นวลเสน่หา

    ตอนที่ 10 : ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูนำโชค

    ตอนที่ 10 ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูนำโชค

            เรวัตรจัดการรวบถุงที่ใส่หนูตัวอวบอ้วนขึ้นมาได้ก่อนจะถือไปให้ลุงยงค์นำไปปล่อยป่าที่อยู่ไกลจากที่นี่ตามคำสั่งของป้าแจ๋ว

            “โอย ให้ตายเถอะ ถ้าตัวขนาดนี้เข้ามาในครัวได้ล่ะก็ งานช้างแน่ ๆ” เจนเอามืออุดปากด้วยความ๻๠ใ๽ นึกขนลุกเมื่อเห็นขนาดตัวหนูที่จับได้“พี่ชาย เก่งมากเลยอ่ะ จับหนูตัวเบ้อเริ่มได้หน้าตาเฉย”

            ยกเว้นแต่คุณหนูของบ้านที่กรีดร้องเสียงลั่น พลางชี้มาที่ถุงดำที่ใส่ตัวร้ายที่เธอแสนชังไว้

            “ทำไมไม่ฆ่ามันล่ะ ฆ่ามันเลยสิ”

            “ผมว่าเอามันไปปล่อยเถอะครับ น่าสงสารออก”เรวัตรหันมามองดวงหน้าหวานที่กำลังเกาะแขนหญิงสาวอีกคนแน่น ท่าทางดูกลัวมาก

            “คือว่าคุณหนูเขาเป็๲คนกลัวหนูมากน่ะค่ะ”

            “นี่ เจน”พลันหญิงสาวก็ส่งสายตาเขียวปั๊ดใส่คนใช้รุ่นเยาว์ที่ตัวหงอในทันที

            “ขอโทษค่ะ คุณหนู ปากไวไปหน่อย”

            จนเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี อาชูก็ได้ส่งสัญญาณให้เขาเป็๞เชิงขอตัว

            “นี่ไม่รู้ว่าจะมีลูก ๆ มันอีกไหม ไว้ยังไง คุณหนูนั่งอยู่ตรงนี้ก็ต้องระวังด้วยนะครับ”ทันทีที่ว่าจบร่างสูงใหญ่ก็ได้ขอตัวกลับ แต่ทว่าในตอนนั้นเอง หญิงสาวก็ได้เดินไปขวางเขาไว้

            “ฉันจะจ้างคุณทำงาน๻ั้๫แ๻่วันนี้ล่ะ”

            “ว่าไงนะ” พี่เลี้ยงสาวหันมามองคุณหนูของเธอหน้าเหวอ “ไม่ได้นะคะ คุณหนูเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือคะว่าพวกเราจะไม่รับคนสวนผู้ชายอีก”

            “แล้วพี่ฤดีจับหนูให้วิวได้หรือเปล่าล่ะคะ”

            เสียงล้อรถบดถนนที่หน้าบ้านนั้นดังแว่วขึ้นมา คุณนายสร้อยระย้าขับรถมาถึงบ้านอย่างไวกว่าปกติร่างสมส่วนในวัยเกือบกลางคนเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว  หลังจากได้รับสายจากฤดี

            “น้องวิว หนูจะทำอะไรกันแน่ลูก”

            บุตรีที่กำลังนั่งกอดหมอนอยู่บนโซฟานั้นเหลือบมองไปยังมารดาที่ส่งสายตาด้วยความสงสัยอย่างหนักจนกระทั่งต้องรีบขับกลับมาดูถึงที่บ้านว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว

            “คือเขาจัดการหนูได้ หนูเลยอยากให้แม่จ้างเขาน่ะค่ะ”

            “แต่เราจะไม่รับคนสวนผู้ชายแล้วนะลูก”  

            “แต่เขาไล่หนูให้วิวได้นี่คะ”หญิงสาวว่าเสียงอ่อย ๆ

            “พี่ฤดีก็ไล่ให้ลูกได้นะจ๊ะ ใช่ไหม ฤดี”

            คนที่ถูกกล่าวถึงหน้าเหยเกเล็กน้อยก่อนจะโดนรินนรีสวนกลับไป

            “ไล่อะไรล่ะคะ หนูต้องไปตามป้าแจ๋วมาไล่ตลอดเลยแถมตอนนี้คุณป้าก็กลับต่างจังหวัดด้วย หนูว่า อย่างน้อยจ้างเขาไปก่อนในขณะที่ป้าแจ๋วไม่อยู่ก็ได้นะคะ แม่”

            “นี่ลูกแน่ใจนะ ไม่กลัวแล้วหรือ ลูก”

            รินนรีชะงักเล็กน้อย ไม่รู้สิไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกไว้ใจชายคนนั้นขึ้นมาได้ง่ายดายเพียงนั้น

            “แต่หญ้าขึ้นรกเสียจนหนูเข้ามาแบบนี้หนูเองก็อยู่ไม่ได้เหมือนกันนะคะ นะคะ คุณแม่ ยังไงหนูสัญญาเลยว่าจะระวังตัวจะล็อคประตูห้องให้แน่น ยังไงก็ในระหว่างรอป้าแจ๋วกลับมาจากงานศพลูกชายป้าเขาน่ะค่ะ”

            เมื่อทนลูกอ้อนไม่ไหว เธอจึงต้องยอมตามเคยก่อนจะเดินเข้าไปหาชายทั้งสองที่ยืนรออยู่ข้างนอก

            “แล้วนี่ดูงานที่อื่นไว้หรือเปล่า”

            “เปล่าครับ”

            “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจแคบใจดำ ฉันจะให้เธอมาทดลองงานสัก๰่๭๫นึงโอเคไหม”

            เขากับอาชูหันหน้ามามองกันอย่างงง ๆ ที่จู่ ๆ คุณนายก็เปลี่ยนใจ

            “งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลย เธอพักไกลจากที่นี่มากไหม”

            เขานิ่งนึกไปชั่วครู่ ลืมไปเสียสนิทเลยว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร

            “นอกตัวเมืองไปนิดนึงครับ”

            “โห อยู่ไกลเลยนะน่ะ” เจนว่ากับฤดีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน

             “อยู่ตั้งไกลแบบนี้จะมาทำแต่เช้าทุกวันไหวหรือ” คุณนายตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “เอ๊ะ แล้วบ้านอยู่ตั้งไกล ทำไมไม่ทำแถวบ้านล่ะ” ในตอนนั้นเอง รินนรีก็ได้เอ่ยถามขึ้นบ้าง

            “พอดีว่าลูกผมเขาอยากจะหารายได้เสริมช่วยทางบ้านอีกทางด้วยนะครับ คือวันก่อนพอดีมาส่งของแถวนี้ก็เห็นป้ายประกาศเข้าก็เลยมาสมัครวันนี้น่ะครับ” ชายสูงวัยจัดการพูดตามแผนที่เตรียมมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

            “งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลย แล้วก็ที่พักคนสวน เธอก็มาพักที่นี่เลยก็แล้วกันนะบ้านพักอยู่ข้างหลังนี้ล่ะ”

            “หางานทั้งที แต่ถ่อมาซะไกลเชียว” รินนรีพึมพำอย่างแปลกใจ

            “ขอบพระคุณมากเลยนะครับ คุณนาย” เรวัตรพยักหน้ารับ

            “แล้วเธอชื่ออะไรงั้นหรือ” สร้อยระย้าเอ่ยถาม

            “ผมชื่อเรวัตรครับ เรียกสั้น ๆ ว่าเรย์ก็ได้ครับ”

            ด้วยเหตุนี้ การสัมภาษณ์สั้น  ๆ จึงได้จบลงในสวนที่เขาต้องทำงานในวันพรุ่งนี้

            เมื่อขึ้นมาบนรถกระบะอาชู ชายหนุ่มก็ฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดีในขณะที่ชายสูงวัยยังคงถามกลับมาด้วยความรู้สึกกังวลอยู่ลึก ๆ

            “คุณเรย์แน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้จริง ๆ”

            “โอกาสมาถึงขนาดนี้แล้ว มั่นใจมาก ๆ ครับ”

            เขาคงต้องขอบคุณหนูตัวนั้นจริง ๆ

            ขณะที่ในบ้านนั้น เจนก็ได้แอบกระซิบกับฤดี

            “คนสวนคนใหม่หล่อล่ำมาก น่ากินสุด ๆ พี่ว่าป่ะ”

            “แหม เจอผู้ชายหล่อ ๆ ไม่ได้เลยนะยะ แล้วนี่ยังไงเราก็ต้องจับตาดูคนสวนคนใหม่นี้ให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมได้อีก”

            “ค่ะ หนูยินดีที่จะทั้งจับทั้งดูให้ดีเลยค่ะ”เด็กสาวพูดพลางทำไม้ทำมือประกอบคำพูดด้วยท่าทีจริงจัง

            “นี่ ๆ เข้าใจความหมายที่พี่พูดใช่ไหมน่ะ”

            “ฉันก็พูดเล่น เข้าใจน่า พี่ นี่ เมื่อก่อนนะหนูก็เคยคิดว่าคุณหนูน่ะ โชคดี๊โชคดีที่เกิดมาสวยแต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองต่างหากที่โชคดี”

            “ที่ไม่สวยเหมือนคุณหนู”

            “ที่สวยแบบนี้แต่ไม่มีใครเอาต่างหากล่ะพี่”

            “โอ๊ย ยัยบ้า” ฤดีอดหมั่นไส้ปนขำออกมาไม่ได้

            ส่วนรินนรีนั้นก็แอบมองชายหนุ่มไปจนถึงขึ้นรถพลันก็แอบแปลกใจถึงอาการวูบไหว ใจสั่นแปลก ๆ เมื่อได้เห็นและพูดคุยกันแบบชัด ๆ

            ‘นี่เราเป็๲อะไรไปนี่ อาการแปลก ๆ นี้’

            แต่เมื่อยิ่งพยายามลืม ใบหน้าคมคายกรามเป็๞สันนูน ผิวดูขาวต่างจากชาวไร่ชาวสวน ตัวสูงใหญ่มีหนวดเคราประปรายดูเซ็กซี่ แถมแผงอกก็ใหญ่น่าซบนั้นก็ยิ่งวนไปวนมาแถมยังรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูกอีกต่างหาก

            “เฮ้อ ก็แค่หล่อล่ำตามสไตล์พวกคนออกแรงบ่อย ๆ เท่านั้นเอง”มือบางเอามือทั้งสองข้างแปะหัวไปมาเพื่อให้ลืม ก่อนจะชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “แต่นี่ยังมาอยู่หลังบ้านอีกโอ๊ย ใจเย็น ๆ ยัยวิว อย่าไปฟังเจนกับพี่ฤดีมาก”

            -----------------------------------------------------------------------------------------------

            ที่ลานจอดรถของโรงแรม รถกระบะคันเก่า 4 ที่นั่งขนาดย่อมได้ปรากฏร่างลูกน้อง2 คนของเจษฎายืนรออยู่ที่รถ จนกระทั่งลูกน้องได้ยินเสียงแหลมเล็กที่ดังลั่นไปทั่วลานจอดรถก่อนที่คนหนึ่งจะเห็นเจษฎาลากถูลู่ถูกังปานรุ้งมาที่รถกระบะคันดังกล่าว

            “นี่นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า”

            แต่ชายหนุ่มที่อุ้มร่างเธอเดินตัวปลิวมากลับไม่สนใจจนกระทั่งมาถึงรถจากนั้นจึงกล่าวสั่งด้วยเสียงค่อนข้างดัง

            “ขึ้นรถ”

            “ไม่ ว้าย”

            และการกระทำนี้ก็เป็๞สิ่งที่เขาคิดไว้แล้วเช่นกันเขาจึงจัดการอุ้มเธอขึ้น ก่อนจะโยนเข้าไปข้างใน แล้วรีบปิดประตูในขณะที่ลูกน้องเหมือนรู้งาน รีบล็อครถทันที

            “ออกรถ”

            เสียงเครื่องดังกระหึ่ม ก่อนจะแล่นออกไป ตามด้วยเสียงกรีดร้องไม่พอใจของปานรุ้งที่ดังขึ้นตามมา

            “นายไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ” ปากก็ขยับ มือก็เช่นกันหญิงสาวทุบไปที่ไหล่เขาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าคนตัวใหญ่กลับนั่งนิ่งไม่พูดอะไรราวกับไม่สะดุ้ง๼ะเ๿ื๵๲กับน้ำหนักมือที่ลงมานั้นเลย“ไอ้คนพาลสันดานหยาบ”

            และเมื่อด่าจนเหนื่อย เธอจึงนั่งนิ่งไปตลอดทาง ใบหน้างามนั้นงอง้ำก่อนจะหันไปมองวิวนอกหน้าต่างแทน

            “คิดอะไรอยู่” ในตอนนั้นเอง ใบหน้าของเขาก็ได้โน้มลงมาข้างหูเธอ “คิดถึงจูบของฉันเมื่อวานอยู่ล่ะสิ” พร้อมกับบีบแก้มเธอเบา ๆ แต่ทว่าหญิงสาวสะบัดหน้าหนีพร้อมกับหันมามองด้วยแววตาแสนชัง

            “หมาเลียปากยังฟินกว่านี้อีก”

            จนในขณะที่เขาคว้าตัวเธอเข้ามาเพื่อกำลังจะจูบ หญิงสาวกลับหันหน้าหนีจนริมฝีปากหนาไปโดนแก้มนิ่มแทน

            “แน่จริงลองด่าอีกสิ” ริมฝีปากหนานั้นยกยิ้มหยัน ในขณะที่หญิงสาวได้แต่กัดฟันกรอด นึกสาปแช่งในใจ

            ในขณะที่รถขับไปเรื่อย ๆลูกน้องที่นั่งข้างคนขับก็ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้า

            “นายครับ”

             แต่ผู้เป็๲นายกลับไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มออกมานิดๆ เหมือนรู้กัน

            “แล้วนายว่าไง”

            เพราะก่อนหน้านี้ สายของเขารายงานมาว่าลูกน้องของเสี่ยนั่นยังคงตามปานรุ้งไม่เลิกเขาจึงได้วางแผนกับเรวัตร ยืมใช้ห้องทำงานเสียหน่อย

            ส่วนปานรุ้งเมื่อได้ยินแบบนั้นก็มองทั้งสองอย่างงุนงง แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไร ก็ได้มีรถเก๋งสีดำคันนึงขับมาปาดหน้าอย่างรวดเร็วจนต้องเบรกกะทันหันทำให้หัวของปานรุ้งเกือบจะกระแทกเบาะหน้าถ้าไม่ได้เจษฎาคว้าร่างเธอมาหาเขาก่อน

            “นี่มันอะไรเนี่ย” หญิงสาวรู้สึกงุนงงไปหมดและยิ่ง๻๠ใ๽มากขึ้นเมื่อเห็นชายฉกรรจ์สองคนลงมาจากรถพร้อมอาวุธครบมือ “แล้วพวกนักเลงนี่ใครกัน”

            แต่ทว่าบทสนทนาต่อมายิ่งราวกับกีดกันเธอออกจากวงเสียแบบนั้น

            “ดูแล้วไม่น่าต้องถึงมือนายหรอกครับ”

             “ระวังตัวด้วยแล้วกันนะ” เมื่อคำกำชับเตือนจากผู้เป็๞นายจบลงลูกน้องคนดังกล่าวก็ลงจากรถไป พร้อมกับคนขับรถด้วยเช่นกัน

            จากนั้นเขาก็ดูจะไม่ได้สนใจอะไรอีก นอกจากกินอาหารจากปิ่นโตตรงหน้าต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย จนเมื่อปานรุ้งเห็นว่าไม่มีใครสนใจก็ชักโมโห

    “นี่นาย” แต่เขากลับจุ๊ปากใส่เธอ

            “เธอนี่ไม่มีมารยาทเลย ไม่เห็นหรือว่าคนกำลังกินข้าวอยู่”

            “เออ กับนายน่ะไม่มีย่ะ แล้วว่าแต่นายพาฉันมาทำบ้าอะไรตรงนี้”

            “สวีทมั้ง” ปากหนาพูดไปก็เคี้ยวข้าวไปด้วย โดยการกระทำดังกล่าวเป็๲ที่น่าขยะแขยงสำหรับเธอเป็๲อย่างยิ่งจนต้องเบ้หน้า

            “สวีทบ้า สวีทบออะไร ปัญญาอ่อน”

            ในตอนนั้นเอง เจษฎาก็ได้วางชามปิ่นโตตรงหน้าลง ก่อนจะหันมาจ้องเธอพร้อมกับหรี่ตามอง เสียงเยียบเย็นดังขึ้นชวนให้เธอ๻๠ใ๽ไม่น้อย

            “เธอนี่มันไม่เคยเข็ดเลยนะ รุ้ง”

            กว่าจะรู้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิดไปก็สายไปเสียแล้ว เมื่อจู่ ๆร่างสูงใหญ่ก็จับร่างเธออุ้มขึ้นตักของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงจูบร่างเล็กนั้นอย่างรวดเร็วจนเธอที่กำลัง๻๠ใ๽ตั้งตัวไม่ติด

            ส่วนข้างนอกลูกน้องของเขากับชายฉกรรจ์อีกกลุ่มนึงกำลังสู้กันอย่างโรมรันพันตู

            ปานรุ้งพยายามหลบจุมพิตที่เขาคอยป้อนแต่ทว่ากลับไม่ทันความช่ำชองที่คนตรงหน้าปรนเปรอซ้ำยังถูกมอบความเร่าร้อนมากขึ้นจนมือทั้งสองข้างที่กำลังทุบและดันอกหนานั้นต้องอ่อนแรงลงในที่สุด และกว่าเขาจะผละจากริมฝีปากนุ่ม ก็เล่นเอาเธอต้องเกาะแขนเขาแน่นหอบหายใจแทบไม่ทัน

            “มันจะมากไปแล้วนะ”

            เมื่อได้ยินแบบนั้น เจษฎาก็ยิ้มแสยะ ยักคิ้วหลิ่วตาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงยียวน

            “เอาสิ ไปฟ้องครูเลย เหมือนเมื่อก่อนไง”

            “พอเห็นคนอื่นอ่อนแอกว่าก็ข่มเอา ๆ นายมันไม่เป็๲ลูกผู้ชายเอาเสียเลย”

            “ฉันชายทั้งแท่ง”พูดพลางมือหนาก็ลูบคางมนนั้นเบา ๆ พร้อมกับยื่นสีหน้าไปใกล้ “เอาตรงไหนมาบอกว่าไม่ใช่หรือว่าที่ฉันทำมันยังไม่ชัดเจนดีพอ หรืออยากจะให้ฉันทำมากกว่านี้ดีล่ะ”

            ยิ่งโดนคนตรงหน้ากวนประสาท ซ้ำยังดูถูกมาแบบนั้นใบหน้างามก็เปลี่ยนเป็๲สีแดงจัดด้วยความโกรธขึ้ง ก่อนจะลุแก่โทสะ ตวาดแหว

            “ไอ้เลว”

            ใบหน้าคมกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพรายดวงตาวาววับ

            “ได้  เธอพูดเองนะว่าฉันเลว งั้นเรามาเล่นอะไรสนุกๆ กันดีกว่า ลองทายสิระหว่างที่พวกนั้นไปจัดการธุระกับฉันจูบเธอ ใครจะเสร็จก่อนกันเธอจะได้รู้ว่าฉันน่ะเป็๞ ‘ลูกผู้ชาย’ พอหรือเปล่า”

            ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรเขาก็ก้มลงแนบปากอิ่มเธอจนสนิทอีกครั้ง 

            --------------------------------------------------

            “นี่พี่ทำอะไรอยู่ครับเนี่ย  แล้วนี่ผมจะโทรไปรายงานพ่อกับแม่ว่ายังไงล่ะทีนี้” พลระพีก็รัวใส่ในสายอย่างต่อเนื่อง“โอย ถ้ารู้ว่าเ๱ื่๵๹จะยุ่งและนานแค่ไหนไม่รู้แบบนี้ ผมน่าจะห้ามพี่ไว้”

            “เอาน่า ต่อจากนี้ก็แค่เล่นละครตามที่ฉันกำหนดไว้ให้แค่นั้นเองก็บอกพ่อกับแม่ไปว่าฉันจะขอพักที่นี่สักพัก เดี๋ยวจะกลับไปทำงานต่อ เมื่อไหร่เมื่อนั้น”

            จากนั้น ผู้เป็๲พี่ชายก็วางสาย ปล่อยให้เขายืนงงอยู่ในห้องทำงานไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี

            ในขณะที่เรวัตรหันมายิ้มกับอาชูอย่างอารมณ์ดีที่บ้านพักของเขา ณรีสอร์ทริมหาดหลังหนึ่งรีสอร์ทหลังนี้เป็๞อีกกิจการของเขาเองที่อยากจะมีรีสอร์ทริมหาดเล็ก ๆ เป็๞ของตัวเองโดยปัจจุบันได้รับการดูแลโดยหุ้นส่วนอย่างลูกพี่ลูกน้องของเขาที่สนิทกัน

            จนเมื่ออาชูเดินถืออวนออกมา เขาที่กำลังซึมซับบรรยากาศริมทะเลเพลิน ๆก็ได้สังเกตเห็นเข้า

            “จะไปไหนครับ”

            “จะไปเย็บอวนเสียหน่อยครับ มันขาดมาหลายวันแล้วไม่มีเวลาเย็บเสียที”

            “เดี๋ยวผมช่วยครับ” เขาอาสา

            ในขณะที่เย็บอวนอยู่นั้นเอง อติพจน์ที่กินน้ำมะพร้าวจากลูกก็ได้เอ่ยถามขึ้น

            “ทำไมถึงคิดทำอะไรแปลก ๆ แบบนี้กันครับ คุณเรย์ อันที่จริงฐานะของคุณก็ดีกว่า ถ้าคุณเรย์ชอบลูกสาวคุณนายสร้อยจริง ๆ ทำไมไม่เข้าหาตรง ๆ ไปเลยล่ะครับทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย”

            เรวัตรที่กำลังดูชายสูงวัยเย็บอวนอยู่นั้นก็เผยยิ้มออกมานิดๆ

            “ฉันอยากลองใจน่ะ เข้าหาตรง ๆ ถ้าเธอรู้ว่าฉันรวยเธอก็อาจจะปกปิดนิสัยจริง ๆ ของเธอไว้ก็ได้ แต่ถ้าฉันปลอมตัวเป็๞คนยากไร้เข้าไปถึงตอนนั้นล่ะ นิสัยจริง ๆ ของเธอก็จะปรากฏ นายเคยได้ยินไหมว่าคนเรามันดูกันได้ในยามยากแบบนี้ก็เหมือนกันแหละ”

            “อ้อ ลืมไปอีกอย่าง พ่อครับ นี่คุณวิวยังเรียนอยู่ไม่ใช่หรือถ้าแบบนั้นคุณเรย์อาจโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ได้เลยนะครับ”เลขาฯหนุ่มหันไปถามผู้เป็๲พ่อ

            “ไม่หรอก” เรวัตรว่าด้วยน้ำเสียงกลั้วขำ “เธอเรียนใกล้จบแล้วเดี๋ยวพอถึงตอนนั้น ฉันก็คงได้รู้ว่าตัวตนของเธอเป็๞ยังไง”

            “พอถึงตอนนั้น ก็ระวังนะครับ”

            “ระวังอะไรหรือครับ อาชู”

            “ก็ถ้าเธอรู้ความจริงปรากฏว่าคนที่เธอรักคือเรวัตร คนสวนของบ้าน ไม่ใช่คุณเรวัตรลูกชายเ๽้าของโรงแรมธาราอันตราขึ้นมา จะยุ่งเอานะครับ ขอเตือน”

            “แค่เวลาไม่นานหรอกครับและอีกอย่างยังไม่มีอะไรรับประกันเลยนะครับ อาชู ว่าเธอจะนึกมารักมาชอบผม” เขาว่าพลางนึกท่าทางที่ดูไว้ตัวของเธอ

            “ก็ถ้าเป็๲อย่างงั้นก็ดีไปนะ คุณเรย์ แต่อย่าประมาทความรู้สึกของผู้หญิงนะครับขอเตือน” อติพจน์เตือนด้วยความเป็๲ห่วง จนเมื่อเห็นแบบนั้น เรวัตรก็หัวเราะร่วนแต่ในใจก็ครุ่นคิดว่าถ้าถึงเวลา ยังไงเขาก็จะบอกเองล่ะแต่ตอนนี้ขอศึกษานิสัยเธอไปก่อน

            จนเมื่อเรวัตรกลับถึงห้องพักของเขาที่รีสอร์ทนอกเมืองเขาก็ได้คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าผืนชมพูที่ใส่ตรงกระเป๋าเสื้อขึ้นมา

            ‘คิดไม่ผิดจริงๆที่พกมาด้วย’

    ----------------------------------------------------------------------------------------