รักเดียวหัวใจนี้ให้เธอ

    4/2 มันใช่ความรักหรือเปล่า




               หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงแบบเดียวกับที่พัศนัยใส่ออกมาจากห้องนอนแล้วเดินมานั่งลงที่โซฟาด้วยชุดที่ขนาดใหญ่กว่าคนสวมใส่ทำให้ดูโคร่งมากจนเ๯้าของชุดอดหัวเราะไม่ได้

                “ตลกจังแต่น่ารักดีใส่แบบนี้แบบเดียวกันเลย” คนคิ้วเข้มยิ้มอย่างชอบใจ

                “แค่ใส่นอนค่ะว่าแต่พี่บีมเล่นเพลงyou took my heart away ได้ไหมคะ”

                “ดูโน้ตก็เล่นได้ครับพี่ฟังเพลงเยอะมากพอๆกับอ่านหนังสือเลยนะ”

                “ชอบเพลงนี้เหรอ?”ชายหนุ่มถามพร้อมกับยิ้ม

                “ค่ะ”คำตอบสั้นๆแต่คนตอบกลับก้มหน้าก้มตาซะงั้น

                “ชอบเพลงหรือชอบคนที่จะร้องให้ฟังละ?” พัศนัยยื่นหน้ามาใกล้จนหญิงสาวต้องกระเถิบตัวออกห่างทันที

                “ค่ะชอบเพลงนี้ค่ะ”พัศนัยได้แต่ยิ้มก่อนจะเริ่มเล่นจนจบเพลง

                คนที่เป็๞รักแรกและเป็๞รักแรกที่แอบรักอยู่ข้างเดียว พอมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ความรู้สึกในวันวานย้อนกลับมาอีกครั้งพัศนัยเองรู้สึกทั้งมีความสุข ตื่นเต้นใจสั่นไม่แพ้คนที่นั่งปรบมือให้จังหวะอยู่ข้างๆเขาในตอนนี้

                เสียงเคาะประตูหน้าห้องของปานระพีดังพอให้คนบนที่นอนต้องตื่นด้วยความงัวเงียพร้อมเหลือบมองนาฬิกาเพิ่งจะหกโมงเช้าทำไมต้องปลุกเร็วขนาดนี้หญิงสาวผลักประตูออกทันที

                “หลบไม่ทันนี่เจ็บเลยนะแม่คุณ” พัศนัยบ่นพร้อมกับแตะที่หน้าผากตัวเอง

                “ขอโทษค่ะหนูลืมตัวนึกว่าบ้านตัวเองว่าแต่มีอะไรปลุกแต่เช้าค่ะ”

                “ฟังนะอีก15นาทีกาญเกล้าจะมาที่นี่ เราหลบอยู่ในนี้นะห้ามออกมาเข้าใจไหม”ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                “ค่ะคุณครูสุดหล่อหนูกลั้นหายใจเลยดีไหมคะ” หญิงสาวรีบปิดประตูทันที

                พัศนัยทำสีหน้าเป็๞กังวลมองซ้ายมองขวามองรอบๆห้องรับแขกเผื่อว่าปานระพีจะเผลอทำอะไรหล่นไว้เมื่อเสียงรถมาจอดหน้าบ้านชายหนุ่มรีบไปเปิดประตูทันที กาญเกล้ารู้สึกผิดสังเกตแฟนตัวเองแต่ไม่ได้ถามอะไรหญิงสาวแค่แวะเอาน้ำเต้าหู้ร้านโปรดของแฟนหนุ่มมาให้แค่นั้น

                “วันนี้วันหยุดเดี๋ยวกาญช่วยเก็บรองเท้าหน้าบ้านให้นะคะเกะกะไปหมด”หญิงสาวเดินไปหน้าบ้านพร้อมหยิบรองเท้าที่วางระเกะระกะมาเรียงแต่ต้องสะดุดกับรองเท้าสวมแบบไร้ส้นสีครีมที่วางอยู่ก่อนจะหยิบมาดูและพยายามนึกว่าใช่ของตัวเองไหมเพราะนึกไม่ออกว่าเคยมีรองเท้าแบบนี้๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ความรู้สึกระแวงเกิดขึ้นทันทีอีกแค่สองเดือนก็จะแต่งงานกันแล้วทำไมยังระแวงใจอย่างบอกไม่ถูกหญิงสาวเดินกลับมาที่ห้องรับแขกแต่ไม่ได้ถามเ๱ื่๵๹รองเท้าผู้หญิงหน้าบ้านว่าเป็๲ของใคร

                “ตุบตุ๊บ โอ๊ย!” เสียงดังมาจากห้องนอนด้านซ้ายมือทำให้ทั้งสองคนหันหน้าไปมองแทบพร้อมกันพัศนัยสี๻๷ใ๯อย่างเห็นได้ชัด ส่วนกาญเกล้ารีบลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้ามาถามคนรักทันที

                “เสียงใครคะพี่บีม!”พัศนัยคว้าแขนแฟนสาวให้นั่งลงแต่ไม่เป็๲ผลคนสงสัยรีบเดินไปยังห้องนอนต้นเสียงทันที

                “ไม่มีอะไรหรอกของหล่นมั้ง”ชายหนุ่มรีบตอบแต่ก็ต้องรีบลุกเดินตามหญิงสาวมายังห้องนอนต้นเสียง

                “มีแน่ค่ะ รองเท้าหน้าบ้านก็มีค่ะสีครีม กาญขอดูต้นตอเสียงหน่อยนะคะ”คราวนี้พัศนัยเอามือกุมขมับทันที ไม่ทันไรกาญเกล้าก็ใช้มือดันประตูจนสุดแรงจนประตูเปิดไปชนหลังคนที่พิงประตูอยู่ด้านในภาพตรงหน้าคือ หญิงสาวรูปร่างบางกะทัดรัดหน้าคะมำอยู่ที่พื้น แต่พอเห็นหน้าชัดๆยิ่งคุ้นหน้ายิ่งนักไม่ใช่ใครก็แม่ลูกศิษย์สาวแฟนตัวเองแถมใส่ชุดนอนแบบเดียวกับพัศนัยผมเผ้ารุงรังกระเซอะกระเซิงด้วยแล้วยิ่งเพิ่มความโกรธให้หญิงสาวทวีคูณ

                “พี่บีม! เกิดอะไรขึ้นทำไมผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่”เสียงเกรี้ยวกราดทำให้พัศนัยเริ่มวิตกกังวลทันที ส่วนปานระพียังคงใช้มือคลำหน้าผากตัวเองไปมา

                “ไม่มีอะไรนะกาญ พี่ชวนปานมาเที่ยวบ้านและค้างที่นี่เองครับ  อีกอย่างปานเป็๲เพื่อนการะเกดครับ!”

                “เพียะ!”ฝ่ามือบางฟาดลงที่ใบหน้าคนรักทันที

                “พี่บอกว่าไม่มีอะไรกันพี่ชวนเค้ามาเที่ยวเอง”พัศนัยจ้องหน้ากาญเกล้าสลับกับหน้าปานระพีที่ยังคงมีสีหน้า๻๠ใ๽ไม่น้อย

                “อีกสองเดือนเราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะแต่พี่บีมชวนผู้หญิงอื่นมาค้างคืนที่บ้าน นี่คืออะไร ตอบมา!”

                “พี่บีมขอโทษครับ”น้ำเสียงชายหนุ่มบ่งบอกว่าสำนึกผิด

                “ใครจะเชื่อว่าไม่มีอะไรกัน”หญิงสาวพูดจบก็หันหน้ามาทางปานระพีที่ยังคงยืนนิ่ง

                “เธอก็เหมือนกันมาค้างบ้านผู้ชายแบบนี้ สิ้นคิดมากมียางอายบ้างไหม?”คราวนี้คนถูกตำหนิมีหรือจะยอมง่ายๆ

                “คุณคะมากไปไหม หนูมาค้างจริง แต่นอนคนละห้องเราไม่มีอะไรกันเข้าใจใหม่นะคะ”หญิงสาวเริ่มมีน้ำเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย

                “เด็กสมัยนี้ไวไฟจะตายฉันไม่เชื่อคำพูดเธอหรอกนะ”น้ำเสียงเย้ยหยันแบบนี้มีหรือปานระพีจะยอมง่ายๆหากใครมาดูถูกต่อหน้า

                ปานระพีหันหน้าไปทางพัศนัยพร้อมกับกอดแขนชายหนุ่มและทำหน้าซบลงที่แขน พร้อมกับพูดบางประโยคที่ทำให้กาญเกล้าสติแทบแตกทันที

                “อยากให้มีอะไรกันคุณก็รีบกลับไปสิคะ จริงไหมคะพี่บีมขา”คราวนี้หญิงสาวเริ่มกอดแขนชายหนุ่มแน่นมากขึ้นจนกาญเกล้าอดทนไม่ไหวใช้มือตบเพี๊ยะไปที่ใบหน้าของพัศนัยทั้งสองข้างและทำท่าจะตบปานระพีต่อแต่พัศนัยดันปานระพีออกห่างจากตัวเขาได้ก่อนกาญเกล้าเห็นท่าทีคนรักที่ปกป้องผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาก็ปล่อยโฮและวิ่งออกไปโดยไม่ได้หันมามองหรือฟังเสียงของพัศนัยเลย

                “กาญเดี๋ยวก่อนสิ!”เสียงรถแล่นออกไปจากหน้าบ้านอย่างรวดเร็วคราวนี้ชายหนุ่มหันหน้ามาดุคนที่เล่นพิเรนทร์จนทำให้เขาปวดหัวแทบ๱ะเ๤ิ๪ในตอนนี้