ภายในห้องพักส่วนตัวของฉางเสวี่ย บรรยากาศยังคงสั่นสะเทือนด้วยระลอกคลื่นแห่งพลัง "ปราณน้ำแข็งรัญจวน" ที่นางเพิ่งบรรลุ แสงออร่าสีชมพูประกายทองยังคงไหลเวียนอยู่รอบกายราวกับมังกรวารีที่กำลังพิทักษ์เจ้าชีวิต ผลึกน้ำแข็งรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ลอยวนรอบร่างกายของนางเปล่งแสงระยิบระยับ สะท้อนแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างหยกแกะสลัก
ความเงียบในห้องถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาอย่างมั่นใจ ทันใดนั้น บานประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้มีกลิ่นอายแห่งอำนาจที่เหนือล้ำ กระแสลมที่พัดเข้ามาพร้อมกับเขาทำให้ผลึกน้ำแข็งที่ลอยอยู่สั่นไหวเล็กน้อย ราวกับรู้สึกถึงการมาถึงของผู้ที่มีพลังเหนือกว่า
**ประมุขหวงฝู่** ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ ร่างกายสูงใหญ่ของเขาเปล่งกลิ่นอายของผู้ปกครองที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน เสื้อคลุมสีดำปักลายมังกรทองที่เขาสวมใส่ปลิวไสวตามลมที่เกิดจากพลังงานรอบกาย แววตาของเขาจับจ้องไปที่เรือนร่างของฉางเสวี่ยที่บัดนี้เปล่งปลั่งและทรงพลังขึ้นอย่างมหาศาล
ทันทีที่สายตาของฉางเสวี่ยไปพบกับร่างกายสูงใหญ่ของหวงฝู่ ความทรงจำของคืนที่ผ่านมาก็พรั่งพรูเข้ามาในจิตใจอย่างไม่อาจควบคุม นางนึกถึงร่างกายแข็งแกร่งนั้นที่เคยประสานกับนาง นึกถึงท่อนเนื้อที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งที่ฝังด้วยมุกราคะ นึกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อมุกเหล่านั้นเสียดสีกับร่างกายของนาง แก้มของนางแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นเร็วขึ้น และนางพบว่าตัวเองไม่กล้ามองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเตียงหยกเหมันต์ สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ไม่ได้มีเพียงความหนาวเหน็บ แต่กลับแฝงไปด้วยแรงดึงดูดลึกลับที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายของเขา พลังงานที่แผ่ออกมาจากฉางเสวี่ยในขณะนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง หากเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ พลังของนางเหมือนลำธารน้ำแข็งที่เซาะไหลเงียบๆ แต่บัดนี้กลายเป็นน้ำตกน้ำแข็งที่ตกจากยอดเขาสูง เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างและความงดงาม
"ยินดีด้วย... เสวี่ยเอ๋อร์" หวงฝู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กังวานไปทั่วห้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและความพึงพอใจ "ข้าสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินจากที่นี่ แม้แต่นกและสัตว์ป่าในรัศมีหลายสิบลี้ก็หนีกระเจิงไปหมด ไม่นึกเลยว่าเพียงการเคี่ยวกรำครั้งแรก เจ้าจะสามารถทลายคอขวดขั้นสูงพุ่งเข้าสู่ขั้นไร้พรมแดนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้"
เสียงของเขาทำให้ฉางเสวี่ยรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นางพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูสงบ แต่ความทรงจำของการสัมผัสกันยังคงทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ นางรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองยังคงจดจำรูปร่างและความรู้สึกของเขาอยู่ ทำให้เกิดความปรารถนาเล็กๆ ที่พยายามจะปกปิดไว้
เขาเดินเข้าไปใกล้นางอีกหนึ่งก้าว สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของนาง ผิวหนังที่เคยขาวผ่องบัดนี้เรืองแสงเบาๆ ด้วยประกายที่คล้ายแก้วใส เส้นเลือดใต้ผิวหนังเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับสายน้ำแข็งที่ไหลเวียน ทุกลมหายใจของนางสร้างไอเย็นเล็กน้อยที่ควบแน่นในอากาศ แต่ไอเย็นนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกไม่สบาย แต่กลับทำให้เขาต้องการเข้าไปใกล้มากขึ้น
ฉางเสวี่ยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แววตาของนางนิ่งสงบแต่ล้ำลึกดุจห้วงอรรณพ ประกายไฟแห่งพลังอำนาจวาบผ่านดวงตาของนางในทุกครั้งที่กะพริบ นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือประหลาดใจต่อการมาถึงของเขา แต่กลับมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจใหม่ ราวกับนางได้เรียนรู้สิ่งที่ลึกซึ้งจากการประสานปราณครั้งก่อน
แต่เมื่อสายตาของนางไปสัมผัสกับร่างกายแข็งแกร่งของเขา ความทรงจำของคืนที่ผ่านมาก็ทำให้นางรู้สึกเขินอายและเร่าร้อนขึ้นมาพร้อมกัน นางจำได้ถึงความรู้สึกเมื่อร่างกายทั้งสองประสานกัน จำได้ถึงท่อนเนื้อที่ใหญ่โตและทรงพลังของเขา จำได้ถึงมุกราคะที่ฝังอยู่และสร้างความเสียวซ่านที่ไม่อาจลืมเลือน นางรีบหันหน้าไปทางอื่น ไม่กล้ามองตาเขาตรงๆ
"ทั้งหมดเป็นเพราะปราณหยางที่ท่านมอบให้..." นางเอ่ยด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม เสียงของนางไม่ได้เย็นชาเหมือนน้ำแข็งอีกต่อไป แต่มีความอบอุ่นแฝงอยู่ และมีความสั่นเทาเล็กน้อยที่แสดงถึงความรู้สึกภายใน "แต่มันช่างน่าประหลาดนัก ปราณของท่านไม่ได้แผดเผาน้ำแข็งของข้า แต่มันกลับหลอมละลายและแทรกซึมเข้าเป็นหนึ่งเดียว ราวกับน้ำแข็งกับไฟได้เรียนรู้ที่จะเต้นรำร่วมกัน"
นางยกมือขึ้นมองดูฝ่ามือของตัวเอง บนฝ่ามือมีประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ ไหลเวียนอยู่ แต่เมื่อนางคิดถึงความรู้สึกที่ได้รับจากหวงฝู่ ประกายแสงนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนๆ ผสมกับสีทอง การเปลี่ยนแปลงของสีแสงนี้ทำให้นางนึกถึงช่วงเวลาที่ร่างกายทั้งสองผสมผสานกัน ทำให้แก้มแดงก่ำขึ้นอีก "ข้าไม่เคยคิดว่าพลังหยินหยางจะสามารถผสมผสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ มันเหมือนกับการค้นพบโลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครเล่าให้ฟัง"
หวงฝู่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในท่าทีของนาง เห็นแก้มที่แดงก่ำและสายตาที่หลบเลี่ยง เขาเข้าใจดีว่านางกำลังนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา ความรู้สึกนี้ทำให้เขาพึงพอใจและต้องการเข้าไปใกล้นางมากขึ้น
หวงฝู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความภาคภูมิใจ เขาเดินเข้าไปใกล้นางอีกหนึ่งก้าว จนกลิ่นอายร้อนแรงของเขาปะทะกับไอเย็นจากกายของนาง สร้างกระแสลมเล็กๆ ที่หมุนวนรอบทั้งคู่ กลิ่นหอมของเขาที่คุ้นเคยทำให้ฉางเสวี่ยรู้สึกถึงความปรารถนาที่เริ่มตื่นตัวขึ้นมาในร่างกาย
"นั่นคือความลับที่ข้าตั้งใจมอบให้เจ้า..." เขาเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "เจ้าคงสงสัยว่าเหตุใดน้ำแข็งพันปีของเจ้าถึงยอมสยบต่อเปลวเพลิงของข้า? นั่นเพราะไฟที่ข้าใช้ผสานกับเจ้าไม่ใช่ไฟธรรมดา แต่มันคือ 'ไฟราคะ' (Erotic Fire)"
เขาหยุดพูดชั่วครู่ แววตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง แม้นางจะพยายามหลบสายตา แต่เขาก็สามารถเห็นความปรารถนาที่แฝงอยู่ในดวงตาเหล่านั้น "ไฟราคะนั้นไม่ได้เกิดจากการเผาไหม้ธรรมดา แต่เกิดจากความปรารถนาที่แท้จริงของจิตวิญญาณ มันร้อนแรงกว่าไฟใดๆ ในโลกนี้ เพราะมันเผาไหม้ด้วยอารมณ์และความต้องการที่ลึกที่สุด เมื่อไฟราคะสัมผัสกับน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ มันไม่ได้ทำลาย แต่มันปลุกเร้าและปลดปล่อยพลังที่ถูกกักขังไว้"
คำพูดของเขาทำให้ฉางเสวี่ยนึกถึงช่วงเวลาที่ความร้อนแรงของเขาแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของนาง ไม่ใช่เพียงแค่ความร้อนทางกาย แต่เป็นความร้อนแรงของความปรารถนาที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกปลุกเร้าจากการหลับใหลที่ยาวนาน นางจำได้ถึงความรู้สึกเมื่อท่อนเนื้อของเขาเคลื่อนไหวภายในร่างกายของนาง จำได้ถึงมุกราคะที่เสียดสีและสร้างความเสียวซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เขายื่นมือออกมาเชยคางของนางเอกขึ้นอย่างถือดี การสัมผัสของเขาทำให้ผิวหนังของนางอบอุ่นขึ้น และทำให้นางไม่อาจหลบสายตาได้อีกต่อไป แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง เขาเห็นความเขินอายและความปรารถนาที่ปะปนกันอยู่ในดวงตาเหล่านั้น
"น้ำแข็งที่เย็นจัดที่สุด หากต้องการจะเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นพลังที่พุ่งทะยาน ย่อมต้องใช้ไฟที่ร้อนแรงที่สุดมาหลอมละลาย และในโลกหล้าไม่มีไฟใดจะรุนแรงและยั่งยืนไปกว่าไฟราคะอีกแล้ว เมื่อน้ำแข็งผสานกับไฟราคะ มันจะกลายเป็นธาตุใหม่ที่ไร้คู่ต่อสู้ และเจ้า... คือข้อพิสูจน์ที่งดงามที่สุด"
การสัมผัสของมือเขาที่คางทำให้ฉางเสวี่ยรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นางนึกถึงมือเดียวกันนี้ที่เคยลูบไล้ร่างกายของนาง เคยสร้างความเสียวซ่านและความสุขสมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความทรงจำเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มมีปฏิกิริยา หัวใจเต้นเร็วขึ้น ลมหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ
ฉางเสวี่ยรู้สึกถึงความจริงในคำพูดของเขา นางนึกถึงช่วงเวลาที่ร่างกายทั้งสองประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงความเสียวซ่านทางกาย แต่เป็นการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงในระดับที่ลึกกว่านั้น นางจำได้ถึงความรู้สึกเมื่อท่อนเนื้อที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งของเขาเคลื่อนไหวภายในร่างกายของนาง จำได้ถึงมุกราคะที่ฝังอยู่และสร้างความรู้สึกที่เข้มข้นจนแทบสิ้นสติ
"ข้าเข้าใจแล้ว..." นางกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจใหม่ แต่ยังคงมีความเขินอายแฝงอยู่ "ไฟราคะไม่ได้เผาผลาญ แต่มันปลุกเร้า มันไม่ได้ทำลาย แต่มันสร้างสรรค์ ข้ารู้สึกได้ว่าพลังภายในร่างกายของข้าไม่ได้เป็นเพียงน้ำแข็งอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความเย็นและความร้อน ระหว่างหยินและหยาง"
นางหยุดพูดชั่วครู่ ดวงตามองลงที่พื้น ความเขินอายทำให้นางไม่กล้ามองตาเขาตรงๆ "แต่... แต่ข้ายังคิดถึง..." เสียงของนางเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน "คิดถึงความรู้สึกนั้น... คิดถึงการที่ท่านและข้า... ประสานกัน..."
หวงฝู่ยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินคำสารภาพของนาง เขารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของนางไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในระดับพลัง แต่ยังรวมถึงความรู้สึกและความปรารถนาด้วย นางไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ที่ถูกบังคับอีกต่อไป แต่เป็นผู้ที่เริ่มมีความต้องการของตัวเอง
หวงฝู่โน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของฉางเสวี่ย จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดลำคอระหงของนาง ทำให้นางสั่นเทาเล็กน้อย "ในเมื่อเจ้าได้สัมผัสถึงความวิเศษของมันแล้ว... เหตุใดเราไม่ก้าวต่อไปด้วยกันเล่า? ข้าขอเชิญเจ้า... มาเป็น 'คู่บำเพ็ญ' (Dual Cultivation Partner) ของข้าอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ในฐานะเชลย แต่ในฐานะสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่จะร่วมครองบัลลังก์หยินหยางและบรรลุขั้นเทพกามวิสัยไปพร้อมกับข้า"
ลมหายใจร้อนของเขาที่ข้างหูทำให้ฉางเสวี่ยรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย นางนึกถึงความรู้สึกเมื่อเขากระซิบคำหวานใส่หูในขณะที่ร่างกายทั้งสองประสานกัน นึกถึงเสียงครางที่เขาส่งออกมาเมื่อได้รับความเสียวซ่าน ความทรงจำเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มมีความต้องการที่ชัดเจนขึ้น
คำชวนนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่มันแฝงไปด้วยการส่งผ่านกระแสปราณหยางเข้มข้นที่ปลุกเร้า "มุกราคะ" ในกายนางให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง มุกราคะที่ฝังลึกในร่างกายของนางเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ส่งคลื่นความเสียวซ่านที่คุ้นเคยแต่ยังคงน่าตื่นเต้น ทำให้นางนึกถึงความรู้สึกเมื่อมุกราคะของนางเสียดสีกับมุกที่ฝังอยู่บนท่อนเนื้อของเขา
ฉางเสวี่ยสัมผัสได้ถึงความจริงที่ว่า หากนางตกลง ระดับพลังของนางจะพุ่งสูงขึ้นจนยากจะจินตนาการ การบำเพ็ญคู่กับผู้ที่มีพลังในระดับของหวงฝู่จะทำให้นางได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ขณะเดียวกันนางก็จะผูกพันธะจิตวิญญาณกับบุรุษเบื้องหน้าไปตลอดกาล
แต่สิ่งที่ทำให้นางลังเลไม่ใช่ความกลัวต่อพันธะ แต่เป็นความเขินอายและความรู้สึกที่ยังไม่คุ้นเคยกับตัวเอง นางไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความปรารถนาทางกายเช่นนี้ ไม่เคยคิดว่าจะคิดถึงการสัมผัสกับชายคนหนึ่งจนถึงขนาดที่ร่างกายมีปฏิกิริยาเพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา
นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตามองลงที่มือของตัวเองที่ยังคงมีประกายแสงหยินหยางไหลเวียนอยู่ นางคิดถึงพลังใหม่ที่ได้รับ คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่านี้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น นางคิดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายทั้งสองผสมผสานกัน คิดถึงความสุขสมและความเสียวซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ก่อนจะค่อยๆ ขยับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับ แต่ยังคงมีความเขินอายแฝงอยู่ "ท่านช่างรู้จักวิธีล่อลวงปรมาจารย์เสียจริง..." นางเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจใหม่ แต่ยังคงหลบสายตาเล็กน้อย "หากไฟราคะของท่านสามารถทำให้น้ำแข็งของข้ากลายเป็นนิรันดร์ได้ ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธการก้าวสู่จุดสูงสุดนั้น"
นางหยุดพูดชั่วครู่ แล้วมองขึ้นมาสบตาเขาอย่างกล้าหาญ แม้แก้มจะยังคงแดงก่ำอยู่ "แต่... แต่ข้าต้องการให้ท่านรู้ว่า ข้าไม่ได้ตกลงเพียงเพราะพลัง..." เสียงของนางเบาลงเล็กน้อย "ข้าตกลงเพราะ... เพราะข้าต้องการสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้ง ต้องการให้ท่านสอนข้าในสิ่งที่ข้ายังไม่รู้ ต้องการ... ต้องการท่าน..."
หวงฝู่พึงพอใจในคำตอบนั้นยิ่งนัก การที่นางยอมรับความปรารถนาของตัวเองทำให้เขารู้สึกถึงชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพียงแค่การพิชิตร่างกาย แต่เป็นการพิชิตหัวใจและจิตวิญญาณ
เขาโอบเอวคอดกิ่วของฉางเสวี่ยเข้ามาแนบชิด การสัมผัสทำให้นางสั่นเทาเล็กน้อย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความปรารถนาที่เริ่มลุกโชนขึ้นมา นางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเขา รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากผิวหนัง และที่สำคัญที่สุด นางรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขาที่แสดงว่าเขาก็มีความปรารถนาต่อนางเช่นกัน
"เสวี่ยเอ๋อร์..." เขากระซิบชื่อของนางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก "บัดนี้เราจะเริ่มต้นบทใหม่ด้วยกัน บทที่จะนำพาเราไปสู่จุดสูงสุดของพลังและความสุขสม"
เขาเตรียมพร้อมที่จะเริ่มบทเรียนการบำเพ็ญคู่ครั้งใหม่ ครั้งนี้ไม่ใช่การบังคับหรือการพิชิต แต่เป็นการผสมผสานระหว่างสองจิตวิญญาณที่ต้องการกันและกัน การผสมผสานที่จะสั่นสะเทือนทั้งยุทธภพสืบไป...