ณ ใจกลางป่าลึกในอาณาจักรลิเดีย ขณะที่ถูกรายล้อมไปด้วยฝูงโกลิธที่หิวกระหาย เหล่ากองทหารของเดมัสเจ้าชายแห่งวาลเลออนและฟอฟาน่าหัวหน้ากองแห่งพิวเวเนียร์ กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปกันดี
“แห่...แหะ...กึดๆ” เสียงของฝูงโกลิธที่ขู่ร้องและฟันของมันที่ขบกันราวกับจะกินไม่เหลือแม้แต่กระดูก
โกลิธ สิ่งมีชีวิตน่าโสมมจอมตระกะชนิดหนึ่ง ลักษณะตัวไม่ใหญ่มาก ขนาดประมาณตัวเท่าเด็ก 10 ขวบ เนื้อตัวสีเทาออกไปทางน้ำตาล บางตัวอาจจะมีสีดำสนิท ที่หลังของพวกโกลิธจะมีเหมือนเศษหินหรือก้อนหินเกาะอยู่ คล้ายเหมือนกับว่าพวกมันได้แบกภูเขาไว้อยู่ซะอย่างงั้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ กลับเป็นโล่ชั้นดีใช้ป้องกันคมดาบหรืออาวุธทื่อๆ พอจะได้อยู่ จมูกนั้นสั้น อีกมีเขี้ยวโง้งยาวยื่นออกมา แม้จะพยายามหุบปากให้สนิทแล้วก็ตามพวกโกลิธนั้นอาศัยกับเป็นฝูงในถ้ำและป่าลึก พวกมันสร้างที่อยู่อาศัยโดยใช้เศษวัสดุต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่หามาได้ พวกมันมีนิสัยดุร้ายแถมยังชอบขโมยพืชผักและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งชื่นชอบของที่สะท้อนแสงประกายแวววับ อาธิเช่นพวกอาวุธและชุดเกาะ และอัญมณีที่สะท้อนแสงได้ โดยส่วนใหญ่เอาไปสร้างที่อยู่อาศัย และเอาไปประกอบดัดแปลงเป็นอาวุธ แปลกๆ มึนๆ ใช้ได้มั่ง...ใช้ไม่ได้มั่ง จึงอาจจะถือก็ได้ว่า เป็นพวกครีเจอร์ที่พอมีภูมิปัญญาอยู่บ้างด้วยนิสัยดังกล่าว พวกมนุษย์จึงพยายามขับไล่และจำกัดมานาน เนื่องจากพวกนี้ชอบเข้ามาอาศัยอยู่ในเหมืองที่มนุษย์พยายามสร้างขึ้น จึงไม่แปลก ที่เหมืองส่วนใหญ่ของอาณาจักรคาลิมอร์แต่ละแห่ง มักจะมีข่าวคราวเรื่องคนเหมืองที่ขุดแร่หินแล้วหายไป ส่วนใหญ่ก็เกิดจากพวกโกลิธเนี่ยแหละกลับมาที่เหล่ากองทหารที่ถูงล้อมด้วยฝูงโกลิธ ในจังหวะที่ชุลมุนอยู่นั้นเอง หัวหน้ากองฟอฟาน่า เริ่มคิดใครครวญถึงว่าทีที่จะจัดการกับพวกมัน
“เราจะทำยังไงดีถูกล้อม…พวกสัตว์ก็เหนื่อยล้า คงสู้ไม่ไหวแน่” ฟอฟาน่าคิดกังวลอยู่ในใจ
ระหว่างที่ฟอฟาน่ากำลังคิดอยู่นั้น พวกโกลิธเริ่มที่จะกระโจนเข้าหาเพื่อที่จะโจมตีกองกำลังลาดตระเวนที่ตัวแนวรับไว้ของฟอฟาน่า โดยมันปาฉมวก และทำร้ายกองทหารที่ละคนๆ และทำให้ได้รับบาดเจ็บและล้มตาย คล้ายกับว่าเหมือนจะตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียวเดมัสและกองทหารมนุษย์เริ่มกังวลว่า แค่ฟอฟาน่าและกำลังลังพิวเวเนียร์จะรับมือไม่ได้แน่ๆ จึงตะโกนขึ้นว่า
“ส่งอาวุธ...และแก้มัดให้พวกเรา” เดมัสพูดกับฟอฟาน่า“ไม่...พวกเจ้าเป็นนักโทษ” ฟอฟาน่าพูดตะคอกกลับ“เจ้าจะบ้าหรอ...เดี๋ยวก็ตายกันหมดหรอก แล้วจะมีนักโทษให้เจ้าพากลับเมืองไหมล่ะ” เดมัสตะคอกกลับ
หลังจากนั้นหัวหน้ากองกำลังลาดตระเวนคิดอยู่ซักพัก จึงให้ทหารของตนคนหนึ่งแก้มัดแล้วส่งอาวุธที่ยืดมา คืนให้กับเดมัสและพวกกองทหารที่ถูกจับกุม
“ถ้าเจ้าหนี...ข้าจะตามเจ้าจนสุดป่า...จนกว่าจะเจอ” ฟอฟาน่าขู่เดมัส“ค่อยว่ากันเรื่องนั้นหน่ะ...ห่วงเรื่องชีวิตก่อนเถอะ” เดมัสพูดสวนกลับไป
หลังจากนั้นสถานการณ์ที่เป็นฝ่ายโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเริ่มเปลี่ยนไป คนหนึ่งค่อยจู่โจม อีกคนหนึ่งช่วยระวังข้างหลังให้ ทั้งสองกองกำลังทหารทั้งมนุษย์และเออร์แดร์ ประสานงานสู้กันกับพวกโกลิธได้อย่างดีเยี่ยม จนสามารถปราบพวกโกลิธไว้ได้ ก่อนที่จะหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในป่าจนหมด
“หือ..เหอๆๆ...พวกมันไปหมดแล้ว”โบล์มพูดขึ้น“ข้าก็ว่างั้น...” เดมัสพูดขึ้นพร้อมเก็บหอก อาวุธประจำกายสะพายเอาไว้ที่หลัง“เหอๆๆ...พวกเจ้า...ขอบใจพวกเจ้ามาก” ฟอฟาน่าพูดขึ้นขอบคุณ ขณะที่หอบอยู่“พวกโกลิธอาศัยอยู่ในถ้ำ...และป่าลึกใกล้ขุนเขา ปกติไม่ออกมาไกลขนาดนี้” เดมัสพูดขึ้น“ใช่...พวกมันส่วนใหญ่อยู่ที่ถ้ำ แถวป่าโอล์ไทม์ และลึกเข้าไปจรดเทือกเขาทางตะวันตก”“ข้าก็ไม่เคยเห็นพวกมันแถบนี้เช่นกัน...” ฟอฟาน่าพูดขึ้น“ข้าสงสัยเหมือนกันว่า...พวกมันอาจจะข้ามเขตมาจากป่าโอลไทม์...”“ผ่านทางแม่น้ำข้างหน้าไปก็เป็นเขตป่าโอลไทม์แล้ว” ฟอฟาน่าพูดเห็นด้วยกับเดมัส
เดมัสเดินไปที่ซากของพวกโกลิธที่ตายลง เริ่มพิจารณาจากเศษซากและอาวุธที่ใช้งาน
“พวกนี้มันฉลาด...มันเอาเศษโลหะเก่าๆขึ้นสนิมมาทำอาวุธ”“ไปบุกและขโมยเอาเศษผ้า...เศษชิ้นส่วนเกาะและโล่ต่างๆ มาจาก...ในเมืองใกล้มาแน่ๆ” ดาเมียนวิเคราะห์และพูดขึ้นมา“ข้าว่าไม่น่าจะใช่ขโมยมา...ดูนี้ซิ”“เศษอาวุธยุทโธปกรณ์...มีทั้งของพวกมนุษย์และเออร์แดร์”“อีกทั้งยังผุพัง จนเกินจะซ่อมแซม...เหมือนกับว่าเป็นอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมานานมากๆ” ฟอฟาน่าพูดขึ้น
เมื่อนั่งพิจารณาอยู่ซักพัก ก็มีทหารในกองมนุษย์คนหนึ่ง พูดขึ้นว่า
“หรือจะเป็นอาวุธ..ที่ได้มาจากอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่ง…ที่อยู่แถวตะวันตกไกล”“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิทานหน่ะ...ข้าเคยฟังมาก่อน”“และข้ายังเชื่ออีกว่า...นิทานทุกเรื่องเกิดขึ้น...ถูกเล่ามาจากเรื่องจริง”ทหารมนุษย์คนหนึ่งพูดขึ้น เป็นที่น่าสนใจและสงสัยของทุกคนที่ได้ฟังอยู่ตรงนั้น“นิทาน...มันก็คือ...นิทาน”“มันก็เป็นแค่เรื่องเล่าก่อนนอนแค่นั้น...เจ้าโง่” โบร์มพูดว่าทหารนายนั้น
เดเมียนเดินไปถึงซากศพหนึ่ง แล้วตกใจเห็นบางสิ่งที่อยู่บนเกาะของโกลิธตัวนั้น ถึงขึ้นเรียกทุกคนเข้ามาดู
“ดูนี้ซิ...ทุกคน”เดมัสพูดขึ้นพร้อมเอามีดที่พกอยู่ด้านหลัง หยิบขึ้นมาแกะตราสัญลักษณ์หนึ่งออกมาจากเกาะ“พวกเจ้าเคยเห็นตราสัญลักษณ์นี้ไหม...” เดมัสถามโบร์ม“ไม่เคย...เหมือนแกะมีเขามีภู่ไม้ประดับข้าง”“นี้ไง ข้างล่างมีเขียนอะไรด้วย แต่ข้าอ่านไม่ออก” โบร์มทักขึ้น“โลดอร์!!!…..” ฟอฟาน่าเพ่งพินิจไปอ่านอักขระบนตราสัญลักษณ์นั้น ก่อนพูดขึ้น“มันเป็นภาษาโบราณของชาวเออร์...ที่สลักในชื่อตราของอาณาจักรเมื่อกาลก่อน”“ข้าเคยเรียนภาษานี้...แต่เดี๋ยววนี้ไม่มีใครใช่แล้ว...เพราะมันอ่านออกเสียงยาก” ฟอฟาน่าพูดอธิบาย“โลดอร์...หรอ” เดมัสพูดขึ้นมา“ข้าบอกแล้วมันมีจริง...นิทานเรื่องนั้น ที่มีเจ้าชายแห่งอาณาจักรโบราณ”“เจ้าโบร์ม...เจ้านั้นแหละที่โง่” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้น“ข้าว่าเรื่องนี้มันเริ่มน่าสงสัย...ที่พวกโกลิธออกมาไกลขนาดนี้”“อีกยังตราสัญลักษณ์นี้….” เดมัสคิดในใจ
หลังจากที่ได้คุยกันถึงตราสัญลักษณ์และอาณาจักรโบราณโลดอร์อยู่นั้น เรื่องราวดังกล่าวเริ่มทำให้เหล่าทหารรู้สึกขนลุกและหวาดกลัวแต่ไม่ใช่กับเดมัสด้วยความหัวดื้อหัวรั้น กลับคิดทบทวนและพิจารณา หันมองข้ามไปทางแม่น้ำบนเชิงหน้าผา ซึ่งถือเป็นเขตแดนสุดท้ายของอาณาจักรลิเดีย แล้วครุ่นคิดถึงเจตนารมที่จะทำบางสิ่งบางอย่างต่อไป ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาว่า
“เราต้องข้ามแม่น้ำไป ...”“มันอาจเกี่ยวกับ...ความปลอดภัยของดินแดนของเราทั้งสอง….และตราสัญลักษณ์นี่ มันต้องมีอะไรบางอย่าง”“เจ้าชาย...ท่านจะทำอะไร...ท่านไม่เห็นสีหน้าของทหารเราหรอ” โบร์มพูดขึ้น หลังจากเห็นสีหน้าของทหารที่ถอดสี“ไม่มีอะไรหรอก...เจ้ายังว่ามันเป็นนิทานอยู่เลยไม่ใช่หรอ” เดมัสพูด“ก็ใช่อยู่...แต่!!!” โบร์มพูดขึ้น ก่อนจะโดนขัด“เตรียมตัวให้พร้อม...โบร์ม...เราจะต้องจัดการพวกโกลิธให้สิ้นซาก” เดมัสพูดด้วยเสียงแข็งแล้วมองหาโบร์ม อย่างขึงขัง“รับทราบ...” โบล์มตอบกลับหลังเห็นสีหน้า“ใครอนุญาตให้พวกเจ้าไป!!!...”“พวกเจ้ายังคงเป็นนักโทษที่เราคุมตัวอยู่” ฟอฟาน่าพูดขึ้นขัดทั้งสอง“เจ้าไม่อยากรู้อะไรที่เกิดขึ้น ...ในเขตป่าของเจ้า”“ไหนว่าพวกเจ้าเป็นผู้ปกปักษ์ป่า...หวงแหนป่า” เดมัสพูดสวนขึ้น
ฟอฟาน่าเงียบไปซักครู่ หลังจากโดนดูถูกจากเจ้าชายมนุษย์
“ก็ได้...ถ้างั้นข้าคาดโทษเจ้าไว้ก่อน...เจ้ามนุษย์”“แต่พวกข้าจะตามไปกับพวกเจ้าด้วย...เกิดพวกเจ้าหนี” ฟอฟาน่าพูดอย่างไม่ค่อยพอใจที่เดมัสพูดต่อว่าเท่าไร“ยานิ...มาซูอานัน ลิเดีย”ฟอฟาน่าออกคำสั่งให้เอาคำสั่งกลับไปรายงานที่เมืองลิเดีย“งั้นเอาตามนี้...”“เราจะไปตรวจสอบเรื่องนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น...พวกเราต้องรู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นภัยต่อดินแดนแมร์โรเอ็นหรือไม่”“...เพื่อเลออน” เดมัสพูดปลุกใจทหาร“ฮุ้...ฮุ้” กองทหารตอบรับ
จากนั้นทั้งสองกองทหารรวมกัน โดยมุ่งหน้าข้ามแม่น้ำไปสู่ดินแดนป่าโอลไทม์ เพื่อที่จะหาความจริง เรื่องนี้
กลับมาที่ฝั่งฝากของดินแดนแมร์โรเอ้นตะวันตก ณ เมืองหลวงมนุษย์วาลเลออน ณ ที่บ้านพักลับแห่งหนึ่งก่อนออกเดินทางสู่อูตอร์
“ชุดข้ามันติด...อึบๆ...มีช่างแก้ชุดให้ข้าจะดีมาก”ไกตันบ่นเรื่องชุดทหารที่ใส่“ตาแก่...ชุดมันติดพุงเจ้า...ข้าว่าเจ้าเอาผ้าคลุมที่นอนเจ้ามาใส่แทนจะดีกว่า”ลูเทิร์นพูดขึ้นมา พร้อมเสียงหัวเราะของคณะเดินทั้งหมด“เร็วๆ ขบวนกำลังเคลื่อนมาทางนี้แล้ว รีบแต่ตัวอย่าโอ้เอ้...นี้เป็นโอกาสที่เราจะแทรกตัวเข้าไปในขบวน” บาร์คพูดให้ทุกคนเร่งแต่งตัว“ข้าจะไปใส่อย่างนี้แหละ...ช่างมัน” ตาแก่ไกตัน พูดขึ้น พร้อมกับพุงที่ยื่นออกมานอกชุดเกาะ สร้างความตลกขบขันของเหล่าคณะเดินทางเป็นอย่างยิ่ง“ฮาๆๆๆๆๆ...ไปๆขบวนมาถึงแล้ว” บาร์คปิดหน้าต่างเห็นขบวนเดินผ่านมา พร้อมสั่งให้ทุกคนออกไป“ 1...2...ไป” บาร์คส่งสัญญาณในทุกคนออกไปจากบ้านหลังนั้น
ทุกคนที่ซ้อนอยู่ในที่พักลับนั้น ค่อยๆเดินออกไปแทรกในกองทีละคนๆ ทำทีท่าเป็นไม่สนใจอะไร จนกระทั่งแทรกเข้าไปในขบวนทหารที่กำลังเดินทางไปอูตอร์อย่างได้สำเร็จ และไม่มีใครสังเกต ท่ามกลาง ผู้คนในเมืองมาส่งตัว เจ้าชายดาเมียนไปทำภารกิจแรก ในฐานะรัชทายาท
“หวังว่าพวกนั้นจะทำสำเร็จน่ะ” ไอดันพูดกับดาเมียน“อย่าห่วงเลย...ไม่ผิดหวังแน่เชื่อมือได้""นั้นไงเข้ามาได้แล้ว...ดีมากบาร์ค” ดาเมียนพูดขึ้นตอบ ก่อนที่จะเห็นบาร์คให้สัญญาณมา ซึ่งเปลี่ยนว่าสำเร็จแล้ว “หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล...พ่อข้าคงเตรียมกองทัพแล้วเดินทางไปก่อนแล้วละ” ไอดันพูด“ข้าดีใจที่เจ้าบอกพอเจ้าว่าจะขอติดตาม...ข้ามาด้วย”ดาเมียนพูด“เราตระกูลบูลล็อครับใช้กษัตริย์แห่งคาลิมอร์มาโดยตลอด...ข้าต่างหากที่ยินดี” ไอดันพูดอย่างภาคภูมิใจที่ได้รับใช้เจ้าชาย"พวกเจ้าพูดอะไรกัน...ยุ่งจริงๆ พวกนี้""ยิ่งกว่า...จับหมูบ้ามาเข้าเล้าอีก" บาร์คเดินขึ้นหน้ามาแทรก เพื่อที่จะคุยและบ่นกับดาเมียนที่ขี่ม้าอยู่"ก็เจ้าไม่ใช้หรอ...ที่เลือกหมูบ้าพวกนี้มาเอง...ฮาๆๆๆๆ" ไอดันพูดขึ้น“อืม...” เจ้าชายรู้สึกดีใจที่ได้ผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้น
กองทหารเริ่มเดินทางออกจากประตูเมือง สายตาของดาเมียนมองค้อนผ่านประตูใหญ่ทางทิศตะวันตกขณะที่ขี่ม้า ก่อนจะมองตรงไปข้างหน้า เพื่อมุ่งหน้าสู่ภารกิจแรกในตำแหน่งรัชทายาท
“เราจะเดินทางผ่านเขตทุ่งเบนาดิต ก่อนเข้าเขตเมืองอูตอร์ ก่อนจะแยกทางกับเจ้าชายที่ป้อมปราการทางเหนือตรงเขตชายแดนลิเดีย เราจะให้ทหารคนหนึ่งแต่งชุดเกาะที่เหมือนเจ้า เมื่อเข้าเมืองไป เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเจ้าชายยังคงเฝ้ารักษาการที่เมือง เป็นไปตามนี้” แม่ทัพเอรอนด์พูดแผนที่วางไว้ขึ้นกับเจ้าชายและคณะ
“ทำไม..มันต้องเป็นความลับด้วย...แค่เดินทางไปในป่าทางเหนือ...เจ้าชายอาจจะไปตกปลา ล่าสัตว์ก็ได้” ตาแก่ไกตันพูดขึ้น“เห็นเจ้าบาร์คเล่าให้ฟังว่า...อาณาจักรแห่งนี้มีพวกสภาที่คอยเฝ้ามองอยู่ทุกฝีก้าว”“จะทำอะไรที่ฝ่าฝืนกฎนั้นเป็นไปได้ยาก...เพราะมีพวกขอสภาสูงคอยรายงานอยู่หน่ะ” ลูเทิร์นพูดอธิบาย“คนพวกนี้...ขี้ระแวงเสียจริง...ที่ข้าจากมามันอิสระกว่านี้เยอะเลย”ตาแก่ไกตันพูดขึ้นลอยๆ
เจ้าชายหันไปมองแล้วยิ้มมุมปาก แล้วคิดถึงเรื่องพระบิดาที่กล่าวปิดท้ายประชุมว่า
“ส่วนเรื่องสภา...ข้าจะจัดการเอง”ดาเมียนนึกถึงคำพูดพระบิดา“ตอนนี้ท่านพ่อจะเป็นอย่างไรบ้างนะ...แล้วที่เปลี่ยนเส้นทางจากเหมืองไปตะวันตก...จะตอบสภาสูงว่าอย่างไร”เจ้าชายพูดด้วยความกังวล หลังจากที่กองทัพเดินออกห่างจากเมืองหลวงมาเรื่อยๆ
เจ้าชายดาเมียนพร้อมกำลังทหารนำโดยแม่ทัพผู้ชำนาญศึกอย่างเอรอนด์และเหล่าผู้ติดตาม มุ่งหน้าสู่ตะวันตกเพื่อเริ่มภารกิจแรกในการดูแลรักษาเมืองอูตอร์ และภารกิจลับที่ต้องสืบค้นหาข้อมูลของตราสัญลักษณ์ลึกลับนั้นและการบุกโจมตีของฝูงโกลิธจากทางนั้นและเจ้าชายเดมัสและกองกำลังผสมระหว่างมนุษย์และเออร์แดร์ มุ่งเดินทางสู่ป่าโอลไทม์ เพื่อที่จะจัดการกับพวกโกลิธให้สิ้นซากส่วนกษัตริย์วิลเลมมีเรื่องให้หนักใจ ที่ต้องตอบคำถามสภาสูงที่รอการไตร่สวนจากคณะผู้อาวุโส ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่สภาแห่งซิกนัม ในอีกไม่ช้า ซึ่งในตอนนี้ยืนอยู่บนระเบียงบนปราสาท ที่กำลังเฝ้ามองเจ้าชายกำลังเดินทางออกจากประตูเมืองไป
“ขอให้พวกเจ้าปลอดภัย...ลูกข้า”“ทั้งสองคน!!!”“จากนี้และต่อไป...จะเป็นการเดินทางของพวกเจ้า...จงเข้มแข็งและปกป้องคนของเจ้า...” กษัตริย์วิลเลมพูดลอยๆ ด้วยความกังวลใจ รวมทั้งเป็นห่วง
ทันใดนั้นมีชายวันกลางคนๆหนึ่ง เดินโผล่เข้ามาจากทางด้านหลัง
“เติบโตขึ้นอีกก้าวแล้วซินะ...เจ้าชายน้อย" ชายผู้นั้นเอ่ยพูดขึ้น"หวังว่านะ..." กษัตริย์พูดพร้อมหันไปหา"เรื่องสภาสูงท่านจะตอบพวกเขาเช่นไร” ชายผู้นั้นเอ่ยถาม“เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วหล่ะ...การ์เม็น" "หวังว่าจะไม่ทำให้ภารกิจล้ม...คงน่าจะเพียงพอ” กษัตริย์พูดกับที่ปรึกษาคนนั้น นามว่า กาเม็น ไรเวนเดอร์ ทูตและที่ปรึกษาแห่งตระกูลไรเวนเดอร์"ครั้งนี้...ท่านทราบไหมว่า...ท่านอาจจะต้องถูกพิจารณาคาดโทษจากสภาสูงได้" การ์เม็นพูด"ข้ารู้ดี...แต่ถ้าจะให้ละเลยประชาชนที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านแถบนั้น...นั้นมิใช่หน้าที่ของกษัตริย์หรอกหรอ" กษัตริย์ตอบ"แล้วเรื่องตรานั้นหล่ะ...ท่านจะนำเรื่องตราสัญลักษณ์นั้นเข้าสภาไหม" การ์เม็นถาม"น่าจะไม่...ข้าจำเป็นต้องรู้ความจริงบางอย่างก่อน" กษัตริย์ตอบ"ความจริงอะไรหรือท่าน" การ์เม็นถาม"ความจริงที่ว่า...คณะผู้อาวุโสปิดบังเรื่องราวอะไรไว้ยังไงหล่ะ""แต่ชั่งเถอะ...ตอนนี่เอาแค่ห่วงเรื่องภารกิจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนก็แล้วกัน...การ์เม็น" กษัตริย์พูด
………….ตอนต่อไป...สภาศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ข้อกังขา………….