เมื่อสองปู่หลานมาถึงตลาดสดแล้ว เหอหยางเปาก็พาหลานสาวไปที่ร้านขายเนื้อหมูตามที่นาง้า ซูซูชี้ ๆ เอาทั้งเนื้อหมูและกระดูกเพื่อนำไปต้มซุปให้กับท่านปู่ท่านย่ากินบำรุงร่างกาย ส่วนผักนั้นนางซื้อไม่มากนักเพราะท่านปู่บอกว่าที่สวนมีผักอีกมากนัก เหอหยางเปาถือเนื้อหนัก ๆ แทนหลานสาว ส่วนซูซูนั้นถือเพียงผักไม่กี่ต้นเท่านั้น ขณะที่กำลังเดินออกจากตลาด ซูซูก็เงยหน้าหันไปหาท่านปู่เพื่อขอให้ท่านพาไปที่ร้านขายเสื้อผ้าต่อ
“เหตุใดเ้าต้องไปร้านขายเสื้อผ้าด้วยเล่า ท่านย่าเ้าเย็บเอาไว้ให้หลายตัวแล้วนี่นา”
“โธ่ ท่านปู่เ้าคะ ข้าใช่ว่าอยากได้เสื้อผ้าของตัวเองอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่เล่า ข้าอยากซื้อให้ท่านปู่กับท่านย่าต่างหากเล่าเ้าคะ ส่วนของข้าที่ต้องซื้อเพิ่มเพราะท่านย่าอายุมากแล้ว หากปล่อยให้นั่งเย็บนาน ๆ สายตาท่านย่าจะเสียเอาได้”
“อ้อ เช่นนั้นปู่ก็จะพาเ้าไป ปู่คิดน้อยไปจริง ๆ ขอบใจเ้ามากนะซูซูที่ช่วยปู่ดูแลย่าของเ้าน่ะ”
“แน่นอนว่าต้องเป็หน้าที่ของหลานสาวที่น่ารักคนนี้ของท่านปู่อยู่แล้วเ้าค่ะ ฮิ ฮิ ท่านปู่ใยจะต้องขอบคุณข้าอีกเล่าเ้าคะ”
“เฮ้อ เ้านี่นะ นับว่าข้าคิดไม่ผิดที่พาเ้ามาอยู่ด้วยจริง ๆ เ้าช่างกตัญญูนักซูซู”
เหอหยางเปาได้แต่เอามือที่ว่างอีกข้างลูบหัวหลานสาว ตอนนี้เขาไม่กลัวแล้วว่าซูซูจะหลงทาง ในเมื่อ่นี้เขาไม่ค่อยเห็นคนมาเดินในเมืองมากนัก เพราะที่เมืองนี้เป็เมืองห่างไกลซึ่งไม่ค่อยมีสิ่งใดมากนักแต่แรกแล้ว จำนวนคนทั้งในเมืองและหมู่บ้านก็ไม่ได้มากมาย
ซูซูยิ้มอย่างพอใจที่ได้รับคำชมจากท่านปู่และยังรู้สึกถึงความรักความอบอุ่นจากชายชราข้างกายนางที่ดูแลนางมาได้สามเดือนกว่าแล้ว ทั้งที่พวกเขาเฒ่าชรากันแล้วและยังไม่ได้มีรายได้อันใดมากมายนอกจากนำผักมาขายที่ตลาดเป็ครั้งคราวเท่านั้น แต่พวกท่านกลับดูแลนางเป็อย่างดี ตอนนี้นางมีเงินมากพอที่จะดูแลพวกท่านทั้งสองแล้ว ซูซูจึงอยากตอบแทนพวกท่านบ้าง
สองปู่หลานเดินทางย้อนเส้นทางเดิมที่มีร้านขายเสื้อผ้าสองสามร้านตอนเข้าเมืองมา เหอหยางเปาให้หลานสาวเลือกเองว่าอยากเข้าร้านไหน ซูซูเห็นมีร้านหนึ่งที่มีชาวบ้านเข้าไปสองสามคน นางจึงใช้มือข้างที่ว่างจับมือท่านปู่แล้วเดินนำเขาไปยังร้านนั้นทันที
เมื่อเข้าไปในร้านแล้ว ซูซูก็ไม่รอช้าที่จะขอให้พนักงานร้านช่วยนำเสื้อผ้าเนื้อดีมาให้นางดูสักหลายชุด ซูซูใส่แต่เสื้อผ้าเก่าของเหล่าลูก ๆ ของท่านปู่ท่านย่า นางเองจึงอยากหากเสื้อผ้าดี ๆ สักชุดสองชุดเผื่อเวลาที่นาง้าใช้งานจะได้ไม่อายใครมากนัก อีกอย่างซูซูอยากให้ท่านปู่ท่านย่าใส่เสื้อผ้าเนื้อดีบ้าง นางจึงเลือกสั่งพนักงานเช่นนี้
เหอหยางเปาได้ยินที่หลานสาวสั่ง เขาได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าหลานสาวคนนี้อยากให้พวกเขาสบายเป็แน่ เขาเองก็ไม่อยากขัดความปรารถนาของนาง จึงทำได้เพียงรอให้พนักงานร้านเอาชุดมาให้เขาเลือกให้ตัวเองและภรรยาคนละสองตัว ส่วนซูซูตัวน้อยก็เลือกเสื้อผ้าของนางอีกสองตัวเช่นเดียวกัน หากนางสูงขึ้นอีกเมื่อไหร่ ซูซูค่อยเข้ามาซื้อเสื้อผ้าที่นี่ใหม่ก็ยังไม่สาย
หลังจากทั้งสองคนเลือกเสื้อผ้าครบแล้ว ซูซูก็จ่ายค่าชุดไปถึงยี่สิบตำลึงเลยทีเดียว ทำเอาเหอหยางเปาแอบเสียดายเงินไม่น้อย เขาได้แต่ทำใจว่าเงินเหล่านี้เป็ของหลานสาวเขา นางอยากใช้อย่างไรก็ปล่อยนางไปเถอะ ซูซูที่จ่ายเงินและรับเสื้อผ้ามาถือไว้เองเงยหน้าถามท่านปู่ว่าข้าวที่บ้านเราจะหมดหรือยัง นางจะได้ให้ท่านปู่พาแวะซื้อเครื่องปรุงและข้าวสารกลับบ้านกันสักหน่อย ปกตินางเห็นท่านปู่จะเข้ามาในเมืองสองสัปดาห์ต่อครั้งเพื่อซื้อของสดและข้าวสาร คราวนี้ซูซูเห็นว่าไหนไหนก็มากันแล้ว นางจึงอยากจะจ่ายเงินซื้อตอบแทนพวกท่านบ้าง
เหอหยางเปาได้แต่พยักหน้าและพาหลานสาวไปยังร้านขายข้าวสารกับเครื่องปรุงต่าง ๆ ส่วนซูซูที่พอเห็นสินค้าในร้านมากมายจนเลือกไม่ถูกนางก็ได้แต่ขมวดคิ้วและคิดว่าด้วยพละกำลังของท่านปู่กับนางสองคนคงไม่สามารถขนสิ่งของมากมายกลับไปได้แน่ ซูซูจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากท่านปู่
“ท่านปู่เ้าคะ ที่นี่มีร้านขายรถเข็นหรือไม่เ้าคะ ข้าคิดจะซื้อของอีกหลายอย่างเลยกลัวว่าเราจะขนกันไม่ไหวเ้าค่ะ”
“มีสิ ที่นี่มีร้านขายสินค้าที่ทำจากไม้อยู่ไม่ไกลนี่เอง”
“เช่นนั้นหลานฝากเงินท่านปู่สิบตำลึงช่วยไปซื้อแล้วเข็นมาที่นี่ได้หรือไม่เ้าคะ หลานจะเลือกสิ่งของและจ่ายเงินรอท่านปู่ที่นี่เ้าค่ะ ไม่รู้ว่าเงินสิบตำลึงจะพอซื้อหรือไม่เ้าคะ?”
“พอ ๆ เช่นนั้นเ้ารอปู่อยู่ที่นี่อย่าไปไหน ประเดี๋ยวปู่ไปซื้อรถเข็นเสร็จแล้วจะรีบกลับมาหาเ้านะ”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านปู่ รับรองว่าหลานไม่ไปไหนแน่นอนเ้าค่ะ”
หลังจบประโยคของซูซู เหอหยางเปาที่ยังคงถือเนื้ออยู่ก็เดินไปที่ร้านขายงานไม้ที่เขาเคยเห็นว่ามีรถเข็นขนาดใหญ่ขายอยู่ทันที ส่วนซูซูก็ถือเสื้อผ้ากับผักของนางไว้ในอ้อมกอดก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านขายของชำร้านนี้และบอกความ้าสิ่งของต่าง ๆ อย่างรวดเร็วจนเ้าของร้านแทบจำไม่ได้
เ้าของร้านได้แต่ทบทวนสิ่งที่ซูซู้าอีกครั้งก่อนจะให้คนงานตักใส่ถุงให้นางตามที่เด็กน้อยคนนี้้า เขาไม่กลัวว่านางจะไม่มีเงินจ่ายค่าสินค้า ในเมื่อตอนนี้ในมือของนางเต็มไปด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีทั้งนั้น ซูซูที่ยืนคิดอยู่ว่าของที่นางสั่งไปจะมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องไปหรือไม่ นางกลัวว่าจะซื้อไปแล้วท่านย่าขาดเครื่องปรุงอย่างอื่นอีก ตัวนางเองทำกับข้าวไม่เป็มาแต่ไหนแต่ไร อย่างมากนางก็ทำได้แค่อาหารย่างเท่านั้น ซูซูคิดอยู่ไม่นานนักนางจึงตัดสินใจสั่งเครื่องปรุงรสทั้งหมดอย่างละหนึ่งจินทันที นางคิดว่าเผื่อเหลือดีกว่าขาด อย่างไรท่านปู่ก็กำลังไปซื้อรถเข็นมาแล้วด้วย นางไม่กลัวว่าจะไม่สามารถขนสิ่งของพวกนี้กลับบ้านได้
พนักงานร้านต่างรีบตักข้าวให้ซูซูยี่สิบจิน จากนั้นก็หันไปตักเครื่องปรุงใส่ห่อห่อละหนึ่งจินให้นาง ซึ่งเครื่องปรุงต่าง ๆ นั้นมีมากกว่ายี่สิบชนิดเลยทีเดียว กว่าที่พนักงานจะตักเสร็จก็พอดีกับที่เหอหยางเปาเข็นรถเข็นคันใหญ่มาจอดที่หน้าร้านพอดี ซูซูรีบให้เถ้าแก่คิดเงินและให้คนนำข้าวยี่สิบจินขึ้นรถเข็นไปเสียก่อน ขณะที่เครื่องปรุงต่าง ๆ ค่อยทยอยนำมาใส่รถเข็นให้นางทีหลัง
ค่าของชำครั้งนี้นั้น ซูซูจ่ายไปอีกยี่สิบกว่าตำลึงเลยทีเดียว ที่แพงก็เพราะนางสั่งข้าวอย่างดีแทนที่จะใช้ข้าวเหมือนที่ท่านปู่ท่านย่าหุงให้นางกินซึ่งเป็ข้าวผสม แน่นอนว่าซูซูอยากให้พวกท่านเคี้ยวข้าวง่าย ๆ มากกว่าที่จะต้องทนกินข้าวผสมที่มีความแข็งอยู่ด้วย ส่วนเครื่องปรุงที่พนักงานตักเอาไว้ยี่สิบกว่าห่อนั้นก็ถูกนำมาวางเอาไว้ในรถเข็นให้กับสองปู่หลานอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าของครบแล้ว ซูซูก็นำของที่หอบเอาไว้ในอ้อมแขนลงวางในรถเข็นด้วยเช่นกัน นางเดินไปช่วยท่านปู่เข็นรถเพื่อกลับบ้านกัน ตอนนี้เลยเวลาเที่ยงมาไม่น้อยแล้ว ทั้งสองคนกลัวว่าท่านย่าจะเป็ห่วงที่เห็นพวกเขากลับช้าจึงได้เร่งเดินทางกันเร็วขึ้นกว่าขามา
สองเค่อต่อมา ทั้งสองคนก็มาถึงหน้าประตูบ้านท่านปู่ โดยมีชาวบ้านที่เพิ่งกินข้าวเที่ยงเสร็จเห็นสองปู่หลานเข็นรถเข็นคันใหญ่มาก็ได้แต่พากันมาสอบถามว่าพวกเขาไปร่ำรวยอะไรมา เหอหยางเปาได้แต่บอกว่าพวกเขาเพียงแต่นำของป่าไปขายแล้วได้เงินมาซื้อเสบียงอาหารและของใช้ที่บ้านเพิ่มเท่านั้นเอง ด้วยเขารู้ดีว่าหากชาวบ้านรู้เื่โสมเข้าล่ะก็ ทุกคนคงบังคับให้ซูซูช่วยพาไปขุดโสมอย่างแน่นอน เขารักหลานของเขามากจึงไม่อยากให้ใครมาใช้ประโยชน์จากนาง
ซูซูเปิดประตูหน้าบ้านให้ท่านปู่เข็นรถเข็นเข้าบ้านหลังจากท่านพูดคุยกับชาวบ้านแล้ว นางยังย่อกายคารวะเหล่าชาวบ้านอย่างน่ารักก่อนขอตัวเข้าบ้านเพื่อช่วยท่านปู่กับท่านย่าเก็บของอีกต่างหาก แน่นอนว่าก่อนเข้าบ้านซูซูปิดประตูรั้วอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเห็นว่าพวกนางซื้อสิ่งใดมาบ้าง