอนนี้ทุกคนมองด้วยสีหน้าสงสัย
“เอ่อ…คือ”คือเขาแค่อยากช่วยพี่หน้าติ๋มคนนั้นแต่อธิบายทุกคนไม่ถูกเลยตัดสินใจเบนสายตาเป็เชิงบอกแต่เหมือนทุกคนจะไม่รู้
“คือ…ไปต่อยมวยกันมั้ยครับ”
“ห๊ะ?” เป็ไปตามคาดทุกต่างพากันทำหน้าสงสัยและไม่เข้าใจ“ตอนนี้อ่ะนะ” ไทม์พยักหน้าตอบ
“นะครับๆๆนะๆๆๆ”
“ถ้าไทม์อยากเล่นก็ได้ค่ะพี่ไม่ขัด” คำตอบของลูซี่ทำเอาไทม์ยกยิ้มทันที ในขณะที่คนอื่นๆ ยังงงๆ อยู่
พวกเขาเดินตรงไปยังโซนเกมส์เซ็นเตอร์ที่อยู่อีกฝั่งตรงข้ามก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าเครื่องเล่นต่อยมวยพวกเขายืนมองเด็กกลุ่มนั้นอยู่ครู่ก่อนไทม์จะเป็คนเอ่ยทัก
“เอ่อ…ขอโทษนะครับคือขอเล่นเครื่องนี้หน่อยครับ” พูดอย่างเกร็งๆก่อนคนกลุ่มนั้นพากันหันมามองก่อนที่คนที่เหมือนเป็หัวโจกของแก๊งพูดขึ้น
“ไม่เห็นรึไงวะว่าเล่นอยู่”คำตอบของเขาทำพวกหันหน้ามองกัน “เอ่อ…แต่”หัวโจกคนเดิมเหมือนจะเดินเข้ามาหาเื่พี่ลูซี่ที่เห็นดังนั้นก็เข้ามาขวางทันที
“เราขอเล่นหน่อยได้มั้ยคะ”หัวโจกเมื่อเห็นพี่ลูซี่ท่าทีก็เปลี่ยนไปทันที “ถ้าคนสวยอยากเล่นก็ได้ครับ เชิญเลยเฮ้ย! ไอ้เจมส์มานี่ดิ” หัวโจกดึงชายหน้าติ๋มให้เข้าไปยืนที่เดิม เดี๋ยวนะจะให้เขามาเป็เป้าอีกแล้วหรอ
หันมองที่ชายหน้าติ๋มเขาก็หันมาสบตากับเขาพอดีแต่สายตาเขาที่มองมาเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ
“อันนี้คือ?” ลูซี่หันไปถามหัวโจกที่ยืนข้างๆพร้อมกับชี้ไปที่ชายหน้าติ๋ม “อ๋อ ก็ถ้าต่อยแบบธรรมดามันจะไม่สนุกไงครับผมก็เลยใส่เป้าเข้าไปด้วย”
“เป้า?”
“ถ้าคนสวยต่อยโดนเป้าก็เอารางวัลไปเลย”ลูซี่พยักหน้าตอบก่อนจะเดินเข้าดึงนวมลงมาจนสุดพร้อมกับหันไปพูดอะไรบางอย่างกับชายหน้าติ๋มตรงหน้า
“ชื่ออะไร”
“ผะ-ผมชื่อเจมส์ครับ”
“ย่อตัวลงหน่อยแล้วก็หลับตาด้วย” ชายหน้าติ๋มสั่นกลัวแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี“เปลี่ยนเป็เตะได้มั้ย”
“ได้ครับคนสวย”ลูซี่ถอยออกมาเล็กน้อยพร้อมกับตั้งท่าก่อนจะกวาดขาฟาดผ่านศรีษะของชายหน้าติ๋มไปโดนเครื่องเล่นอย่างฉิวเฉียดเครื่องเล่นร่วงหล่นลงสู่พื้นทันทีแก๊งนักเลงที่ไทม์ตั้งชื่อใหม่ต่างยืนมองด้วยความใรวมถึงคนแถวนั้น
ไทม์ก็ใเหมือนกันไม่คิดว่าเธอจะแรงเยอะขนาดนี้ว่าแต่ ขาเธอยังโอเคดีมั้ยนะ เตะไปขนาดนั้นท่าจะเจ็บน่าดู
“แย่ล่ะมันล้ม”ลูซี่เอ่ยออกมาด้วยสีหน้านิ่งสนิทราวกับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นต่างกับคนอื่นที่กำลังช็อคอยู่
“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ”พนักงานคนหนึ่งวิ่งมาด้วยหน้าตาตื่น “อ่า พอดีฉันเผลอทำเครื่องเล่นพังน่ะค่ะน่าจะเล่นแรงเกิน ไม่ทราบว่าต้องรับผิดชอบยังไงคะ”
“เอ่อเดี๋ยวฉันขอไปถามผู้จัดการก่อนนะคะ” พี่พนักงานวิ่งหายไป“เมื่อกี้กูน่าจะบอกให้มึงออมแรงนะ ดูสิ เครื่องเล่นเขาพังเลย”
พี่ลูซี่ไหวไหล่เล็กน้อยพร้อมกับกับทำหน้าเบื่อหน่าย“ไม่เห็นสนุกเลย”
ไม่นานพี่พนักงานก็กลับมาพร้อมกับผู้จัดการเขาคุยกับพี่ลูซี่อยู่ครู่ “เดี๋ยวมา”
เธอหันมาบอกก่อนจะเดินจากไปกับผู้จัดการ
กลับมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าตอนนี้มีพี่พนักงานมาจัดการเก็บกวาดซากเครื่องเล่นที่พังยับเยินส่วนพวกแก๊งนักเลงก็พากันกระซิบกระซาบพร้อมกับลากหัวโจกไปคุยเบนสายตาหันมองชายหน้าติ๋มยังคงช็อคอยู่ ไทม์ที่เห็นดังนั้นก็รีบเดินไปหาเขา
“นายชื่อเจมส์ใช่มั้ย”เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อไทม์เอามือไปแตะเขาก่อนจะพยักหน้ารัวๆ “ครับๆๆ”
“นายโอเคมั้ยเนี่ย”
“อะ-โอเคครับโอ๊ย!” เหมือนเขาจะเจ็บแผล ไทม์ก็ทำอะไรไม่ถูก “เอ่อ เราว่านายไปหาหมอดีกว่านะเดี๋ยวมันจะอักเสบ”
“ขะ-ขอบคุณมากครับ”
คุยกันจบเป็จังหวะเดียวกับที่ลูซี่เดินกลับมาพอดี“เป็ไงบ้างครับ”
“เรียบร้อยค่ะ”
“งั้นไปกันเถอะไป”เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็จะเตรียมตัวกลับแต่จู่ๆก็มีเสียงโวยวายของใครบางคนมาจากด้านหลัง “เฮ้ย!! จะไปไหนวะ!”หันกลับไปพบว่าเป็หัวโจกที่เดินตรงดิ่งมาทางเราด้วยสีหน้าที่ดูโมโหจัด
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วพวกกูจะปล่อยไปไง!”พวกเขาต่างพากันมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ “หมายความว่าไงครับก็เครื่องเกมส์พังแล้วนี่ ก็จบเกมส์ไง” ผมตอบไป
ก็เครื่องเล่นพังมันก็ไม่มีอะไรให้ทำต่อแล้วอีกอย่างเขาก็คิดว่าถ้าเครื่องเล่นพังคนที่ชื่อเจมส์ก็น่าจะไม่ต้องโดนแกล้งแล้วแต่ดูท่าทางแบบนี้เื่คงไม่จบง่ายแน่ๆ
“ยังไงไม่เข้าใจ” ลูซี่ตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่ง “มึงอย่ามาทำไขสืออย่าคิดว่าเป็ผู้หญิงแล้วกูจะไม่กล้านะ”
“บอลใจเย็นก่อน”
“มึงไม่ต้องมาเสือก!!”บอลหรือหัวโจกผลักเจมส์ออกจนเขากระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอย่างจงพวกเขาจึงรีบเข้าไปดูอาการ นี่มันจะเกินไปแล้วนะ ทำร้ายเพื่อนตัวเองได้ยังไงกัน
“อีสวยมึงอย่าคิดว่ามีพวกแล้วจะรอด กูจะสั่งคนให้มาข่มขืนมึงแล้วโยนทิ้งไว้ข้างถนนเลย”
“ไอ้…”ประโยคนั่นทำให้ผมถึงกับสบถขึ้นมาทันที ไอ้นี่ทำตัวสวะไม่พอยังพูดจาน่ารังเกียจอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกแบบนั้นลุคด้วยเช่นกันทันทีที่เขาได้ยินก็แทรกตัวเข้ามากันไอ้หัวโจกที่เดินพุ่งเข้าหาลูซี่ทันที
“เฮ้ยพูดอะไรให้เกียรติเพศแม่มึงด้วย” น้ำเสียงกดต่ำฟังแล้วทำให้ขนลุกระดับความสูงที่สูงกว่ากับสายตาที่เหมือนพร้อมจะฉีกอีกฝ่ายเป็ชิ้นๆได้ทุกเมื่อมันดูน่าสยองจนเขาถึงกับกลืนน้ำลายทันที
“ถอยไป!!”
ไอ้หัวโจกปล่อยหมัดตรงหมายจะชกพี่ลุคทียืนขวางแต่ด้วยทักษะและความไวเหนืุ์ลุคกลับรับหมัดนั่นก่อนจะใช้แรงของเขาบีบมือแน่นจนอีกฝ่ายถึงกับร้องออกมาตามมาด้วยเสียงดังกร๊อบที่คิดว่าน่าจะเป็เสียงกระดูกที่ราวกำลังแตกหักอีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเ็ปก่อนจะทรุดลงกับพื้นลุคดึงแขนไอ้หัวโจกขึ้นมาด้วยมือเดียวขึ้นเหนือหัวจนจนระดับใบหน้าของไอ้หัวโจกอยู่ระดับเดียวกับเขา
“ครั้งนี้กูแค่เตือนถ้าครั้งหน้ามึงทำอะไรกับน้องกูรวมถึงไอ้เด็กเจมส์นั่นอีก อนาคตมึงดับแน่”พูดจบเขาก็ปล่อยมือออกทำให้ไอ้หัวโจกนั่นร่วงลงพื้นทันที
“พวกมึงอ่ะเพื่อนไอ้นี่ใช่มั้ย ฝากไปบอกพี่ชายมันด้วยว่าให้ดูแลน้องมันดี”
“ครับพี่พวกผมขอโทษด้วยครับ”เพื่อนของเขาที่ยืนดูอยู่ก็รีบเข้ามาพยุงก่อนจะพากันก้มหัวขอโทษและรีบเดินหนีจากไป
พวกผมเดินเข้าไปสมทบพร้อมกับเพื่อนที่พยุงเจมส์เดินตามมา“พี่ลุครู้จักไอ้หัวโจกนั่นด้วยหรอครับ” ไทม์ถามด้วยความสงสัย
“ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกแต่พอดูดีมันหน้าคล้ายๆ กับลูกน้องที่ทำงานที่ร้านซ่อมรถพี่เลยถ่ายส่งไลน์ไปถามมัน ก็เลยรู้”
“แล้วจะเอาไงต่อดีครับตอนนี้ก็ห้าโมงกว่าแล้วด้วย” บูมถามขึ้นพร้อมโชว์หน้าจอมือถือที่แสดงเวลาให้เราดู“กลับสิ อยู่ทำไมเล่า”
“เอ่อ…คือ”เสียงอีกคนเรียกให้เราหันไปมองพบว่าเป็เจมส์ ลืมไปว่าเขายังอยู่นี่ “เอ็งอ่ะกลับไง” ลุคหันไปถามเจมส์ที่ยืนเก้งๆ กังๆ
“ผม..กลับรถเมล์ครับ”
“กลับด้วยกันนี่แหละ”
“เอ่อ…ไม่เป็ไรครับเดี๋ยวผมกลับเองก็ได้ครับ แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วครับ”เจมส์ก้มหัวขอบคุณเก้าสิบองศา “มันเย็นแล้วกลับด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวไปส่งจะได้พาไปหาหมอด้วย”
“แต่…”
“อย่าทำตัวดื้อเหมือนไอ้ไทม์ดิกลับเองคนเดียวถ้าเจอไอ้พวกนั้นอีกจะสู้เขาไหวไง ไปกลับ” ลุคไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินมาดึงมือเจมส์ก่อนจะเดินนำพวกเขาไปไทม์ที่เห็นก็แอบยกยิ้มเล็กน้อย
พี่ลุคแกก็มีมุมใจดีเหมือนกันนะเนี่ยว่าแต่ไอ้ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าดื้อเหมือนเขามันหมายความว่าไงนะ
รถยนต์SUV แปดที่นั่งเทียบจอดที่หน้าประตูทางเข้าหน้าตึกของโรงพยาบาลพวกเขาลงจากรถส่วนลุคก็เอารถไปจอดไทม์กับเจมส์นั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินเพื่อรอทำแผลส่วนคนอื่นๆก็รอที่คาเฟ่ด้านนอกตอนแรกลูซี่ก็จะมาด้วยแหละแต่เขากลัวเจมส์เกร็งเลยขอเป็คนมาเป็เพื่อนเอง ลูซี่ก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะยื่นบัตรเครดิตมาให้สำหรับจ่ายค่ารักษาก่อนจะไปรอที่คาเฟ่ฝั่งตรงข้ามตึก
ขณะที่นั่งรออยู่หน้าหัองฉุกเฉินผมก็แอบชำเลืองมองคนข้างๆที่ดูเกร็งๆ
“นายโอเคมั้ยเนี่ย”เจมส์สะดุ้งเฮือกก่อนจะตอบแบบกระอึกกระอัก “เอ๊ะ? เอ่อ…อะ-โอเคครับ”สภาพของเขามันดูไม่โอเคเลยสักนิด
ยังไม่ทันได้คุยต่อเจมส์ก็ถูกเรียกเข้าไปทำแผลใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับใบหน้าที่มีผ้าก็อตแปะอยู่เราพากันเดินออกมายังโซนรับยาไทม์กวาดสายตามองหาที่นั่งแต่ดูเหมือนว่าคนจะเยอะมากทำให้แทบไม่เหลือที่นั่งเลย
“ไม่ที่นั่งเลยอ่ะงั้นเรายืนกันมั้ย”
“อะ…อ๋อ ได้ๆ” เรายืนหลบอยู่กำแพงด้านหลัง ไทม์แอบเหลือบมองคนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถาม“เราขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
“ได้ๆ”
“นายกับคนที่ชื่อบอลเป็เพื่อนกันหรอ”เจมส์ที่ได้ยินคำถามก็ถึงกับสตั้นไปในทันทีก่อนจะหันกลับไปแล้วยกยิ้มด้วยสายตาที่ดูเศร้าสร้อย“อืม เราเป็เพื่อนกันั้แ่เด็กเลยล่ะ”
“…”
“เราอยู่ซอยเดียวกันแล้วแม่ของพวกเขาก็เป็เพื่อนบ้านที่สนิทกันพวกเขาก็เลยสนิทกัน”
“แล้วตอนแรกเขาแกล้งนายแบบนี้หรือป่าว”เจมส์นิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆงั้นแสดงว่าเขาโดนบอลแกล้งมาโดยตลอดเลยสินะ
“นายไม่โกรธหรือเกลียดคนพวกนั้นบ้างหรอที่ทำร้ายนายขนาดนี้”เจมส์เงยหน้ามายิ้มให้พร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย “ไม่นะ ก็เพื่อนกันนี้”
คำตอบของเขาทำเขาถึงกับขมวดคิ้วทันทีไม่โกรธอย่างนั้นหรอ ทำไมล่ะ เขาทำร้ายกันตั้งขนาดนั้นแต่ยังไม่โกรธอีก
ไม่ทันที่จะถามต่อเสียงประกาศชื่อของคนข้างๆก็ดังขึ้นพอดี เราเดินไปที่ช่องจ่ายเงินขณะที่เจมส์กำลังง่วนอยู่กับการหยิบกระเป๋าตังผมก็ยื่นบัตรเครดิตที่ลูซี่ให้มาแทรกให้คุณพยาบาลทันทีเจมส์ที่ไม่รู้เื่กำลังจะยื่นเงินให้คุณพยาบาลไทม์ที่เห็นดังนั้นก็ไปดึงมือทันที
“เราจ่ายแล้ว”เจมส์ทำหน้างงใส่ผมเอื้อมมือไปรับใบเสร็จให้ก่อนจะดันตัวเขาไปที่ช่องรับยา
รับยาเสร็จก็พากันเดินออกมาแต่ยังไม่พ้นตึกไทม์ก็ถูกเจมส์ดึงกระเป๋าเป้เอาไว้ก่อนจะวิ่งมาดักหน้า
“เดี๋ยวก่อนๆไทม์นายจ่ายเงินให้เราทำไม”
“อ่าไม่ห็นเป็ไรเลยนี่ แค่นี่เอง” เลือกตอบโกหกไป เอาจริงก็อยากบอกหรอกแต่ลูซี่ขอไว้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่ก็ได้แต่ตอบแบบนั้นแหละ คิดว่าดีที่สุดแล้ว
“ไม่ได้นะเอ้านี่ เราคืน” เจมส์ยื่นเงินจำนวนหนึ่งมาให้ไทม์ที่เห็นดังนั้นก็ดันมือเขากลับไป “ไม่เป็ไรหรอก นายเก็บไว้เถอะ”
“แต่…”
“เอาน่าแค่นี้เองอีกอย่างเราอยากช่วยนายน่ะ”
“เอางั้นหรอ”
“เอางั้นแหละ”เจมส์เม้มปากพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อย “ขอบคุณมากๆ เลยนะ ขอบคุณจริงๆคือ…เราไม่รู้จะตอบแทนพวกนายยังไงดี”
“ไม่ต้องหรอกเห็นคนเดือดร้อนเราก็ต้องเข้าไปช่วยดิ” เขาไม่ได้ซีเรียสกับการตอบแทนสักเท่าไหร่จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ตอนแรกที่เลือกเขาไปช่วยเขาก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าไม่มีพวกลูซี่กับลุคเขาจะโดนอะไรบ้างเพราะตอนนั้นคิดว่าแค่ว่าอยากจะช่วยเขาที่กำลังถูกคนพวกนั้นกลั่นแกล้งเฉยๆ
ถึงแม้ลึกๆไทม์จะไม่เข้าใจเพราะไม่เคยเจอกับตัวแต่ผมก็รับรู้ได้ว่าเขาน่าจะกำลังเ็ปอยู่เลยเอื้อมมือเข้าไปช่วยก็เท่านั้นเอง
“งั้นเราไปกันเถอะทุกคนคงรอกันแแล้-”
“เอ่อ…เดี๋ยว!” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเขาก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “ว่า”
“เราว่าเรากลับเองน่าจะดีกว่า”
“ทำไมอ่ะจะไม่กลับด้วยกันหรอ” เจมส์ยิ้มน้อยๆ พร้อมกับส่ายหัว“แค่นี้เราก็เกรงใจจะแย่แล้ว”
ไทม์ที่จะพูดต่อแต่พอเห็นสีหน้าของเขาก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาทันที“โอเค งั้นก็ได้”
เจมส์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ“งั้นเราฝากนายไปขอบคุณคนอื่นๆ ด้วยนะ แล้ว…ถ้ามีโอกาสเราอยากจะตอบแทนนาย ได้มั้ย”
“ได้สิได้ตลอด”
“ขอบคุณนะงั้นเราไปล่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะ”
“อืมโชคดีนะ” เจมส์โบกมือลาก่อนจะเดินแยกจากไปไทม์มองแผ่นหลังของเขาจนลับสายตาพร้อมกับคำถามนับไม่ถ้วนที่อยู่ในหัว
เดินมาถึงคาเฟ่ก็พบว่าทุกคนออกมายืนรอกันแล้ว“เรียบร้อยใช่มั้ยคะ” ไทม์พยักหน้าตอบลูซี่ไป
“แล้วคนนั้นน่ะไปไหน” บูมถามขณะที่ปากยังเคี้ยวขนมอยู่ “กลับไปแล้วอ่ะ”
“อ่าว”ไทม์ไหวไหล่เล็กน้อย “งั้นเราก็กลับได้แล้วไป”พี่ลุคพูดขึ้นก่อนจะเดินนำไปยังลานจอดรถ
ขณะที่เดินอยู่ก็เกิดนึกอะไรขึ้นมา“มึง ถามอะไรหน่อยดิ”
“ว่า”ติมหันมาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป “ถ้าสมมติเพื่อนสนิทมาแกล้งมึงแรงๆมึงจะโกรธมั้ย”
ติมที่ได้ยินคำถามนั้นถึงกับหยุดเดินแล้วเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
“โกรธดิเผลอๆ กูจะต่อยกลับด้วย” คำตอบของมันทำเอาไทม์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างที่คิดไว้เลย ไอ้เพื่อนคนนี้มันป่าเถื่อนโคตร
“ถามทำไม”ผมส่ายหัวเล็กน้อย “ป่าวๆ ไม่มีไร” คุยกันเสร็จเราก็เดินกันต่อ
พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้เขาก็ถึงคิ้วขมวดขึ้นมาทันทีทั้งที่ใจอยากจะถามแต่พอเห็นสีหน้าของเขามันกลับพูดไม่ออก
หยุดเดินพร้อมกับหันมองไปยังทางด้านหลังที่เจมส์เดินออกไปเมื่อตอนก่อนหน้าพร้อมกับคำถามในหัว
เจมส์…นายเป็คนยังไงกันแน่นะ