หลังจากพยายามยัดของที่เหลืออยู่ลงท้องไปด้วยความกล้ำกลืน ผมก็ลากตัวเองกลับมาที่ห้องรับรองดังเดิมทันใดนั้นสมองผมก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตา ความเบลอและอ่อนล้าใดๆ ได้หายไปแล้ว ซึ่งเป็นตามที่ข้อมูลในฟอรั่มได้บอกเอาไว้เป๊ะๆโดยการมาถึงในครั้งนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้ตั้งใจมองสำรวจสภาพห้องเป็นครั้งแรกห้องที่ผมอยู่ในตอนนี้นั้น มันมีขนาดไม่ใหญ่มาก ผนังเป็นสีขาวเนียนที่เมื่อกระทบกับแสงไฟแล้วก็กลายเป็นสีส้มนวล ภายในถูกตกแต่งเป็นแบบมินิมอลที่อาจเรียกได้อีกอย่างว่า‘น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่น’ ซึ่งเป็นสิ่งที่กูรูด้านแฟชั่นท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ถึงแม้มันจะดูหลุดธีมอารีน่าไปบ้าง แต่ก็ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ต่างจากห้องพักเดี่ยวในโรงแรมระดับห้าดาวที่ผมเคยเห็นในวิดีโอบนเว็บไซต์มีทูป(Metube)เลยแต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คงหนีไม้พ้นผนังด้านหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับเตียงนอน ซึ่งมันไม่ใช่ผนังว่างเปล่าธรรมดาอย่างที่ควรจะเป็น และสิ่งที่วาดไว้บนผนังก็คือ...‘แผนผังการจับคู่การแข่งขัน’ ที่มีสัญลักษณ์รูปถ้วยอยู่ตรงกลาง ส่วนตรงขอบซ้ายขวาจะเป็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกับรายชื่อเรียงกันข้างละ 8 ชื่อ โดยรายละเอียดในที่เป็นตัวอักษรส่วนใหญ่จะเป็นภาษาต่างดาวที่ผมไม่สามารถอ่านได้ ยกเว้นบรรทัดที่เป็นชื่อของผมเองและชื่อของผู้เล่นที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้ในรอบแรก‘กับดักหัวใจยัยตัวร้าย’ เพียงแค่อ่านชื่อของคู่แข่งก็ทำให้ผมกุมขมับแล้วนี่มันมีคนที่ตั้งชื่อแบบนี้อยู่ในโลกจริงๆ เหรอเนี่ย ถ้าไม่บอกว่าเป็นชื่อคน ผมคงหลงคิดไปว่ามันเป็นชื่อนิยายหรือชื่อละครอะไรสักอย่างเนี่ยแหละสิ่งแรกที่ผมสามารถวิเคราะห์จากการตั้งชื่อของคู่ต่อสู้ได้เลยก็คือ ‘ผู้เล่นคนนี้เป็นผู้หญิงแน่’ จากข้อแรกทำให้ได้ข้อสันนิษฐานอย่างที่สองตามมาคือ ผู้เล่นคนนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นผู้เล่นสายแทงค์ เนื่องจากประสบการณ์ส่วนตัว ทำให้พอรู้ว่าผู้เล่นหญิงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเล่นสายอาชีพนี้กัน‘แต่สิ่งที่ผมกังวลนั้นไม่ใช่ความเก่งกาจของคู่ต่อสู้ แต่กลับเป็นความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของคลาสเจ้าปัญหาอย่างคลาสบรรณารักษ์นี่ต่างหาก’ ที่มันส่งผลให้ผมไม่สามารถคิดกลยุทธ์ที่รัดกุมเอาไว้ล่วงหน้าได้ผมเดินรอบสำรวจห้องต่างๆ อีกหน่อย เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศโออ่าหรูหราที่เคยได้ไม่มีโอกาสสัมผัสในชีวิตจริง ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่ปลายเตียง แล้วกระโดดทิ้งตัวลงไป“โอ้! นี่มันสวรรค์ชัดๆ”หลังจากใช้เวลาปรนเปรอตัวเองด้วยการกระโดดโลดเต้นและกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงที่นุ่มสบายอยู่พักใหญ่ ผมก็เหลือบไปเห็นนาฬิกานับถอยหลังที่ตั้งอยู่บนโต๊ะใกล้กับหัวเตียง ที่บ่งบอกถึงเวลาในการเตรียมตัวที่เหลืออยู่14:49เมื่อเห็นว่าตัวเองเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งแล้ว ผมจึงเริ่มกลับมาจดจ่อกับการต่อสู้ที่เริ่มขึ้นอีกครั้ง‘รอบน็อคเอาท์’ จะเป็นการแข่งขันจะแข่งขันแบบแพ้คัดออก โดยสามารถดูการจับคู่ได้ตามแผนผังที่อยู่บนผนังอีกฟากซึ่งการที่ผมจะขึ้นเป็นผู้ชนะอันดับที่หนึ่งได้นั้น ผมจะต้องสู้ให้ชนะเป็นจำนวนทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน โดยรอบแรกจะแข่งกันทั้งหมด 8 คู่ รอบต่อไป 4 คู่ และรอบรองชนะเลิศอันดับสอง 2 คู่ ต่อจากนั้นจะเป็นรอบสุดท้ายคือรอบชิงแชมป์นั่นเองว่าแล้วก็เปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวละครขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่เมื่อเหลือบมองไปยังจำนวนแต้มที่ยังไม่ได้ใช้งานเท่านั้นแหละ“โห!” ผมมีแต้มที่ยังไม่ได้ใช้ตั้ง 100 แต้มเลยเหรอเนี่ยซึ่งคราวนี้ผมไม่ได้อัพค่าสติปัญญาทั้งหมดเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มาอีกต่อไป นั่นคงเป็นเพราะการเดินทางได้ทำให้ผมเรียนรู้ และการเรียนรู้นั้นทำให้ผมเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้นแต้มสเตตัสครึ่งหนึ่งถูกใช้ไปกับค่าพลังชีวิต(Vit) ที่จะช่วยในการเพิ่มค่าพลังชีวิตสูงสุด ลดโอกาสการได้รับบาดเจ็บถึงสาหัสและการน็อคดาวน์จากการโจมตีทางกายภาพ อย่างน้อยที่สุดมันก็ช่วยให้ผมอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เพื่อที่จะได้ไม่เดี้ยง ง่อยหรือตายจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวของศัตรูหรือพันธมิตรส่วนแต้มสเตตัสอีกครึ่งหนึ่งก็ใช้ในการอัพค่าความแม่นยำ(Dex) ที่จะช่วยให้ผมร่ายเวทได้ไวและต่อเนื่องขึ้น ซึ่งนอกจากนั้นแล้วก็ยังจะช่วยให้ความเร็วของกระสุนหรือการแสดงผลของทักษะทำได้ไวยิ่งขึ้น ยังไงก็ต้องมาคอยดูกันว่ามันจะเร็วขึ้นสักเท่าไร คุ้มค่ากับการอัพต่อไปหรือไม่ขณะนั้นเองผมก็เพิ่งสังเกตเห็นระดับเลเวลของตัวเองว่าเป็นระดับ 20 ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับก่อนหน้าที่ผมจะได้ต่อสู้กับเดอไลล่าลามะ‘ถ้าเลเวลยังเท่าเดิมแบบนี้ก็แสดงว่าตอนที่ผมโค่นเดอไลล่าลงได้ ผมก็ไม่ได้เลเวลเพิ่มอะดิ’จากการคิดไตร่ตรองดูแล้วน่าจะเกิดจากสาเหตุที่เป็นไปได้อยู่สองประการคือ ประการแรกเกิดขึ้นเพราะใช้ทักษะชีพอารีน่าเป็นทักษะสุดท้าย ซึ่งมันอาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ไม่ได้ค่าประสบการณ์ หรือประการที่สองเป็นเพราะมันเป็นมอนสเตอร์ที่อารีน่าสร้างขึ้นมา ซึ่งเมื่อลองคิดให้ดีแล้ว สาเหตุที่เลเวลไม่เพิ่มน่าจะเป็นเพราะสาเหตุประการที่สองเสียมากกว่า‘จริงๆ ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอก แต่แค่อยากจะสรุปเป็นความคิดรวบยอดไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับมาคิดวนซ้ำอยู่เรื่อยไปต่างหาก’หน้าต่างสกิลทรีถูกเปิดขึ้นเป็นลำดับถัดมา พร้อมกับหน้าต่างการแจ้งเตือนของ 3 ทักษะใหม่ที่ผมที่น่าจะได้มาจากการสังหารเดอไลล่าลามะสำเร็จ โดยผมสามารถเลือกได้เพียงทักษะเดียวเท่านั้น ได้แก่ทักษะกลาสบูลเล็ท(Glass Bullet) เป็นทักษะประเภทเรียกใช้งาน ที่จะเป็นการดึงต้นไม้ใบหญ้าในพื้นที่มาใช้เป็นกระสุนจู่โจมที่มีคุณสมบัติในการทะลวงค่าพลังป้องกันของเป้าหมาย 100% แม้จะดูเหมือนว่าเป็นทักษะที่ให้ผลค่อนข้างรุนแรง แต่เงื่อนไขสำคัญของการใช้ทักษะก็คือ ต้องใช้อยู่ในที่ที่มีต้นหญ้ากิ่งไม้เล็กๆ เท่านั้น ยิ่งในสนามประลองเนี่ย ไม่ต้องหวังเลยทักษะแอร์วอล(Air Wall) เป็นทักษะประเภทเรียกใช้งาน ที่จะเป็นการเรียกกำแพงลมออกมา ส่งผลให้ยูนิต(Unit)หรือวัตถุใดๆ ในพื้นที่ติดสถานะลอยตัว(Float) ซึ่งเป็นสถานะที่จะทำให้เป้าหมายหรือวัตถุลอยขึ้นชั่วขณะ นอกจากนี้ก็ยังสามารถทักษะแอร์วอลในการเบี่ยงเบนวิถีโจมตีของกระสุนหรือก้อนพลังเวทมนตร์ที่เป็นการโจมตีระยะไกลได้ทักษะมินเนี่ยนแซคริไฟส์(Minion Sacrifice) เป็นทักษะประเภทเรียกใช้งาน ที่จะเป็นการสังเวยซัมมอนทั้งหมดภายในการครอบครอง เพื่อดึงเอา 20% ของค่าสถานะพื้นฐานของซัมมอนที่มีค่าสถานะสูงสุด มาเพิ่มให้กับผู้ใช้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสกิลนี้มีข้อเสียด้วยกันสองอย่างคือ ข้อแรกสกิลนี้ใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งในการต่อสู้ และข้อสองสกิลนี้จะทำให้ไม่สามารถใช้ทักษะซัมมอนได้อีกจนกว่าจะจบการต่อสู้ผมใช้เกณฑ์การเลือกโดยใช้ปณิธานดั้งเดิม นั่นก็คือ...‘ความไม่ตายเป็นลาภอันประเสริฐ’ดังนั้นสกิลสายโจมตีอย่างสกิลกลาสบูลเล็ทจึงถูกตัดออกไปก่อนเลย ตามมาด้วยทักษะมินเนียนแซคริไฟส์ที่ถูกตัดออกเป็นลำดับถัดมา เนื่องจากผมไม่มีสกิลเรียกซัมมอนอยู่เลย จึงเหลือเพียงสกิลเดียวที่เข้ากับความต้องการของผมมากที่สุด และทักษะที่ว่าก็ได้แก่สกิล ‘แอร์วอล’ นั่นเองเมื่อเลือกทักษะสำเร็จก็ดันปรากฏหน้าต่างแจ้งเตือนขึ้นมาอีกหน้าต่างหนึ่ง ที่มีเนื้อหาแจ้งว่าผมได้รับทักษะชีพอินเดอะเรน(Sheep in the rain)ที่มีรายละเอียดต่างๆ คล้ายกับทักษะในหนังสือเด็กเลี้ยงแกะ แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทีเดียว โดยทักษะนี้จะเป็นการเรียกฝนให้ตกลงมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ให้ผลลบล้างสถานะเสริมพลังและสถานะผิดปกติของยูนิตในพื้นที่มันเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของผมอยู่เหมือนกัน ซึ่งที่จริงแล้วผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรลุเงื่อนไขการได้ทักษะเหล่านี้มาได้ยังไง ยกตัวอย่างกรณีของเดอไลล่านั้นพอจะเข้าใจได้ว่าฆ่าบอสได้จึงได้ทักษะมา แต่สำหรับกรณีหนังสือเด็กเลี้ยงแกะนี่ไม่สามารถเดาได้เลยว่าเงื่อนไขนั้นคืออะไร ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้นผมไม่ได้ผ่านเควสของหนังสือเด็กเลี้ยงแกะด้วยซ้ำ แต่ก็ยังได้สกิลเพิ่มมาอย่างงงงวยพลันเหลือบไปเห็นทักษะรีดเดอร์ที่อยู่ในหน้าต่างแผนผังทักษะมาเป็นเวลา แต่ผมไม่เคยได้มีโอกาสอ่านรายละเอียดมันสักที
ทักษะ: รีดเดอร์(Reader) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ผลจากการเป็นนักอ่านตัวยง ทำให้สามารถประยุกต์ใช้จินตนาการและความรู้มาใช้ในการต่อสู้ได้ โดยทุกครั้งที่เริ่มการต่อสู้จะสุ่มเรียกหนังสือออกมาเป็นจำนวน 2-3 เล่ม*ผลของทักษะนี้จะทำให้ระบบแต้มทักษะหายไป แต่จะเพิ่มโอกาสในการได้รับทักษะพิเศษจากหนังสือโดยไม่สนใจเงื่อนไข 1%
“อ๋อ! ” เป็นงี้นี่เอง ถ้าหากว่าบรรลุเงื่อนไขก็ได้ทักษะ หรือถ้าไม่บรรลุเงื่อนไขก็จะมีโอกาสได้เหมือนกัน‘และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้รับทักษะชีพอินเดอะเรนมาครอบครอง’ขั้นตอนถัดมาก็เป็นการเปิดหน้าต่างสัมภาระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบไอเท็มที่ผมได้รับมาจากการเคลียร์ดันเจี้ยนเหมืองหินเก่าโบราณโดยมีไอเท็มที่น่าสนใจถึงสองชิ้นด้วยกันคือ กำไลสวอมบ์การ์เดี้ยน และการ์ดนากะการ์เดี้ยน
ไอเท็ม: กำไลสวอมบ์การ์เดี้ยนระดับ: ยูนีค(Unique)ประเภท: เครื่องประดับรายละเอียด: เป็นไอเท็มที่เป็นของรางวัลให้แก่ผู้พิชิดเหมืองหินเก่าโบราณได้เป็นคนแรก เมื่อผู้สวมใส่ทำการโจมตีปกติโดนเป้าหมายจะมีโอกาส 10% ที่จะเรียกพอยซันนากะ(Poison Naga)ออกมาฉกเป้าหมาย พร้อมสร้างสถานะติดพิษ(Poison) นอกจากนี้ยังมีโอกาสอีก 0.001% ที่จะซัมมอนนากะการ์เดี้ยนออกมากลืนกินเป้าหมาย*สถานะติดพิษ(Poison) : เป็นสถานะที่จะทำให้เป้าหมายสูญเสียพลังชีวิต 1% ของพลังชีวิตปัจจุบันทุกๆ 10 วินาที ซึ่งมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้เป้าหมายยกเลิกการกระทำใดๆ เป็นเวลา 1 วินาที
ผมจัดการนำกำไลออกมาสวมใส่ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็อ่านรายละเอียดของไอเท็มชิ้นถัดไป
ไอเท็ม: การ์ดนากะการ์เดี้ยนประเภท: การ์ด(ชุดเกราะ)รายละเอียด: เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันต่อมอนสเตอร์ประเภทสัตว์เลื้อยคลานขึ้น 30%
ทันใดนั้นเสียงประกาศก็ดังขึ้นประกาศถึงนักสู้ทั้งสิบหกคน ขณะนี้เหลือเวลาในการเตรียมตัวอีก 5 นาที ก่อนจะเริ่มการแข่งขันคู่แรก โดยลำดับในการต่อสู้จะถูกสุ่ม ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมผมจึงรีบปิดหน้าต่างเมนูต่างๆ ทั้งหมดลง แล้วเข้าสู่สมาธิ พร้อมกับดำเนินแผนการขั้นต่อไป นั่นก็คือการสวดภาวนา‘ขอให้สุ่มได้หนังสือดีๆ’‘ขอให้สุ่มได้หนังสือดีๆ’‘ขอให้สุ่มได้หนังสือดีๆ’....ผมภาวนาอยู่อย่างนั้นจนเวลานับถอยหลังมาหยุดอยู่ที่00:00