ตอนนี้ฟางหยวน ได้ค้นหาแหล่งน้ำ หลายแห่งในที่สุดเขาก็เจอ หมาป่าอัสนีคลั่ง ซักที เขาไม่รอช้า ใช้แผนเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ในการจัดการพวกมัน
หลังจากฟางหยวน ฆ่ามันเสร็จแล้ว เขาก็นำแกนสัตว์อสูร ขน และ เนื้อ รวมทั้งเขี้ยว มันเก็บไว้ในถุง เช่นเดิมกับ ครั้งที่แล้ว ตอนนี้ ฟางหยวน ต้องฆ่าพวกมัน อีก3ตัว
ถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ ตอนนี้เขาต้อง แข่งกับเวลาแล้ว เหลือเวลาแค่5วันก่อน เริ่ม งานประลอง เลื่อนขั้นศิษย์สายใน เพียงเท่านั้น ถ้าช้าไปล่ะก็
เขาจะพลาดโอกาศที่เขา ต้องการ ดังนั้น ฟางหยวน จะไม่ยอมผิดพลาดเด็ดขาด แต่เขาได้คำนวณ ไว้แล้วว่า เขาจะทันแน่นอน และยังมี เวลาเหลืออยู่อีก 1วันเศษ
สำหรับไว้ใช้ในการ ฝึกตนแบบเร่งรีบ ได้ ตอนนี้ ฟางหยวน ได้พุ่งออกไปจากที่ แห่งนี้ เพื่อ หา เป้าหมายใหม่ทันที ผ่านไปไม่กี่ชั่วยาม
ฟางหยวน ได้พบกับหมาป่าอัสนีคลั่ง อีกครั้ง และรอบนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรต่างกับ 2รอบที่แล้ว เขาทำมันอย่างรวดเร็ว และ ตอนนี้ เขาเหลือ จำนวน
ที่ต้องฆ่าหมาป่าอัสนีคลั่ง เหลืออีกเพียง 2ตัวเท่านั้น ภารกิจของเขา ก็จะเสร็จสิ้น แต่ตอนนี้ ปราณในร่างของเขา ลดลงไปมาก ฟางหยวน จึงใช้โอกาศนี้ในการ
ฟื้นฟูปราณในร่างและยังฝึกตนอีกด้วย สาเหตุที่เขาไม่กลับไปยัง ถ้ำของตนเอง เพื่อทำการฝึกตบะนั้น เป็นเพราะว่า เขาเลือกที่จะ ฝึกตบะอยู่ใกล้แหล่งน้ำแห่งนี้
เนื่องจาก ในโลกของผู้ฝึกตน การฝึกตบะนั้นความรวดเร็วไม่ได้ขึ้น อยู่เพียงกับ พรสวรรค์หรือ เม็ดยาและ เคล็ดวิชาเท่านั้น มันรวมทั้งสถานที่ในการฝึกด้วย
ถ้าปราณ ที่เราฝึกมันธาตุ ตรงกับ สถานที่นั้นๆ มันจะทำ ให้การฝึกรวดเร็ว และมี โอกาศสำเร็จ มากขึ้นหลายเท่าตัว แต่ว่าตอนแรก ฟางหยวน ก็ไม่เข้าใจนักว่า
เขาไปมีปราณธาตุน้ำตอนไหน ตอนนี้เขามี แค่ ปราณทมิฬเท่านั้น หลังจากฉุดคิดไปได้ แค่ครู่เดียว เขาถึง กับ สบถ คำว่าออกมา
"ข้า นี่มันโง่จริงๆ ทำไมข้าพึ่งคิดได้น่ะ" ฟางหยวน ลืมไปเลยว่า ความสามารถพิเศษ ของเลือดมารนั้น จะช่วยในการฝึกตบะอย่างง่ายดาย
นั้นรวมถึง ความสามารถที่ฝืนชะตาอย่าง ฝึกตบะไม่ต้องกังวลถึง สถานที่ หรือธาตุต่างๆ นี่คือ วิชาฝืนชะตาลิขิตอย่าง แท้จริงโดยไม่ต้องสงสัย
หลังจากฟางหยวน พักฟื้นและ ฝึกตบะเสร็จสิ้นแล้วนั้น เวลาก็ผ่านไปแล้ว1วัน ตอนนี้ เหลือ เวลา เพียง4วันก่อน เริ่มงานประลอง ซึ่งตอนนี้ฟางหยวน มั่นใจแล้วว่า
เขาจะใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม ในการทำภารกิจ ครั้งนี้ เพราว่า ตอนนี้เขานั้น ได้ก้าวข้ามไปอีกครั้งสู่ ค้นหาลมปราณขั้นที่5 แล้วนั่นเอง!!
ตอนนี้ฟางหยวน ไม่รอช้าโคจรตบะแล้ว ออกไปหาเหยื่อ รายใหม่ทันที เขาพบกับ หมาป่าอัสนีคลั่ง อีกรอบ แล้วรอบนี้เขาไม่ได้ใช้ แผน สกัดกั้นมันอีก
เขารีบโคจรตบะแล้ว สังหารมันในพริบตา โดยที่ไม่เสียเวลา เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ เหลืออีกเพียง 1ตัวเท่านั้น แต่รอบนี้ เขาได้หาตามแหล่งน้ำเกือบทุกที่แล้วนั้น
แต่เขาไม่เจอ มันเลย เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า มันเกิดอะไรขึ้น "จาก4รอบที่ผ่านมา พวกมันชอบอยู่ตามแหล่งน้ำ แต่ทำไมตอนนี้ ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ทำไมข้ายังไม่เจอมันอีก"
ฟางหยวนรู้สึกถึง ความผิดปกติอย่างมาก ตอนนี้ เขาเริ่มมีความรู้สึกถึงอันตราย ที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ก่อนที่ ฟางหยวน จะคิดมากไปกว่านี้ เขากลับ
ได้ยินเสียง ของ หมาป่าอัสนีคลั่ง ที่กำลังกรีดร้องอย่างน่า เวทนา!! "นี่มัน เสียงของ หมาป่าอัสนีคลั่งหนิ" ปกติ ตั้งแต่ ฟางหยวน ไล่ล่าหรือต่อสู้กับพวกมันมา
มันไม่เคยส่งเสียงแบบนี้ออกมา ซักครั้ง รอบนี้มันผิดปกติ จริงๆ แต่แล้ว ลางสังหรณ์ ของฟางหยวน มันถูกจริงๆ เขาไม่รอช้า รีบไปหา ต้นตอของเสียงที่อยู่ในป่าที่
ลึกเข้าไปอีก ตอนนี้ ฟางหยวน ได้มาถึงแล้ว ตอนนี้ เขาตกตะลึงอย่าง ชัดเจน เขาไม่เชื่อถึงสายตาของตนเอง ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
แต่ตอนนี้ เขากำลังมีความรู้สึกนี้ ความรุ้สึกที่ว่า ก็คือ ความตายนั่นเอง สิ่งที่ฟางหยวน ได้พบต่อหน้า ของเขาคือ สัตว์อสูรระดับ8 ราชสีห์สุริยัน หนึ่งในสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปนี้
ทำไมมันถึงมา ปรากฎตรงหน้าของเขา ฟางหยวน ไม่ได้คาดถึงมาก่อน เขาไม่นึกว่า ในแผนการของเขาจะเกิด เหตุการณ์เช่นนี้ได้
ตอนนี้ ฟางหยวน ได้ใช้ความคิดทั้งหมดใน สมองของเขา ถึงแผนการสิ่งที่จะพอทำได้ แล้ว หนทางการรอดชีวิต แต่ให้คิดยังไง เขาก็ไม่คิดได้แม้แต่เสี้ยว
นี่คือครั้งแรกของเขา ที่เขาสิ้นหวัง ฟางหยวน สะบัดความคิด ทั้งหมดออกไป "เอาล่ะ ไม่ต้องไปคิดอะไรมัน แล้ว ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ต้องลุยสถานเดียว"
ฟางหยวน ไม่รอช้า โคจรตบะทั้งหมดออกมาทันที เขาใช้วิชาฝ่ามือคู่ทมิฬพลัง เต็มขั้นของค้นหาลมปราณขั้นที่5 ออกไป
ใส่ ราชสีห์สุริยัน ทันที แต่นั้นนับเป็นอะไร ด้วยความต่างถึง3ขั้นด้วยกัน ปกติแล้ว ราชสีห์นั้น จะไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย แต่นี่คือฟางหยวน
เขาไม่เหมือนพวกนั้น เขามีปราณทมิฬ และกล้ามเนื้อมาร นั้นทำให้ ตอนนี้ ราชสีห์สุริยัน ได้รับบาดเจ็บทันที ถึงแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก แต่มันก็เจ็บปวดเช่นกัน
จากการที่ปราณทมิฬค่อยๆ ซึบซับเข้าไปในร่างของมัน ทำให้ตอนนี้ ราชสีห์สุริยัน เริ่มอ่อนแอที่ล่ะน้อย แต่แล้วนั่นมัน ยังไง มันก็ยังเหนือชั้นกว่า ฟางหยวน อยู่ดี
"ข้าจะไม่ยอมตายในที่แห่งนี้ เด็ดขาด นี่คือการตัดสิน ระหว่างอยู่หรือตาย ถ้าไม่อยากตายต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น ถึงจะมีชีวิตรอด" ฟางหยวน กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ฟางหยวน ไม่สนใจปราณในร่าง เขาใช้ฝ่ามือคู่ทมิฬอีกครั้ง และรวมทั้งเพลงเตะต่อยที่แฝงไปด้วย พลังแห่งกล้ามเนื้อมาร การต่อสู้นั้น กินเวลาไปถึง2วันเต็ม
ฟางหยวน สภาพตอนนี้เหมือนกับว่า เขาได้ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งอเวจี ไปเกือบทั้งก้าวแล้ว ขาดอีกเพียงเสี้ยวเดียว จนในที่สุดราชสีห์สุริยัน มันได้ล้มลงไปจากอาการบาดเจ็บที่สาหัส
ฟางหยวน ยิ้มเล็กน้อย "ในที่สุด ข้า..."
แต่ก่อนที่ฟางหยวนจะกล่าวต่อไปนั้น ราชสีห์กลับลุกขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ และ ใช้พลังทั้งหมด สร้างปราณจากเขาของมัน แล้วทิ่มทะลวง ฟางหยวน ไป!!!
"นี้มัน...ทำไมเจ้าถึงไม่ตายกัน"
ฟางหยวน ได้โดนราชสีห์สุริยันทิ่มทะลวงร่างของเขา ตอนนี้เขาไม่มีหัวใจอีกต่อไปแล้ว ฟางหยวน ได้ล้มลงไป พร้อมตาที่กำลังจะปิดลง
"ข้า..ไม่ยอม.." สิ้นเสียงของเขาตาของเขาได้ปิดสนิทลงอย่างถาวร เหลือเวลาก่อนเริ่มการประลองอีก1วันเศษ