ตอนที่ 19 สองนางเซียนสัพประยุทธ์
เนินเขานกร้องเป็เนินเขาขนาดใหญ่ระหว่างเมืองลู่เป่ยกับชุนหนิวพื้นที่ส่วนใหญ่เป็ที่โล่งกว้างประกอบด้วยทุ้งหญ้ากว้างหลายลี้ บัดนี้พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยน้ำแข็ง ใบหญ้าแต่ละใบกลายเป็น้ำแข็งสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ
ที่ใจกลางมีสองนางเซียนชุดขาวกำลังต่อสู้กันดุเดือดพวกนางทั้งคู่สวมผ้าคุมหน้าแต่นั้นก็ไม่อาจปิดบังความงดงามปานหยาดฟ้าของพวกนางได้มิดพวกนางคือสองในสิบรายชื่ออันดับสาวงามชั้นเอก ทั่วทั้งแผ่นดินที่กว้างใหญ่นี้มีสตรีที่เทียบเคียงพวกนางได้แค่สิบคน
หนึ่งคือนางเซียนบัวเหมันซูรั่วซานอีกหนึ่งคือนางเซียนหิมะสงบนิ่งเสวี่ยเหวินถงทั้งคู่เป็ยอดนางเซียนแห่งหุบเขาสระเหมันอันเลื่องชื่อ บัดนี้พวกนางกลายเป็ ต่อสู้ประหัตปะากันเอง
ซูรั่วซานโคจรปรานน้ำค้างอรุณถึงขีดสุดไอเหมันพุ่งทะลุขีดจำกัดในมือถือกระบี่วิจิตโจมตีไปที่สตรีตรงหน้ารอบข้างประกอบไปด้วยคมกระบี่เหมันพุ่งโจมตีต่อเนื่องราวภาพติดตา
เสวี่ยเหวินถงไม่ชักกระบี่ เพียงแค่ใช้มือเดียวรับมือการรุกโจมตีของซูรั่วซานั้แ่ต่อสู้กันมาเนิ่นนาน นางเอาแต่ตั้งรับขาทั้งสองของนางไม่ได้ก้าวจากจุดเดิมแม้แต่ก้าวเดียว
กึง กึง กึง กระบี่แล้วกระบี่เล่าที่วาดออกล้วนไม่สามารถผ่านมืออันขาวบอบบางตรงหน้า คมกระบี่เหมันของนางก็ถูกคมกระบี่เหมันของเสวี่ยเหวินถงสกัดเอาไว้ ซูรั่วซานโคจรปรานเร็วขึ้นเนตรงามเปล่งแสงเหมัน ดอกบัวเหมันกว่าพันดอกลอยละล่องเต็มบริเวณ
“อณาเขตบัวเหมันเ้าฝึกได้ถึงขั้นที่สองแล้ว?พร์เ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”เสวี่ยเหวินถงกล่าวเสียงเรียบ
“ฝึกฝนถึงขั้นที่สองแล้วอย่างไรยังสามารถเทียบกับศิษย์พี่ได้อีกหรือ”
“ซานเอ๋อเ้ายังเยาวน์นัก ในอนาคตไม่แน่จะเทียบข้าไม่ได้...น่าเสียดาย”
ซูรั่วซานชี้กระบี่ไปข้างหน้ากระบี่บางเรืองแสงสีฟ้าสว่างสไว ดอกบัวน้ำแข็งนับพันคลี่บานออกก่อนจะสลายกลายเป็กลีบบัวน้ำแข็งนับไม่ถ้วนลอยมารวมตัววนอยู่ที่ร่างซูรั่วซาน
“ศิษย์พี่ข้ารู้ว่าข้าไม่อาจเทียบท่านได้ แต่กระบวนท่าต่อไปนี้ต่อให้เป็ศิษย์พี่ก็ไม่แน่ว่าจะรับได้ง่ายนัก”
“ข้าไม่อยากหันกระบี่เข้าหาศิษย์พี่ได้โปรดละเว้นเสี่ยวไป๋ด้วยเถอะ แล้วข้าจะยอมกลับสำนักกับท่านไปรับโทษแต่โดยดี” ซูรั่วซานจ้องไปที่ดวงตาเสวี่ยเหวินถง
“อาศัยของแค่นี้...คิดจะต่อรองกับข้า?”
“ในเมื่อศิษย์พี่ไม่ให้หนทาง...ซานเอ๋อก็ไม่มีทางเลือก” ซูรั่วซานรวมพลังเป็รังสีกระบี่สีฟ้าพุ่งเข้าใส่เสวี่ยเหวินถงกลีบบัวน้ำแข็งนับไม่ท้วนลอย วนควงสว่านรอบคมกระบี่ กระบี่ที่แทงออกเหมือนจะแช่แข็งได้ทุกสรรพสิ่ง
“กระบี่บัวน้ำแข็งเริงระบำ!”
เสวี่ยเหวินถงนิ่งเงียบดุจสายน้ำพอการโจมตีของซูรั่วซานเข้ามาใกล้ มือขาวราวหิมะของนางก็ชักกระบี่บางตวัดออกด้วยท่าทางเรียบง่าย
การเวลาดุจหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งเสียงเล็ดรอดออกมาเมื่อคมกระบี่ทั้งสองประทะกัน กลีบดอกบัวน้ำแข็งเหมันที่วนอยู่ก็กระจายออกรัศมีเหมันในกระบี่ของซูรั่วซานสลายสิ้น
ซูรั่วซานกระเด็นกระแทกพื้นไถลเป็ทางยาวนางกะอักเืออกมาคำใหญ่ ในแววตาแฝงแววไม่เชื่อสายตาออกมา นางรู้ว่าไม่สามารถเอาชนะศิษย์พี่ของนางได้แต่ไม่คิดว่าจะไร้ทางสู้ขนาดนี้...
นางเซียนสวีชิงที่ยืนมองอยู่ห่างๆอึ้งตาค้างต่อให้นางเป็ศิษย์ของหุบเขาสระเหมันต์ ใช่ว่าจะได้เห็นการต่อสู้ระดับนี่ได้บ่อยๆหลังชื่นชมฝีมือยุทธ์ของอาจารย์ของตนเอง ก็ยิ้มกริ่มในใจในอนาคตเมื่ออาจารย์ของนางได้กลายเป็เ้าสำนักใครเล่าจะกล้าไม่ฟังนางที่เป็ศิษย์เ้าสำนัก!
ซูรั่วซานตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากในมือถือกระบี่บางสายตายังคงมุ่งมัน เสวี่ยเหวินถงเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจ
“...ซานเอ๋อ เ้าพอเถอะ กลับไปสำนักกับข้าส่วนบุตรีเ้าให้อาจารย์เป็ผู้ตัดสิน ดีหรือไม่?”
“พาเสี่ยวไป๋กลับไป? ต่อให้พวกท่านละเว้นชีวิตนาง พวกท่านคงให้นางเป็แบบพวกท่าน? เป็แบบข้า?” เสวี่ยเหวินถงได้ยินดังนั้นสายตาก็เย็นเยียบขึ้นมา
“ข้าไม่้าให้ลูกสาวข้าเป็อย่างข้าที่มีความรักแต่ไม่อาจสมหวังหรือเป็แบบพวกท่านที่อยู่ไปโดยไร้ซึ่งความรัก!”
“ข้าอยากให้นางเติบโตอย่างมีความสุข...ได้อยู่กับคนที่นางรักตลอดไปเป็แค่หญิงสาวธรรมดาก็พอ”ที่หางตาของนางมีประกายเล็กๆดุจไข่มุกซูรั่วซานนั้นขอแค่ให้ลูกสาวของนางได้มีความสุขนางก็พอใจแล้ว ส่วนนางหาได้สำคัญไม่
“...ความรักเป็สิ่งที่ไม่มีความจำเป็มีไปมีแต่จะเป็ตัวฉุดรั้งเปล่าๆ”
“ซานเอ๋อท่านอาจารย์ไม่น่าส่งเ้าไปช่วยชี้แนะเขาเลย สุดท้ายเ้าโดยมันผู้นั้นล่อลวงหลงผิดจนหน้ามืดตามัว”เสวี่ยเหวินถงกล่าวเสียงเรียบ
“ไม่มีใคล่อลวงข้าทั้งนั้น พวกเราต่างรักกันแม้จะได้อยู่ด้วยกันเพียงไม่นาน...”
“แม้สุดท้ายไม่ได้สมหวัง...แต่ว่าข้า ไม่ เสีย ใจ!”
“ศิษย์พี่ถ้าซักวันท่านมีความรัก ท่านก็จะเข้าใจสิ่งที่ข้าทำไป...ไม่สิคนอย่างท่านย่อมไม่มีทางมีวันนั้น” เสวี่ยเหวินถงได้ยินดังนั้นไม่แสดงสีหน้าใด ในมือยกกระบี่บางขึ้นรัศมีเหมันม้วนรอบล้อมตัวกระบี่พรางเอ่ยเสียงไร้อารมณ์
“เ้าพูดถูกแล้ว ซานเอ๋อ...มันไม่มีทางจะมีวันนั้น!”คมกระบี่ตวัดออกลำแสงเหมันต์พุ่งเข้าใส่ซูรั่วซานซูรั่วซานกัดฟันแน่นนางกัดฟันฝืนโคจรลมปรานเกินร่างกายจะรับไว้ตวัดกระบี่ขึ้นต้านอย่างยากลำบาก
เปรี้ยงง ซูรั่วซานไม่ล้มลงสองมือยังใช้กระบี่ดันรังสีกระบี่ไว้สองเท้าของนางเลื่อนถอยหลัง ง่ามมือบางเริ่มฉีกขาด ริมฝีปากบางมีเืไหลอยู่สายนึง
เสวี่ยเหวินถงเร่งพลังเล็กน้อยลำแสงเหมันต์เพิ่มอนุภาพมากขึ้นซูรั่วซานที่ต้านรับได้อย่างยากลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากเข้าไปอีกเส้นผมที่กลับมาเป็สีดำของนางกับกลายเป็สีขาวอีกครั้ง สีหน้าแฝงแววเ็ป ดวงตาทอประกายสิ้นหวัง
‘ศิษย์พี่นี่ซานเอ๋อทำให้ท่าน’
‘ศิษย์พี่ขอบคุณท่านที่รับผิดกับอาจารย์แทนข้าหิหิ’
‘ศิษย์พี่ตาของท่านสวยจังซานเอ๋อชมชอบยิ่ง’
‘ศิษย์พี่!’
‘ศิษย์พี่!’
ภาพเหตุการน์วัยเด็กมากมายระหว่างซูรั่วซานและนางผุดขึ้นมาในหัวของเสวี่ยเหวินถงเหตุการน์แล้วเหตุการน์เล่า พวกนางทั้งสองรักกันอย่างพี่น้อง...
เมื่อเสวี่ยเหวินถงเงยหน้ามาเห็นสภาพของซูรั่วซานที่ผมขาวไปทั้งหัวใกล้ทานรับรังสีกระบี่ไม่ได้ นางก็คลายกระบี่ออก ทำให้ซูรั่วซานเสียหลักลงไปคุกเข่ากับพื้น
“...ช่างเถอะ ซานเอ๋อเ้ากลับไปกับข้าข้าจะบอกอาจารย์ว่าบุตรีของเ้าตายแล้ว เื่นี้ให้จบลงแค่นี้จะไม่มีใครพูดเื่นี้ออกไปอีก”
“...สวีชิงมานี่” เสวี่ยเหวินถงพูดเสียงราบเรียบจนนางเซียนสวีชิงหน้าซีดเผือด รึว่าอาจารย์จะฆ่าปิดปากนาง!?
“อะ...อาจารย์โปรดวางใจศิษย์จะไม่พูดเื่นี้ให้ใครได้ยินทั้งนั้น ศิษย์...”
“สวีชิงมานี่!” นางเซียนสวีชิงหน้าซีดเผือดค่อยๆก้าวเท้างามมาหาอาจารย์อย่างเชื่องช้าคล้ายนักโทษขึ้นลานปะา
“อะ...อาจารย์ ศิษย์อยู่...” ทันใดนั้นฝ่ามืออันเรียวเล็กของเสวี่ยเหวินถงก็ยกขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่นางเซียนสวีชิงกลับไม่สามารถขยับตัวตอบโต้ได้ แม้ชุ่นเดียวราวโดนแช่แข็งเอาไว้
ติง นิ้วเรียวบางจิ้มไปที่หน้าผากของลูกศิษย์อย่างแ่เบานางเซียนสวีชิงก็หมดสติล้มลง
ซูรั่วซานมองการกระทำของเสวี่ยเหวินถงนางไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งนั้น
“...เ้าวางใจข้าไม่ได้สังหารนางแค่ทำให้นางลืมเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้เท่านั้น...ซานเอ๋อเราไปกันได้หรือยัง?”