ตอนที่ 7 ถอยเพื่อรุก (2)
“ข้ารู้ ข้าไม่ได้โทษเ้า อาหญิงสามให้ไต้เม่ามาเช่นนี้ คือคะเนไว้แล้วว่าพวกเ้าต้องยอมเปิดประตูแน่” สวี่เฉิงอวี๋คิดเล็กน้อยก่อนพลิกตัวลงจากเตียง ทว่ากลับเกี่ยวรองเท้าไว้กับเท้า ไม่ยอมสวมให้ดีๆ “นางเฝ้าอยู่หน้าประตูพวกเราหรือ”
“เ้าค่ะ ข้าได้ยินลี่ว์จูพูดว่า มีจัดการให้คนออกไปข้างนอกซึ่งอีกเดี๋ยวคนกลับมา ข้าคิดว่าพี่หญิงไต้เม่าเฝ้าประตูอยู่เช่นนี้ สักพักต้องเจอกันแน่เ้าค่ะ” อวิ๋นจูเองก็ร้อนใจจนสาวเท้าเข้ามาตรงหน้า ครั้นเห็นสวี่เฉิงอวี๋้าน้ำ ก็รินน้ำชาลงถ้วยอย่างว่าง่ายแล้วส่งไปข้างมือนาง “พวกเราไม่ได้ทำเื่น่าละอายใจ แต่ข้าเห็นท่าทางของนายหญิงสามที่จะบีบให้คุณหนูไปเสียวันนี้ให้ได้ หากนายหญิงสามรู้เข้าว่าคุณหนูสืบอยู่ว่าใครเป็คนปากพล่อยละก็ คิดว่านางคงยิ่งไม่พอใจเป็แน่เ้าค่ะ”
เดิมทีการที่นางสืบเื่เหล่านี้เป็เื่สมเหตุสมผล เหลียงซื่อไม่พอใจแล้วจะทำเช่นไรได้
สาวใช้ที่ปรนนิบัติข้างกายนางปิดปากไม่สนิท นางจะสืบให้ชัดเจนแล้วไล่ออกไม่ได้เชียวหรือ
แต่จะปล่อยให้ไต้เม่ามาขวางอยู่ตรงนี้ไม่ได้
นางกลัวว่าเหลียงซื่อยังจะส่งคนไปที่เรือนของท่านแม่อีก ที่ไต้เม่ามาที่นี่เป็เพียงแค่แผนทำให้สับสนเท่านั้น หากว่าบีบให้นางออกมาได้ถือว่าดีที่สุด แต่หากบีบนางไม่ได้ ขวางคนในเรือนของนางเอาไว้ได้ และขวางคนนอกเรือนที่จะกลับมารายงานไว้ได้ ไม่ต้องทำอะไรก็สามารถเชิญท่านแม่ไปที่บ้านสามได้ ถึงตอนนั้นไม่ใช่ว่าเหลียงซื่อจะพูดอะไรก็ได้แล้วหรือ
เดิมทีเื่นี้ไม่ใช่เื่ใหญ่จริงๆ รอให้ท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่กลับมาแล้วไปขอบคุณที่จวนของเซียวิ่หางด้วยตนเอง ส่วนด้านหลงจู๊ซุนเพียงดูว่าท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่คิดจะจัดการอย่างไรค่อยว่ากันก็จบแล้ว ในบ้านใครยังจะทำอะไรสวี่เฉิงอิงได้อีก
นางไม่ได้รับาเ็ ต้นเหตุเองก็ไม่ใช่เพราะสวี่เฉิงอิงเป็คนก่อนเื่ขึ้น แต่เหลียงซื่อกลับไม่ยอมเลิกราเช่นนี้
ดูท่าแล้วเหลียงซื่อจะใช้ครึ่งชีวิตที่ผ่านมาอย่างเสียเปล่าจริงๆ
วิสัยทัศน์คับแคบเช่นนี้ มองแต่เื่ในเรือน ทั้งวันเอาแต่เฝ้าอยู่กับพื้นที่เล็กจ้อยของตนเอง คิดเล็กคิดน้อย วางแผนอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่รู้ว่าแผนการและเส้นสายที่นางใช้เ่าั้ผู้อื่นไม่ได้นำมาใส่ใจเลย
สวี่เฉิงอวี๋ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากดื่มไปหนึ่งอึก ปลายลิ้นมีแต่รสขมฝาด “เ้าไปบอกไต้เม่าว่าข้าตื่นแล้ว พอได้ยินว่านางมา เดิมก็คิดจะเรียกนางให้เข้ามาพูดคุยในห้อง แต่ตอนเช้าข้าใจึงไม่ค่อยสบายตัวนัก ยามนี้ไม่มีแรงจริงๆ อีกทั้งรู้สึกคลื่นไส้ตลอดเวลาทำให้ไม่อยากพบใครทั้งนั้น จึงส่งเ้าออกไปเชิญหมอ ขอให้นางรีบกลับไปที่บ้านสาม ไม่ต้องอยู่รอข้าต่อ”
อวิ๋นจูคิดเล็กน้อย นี่ก็ถือเป็หนทางหนึ่ง ในเมื่อนายหญิงสามไม่ยอมเลิกรา ้าบีบให้คุณหนูไปพบที่บ้านสามให้ได้ จะหลบเลี่ยงก็หลบเลี่ยงไม่ได้ เช่นนั้นสู้ทำอะไรเปิดเผยไปเลยดีกว่า คงไม่ถึงขั้นที่คุณหนูบอกว่าจะเชิญหมอมาแล้ว นายหญิงสามยังจะลากคุณหนูไปพูดคุยที่บ้านสามให้ได้อีก
แต่พูดถึงเื่การไปเชิญหมอเข้ามาในจวน...
อวิ๋นจูยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ “คุณหนูบอกว่าไม่อยากทำให้นายหญิงทราบเื่นี่เ้าคะ หากยามนี้ไปเชิญหมอ ข้าเกรงว่านายหญิงสามจะอาศัยเื่นี้ทำให้เป็เื่ใหญ่”
“นางไม่ทำหรอก”
สวี่เฉิงอวี๋วางถ้วยชาลงไปบนโต๊ะสี่เหลี่ยมสีดำแล้วเอ่ยปากเสียงเรียบ
เหลียงซื่อวิสัยทัศน์คับแคบ แต่ยังดีที่พอจะมีสมองอยู่บ้าง ถือว่ายังฉลาด ไม่กล้าบีบคั้นคนมากเกินไปจริงๆ นางยอมถอยสองก้าว เหลียงซื่อยังบีบต่อไป ถ้าเช่นนั้นนางก็รุกหน้าหนึ่งก้าว หากว่าเหลียงซื่อไม่ยอมถอย เช่นนั้นเท่ากับต้องปะทะกันไม่ใช่หรือ
เื่ในวันนี้เหลียงซื่อเพียงคิดจะผลักให้สวี่เฉิงอิงหลุดจากเื่นี้เท่านั้น ไม่มีความจำเป็ต้องสู้กับนาง
สวี่เฉิงอวี๋โบกมือให้นางไป “เ้าทำตามที่ข้าพูดก็พอ ไปบอกไต้เม่าว่าข้าไม่สบาย จะเชิญหมอมาตรวจอาการ แต่ที่ข้าไม่ได้ให้พวกเ้าไปรายงานท่านแม่เพราะกลัวว่าท่านแม่จะเป็ห่วงข้า ดังนั้นพอกลับจวนมาถึงได้ไม่ไปพบ ยามนี้ข้าได้หลับไปตื่นหนึ่งแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยสดชื่นนักจึงต้องไปเชิญหมอ ทว่าข้าก็ยังไม่คิดจะบอกท่านแม่ หากว่าไม่ดีขึ้นจริงๆ ย่อมต้องเรียกให้พวกเ้าไปรายงาน หากไม่มีเื่ใหญ่อะไรก็จะปล่อยเื่นี้ผ่านไป ไต้เม่ามาเป็ตัวแทนอาหญิงสาม คำพูดเหล่านี้นางจะต้องกลับไปรายงานอาหญิงสามทุกคำแน่ ยังจะไปสร้างเื่ที่เรือนท่านแม่เชียวหรือ”