่ที่ 1 อัศวินหญิงบนปลายเสาเข็ม
ภายใต้ฟ้าที่ครึ้มดำสนิทเสียงครืนครางของฟ้าร้องและหยาดฝนตกพรำลงบนทุ่งหญ้าอันรกร้างที่ถูกใช้เป็สนามรบนองเืราวกับ์ร่ำไห้ร้องระทมให้แก้ความบ้าคลั่งของมนุษย์บัดนี้ นอกจากศพของทหารหลากชาติพันธุ์ ซากสัตว์อสูรน้อยใหญ่ และเศษหอกดาบปืนผาหน้าไม้ที่ผุพังมีเพียงแมลงและหนอนที่ผุดขึ้นจากดินที่ชุ่มเืเพื่อเข้ามาชอนไชศพทหารในาทว่า ณ ใจกลางสนามรบ มีสิ่งหนึ่งที่ตั้งเด่นอยู่เหนือพื้น มันคือร่างของอัศวินหญิงบนปลายเหล็กแหลมที่มีเงี่ยงคู่คล้ายกับหัวลูกศร
ณ . ทุ่งหญ้าร้างบนตะเข็บชายแดนอาณาจักรมอสเตรียกับอาณาจักรวีต้าร์ที่ไร้ซึ่งชีวิตนอกจากคนตายมีเพียงสิ่งเดียวที่เห็นได้ชัดเจนบนใจกลางสนามรบคือวัตถุคล้ายเสาเข็มเหล็กสีดำที่สูงราวกับต้นไผ่ในป่าปักตั้งเด่นอยู่ที่นั่นกับร่างของอัศวินหญิงในชุดเกราะที่ชำรุดเกินจะใช้งานได้และเลอะไปด้วยเืกับดินโคลนถูกปักคาอยู่บนปลายจากหลังทะลุออกจากท้องร่างนั้นแผ่ร่างรับลมและฝนอย่างโดดเดี่ยวราวกับใบธงบนยอดเสา แขนขาของเธอห้อยลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงหน้าของอัศวินผู้นั้นแหงนขึ้นและผมผูกหางม้าสีชมพูซีดกระเซอะกระเซิงลู่ลงตามแรงโน้มถ่วงพร้อมกับตาที่หลับสนิทเสียงหายใจอันแ่เบาราวกับคนใกล้ตายออกมาจากปากที่ชุ่มเืของอัศวินผู้นั้นเคล้ากับเสียงฝนและลมที่หนาวเหน็บเธอไม่พูดหรือคิดอะไรได้นอกจากรอคอยจุดจบ ทันใดนั้นก็มีเสียงของชายคนหนึ่งปลุกเธอด้วยน้ำเสียงเ้าเล่หเพทุบาย
“ตื่น! ตื่นสิ!อย่ามาหลับคาปลายเสาแบบนี้ และอย่าคิดว่าแกกำลังจะตายด้วย!”
อัศวินหญิงพยายามคืนสติที่เลือนลางพร้อมกับฝืนลืมตาที่อ่อนเพลียเผยแววม่านตาสีดำสนิทของเธอเพียงเล็กน้อยภาพอันเลือนลางที่เธอมองเห็นคือภาพสนามรบที่ไร้ชีวิตแบบกลับหัวลง นี่...นี่เกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำไมทุกอย่างถึงได้ดูห่างไกลและกลับหัวแบบนี้ล่ะ? แล้วทำไมฉันถึงตัวชาไม่รู้สึกอะไรเลย?
“อย่าเพิ่งสงสัยตั้งสติและดูรอบๆ ก่อน แต่ความจริงฉันว่าแกน่าจะดูตัวเองก่อนนะ”เสียงนิรนามนั่นพูดต่อ
หา...นั่นใครพูดกับฉันอยู่เนี่ย?เธอสงสัย
“ไม่ต้องมางงดูก่อน!” เสียงนั้นสวนกลับ
อัศวินหญิงผู้นั้นใช้แรงอันน้อยนิดกวาดสายตาและหันเอียงหน้าเพื่อดูรอบตัวอย่างช้าๆก็พบว่าตัวเองอยู่สูงเหนือพื้นที่เต็มไปด้วยศพทหารหลายสิบเมตรที่มีเพียงเสียงลมและฝนกระทบตัวของเธอไม่มีแม้แต่เ้าของเสียง และเธอก็พยายามยกตัวที่ห้อยอยู่ขึ้นเพื่อก้มดูร่างของตัวเองเธอใสุดขีดที่พบว่าเกราะส่วนท้องของเธอมีปลายเหล็กสีดำรูปทรงหัวศรอาบเืทะลุออกมาพร้อมกับไส้ที่เหลือบทะลักขึ้นมาร่างที่ด้านชาไร้เรี่ยวแรงทำได้แค่ร้องอึกอักด้วยความใอย่างสุดขีด
นี่มัน!? เป็ไปได้ยังไง!? ร่างโดนเสียบขนาดนี้นี่ทำไมฉันถึงยังไม่ตาย?แล้วฉันขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง? และฉันอยู่บนนี้นานแค่ไหน? ว่าไปั้แ่ที่ได้รับาเ็ระหว่างการรบทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ? เธอคิด
“เซอร์ไพรส์!แกยังไม่ตายเว้ย!” เสียงนั้นะโด้วยความสะใจพร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ย “และข่าวดีก็คือต่อให้แกโดนบี้เป็ขี้โดนเหยียบ หรือจะโดนคำสาปสะกดิญญา แกก็ไม่ตาย!ฉันนี่ละเว้ยที่จะทำให้แกเป็ะ! ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือแกหมดสิทธิที่จะตายมากกว่า!”
อัศวินหญิงได้แต่สงสัยว่าทำไมเสียงที่แว่วนี้คือมิตรที่ชุบชีวิตเธอหรืออมิตรที่มาเพื่อซ้ำเติมเธอ เธอถามด้วยน้ำเสียงกระอักกระอวยของผู้าเ็“แล้วแกเป็ใคร ทำไมฉันถึงมองไม่เห็นแก”
“ได้ๆเดี๋ยวจะบอกให้ แต่ก่อนอื่น แกลงมาจากปลายเสานี่เถอะ”
“แล้วฉันจะลงไปยังไง?แรงจะกระดิกนิ้วยังไม่มีเลย” อัศวินหญิงถามกลับด้วยแรงอันน้อยนิด
“ไม่รู้สิเดาเอาเอง” เสียงนั้นยียวนกลับ “แต่ที่รู้คือตอนนี้แกมีแรงกว่าที่คิดถ้าคิดไม่ออกก็ใช้แรงไปเลย ฝืนๆ หน่อย”
อัศวินหญิงผู้นั้นรู้สึกเสียอารมณ์แต่ก็ทำได้แค่พยายามเอามือที่อ่อนแรงดึงตัวเองออกจากเสาเข็มสีดำเธอพยายามกำปลายเสาที่แหลมคมและดึงตัวขึ้นแต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะเธอมีแรงไม่พอและที่ปลายก็มีเงี่ยงที่คล้ายกับหัวลูกศรกันไม่ให้ดึงออกเสียงนั้นหัวเราะอีกครั้งและเย้ยเธอต่อ “ท่าทางจะไม่ไหวซะแล้วสิหวานใจของฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าส่วนฐานที่ปักบนพื้นมันลึกแค่ไม่กี่เมตร ลงไปดึงข้างล่างดีกว่าไหม?”
“จะบ้าหรือไง?แกจะให้ฉันรูดตัวเองลงไปบนพื้นเหรอ? แกเอาอะไรมาคิด?” อัศวินหญิงตวาดกลับด้วยเสียงที่อ่อนแรง
“ไม่ลองก็ไม่รู้หรือจะอยู่แบบนี้ปล่อยให้ตัวอะไรก็ไม่รู้มาตอมต่อฉันไม่รู้ด้วยนะ”เสียงนั้นตอบกลับ “เอ้า! รีบลงมาได้แล้ว!”
นี่ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆอัศวินหญิงคิด ฉันคงเสียเืคงเพ้อว่ามีมนุษย์ล่องหนคุยกับฉันและจะให้รูดตัวเองลงนี่มันบ้าชัดๆ ขืนทำไปคงได้ตายจริงแน่
“ไม่ตายจริงหรอกน่าแค่มดกัด และแกก็ไม่ได้บ้าด้วย บอกแล้วว่าแกไม่มีวันตายแล้ว” เสียงนั้นตอบ
นี่มันรู้ความคิดของฉันเหรอ อัศวินหญิงแปลกใจและแผลไส้ทะลักแบบนี้เนี่ยนะมดกัด?
“รู้สิก็ฉันอยู่ในหัวของแกนี่ แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาเถียง ลงไปเร็ว!”
อัศวินหญิงงงแต่ก็ได้แต่ยอมทำตามอย่างไม่เต็มใจเพราะเธอรู้สึกว่ายิ่งเวลาผ่านไป ร่างกายที่ชาก็จะยิ่งค่อยๆ รู้สึกเจ็บมากขึ้น แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงเรี่ยวแรงที่ค่อยๆกลับมาจนมีมากพอที่จะดันตัวเองลงไป เธอฝืนความเ็ปและดันตัวเองลงอย่างช้าๆ สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวเคล้ากับน้ำตาที่ไหลด้วยความทรมานและการออกแรงปากแผลที่เดิมลำไส้ทะลักแค่เผยผิวของมันก็ยิ่งทะลักออกมาตามแรงเสียดทานของเสาเข็ม จนเมื่อเธอลงเกือบถึงครึ่งทางความรู้สึกทั้งหมดก็กลับคืนสู่ร่างอย่างเต็มที่ เธอเจ็บจนผละมือออกจากตัวเสาที่ชุ่มไปด้วยเืกับเศษเนื้อตะเกียดตะกายเหมือนแมลงถูกเสียบบนปลายเหล็กและกรีดร้องโหยหวนจนเสียงดังสะท้านไปทั้งสนามรบจากความเ็ปที่เกินบรรยายของปากแผลที่หลังและช่องท้องของเธอทันใดนั้น ใบหน้าที่อาบไปด้วยเืและน้ำตาของอัศวินหญิงผู้นั้นก็เผยความบ้าคลั่ง กัดฟันและร้องออกแรงดันตัวเองลงไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งร่างของเธอตกลงไปเนื่องจากปากแผลที่เปิดกว้างขึ้นและเืที่อาบไหลลงตามแนวเสาเข็มจนลื่นร่างของอัศวินหญิงรูดลงไปตามแนวเสาจนในที่สุดก็ตกลงกับพื้นที่นองไปด้วยเืของเธอและรายล้อมไปด้วยศพทหารเธอแผดเสียงแห่งความเ็ปออกจากปากที่เต็มไปด้วยเือยู่ครู่หนึ่งและเธอก็กลับมาคิดกับตัวเองอีกครั้ง
นรกเอ๊ยลงถึงพื้นสักที! นี่ต้องเป็ความฝันแน่ๆ ตอนคลอดลูกยังไม่เจ็บเท่านี้เลยทีนี้ก็เหลือแต่ดึงเสาบ้านี่ออกจากพื้นใช่ไหม? เอาวะ!มาถึงขนาดนี้แล้ว! จากนั้น อัศวินหญิงก็ร้องออกแรงทั้งหมดที่เหลือในตอนนี้บิดและดึงเสาที่ปักอยู่กับพื้นโคลนที่เริ่มอ่อนตัวลงเพราะน้ำฝนและเืของเธออีกนิดเดียว เธอคิดให้กำลังใจตัวเอง พอดึงเสาเฮงซวยนี้ออกไปได้เมื่อไหร่ฉันจะตบแสกหน้าตัวเองให้ตื่นเลย!
อัศวินหญิงฝืนความรู้สึกที่เกินจะทนดึงเสาที่ลื่นเพราะเืของเธอออกอยู่ครู่หนึ่งจนในที่สุดเข็มเหล็กสีดำเ้ากรรมนั่นก็หลุดจากพื้นและปากแผลที่เต็มไปด้วยเืและลำไส้ของเธอที่ทะลักจนกองกับพื้น
สำเร็จ! เธอคิดด้วยความดีใจเอ่... เธอนึกดีใจแค่ครู่เดียว เสาเข็มนั่นก็ล้มลงกระแทกกับแสกหน้าของเธอดังก๊อง
เออ แบบนี้ไม่ต้องตบแสกหน้าแล้วมั้งนี่เป็ความจริง! อัศวินหญิงคิดไปพลางใช้มือขวาของเธอปัดเข็มเหล็กสีดำออกจากร่างของเธอพร้อมกับหอบจากความเหนื่อยล้ากับอาการเสียเืเธอร้องด้วยความเ็ปและดิ้นตะเกียดตะกายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะฝืนอาการเพื่อถามเสียงที่แว่วนั้นอีกครั้ง“ตกลงแกเป็ใครกันแน่? หรือว่าฉันเจ็บจนเสียสติไปแล้ว?”
“บอกแล้วว่าแกไม่ได้บ้าและฉันก็มีตัวตนอยู่ในหัวของแกเท่านั้น” เสียงในหัวที่เงียบหายไปนานตอบเธอ“เรียกฉันว่าวิคเตอร์ ฉันคือิญญาที่ถูกสร้างขึ้นให้มาสิงอยู่ในความคิดของแกแต่ใครและทำไมถึงส่งฉันมา แกค่อยๆ ค้นหาเองแล้วกันและฉันรู้จักแกยิ่งกว่าแกรู้จักตัวเองด้วย”
“ไอ้เวรนี่ตอบมาครึ่งๆ กลางๆ อยู่ได้!” อัศวินหญิงตวาดกลับด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ”และแกมารู้จักอะไรฉันวะ?”
“รู้สิรู้ดีด้วย” วิคเตอร์ ิญญาจอมแสบตอบด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “แกชื่อแอสต้า ดอล์ยมนุษย์เพศหญิงหัวคิดชาตินิยม อายุ 24 ปี สัดส่วนถือว่าเพอร์เฟกต์ แต่ที่น่าทึ่งกว่าคือแกเป็ขุนนางอัศวินที่ไต่เต้าเป็ระดับแม่ทัพใหญ่สังกัดกองพลแนวหน้าที่หนึ่งที่เร็วที่สุดของอาณาจักรมอสเตรียถูกศาสนจักรบังคับให้แต่งงานกับนักบวชในสำนักพระสังฆราชของดินแดน เพิ่งจะมีลูกชายอายุไม่ถึงครึ่งปีด้วยเป็แม่ประสาอะไรวะ? แทนที่จะอยู่เลี้ยงลูกที่บ้านแต่มาออกรบแบบนี้ แล้วก็...”
“พอได้แล้วพูดมากจริง!” แอสต้า อัศวินหญิงตวาด “แกรู้ถึงขนาดนี้ได้ยังไง?”
“ก็ฉันอยู่ในหัวของแกนี่ทำไมจะไม่รู้ ซอกหลีบไซส์คัพองเอวของแกฉันรู้หมดและรู้ด้วยว่าั้แ่เล็กจนโตแกกินขนมปังไปแล้วกี่แผ่น”
“ยังจะกวนตีนอีกและเน้นเื่สัดส่วนเหลือเกินนะไอ้ลามก!” แอสต้าตวาดด่าวิคเตอร์พร้อมกับพยายามลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหวและกลับมานอนหอบกับพื้นเือีกครั้งเธอถามลองเชิงทันที “ถ้าแกรู้ไปซะทุกเื่แบบนี้ ไหนบอกมาซิว่าฉันจะไล่แกออกจากหัวยังไง”
“แกไล่ฉันไปไม่ได้หรอกฉันสิงอยู่ในความคิดของแกแบบถาวร หมอผีเคาะหัวหรือจะตัดหัวก็ไร้ประโยชน์ต่อให้ร่างแหลกฉันก็จะพาิญญาของแกไปจุติหรือยึดร่างของคนอื่นและแปรสภาพเป็ร่างเดิมได้ทันทีเอาเป็ว่าตอนนี้ฉันแนะนำวิธีฟื้นฟูาแให้เร็วที่สุดได้ รับรองว่าแกต้องชอบแน่”วิคเตอร์ตอบกลับ
แอสต้าหัวเราะฮึเย้ยกลับและตอบกวนประสาทกลับ“ขี้โม้เอ๊ย! พูดอะไรบ้าๆ ฉันเป็มนุษย์เต็มตัวนะ สภาพแบบนี้ถ้าไม่แอดมิทก็ต้องจองโลงแล้ว”
“ก่อนจะว่าฉันดูท้องของแกก่อน” วิคเตอร์ตอบกลับแอสต้าที่ได้ยินก็ยกหัวขึ้นเพื่อเหลือบตาลงดูแผลที่ท้องของเธอ เธอพบว่าลำไส้และเศษเนื้อที่ทะลักออกมารวมไปถึงาแทั้งทั้งร่างฟื้นฟูตัวเองและงอกกลับมาเหมือนเดิมอย่างช้าๆ
“เป็ไปได้ยังไง!?” แอสต้าแปลกใจ“ฉันไม่ใช่ผู้ใช้คาถาแพทย์ แล้วก็ไม่ได้ดัดแปลงทางชีวภาพหรือใช้อาคมอะไรนี่?”
“ยังมีที่เด็ดกว่านี้อีกแกเห็นกองศพที่อยู่รอบๆ ตัวแกไหม?” วิคเตอร์ตอบกลับ
“เห็น ทำไม?”
“เลือกสักศพแล้วก็กินเลยแผลจะได้หายไวๆ” วิคเตอร์ตอบทันที แอสดต้าได้ยินดังนี้ก็นิ่งไปครู่หนึ่งและคิด เออฉันว่าฉันบ้าไปแล้ว และนี่ก็ต้องเป็ปรโลกแน่ สงสัยเพราะฉันทิ้งบ้านไว้ข้างหลังและฆ่าคนไปเยอะแน่ถึงต้องมาลงเอยที่นี่หรือเพราะโดนคลุมถุงชนแต่ยังแอบมีใจให้กับรองแม่ทัพอยู่
“เอ่อ น้ำเน่าแล้วแม่หนูแต่ไม่กินไม่รู้ด้วยนะ เพราะตอนนี้กำลังจะมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาที่นี่แล้ว”วิคเตอร์เตือนเชิงท้าทาย
“เงียบได้แล้ว!” แอสต้าตวาดกลับและพยายามลุกขึ้นแต่แม้ว่าแผลจะหายสนิทแล้ว เธอก็ยังไม่มีแรงจะลุกขึ้นได้ และในขณะที่กำลังตะเกียดตะกายออกจากจุดเดิมอยู่นั้นแอสต้าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจำนวนนับสิบเดินยำกระจัดกระจายอยู่แต่ไกลพร้อมกับพูดคุยพึมพำกันแอสต้าคิดขึ้นทันทีโดยไม่หันไปทางทิศทางของเสียง
อะไรน่ะ? กองโจรกับพวกเร่ร่อนเหรอ?เห็นสนามรบกับที่เกิดเหตุร้ายเป็ไม่ได้เลยนะไอ้พวกเวร!บ้านเมืองมีงานให้ทำก็ไม่เอา
“ใช่ที่ไหนเล่าหล่อนลองหันไปมองสิ” วิคเตอร์พูดในหัวของเธอ นั่นทำให้แอสต้าจึงหันไปมองสิ่งที่พบคือทหารจากทั้งสองฝ่ายกำลังเดินตระเวนคุ้ยซากศพและพูดคุยกันราวกับไม่เคยเป็อะไรกันทหารหนีทัพเหรอ? เธอคิด พวกนั้นคงชวนกันหนีจากการรบและค่อยมาเอาของมีค่าไปขายสินะ?ไอ้พวกเวรนี่ ถ้าเป็่เวลาปกติฉันสั่งยิงพวกมันไปแล้ว เธอคิดด้วยความโกรธ
“ก็ฆ่าซะสิแล้วก็กินพวกมันด้วย” วิคเตอร์ไม่วายกลับมาตอบแอสต้า
“แกหุบปากไปเลย!ใครจะบ้ากินเนื้อคนล่ะ ถ้าแกอยากมากก็ออกจากหัวของฉันและไปกินเองสิ!” แอสต้ากระซิบตวาดสวนพร้อมทั้งพยายามคลานหนีด้วยความเงียบ
“ไม่แกต่างหากที่ต้องกิน ถ้าอยากมีชีวิตรอด” วิคเตอร์ตอบ
“หุบปากได้แล้ว!”แอสต้าสวนกลับ
“ตามใจ อยากซวยก็เชิญ”วิคเตอร์ทิ้งท้ายซึ่งแอสต้าก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากพยายามตะเกียดตะกายเอาตัวรอด ทว่าเสียงเกือกม้าที่หนักและทึบก็ใกล้เข้ามาทางด้านซ้ายของแอสต้าเธอหันไปมองก็พบว่ามีทหารเซนทอร์ที่สวมชุดเครื่องแบบพลธนูหลังม้าพร้อมกับตรารูปโล่ห์ที่ตรงกลางมีรูปหงส์หันข้างสยายปีกที่เป็ตราสัญลักษณ์ของอาณาจักรมอสเตรียพร้อมกับธนูในมือเซนทอร์ตนนั้นเห็นก็แปลกใจและอุทานเสียงดุ “อ้าวนี่ ยังมีคนรอดชีวิตอีกเหรอ”
แอสต้าได้แต่มองด้วยสีหน้าที่เหนื่อยล้าทำได้แต่มองกลับและคิด อยากสร้างบุญคุญสินะ ก็ได้ ถ้าช่วยฉันฉันก็ยื่นละโทษตายให้เป็กรณีพิเศษแล้วกัน
ทันใดนั้นเซนทอร์ตนนั้นก็อุ้มร่างของแอสต้าขึ้นพาดเอวด้านขวาแต่แทนที่จะช่วยพาออกไปจากสนามรบเขากลับะโเรียกพวกพ้องและทหารหนีทัพฝั่งวีต้าร์ให้เข้ามาหา “เฮ้ยพวกแก!ฉันเจออะไรเจ๋งๆ แล้วเว้ย!”
เหล่าทหารหนีทัพที่ได้ยินก็พากันกรูมาที่เซนทอร์ตนนั้น
“ดูสิ!ทหารมนุษย์หญิง แถมสวยซะด้วย!แบบนี้ค่อยมีเื่สนุกทำหน่อย!”เซนทอร์ตนนั้นพูดแอสต้าได้ถอดสีหน้างงก่อนที่จะมีทหารมนุษย์คนหนึ่งเดินเข้ามาและจิกหัวของเธอขึ้นเพื่อดูหน้าที่ก้มอยู่เบื้องหน้าทุกคน
“นี่มันแม่ทัพแอสต้านี่หว่า!”ทหารคนนั้นะโลั่นพร้อมกับผงะไปข้างหลัง และทุกคนก็ถึงกับผวาเพราะชื่อของเธอ
“ฉันก็รู้จัก!”ทหารเอลฟ์หนีทัพจากอาณาจักรวีต้าร์ในชุดเกราะติดตราสัญลักษณ์รูปหอคอยกับดวงจันทร์ที่หลังยอดของหอพูดด้วยความใ“ได้ยินมาว่าทุกครั้งที่ยัยนี่นำทัพหน้า มันกวาดล้างและปราบอสูรขนาดั์ตั้งหลายตัวได้ด้วยตัวคนเดียวแถมทำให้พวกของฉันตั้งหลายคนกลายเป็ผีเฝ้าสนามรบด้วย!”
“ใช่ๆ!”ทหารมนุษย์ที่ดูหน้าของเธอลุกลี้ลุกลนตอบกลับ“แถมยังเป็อันดับหนึ่งของกองทัพที่ไต่เต้าเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มอสเตรียด้วย!แล้วทำไมถึงมาอยู่ในสภาพแบบนี้ได้เนี่ย?”
“ก็นี่มันสนามรบนี่หว่า”เซนทอร์ตอบกลับอย่างใจเย็น “จะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตายในการรบได้ทั้งนั้น และยุคบ้าๆ นี้จะมีใครว่างรับศพกลับบ้านล่ะ”
เหล่าทหารหนีทัพคุยกันเสียงพึมพำเห็นด้วยกับสิ่งที่เซนทอร์ตนนั้นพูดแอสต้าทำได้แต่ใกับคำพูดนั้น
“ใช่แล้ว!”หนึ่งในทหารหนีทัพเผ่าออร์คของอาณาจักรมอสเตรียพูด“พวกเราจะเอาศพพวกนั้นมาทำอะไรก็ไม่มีใครสนด้วย!”
“ใช่แล้วพี่ฉัน”เซนทอร์พูดก่อนที่จะโยนร่างของแอสต้าลงไปที่กลางวงล้อม “คิดถูกจริงๆที่หนีออกจากการรบ ไม่งั้นก็คงมีโอกาสได้เห็นขุนนางใหญ่ร่อแร่แบบนี้แน่ อืมแบบนี้ก็น่ารักไม่เบานะ”
ในวงล้อมของทหารผู้ขี้ขลาดเริ่มแสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมาพร้อมกับะโ“จริงด้วย!และใครจะไปสนใจเื่บ้าๆที่พวกขุนนางมันประโคมกันสารพัดเพื่อให้พวกเรามาที่นี่ล่ะ? สุดท้ายมันก็ตอแหลละวะ!”
“ไอ้พวกบัดซบ!”แอสต้าตวาดเสียงดังพร้อมทั้งพยายามลุกขึ้น เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หอบและโกรธจัด“เป็ทหารแท้ๆ แต่กลับทิ้งลูกทิ้งเมีย ทิ้งบ้านเกิด ทิ้งศักดิ์ศรี ทิ้งเกียรติยศไปเป็โจรตบหัวชาวบ้านกินพวกเราพยายามแทบตายเพื่อให้พวกแกมีอยู่มีกินมีงานทำแท้ๆ และพวกแกชาววีต้าร์ก็ด้วยแกไม่เหลือศักดิ์ศรีความเป็ทหารกับอัศวินของพวกแกแล้วเหรอ?”
ทั้งวงเงียบอยู่ครู่หนึ่งเซนทอร์ตนนั้นได้พูดขึ้นมา “ทิ้งเหรอ พวกเราไม่มีอะไรให้ทิ้งหรอก เพราะขุนนางกับรัฐบาลอย่างพวกแกเอาไปหมดแล้ว”
“อะไรนะ?”แอสต้าถามกลับ
“ก็ได้ยินแล้วนี่”ทหารชาวมอสเตรียพูด “พวกเราต้องประเคนทุกอย่างให้ปรสิทอย่างพวกแกจนไม่เหลืออะไรแล้ว”
แอสต้าที่ได้ยินก็ถึงกับอึ้งได้แต่ยืนเงียบและฟังความจริงอันโหดร้ายที่ระบายออกมาจากปากของเหล่าทหารหนีทัพ
“หึแกคงไม่รู้เื่ของพวกเราสินะ ก็เอาแต่อยู่ในกะลาแล้วก็อยู่กินภาษีของพวกเรานี่ แล้วก็คิดว่าพวกเราเป็หนี้บุญคุณพวกแกพวกคนมีอำนาจก็สบายแบบนี้ละ”
“ใช่พวกแกทั้งโก่งราคาข้าวของทั้งกดค่าแรง แถมงานก็ไม่พอกินด้วย ขนาดยอมมาเป็ทหารให้จิกหัวใช้ยังได้แค่เศษภาษีทำอย่างนี้แล้วอย่าคิดว่าทุกคนคือผู้ร่วมอุดมการณ์บ้าๆ กับพวกแกสิวะ”
“นี่อย่าบอกนะว่าไม่รู้จริงๆ?หรือว่าโดนเขากรอกหูด้วยนิทานหลอกเด็กที่มันล้างสมองให้รักชาติตามๆ กันมาน่ะ”
“ฮ่าฮ่าใช่ๆ จะว่าไป ไอ้พวกนั่งโต๊ะในปราสาทนี่พอบริหารมั่วนิ่มก็หาข้ออ้างมั่วๆและพอมีาก็ส่งทหารกับคนจนมาตายแทน”
“นั่นสิและถ้าไม่เกิดาก็ไปตีเมืองคนอื่นเล่น แล้วก็อ้างสิทธิ์อ้างเชื้อชาติเข้าแย่งชิงอะไรก็ไม่รู้บ้าๆบอๆ แล้วก็มาสูบเืสูบเนื้อจากพวกเราอีก”
“ใช่!เห็นนายเองก่อนเป็ทหารก็ต้องจำนองที่ดินเพื่อจ่ายหนี้กับภาษีานี่แถมเมียยังโดนเ้าหนี้อ้างใช้สิทธิ์แย่งเป็เมียแอบเก็บอีก โจรชัดๆ”
“พวกเราถึงไม่เอาด้วยกับพวกแกไงสูบพวกเราจนเกลี้ยงแล้วยังจะส่งพวกเรามาตายอีก!”
แอสต้าที่ได้ยินสิ่งที่ทุกคนระบายออกมาไม่หยุดอุดมการณ์และความเชื่อต่างๆ ที่ยึดมั่นมาตลอดในฐานะขุนนางและอัศวินก็เริ่มสั่นคลอนอะไรเนี่ย?แอสต้าคิด ที่ั้แ่เกิดมาฉันก็เห็นแต่ความเจริญของอาณาจักรเรานี่?แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงได้พูดอย่างนี้ล่ะ? “เป็ไปไม่ได้!”เธอเถียงกลับ “ที่ผ่านมาบ้านเมืองของเรา...”
“ยังจะเอาภาพจำมาหลอกตัวเองอีกเหรอสาวน้อย?”เซนทอร์ที่อยู่ข้างหลังเธอพูด
แอสต้าสะดุ้งเฮือกอึ้งที่ทหารยศต่ำกว่าเรียกราวกับว่าเธอเป็เด็กผู้หญิงเธอหันกลับไปด้วยสายตาที่โกรธใและเริ่มหมดความมั่นใจในตัวเองด้วยสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
“แกรับรู้แต่เื่สวยๆงามๆ แต่นี่คือความจริงที่ไม่เคยมีสอนในหนังสือเรียนของพวกแกไงล่ะ จะเอาของที่ท่องจำออกมาอ้างก็ไม่เท่านั้นตอนนี้แกน่ะไม่ต่างกับชุดเกราะที่แกใส่อยู่ ที่แต่งมาสวยยังไงมันก็เป็แค่สิ่งของที่สุดท้ายก็ต้องหมดสภาพและไอ้หัวโขนที่แกแย่งกันเองตายแล้วเอาไปได้ไหม? พอเอาของพวกนั้นออกแกก็เป็แค่คนเดินดินเหมือนกับพวกเราจะให้พูดชัดๆ ไหมล่ะ ว่าคนอย่างแกน่ะ เป็แค่สาวน้อยไร้เดียงสาที่โดนคนอื่นที่หลอกตัวเองหลอกแกให้หลอกตัวเองมาตลอดชีวิตไงละ”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและถากถางแอสต้าได้แต่มองรอบด้วยท่าทีสับสนและโกรธกับสิ่งที่เธอไม่อาจรับได้และเสียงของวิคเตอร์ที่กระซิบอยู่ในหัว
“ขอต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงเด็กหญิงแอสต้า ฮ่าฮ่าฮ่า...”
เสียงกระซิบของวิคเตอร์ดังกึ่งก้องและสะท้อนอยู่ในหัวและจิตใต้สำนึกของแอสต้ายิ่งกว่าเสียงการรบกับปืนใหญ่ที่เธอเคยสั่งระดมยิงณ จุดนั้น เธอทำได้แค่ทรุดตัวลงคุกเข่า เอามืออุดหูพร้อมกับอาการคลุ้มคลั่งท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าทหารหนีทัพราวกับว่านี่คือละครตลกแกล้งคนที่ทำร้ายผู้ถูกแกล้งได้อย่างเจ็บแสบจนเสียสติ
“หยุดพูดได้แล้ว!ฉันบอกให้หยุด! ไม่จริง!ไม่จริง!ฉันไม่เชื่อ!”แอสต้าได้แต่ตวาดให้ทุกเสียงหยุดหัวเราะระงมแต่เสียงที่กลบทุกอย่างแม้แต่เสียงในใจของเธอนั้นกลับเป็เสียงของวิคเตอร์ที่ยังไม่หยุดราวีหัวใจของเธอ
“ฮ่าฮ่าฮ่าเป็อะไรล่ะ? แกรับมือกับั์เป็ฝูงได้ แล้วทำไมถึงรับความจริงไม่ได้ล่ะ? ไหนใช้ซิกแพคกับไบเซปต์แก้ปัญหาตอนนี้ซิ?”
“หยุดนะ! ฉันบอกให้หยุด!”แอสต้าะโลั่น แต่ก็ยิ่งทำให้เสียงหัวเราะรอบตัวและของวิคเตอร์ดังยิ่งกว่าเดิม
“จะว่าไปยัยนี่มันก็สวยจริงๆ เห็นว่าเพิ่งแต่งงานกับนักบวชกุ้งแห้งนี่? แบบนี้มันน่าเอ็นทีอาร์(แย่งหรือถูกแย่งคนรักของคนอื่น) เนอะว่าไหม?”ทหารเผ่าออร์คนายหนึ่งพูดประสงค์ร้าย แอสต้าที่ได้ยินถึงกับสะดุ้งเฮือกตื่นจากอาการคลุ้มคลั่งและหันกลับไปทางผู้พูดและเสียงคนรอบตัวเธอก็พูดระงมด้วยความสนุกต่อ
“เออนั่นสิ ไหนๆ ก็จะทำให้เด็กน้อยคนนี้โตขึ้นแล้ว ก็ช่วยทำให้มันโตเป็ผู้ใหญ่จริงๆดีกว่า”
“ฮ่าฮ่าเอาด้วยเว้ย! ไหนๆพวกเราก็ไม่มีลูกเมียแล้วอย่าว่าแต่ที่บ้านเลย อย่างนี้ค่อยสนุกเต็มที่หน่อย”
“เอ้อ!แกไม่มีบ้าน แต่ข้ายิ่งกว่าเว้ย!ไม่มีศักดิ์ศรีไง!ฮ่าฮ่าฮ่า”
“จะว่าไปพวกเราทั้งหมดก็ไม่มีอะไรเลยั้แ่แรกอยู่แล้วนี่ ทำไมจะต้องสนด้วยล่ะ!”
“ใช่! พวกเรามาสนุกกับชีวิตดีกว่าอย่างอื่นไม่ต้องไปสนแล้ว!”
เสียงหยอกล้อรอบตัวที่ดังขึ้นทำให้แอสต้าที่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้วถึงกับเข่าอ่อนและสั่นเทาราวกับเด็กน้อยที่ถูกฝูงหมาป่าล้อมรอบเตรียมที่จะฉีกกระชากเป็อาหารและตบท้ายด้วยคำพูดของเซนทอร์ที่เป็ผู้พบเธอคนแรก
“พวกแกหุบปากไปเลยใครเจอก่อนก็ต้องได้ก่อนสิ ความจริงฉันอยากรู้มานานด้วยมนุษย์ที่ขี่ม้าอวดเบ่งนี่โดนม้าขี่บ้างจะเป็ยังไงใครอยากดูบ้าง?”
เซนทอร์ตนนั้นถามเสียงดังพร้อมกับเสียงตอบรับที่กึ่งก้องรอบตัวของแอสต้าแอสต้าที่ได้ยินก็ได้แต่ผวากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเธอรู้ได้ทันทีว่าเกียรติยศที่เธอสร้างสมมาตลอดทั้งชีวิตจะต้องถูกฉีกกระชากและจะต้องแปดเปื้อนไปตลอดกาลได้แต่พึมพำ “อย่า...อย่านะ...” ด้วยเสียงที่สั่นเทาและหวาดกลัวจนถึงขีดสุดน้ำตาของเธอเริ่มไหลรินออกมา อัศวินหญิงผู้กล้าแกร่งและสูงส่งบัดนี้ไร้ซึ่งกำลังแม้แต่จะยืนและท่าทีที่หวาดกลัวของเด็กผู้หญิงก็ได้แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เฮ้ยแก ได้เวลาแล้วมั้ง?” เสียงของวิคเตอร์ทักเธอ “ฆ่าพวกมันไง!กินมันก่อนที่มันจะทำอะไร แกฆ่าอสูรตัวเท่าปราสาทมาแล้ว ทีแบบนี้ทำเป็กลัวจะให้ฉันช่วยไหมล่ะ ถ้าไม่อยากทำฉันก็จะทำให้แกอยากเอง!”
และทันใดนั้นทุกอย่างรอบตัวของแอสต้าก็หยุดลง เสียงทุกเสียงแม้แต่ลมและฝนพรำก็พากันเงียบกริบมือของเซนทอร์ที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าตัวเธอก็หยุดเช่นกัน จากนั้น ในพริบตาเดียวทุกอย่างก็กลายเป็สีขาวโพลนมีเพียงตัวเธอและภาพที่ผุดขึ้นในหัวราวกับว่ามันปรากฎตรงหน้าราวกับหนังกลางแปลง สิ่งที่เห็นคือตัวของเธอในอดีตที่อยู่ในชุดเกราะอัศวินประจำตำแหน่งกำลังทะเลาะกับชายคนหนึ่งในห้องนอนในคฤหาสน์ของเธอยามค่ำคืนโดยที่ในห้องนอนนั้นประดับด้วยเครื่องเรือนสุดหรู นาฬิกาตั้งพื้นไม้มะฮอกกานีบอกเวลาตีห้าและโทรทัศน์รูปทรงโบราณแอสต้าในปัจจุบันสะดุ้งและรู้ได้ทันทีว่านั่นคือครั้งหนึ่งที่เธอจะเสียใจที่สุดในชีวิต
่ที่ 2 ความจริงที่ถูกปฏิเสธ
นี่มันอะไรเนี่ยแอสต้าคิด นั่นมันตัวเราก่อนที่จะไประดมพลนี่ ทำไมถึงปรากฎอยู่ต่อหน้าเราหรือว่าวิคเตอร์ทำอะไรฉัน
“ใช่”วิคเตอร์ตอบกลับ “ถือซะว่านั่งพักดูละครสะท้อนสังคมของแม่บ้านแล้วกัน”
“แกคิดว่านี่เป็เื่ตลกเหรอ?และไหนว่าจะช่วยไง? ตอนนี้ฉันจะโดนรุมโทรมแล้ว”
“เอาน่าดูก่อนเถอะเจ๊”
เมื่อวิคเตอร์ตอบจบแอสต้าก็จำใจแต่มองภาพเคลื่อนไหวที่เป็เธอในอดีตเพราะผู้ชายที่เธอมีปากเสียงด้วย เธอรู้ทันทีว่านั่นคือวลาเดคดอล์ย สามีนักบวชสำนักพระสังฆราชแอสต้ารู้ได้ทันทีว่านั่นคือครั้งสุดท้ายที่เธอได้พบสามีที่เธอถูกคลุมถุงชนโดยรัฐบาลกับศาสนจักรเพื่อการรักษาอำนาจทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรงภายใต้เสียงร้องไห้ของลูกชายวัยห้าเดือนที่ดังจากห้องข้างห้องนอนของเธอ
“ให้มันน้อยๆหน่อย!ลูกเพิ่งจะห้าเดือนนะ!ทำไมคุณต้องไปด้วย!”วลาเดคตวาด “แล้วทำไมไม่ปฏิเสธกับยื่นเื่ของย้ายตำแหน่งไปทำงานกรมอื่นสักที?เป็ครูฝึกทหารก็ได้? ตอนนี้ใครจะรบกับใครก็ช่างเขาสิ แต่คุณต้องอยู่กับลูกไม่ใช่ออกไปฆ่าคน!และตอนนี้ลูกก็ยังไม่หย่านมด้วย!คุณไปแล้วใครจะให้นมลูก?”
“ก็ฉันมีหน้าที่นี่!”แอสต้าในอดีตตวาดกลับ “ฉันเป็อัศวินระดับแม่ทัพและนั่นมันกองทัพที่ฉันอยู่ร่วมมาตลอดทั้งชีวิตและสร้างมากับมือถ้าฉันไม่นำแล้วใครจะนำ? และทางสำนักสงฆ์ คณะรัฐมนตรีกับราชสำนักสั่งมาด้วย! ส่วนเื่นมลูกฉันก็ติดต่อให้นักปรุงยาของทางการมาช่วยดูแลแล้ว! และคุณก็รู้นี่ว่าส่วนมากฉันไปแค่ครึ่งปีหรือไม่ก็แค่สามปีเอง! นี่ยังไม่ชินอีกเหรอ?”
“ชินบ้าอะไรล่ะ?หายไปนานขนาดนั้นนี่มันใช่เหรอ? และตอนนี้คุณฆ่าคนไปกี่คนแล้ว เมื่อไหร่จะเลิก? แบบนี้พระเ้าไม่รับดวงิญญาของคุณเข้าสู่...”
“ฆ่าคนฆ่าคน อะไรๆ ก็บอกว่าฆ่าคน ฉันไปออกรบไม่ได้ไปปล้น หัดแยกแยะบ้างสิ!”แอสต้าตวาดขัดจังหวะ “และงานนี้ทั้งเบี้ยหวัด ำาญ ค่าชดเชยและกับค่าสนับสนุนสารพัดอย่างก็มากพอที่จะส่งเสียลูกให้เรียนจนเป็ว่าที่พระสังฆราชยังได้! คุณ้าอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ?คุณอยากให้ลูกเข้าสำนักสงฆ์ตามคุณฉันไม่ห้าม แต่อย่ามาห้ามฉันไม่ให้ไปทำงานนะ!”
“ก็ไอ้งานของคุณมันคือไปบุกเมืองคนอื่นนี่แล้วมันจะต่างกับการฆ่าคนยังไง? ผมไม่ได้ฝืนมาแต่งงานกับคุณเพื่อมาเจออะไรแบบนี้นะ!”
แอสต้าขึ้นเสียงดังจนกลบเสียงลูกน้อยของเธอ“ถ้าอย่างนี้ก็ไปเถียงกับคนที่ส่งคุณมาแต่งกับฉันสิ! พระสังฆราชของคุณน่ะ!เขาอยากคานอำนาจให้คุณนักนี่! และไอ้เื่การออกรบกับการทำาพระสังฆราชของคุณยังสนับสนุนกรมกลาโหมที่ฉันสังกัดอยู่กับตัวเขาด้วย!ทีแบบนี้ทำไมไม่ห้ามล่ะ!”
“ิ่ผู้แทนพระเ้า!”วลาเดคขั้นเสียงสูงด้วยความโกรธพร้อมกับง้างมือขวาหมายจะตบหน้าของแอสต้า แต่ทันทีที่วลาเดคเหวี่ยงแขนแอสต้าก็เอามือซ้ายปัดเข้าที่ท่อนแขนของวลาเดคจนกระเด็ดและผงะถอยหลัง หลังจากที่แอสต้าที่มองวลาเดคด้วยความรู้สึกสมเพชในความอ่อนแอของสามีอยู่สักพัก เธอก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงแต่ยังคงหนักแน่น “ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่และรู้ด้วยว่ามีลูกแล้ว แต่ฉันเป็อัศวิน เป็ผู้รับใช้ชาติ เพราะอย่างนั้นฉันก็ต้องไปและฉันก็จะไปเดี๋ยวนี้” แอสต้าหันหลังและกำลังจะเดินไปยังห้องของลูกน้อยของเธอและพูดโดยไม่หันมามองหน้า“ฉันจะกลับมาแน่ ไม่ปล่อยให้คุณกับลูกอยู่ตามลำพังหรอก ฉันสัญญา ตอนนี้ฉันขอเวลาอยู่กับลูกก่อนไปนะ”
“ไม่จนกว่าคุณจะไปสารภาพบาปต่อหน้าพระรูป!”วลาเดคตวาด แต่แอสต้าไม่สนใจและหลับตาถอนหายใจพร้อมกับคิด อ่อนแอ ไร้จุดยืน พึ่งพาแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์กับอำนาจของคนอื่นและทั้งที่ทุกคนรู้ด้วยว่าฉันมีใจให้ใครแต่ทำไมฉันต้องฝืนใจแต่งงานกับคนแบบนี้ด้วยนะจากนั้น เธอก็เดินเข้าห้องของลูกเธอ
ในภาพย้อนอดีตเบื้องหน้าของแอสต้าในปัจจุบันณตอนนี้ คือห้องของลูกน้อยที่ตบแต่งด้วยเครื่องเรือนสำหรับเด็กทั้งโต๊ะเขียนหนังสือลวดลายตัวอักษรภาษาท้องถิ่นโคมระย้ากล่อมเด็กเหนือเปลโยกที่มีทารกเพศชายวัยห้าเดือนกำลังนอนร้องไห้เพราะเสียงทะเลาะของพ่อแม่เขาแอสต้าในภาพนั้นเดินเข้าไปหาและยื่นมือที่สวมเกราะทั้งสองไปยกและอุ้มเขาขึ้นแนบอกที่ขั้นด้วยชุดเกราะประจำการของเธอเพื่อกล่อมให้ลูกน้อยหลับอีกครั้ง
“เจมี่แม่จะออกไปรับใช้ชาติแล้วนะ เสร็จแล้วแม่จะพาหนูไปเที่ยวแดนใหม่ของพวกเรา แม่สัญญา”
เมื่อสิ้นเสียงของแอสต้าเสียงของลูกน้อยก็ยังไม่หยุดร้องด้วยความกลัว ถึงกระนั้น แอสต้าในอดีตก็ยิ้มพร้อมกับน้ำตาแห่งความอาลัยที่ไหลออกมาเธอพยายามแข็งใจฮัมเพลงกล่อมเด็กเพื่อให้ลูกของเธอหลับสนิท ณ วินาทีนั้นส่วนแอสต้าในปัจจุบันก็มองด้วยความอาลัยอาวรเพราะคิดถึงลูกที่เธอรักสุดหัวใจพร้อมกับคิดสมเพชตัวเอง
ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินตัวเองที่ร้องไอ้เพลงกล่อมเด็กมั่วๆวนไปวนมาที่คิดขึ้นเองเป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย จะว่าไปฉันก็น่าจะอยู่กับลูกแท้ๆ แอสต้าคิดตอกย้ำตัวเองในขณะที่ตัวเธอในอดีตร้องเพลงกล่อมเด็ก
ห่างเหินเพียงใดแดนไหนเมื่อไร พิภพห่างไกล ธารายากไร้
ฟ้านภาลัยผืนพงป่าไพร ตะวันหลับไหล จันทราลาไกล
ไม่ว่าที่ไหนณ แดนแสนไกล อย่าได้อาลัย อย่าหวั่นใจ
เธออยู่ในใจจากนี้ต่อไป รักนี้ขอให้ ลูกตลอดไป
แอสต้าในอดีตร้องวนเช่นนี้จนลูกน้อยหลับลงจากนั้นเธอก็ค่อยๆ หย่อนลูกกลับลงเปลและนั่งคุกเข่าไกวไปพลางร้องวนไปแอสต้าในปัจจุบันที่มองอยู่รู้สึกใจสลายเพราะต้องห่างเหินจากครอบครัวมาสู่สนามรบเธอทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข้ากับพื้นและดูตัวเองในอดีตนั่งไกวเปลพูดกับลูกเป็ครั้งสุดท้าย
“แม่อยากให้เจมี่เป็คนเข้มแข็งเติบโตเป็คนที่มีคุณค่า และเดินตามหนทางของตัวเองอยู่อย่างสงบสุขห่างไกลจากาที่แม่ต้องเผชิญอยู่ทุกวี่ทุกวัน แม่ขอสัญญาว่าแม่จะทำให้ายุติลงเร็วๆและเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน แม่ไปก่อนนะ”
แอสต้าที่กำลังไกวเปลอยู่ยื่นหน้าไปจูบอำลาที่หน้าผากลูกน้อยที่หลับสนิทอย่างแ่เบาก่อนที่จะลุกจากไปด้วยย่างก้าวที่แ่เบา และในย่างก้าวสุดท้ายก่อนออกจากประตูห้องเธอหันมามองลูกอีกครั้ง และพูดสั่งเสียด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทากับน้ำตาเอ่อล้นราวกับสายฝนโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าแม่ไม่ได้กลับมาฝากพ่อด้วยนะเจมี่ โตขึ้นเป็คนดีรับใช้สังคมอย่างมีสติ อย่าเชื่ออะไรมากเกินไปแต่เชื่อมั่นในตัวเองไว้ ดูแลตัวเองด้วย แม่รักลูกนะ”
ทันทีที่แอสต้าในภาพย้อนอดีตออกจากประตูห้องของลูกภาพนั้นก็จางหายไป แอสต้าที่กำลังนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่กลางโลกสีขาวที่เปลือยเปล่าทำได้แค่เอื้อมมือออกไปเพื่อจะเข้าหาภาพนั้นและะโ“ไม่นะลูก อย่าไป!”แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้และได้แต่ร้องไห้โอดครวญหาลูกด้วยหัวใจของแม่ที่แตกสลายสิ้นสภาพนักรบ
“ฮ่าฮ่าฮ่าแกก็เป็ผู้เป็คนเหมือนกันนี่หว่า นึกว่าจะเป็แค่อัศวินบ้าเืดาดๆ ซะอีกถึงผัวจะเป็พวกเคร่งศาสนาจิตแตกก็เถอะ แต่เื่สนุกๆ ของเรามันยังไม่...อ้าวเป็อะไรล่ะ”วิคเตอร์หัวเราะเย้ยและเอะใจที่แอสต้าไม่ให้ความสำคัญกับอะไรอีกแล้วนอกจากร้องโหยหาลูกของเธอแต่วิคเตอร์ก็ยังเย้ยไม่หยุด “แกจะร้องห่มร้องไห้หาลูกทำไมว้าถ้าแกคิดถึงลูกขนาดนี้ทำไมตอนที่มีลูกแล้วถึงไม่ถอนตัวออกจากตำแหน่งแม่ทัพและไปทำอย่างอื่นล่ะบ้าหรือเปล่าวะ?”
แต่แอสต้าก็ไม่ได้สนใจสิ่งที่วิคเตอร์พูดได้แต่นั่งคุกเข่าห่อตัวร้องไห้พร่ำเพ้อคิดถึงลูกต่อไป
“เฮ้ย!อย่าเพิ่งเล่นละครบทโศก มาดูสิ่งที่แกต้องดูให้จบก่อน” วิคเตอร์ตวาด
“ไม่เอาแล้ว”แอสต้าตอบด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา “ไม่ว่าอะไรฉันก็ไม่เอาแล้ว ฉันอยากเจอลูกของฉันถึงจะเป็ภาพลวงตาฉันก็ยินดี ต่อให้ต้องถูกเสียบทะลุร่างกี่ร้อยกี่พันครั้งหรือจะต้องตกนรกหมกไหม้ฉันก็ยอม”
“นี่แม่คุณ!จะเอาภาพลวงตาที่ฉันสร้างขึ้นไปทำไมวะ?” วิคเตอร์ตวาดถามเสียงดัง“และจะให้ฉันย้ำแกอีกครั้งหรือไง? ฉันี้เีพูดซ้ำนะ! จะให้ฉันสรุปตัวตนของแกในตอนนี้ให้ไหมล่ะจะได้เลิกหลอกตัวเองว่าเป็แม่ที่น่าสงสาร ความจริงแล้วแกน่ะ ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็แม่ด้วยซ้ำ!”แอสต้าได้ยินดังนี้ก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นด้วยความโกรธ ส่วนวิคเตอร์ก็พูดตวาดเสียงดัง“แกถืองานกับยศฐานบรรดาศักดิ์สำคัญกว่าทุกอย่างแล้วก็หลอกว่าตัวเองวิเศษวิโสอย่างที่ไอ้พวกที่มันล้อมวงพูด และแกไม่เคยเห็นลูกกับผัวอยู่ในสายตาแม้แต่น้อยแกมองเห็นแต่โลกของตัวเอง ที่แต่กองทัพ กองทัพ แล้วก็กองทัพ เห็นคนในสังกัดที่มาจากไหนก็ไม่รู้สำคัญกว่าเืเนื้อเชื้อไขของตัวเองเห็นตำแหน่งแม่ทัพในกรมสำคัญกว่าตำแหน่งแม่ในบ้านของตัวเอง!และแบบนี้ยังมีน่ามาเรียกว่าตัวเองเป็แม่อีกเหรอวะ?”
แอสต้าที่ได้ยินเช่นนี้ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจุกอกทั้งน้ำตาเพราะสำหรับเธอแล้ว นี่คือความเป็จริงเกี่ยวกับตัวเองที่เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดวิคเตอร์ปล่อยให้แอสต้าสำนึกตัวครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “ถ้าแกพร้อมแล้ว ฉันจะให้แกได้ดูไอ้สิ่งที่สำคัญกว่าครอบครัวของแกลงเอยยังไง”
จากนั้นวิคเตอร์ก็เนรมิตภาพย้อนอดีตให้แอสต้าดูต่อมันคือภาพตัวของเธอเองที่อยู่ในสนามรบร่วมกับกองพลแนวหน้าที่เต็มไปด้วยเหล่าอัศวินสัตว์อสูราและทหารเดนตายหลากชาติพันธุ์นับพันนายในชุดเกราะทั้งตัวบนม้าศึกตัวบึกบึนแอสต้ามองตัวเองที่แต่งชุดเกราะอัศวินพร้อมกับหมวกรบทรงกลมแกะสลักเป็รูปหัวเหยี่ยวที่เก็บผมสีชมพูของเธอจนเรียบร้อยพร้อมกับดาบยาวทรงกางเขนเธอนึกได้ทันที่ว่าสิ่งที่เธอดูอยู่คือการรบกับกองทัพวีต้าร์ครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
นี่มันตอนที่ฉันได้รับคำสั่งให้เปิดฉากการรบนี่?ว่าแต่ทำไมฉันถึงจำเหตุการณ์ระหว่างการต่อสู้ไม่ได้ล่ะ
“ว้าว! ตอนนั้นแกก็เท่ไม่เบานี่หว่าลืมไปเลยนะเนี่ยว่านั่นคือแม่มือใหม่ แถมยังพูดล้างสมองเก่งด้วย” วิคเตอร์พูดยียวน
“ล้างสมอง?”แอสต้าสงสัย
“ใช่ล้างสมอง” วิคเตอร์ตอบ “ก็วาทะศิลป์ปลุกใจที่พวกแกชอบพูดให้คนฮึกเหิมเพื่อเื่บ้าบออะไรก็ไม่รู้ไง”
แอสต้ารู้สึกไม่พอใจสิ่งที่วิคเตอร์พูดแต่ก็เลือกที่จะฟังสิ่งที่ตัวเธอในอดีตเปิดส่วนหน้าของหมวกพูดสั่งการและะโปลุกใจพี่น้องรวมรบของเธอ
“ทุกคนที่อยู่ณที่นี้คือผู้กล้าของเหล่าผู้กล้า ขับเคลื่อนประเทศชาติและดินแดนด้วยความภาคภูมิ!แต่บัดนี้ ประเทศของเรามีสิ่งกีดขวางที่อยู่เบื้องหน้าพวกเราถึงพวกมันจะเก่งแค่ไหน พวกเราก็เหนือกว่าทุกด้าน โดดเด่นและยิ่งใหญ่กว่าทุกด้านแม้แต่ขนาดเป้าของพวกแก และขนาดนมของฉันด้วย!” เธอพูดติดตลกเพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้แก่กองทัพจนเฮลั่นจนวิคเตอร์แซวทันที“เพลงกล่อมเด็กแต่งโคตรมั่ว ทีเื่หื่นๆ นี้นี่คล่องเลยนะ แล้วก็มาว่าฉัน”
“แกหุบปากไปเลย!”แอสต้าในปัจจุบันด่ากลับก่อนที่ตัวเธอในอดีตจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม“แต่ที่เหนือกว่านั้น!คือสิ่งที่พวกเรากำลังจะทำจากนี้!นั่นคือเกียรติภูมิที่เราจะได้ไขว่คว้า เข้าชิงสิ่งที่ควรจะเป็ของเรามาเป็ของเราและชื่อของพวกเราจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดไป! ใครพร้อมที่จะเป็ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์?ใครพร้อมที่จะยิ่งใหญ่ด้วยกันบ้าง? ใครพร้อมที่จะชนะบ้าง?”
คำพูดตบท้ายของแอสต้าในอดีตทำให้ทหารและอัศวินในสังกัดคำรามพร้อมรบและท่ามกลางเสียงร้องกระหึ่มแห่งความฮึกเหิมของกองทัพ วิคเตอร์พูดยียวนต่อ “นี่จะบอกว่าการไปยึดเมืองคนอื่นคือเกียรติภูมิสำหรับพวกแกเหรอ?”
แอสต้าได้ยินก็สะอึกเล็กน้อยพร้อมกับคิดและเถียงกลับ“ก็พวกเราต้องขยายดินแดนเพื่อสร้างที่อยู่ให้ประชาชนของเรานี่”
“เชื่อซะเหลือเกินนะไอ้โฆษณาชวนเชื่อเนี่ย! และจำไอ้คนที่รุมด่าแกพูดไม่ได้หรือไง?แต่เื่นั้นไว้ทีหลัง ดูภาพในอดีตให้จบก่อน” วิคเตอร์พูดสวนกลับกึ่งรู้สึกรำคาญและภาพก็ดำเนินต่อไปเป็ภาพของแอสต้ากำลังนำกองทัพแนวหน้าเข้าพุ่งเข้าตะลุมบอนกับกองทัพของอาณาจักรวีต้าร์คู่อริด้วยอาวุธและเวทย์มนต์ทุกรูปแบบอย่างดุเดือดจนมองไม่ออกว่าใครเป็ใครส่วนแอสต้าที่ในภาพนั้นก็แสดงฝีไม้ลายมือเพลงดาบเข้าฟาดฟันข้าศึกดับดิ้นไปมากมายไม่เว้นแม้แต่เหล่าช้างศึกุ์ร่างั์และสัตว์อสูรขนาดใหญ่หลายสิบเมตรเธอก็ะโขึ้นไปโจมตีเข้าที่จุดตายเพียงดาบเดียวโดยใช้เป้าหมายหนึ่งเป็ฐานก่อนะโพุ่งทะลวงทุกอย่างที่ขวางหน้าและฟันอีกตนเรียงตัวจนก่อนที่จะกลับลงไปควบหลังม้าอย่างงดงาม
ภาพการรบที่ปรากฎต่อหน้าแอสต้านั้นดำเนินได้สักครู่จนใกล้จะถล่มกองทัพแนวหน้าฝ่ายวีต้าร์แตกสำเร็จจากนั้นแอสต้าติดต่อกลับไปยังกองกำลังหลักกับกองพลแนวหน้าที่สองที่นำโดยรองแม่ทัพมานจูคนสนิทของเธอผ่านหน้าจอโฮโลแกรมในหมวกรบ“กองกำลังแนวหน้าถึงกองบัญชาการ กองหน้าของฝ่ายข้าศึกใกล้แตกแล้วกองพลแนวหน้าที่สองเข้ามาสมทบได้เลย!”
“รับทราบครับ”รองแม่ทัพมานจูที่เผยภาพเป็ชายในหมวกรบสลักลายัในจอรับคำสั่งด้วยความกระตือรือล้นและเสียงการระดมยิงปืนใหญ่กับคาถาไฟก็ดังขึ้นจากแนวหลัง เขาหันกลับไปมอง
“มีคำสั่งยิงสนับสนุนเหรอ?”แอสต้าถาม
“ไม่นี่ไม่มีใครแจ้งล่วงหน้า และระยะของอีกฝ่ายก็ไกลไปด้วย” รองแม่ทัพคู่ใจตอบกลับแต่หลังจากสังเกตวิถีการยิงได้ครู่หนึ่ง เขาก็แสดงท่าทีใ “กระจายกำลังเร็ว ห่าะุมันพุ่งไปที่พวกคุณแล้ว!”
แอสต้าที่ได้ยินก็แปลกใจเธอจึงหันไปกลับไปทางที่กองกำลังที่เหลือปักหลักอยู่ นั่นทำให้เธอใสุดขีดเพราะทั้งห่างะุปืนใหญ่และลูกไฟอาคมพุ่งมาที่ทิศทางของพวกเธอและยังไม่ทันจะสั่งการ ก็เกิดเหตุะเิอย่างรุนแรงบนพื้นที่สู้รบของทั้งสองกองทัพจนร่างของเหล่าทหารทั้งสองฝ่ายปลิวว่อนราวกับก้อนหินตกลงในน้ำแอสต้าที่กำลังใกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวก็พบทหารระดับอัศวินบนหลังม้าคนหนึ่งมารายงานด้วยท่าทีแตกตื่น
“ท่านแม่ทัพแย่แล้ว! มีการระดมยิงจากฝั่งของพวกเราครับ!”
“อย่าใกระจายกำลังออกไปจากที่นี่ อย่าเกาะกลุ่ม!” แอสต้าที่อยู่ในภาพย้อนอดีตรีบะโสั่งการเพื่อรักษาแนวกองทัพที่เริ่มจะแตกตื่นและทันใดนั้น เธอก็ถูกแรงะเิจากลูกไฟอาคมอัดกระแทกทางด้านขวาห่างเพียงไม่กี่เมตรจนร่างของเธอดาบคู่ใจและม้าศึกกระเด็นกระแทกกับพื้นไปหลายเมตร แม้ชุดเกราะจะมีม่านอาคมที่แข็งแกร่งพอสำหรับปกป้องอาการาเ็ถึงตายได้แต่แอสต้าได้รับาเ็สาหัสแต่ก็พยายามฝืนลุกขึ้นเพื่อเตรียมป้องกันตัวและพบว่าทหารที่เข้ามารายงานเธอเมื่อครู่นี้ถูกะเิอย่างจังจนสิ้นใจทั้งคนและม้าเธอรีบติดต่อกลับไปยังกองบัญชาการที่อยู่แนวหลังผ่านโฮโลแกรมสื่อสาร แต่หมวกรบของเธอได้รับความเสียหายเกินไปและไม่สามารถใส่ได้อีกเธอรีบถอดหมวกทิ้งและยกมือซ้ายขึ้นและแบออกด้านหน้าของเธอเพื่อสร้างภาพโฮโลแกรมสำรองติดต่อกลับไปยังกองกำลังที่สองของเธอ
“รองแม่ทัพมานจูนี่มันเกิดอะไรขึ้น? ใครสั่งยิงแบบนี้!” แอสต้าะโถามด้วยความรีบร้อน
“พวกเรายังไม่ได้คำตอบเลยครับและจู่ๆ ก็มีการสั่งให้ถอนทัพทั้งหมดทันทีด้วยครับ!” รองแม่ทัพคู่ใจตอบด้วยความใ
“บ้าที่สุดแนวหน้าของฝ่ายข้าศึกใกล้แตกแล้วแท้ๆ! ไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น รีบมาช่วยพวกเราออกจากที่นี่เร็ว!”แอสต้ารีบสั่งการ
“รับทราบครับ!” รองแม่ทัพมานจูรับคำสั่งแต่ยังไม่ทันขาดคำก็เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกมีเสียงการถูกโจมตีจากแนวหลังของรองแม่ทัพมานจูพร้อมกับเสียงะโ “ท่านรองแม่ทัพ!พวกเราถูกกองทัพหลวงโจมตีจากข้างหลัง!”
“พวกเราถูกโจมตี!พวกเราไปช่วยคุณไม่...” รองแม่ทัพมานจูะโรายงานก่อนที่สัญญาณจะหายไปแอสต้าได้แต่ะโสั่งการอย่างเปล่าประโยชน์ “ต้านแนวหลังของคุณไว้ พวกเราจะ...!มานจู!มานจู...!”
บ้าที่สุด! แอสต้าในปัจจุบันที่มองดูภาพที่เธอลืมด้วยความใและเริ่มทวีความโกรธนี่พวกเราถูกกองทัพหลวงหักหลังเหรอ? ถ้าเป็อย่างนี้รองแม่ทัพมานจูคงไม่รอดแน่ งั้นที่ฉันถูกเสียบทิ้งไว้บนสนามรบก็...
“ยังๆยังไม่จบ ดูต่อแล้วจะเจอช็อตเด็ด” วิคเตอร์ทักให้แอสต้าดูต่อซึ่งภาพที่เกิดขึ้นจากนั้นคือความสับสนอลหม่านราวกับฝูงมดที่ถูกน้ำโปรยปรายจนแตกรังตัวเธอในตอนนั้นพยายามจะลุกขึ้นแต่ด้วยอาการาเ็จากแรงะเิทำให้เธอไม่สามารถลุกขึ้นได้นอกจากพยายามหมอบและรีบหาหมวกรบจากศพทหารที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดแต่ยังไม่ทันจะหาเจอ ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียกเธอด้วยความเร่งรีบดังขึ้นมา
“ท่านแม่ทัพคะ!”ทหารนักเวทย์หญิงธาตุลมในร่างหมอกที่มีร่างหลักเป็มนุษย์อยู่ตรงกลางเรียกแอสต้าพร้อมเข้าไปช่วยพยุงร่างที่บอบช้ำของเธอขึ้น“ตอนนี้กองทัพพวกเราเสียขวัญแล้ว! ฉันขอยอมโดนปะาแต่สั่งถอยทัพเถอะ!”เธอผู้นั้นพูดในระหว่างที่เหล่าทหารและอัศวินของเธอเข้ามาล้อมวงคุ้มกันแอสต้าที่เห็นท่าไม่ดีอย่างที่ทหารหญิงคนนั้นพูดตอนนี้ทุกคนที่เหลือในกองทัพของเธอทำได้แค่ป้องกันตัวแต่ไม่มีใจจะบุกอีกแล้วและฝ่ายกองทัพอาณาจักรวีต้าร์ที่ดูเหมือนจะแตกพ่ายกำลังยกกองกำลังอีกกองบุกเข้ามาแอสต้ารีบสั่งการขั้นเด็ดขาดทันที “ได้! สั่งทุกคนให้มารวมพลที่ฉันและถอยทัพไปที่ป่าทางตะวันตกทันที!” แต่ไม่ทันไรกองทัพที่เหลือของเธอก็ถูกระดมยิงระลอกที่สองจากทั้งสองด้าน ทหารหาญที่เข้ามาช่วยคุ้มกันเธอต่างพากันได้รับาเ็สาหัสส่วนผู้ที่ยังยืนหยัดได้ก็เลือกที่จะสู้แบบตายทิ้งชีวิตแต่ก็ไม่อาจรับมือกับกองกำลังฝ่ายตรงข้ามที่บุกมาถึงสนามรบในตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็โรงเชือดกลางแจ้งเหล่าลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของแอสต้าที่เข้ามาช่วยต้องลากสังขารของตัวเองกลับมาช่วยคุ้มกันเธออีกครั้งอย่างทุลักทุเล
ทุกคน...แอสต้าที่เห็นภาพตัวเองในอดีตมีอาการใจสลายราวกับไม่มีิญญาเหลืออยู่ในร่างอีกครั้งที่ต้องเห็นพี่น้องร่วมกองทัพที่เธอเสี่ยงเป็เสี่ยงตายด้วยกันมาตลอดทั้งชีวิตถูกบดขยี้และตายเป็ใบไม้ร่วงต่อหน้าต่อตานี่คือจุดจบของพวกเราเหรอ? ทำไมล่ะ? พวกเราทำอะไรผิด? แล้วมานจูกับกองทัพล่ะ?หรือว่าพวกเขา...?
ท่ามกลางความรู้สึกที่ราวกับชีวิตดับวูบลงนั้นแอสต้าก็ได้เห็นโทรลล์ในชุดเกราะฝ่าวงล้อมเข้าไปและเหวี่ยงตะลุมพุกเข้าใส่พวกพ้องและตัวเองในอดีตทหารนักเวทย์ที่พยุงร่างของเธอพยายามใช้พลังที่เหลือน้อยนิดกางม่านแรงดันลมเพื่อป้องกันทุกคนแต่ก็ไม่อาจรับแรงของโทรลล์ที่อยู่ในสภาพพร้อมรบโดยสมบูรณ์ได้ร่างของทุกคนและตัวเธอปลิวว่อนราวกับเศษไม้ที่โดนขวานจามและตกเกลือกกลิ้งบนพื้นสนามรบแอสต้าที่าเ็สาหัสอยู่แล้ว ตอนนี้ช้ำในสิ้นสภาพที่จะลุกขึ้นไหวชุดเกราะกับระบบภายในเสียหายจนเกินจะซ่อมแซมได้ เชือกที่มัดรวบผมสีชมพูเก็บไว้ที่ท้ายทอยหลุดออกด้วยแรงกระแทกกับพื้นร่างของเธอนอนหงายสั่นเทาด้วยความเ็ปและเืทะลักออกจากปากและจมูกจากแรงกระแทกจนอวัยวะภายในบอบช้ำและภาพสุดท้ายแอสต้าได้เห็นคือร่างของเธอถูกอะไรบางอย่างพุ่งและกระชากร่างของเธอขึ้นสูงจากพื้นที่เธอนอนรอความตายหลายสิบเมตรอย่างฉับพลันมันคือเสาเข็มเหล็กปลายหัวลูกศรสีดำเ้ากรรมต้นนั้น มันพุ่งทะลวงร่างของเธอโดยไม่ได้ทันระวังตัวไม่ปล่อยให้เธอได้คิด ไม่แม้แต่จะปล่อยให้เธอตายก่อน มันยกเอาร่างอันบอบช้ำของเธอขึ้นประจานกลางสนามรบราวกับธงของผู้แพ้ที่ใบธงโบกสบัดตามสายลมแห่งความสิ้นหวังหัว แขนและขาของเธอห้อยสิ้นแรงแม้จะกระดิก ร่างอาบเืที่ถูกเสียบกลางลำตัวจนลำไส้ทะลักออกจากรูของชุดเกราะเริ่มชาลงและปล่อยให้แววตาที่เลือนลางเห็นแต่ภาพกองทัพของตัวเองถูกกวาดล้างอย่างโเี้ค่อยๆปิดลงพร้อมกับน้ำตาพร้อมกับปากที่ขานชื่อลูกชายของเธออย่างแ่เบาเป็ครั้งสุดท้าย
“เจ...มี่...”
“ดิเอนด์!จบแล้วเว้ย!”วิคเตอร์ะโบอกแอสต้าที่นั่งคุกเข่าดูตัวเองถูกฆ่าตายและทุกอย่างพังพินาศอย่างสิ้นสภาพในขณะที่วิคเตอร์พูดต่อ “เอาตรงๆ นะว่ามันก็น่าหดหู่อยู่หรอก ที่ไอ้สิ่งที่แกศรัทธานักหนากลับกลายเป็สิ่งที่ทำให้แกกลายเป็ลูกชิ้นเสียบไม้แบบนั้น!และที่แกจำเื่พวกนั้นไม่ได้คงเป็เพราะแรงะเิครั้งแรกหรือไม่ก็อาการช็อกจากที่โดนเสียบนี่ล่ะเอ..แต่น่าจะเพราะมันะเืจิตใจของแกจนสมองไม่อยากจำจนลืมมากกว่า”
“เป็ไปไม่ได้”แอสต้ายังยืนกรานด้วยแววตาที่เปิดกว้างของผู้ที่ตะลึงและสับสนกับความจริงที่โหดร้าย“พวกเราไม่เคยคิดที่จะทรยศบ้านเกิดแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ได้โกงกินไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศชาติเดือดร้อนเลยสักครั้ง แล้วทำไมถึงได้เป็อย่างนี้ล่ะ?”
“เอาเป็ว่าสรุปให้ชัดเจนไปเลยแล้วกัน”วิคเตอร์ย้ำด้วยคำพูดที่เจ็บช้ำ “ไอ้อาณาจักรหรือประเทศที่แกถวายชีวิตให้มองทหารกับอัศวินอย่างพวกแกเป็แค่ทรัพย์สินทางการเมืองที่ทิ้งได้ด้วยคำว่าสละชีพเพื่อชาติไงละแกโดนประเทศชาติทรยศแล้ว”
แอสต้าที่ได้ยินก็เปิดตากว้างค้างอย่างว่างเปล่าและน้ำตาแห่งความโกรธแค้นก็เริ่มไหลออกมาวิคเตอร์พูดต่อเพื่อกระตุ้นโทสะเธอต่อ “แอสต้า ยอมรับเลยว่าฉันโกรธแทน แกกับพวกโดนปลูกฝังและปฏิญาณว่าจะพลีชีพเพื่อชาติสละได้แม้แต่ครอบครัว แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนคือการย่ำยี ใครจะไปยอมได้ ใช่ไหมล่ะ?” คำพูดของวิคเตอร์กระตุ้นอารมณ์ของแอสต้าได้สำเร็จแอสต้าที่จากเดิมมีเพียงตาที่เปิดโพลงกับน้ำตาแห่งความโกรธเริ่มเปลี่ยนเป็สายตาที่เริ่มปะทุไปด้วยไฟแค้นที่ค่อยๆ ลุกโชนขึ้น วิคเตอร์ใส่อารมณ์พูดต่อเพื่อกระตุ้นให้เธอเดือดดานกว่าเดิม“คิดดูดีๆ สิ แกมีดีทุกอย่าง การเรียนสูงอยู่กินสบาย ทำตัวดีมาตลอด ครอบครัวก็เป็ขุนนางชั้นสูงที่พวกไฮโซกับราชสำนักยกยอยอมทิ้งชีวิตวัยสาวเพื่อมารับใช้ชาติและไต่เต้าขึ้นมาจนกลายเป็แม่ทัพที่ทุกคนชื่นชมตอนนี้กลับถูกเฉดหัวทิ้งเอาดื้อๆ และกำลังจะโดนคนไฝ่ต่ำทำอะไรก็ไม่รู้ทั้งหมดนี้เพราะใคร? และพี่น้องร่วมกองทัพที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขั้แ่ก้าวแรกในค่ายฝึกเพื่ออาณาจักรของตัวเองล่ะ?และไหนจะรองแม่ทัพคนสนิทล่ะ? เขาทั้งรักทั้งเทิดทูลแกราวกับพี่สาว เผลอๆจะรักแกยิ่งกว่าผัวของแกด้วยซ้ำ!ใครพรากพวกเขาไปจากแก? และใครล่ะ!ที่นอกจากบังคับให้แกแต่งงานกับผู้ชายจากไหนก็ไม่รู้เพื่อคานอำนาจของตัวเองแล้วยังจะบังคับให้แกต้องแยกจากลูกที่ยังไม่ทันจะหย่านมมาฆ่าทิ้งเป็หมูเป็หมาแบบนี้?ตอบมาซิว่ามันคือใคร?”
ด้วยความโกรธที่เริ่มทวีตามการกระตุ้นของวิคเตอร์แอสต้ากำหมัดแน่นจนตัวสั่นด้วยแรงโทสะ สีหน้าจากคนที่โกรธจัดเริ่มบิดเบี้ยวราวกับปีศาจ“พวกฉันยอมพวกมันทุกอย่าง ส่งพวกเรามาเสี่ยงเป็เสี่ยงตายสารพัดแบบพวกมัน...พวกมัน...”
“ใช่! รัฐบาลขุนนางและราชสำนักที่พวกแกรับใช้และส่งพวกแกมาที่นี่ไง!”วิคเตอร์ะโในหัวของแอสต้าที่ตอนนี้ถูกความโกรธครอบงำโดยสมบูรณ์“ทุกคนที่บอกให้แกร่วมอุดมการณ์ ร่วมแิ และกรอกหูแกจนยอมตายแทน!มันไม่เป็ธรรมใช่ไหม!บอกมาซิ?”
“ใช่!”แอสต้าที่โกรธจัดจนสีหน้าและแววตาเดือดดานอย่างขีดสุดะโตอบ“ฉันมอบทุกอย่างให้พวกมัน แต่พวกมันกลับปล่อยให้ฉันกลายเป็แบบนี้!ฉันจะทำลายพวกมันให้หมด!ฉันจะฉีกกระชากลากไส้พวกมันออกมาให้สาสม!”
“งั้นตอนนี้แกอยากฆ่าล้างโคตรพวกมันกินเืเนื้อของพวกมันไม่ให้เหลือแม้แต่เส้นผมให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำกับแกใช่ไหม?”วิคเตอร์ะโถามเสริมเพื่อทวี้าของแอสต้าให้กลายเป็ความวิปริต
“ใช่!ฉันจะฆ่าพวกมัน จะกินเนื้อ จะกลืนกินิญญาของพวกมันไม่ให้เหลือ!”แอสต้าที่ตอนนี้บ้าคลั่งด้วยความโกรธจนอยู่ในระดับวิปริตคำรามตอบรับทุกอย่างที่วิคเตอร์ยั่วยุ
“แกจะล้างแค้นให้ชีวิตของแกที่ถูกปั่นจนป่นปี้ไหม?”
“ใช่!”
“แกจะล้างแค้นให้พี่น้องรวมกองทัพแกไหม?”
“ใช่!”
“แกจะล้างแค้นที่พรากความเป็แม่ของแกไหม?”
“ใช่! ใช่!พวกมันต้องเจอนรกจากฉันก่อนที่จะถูกส่งไปที่นั่น! ฉันนี่ละจะเป็นรกให้พวกมันเอง!”
วิคเตอร์ในหัวของแอสต้าเห็นว่าบัดนี้อัศวินหญิงสูงศักดิ์ผู้สูญเสียทุกอย่างกลายเป็ปีศาจแห่งความแค้นไปแล้วก็ได้กระตุ้นเธอทิ้งท้ายด้วยเสียงที่ก้องกังวาล“งั้นก็ไปกินพวกมันให้หมดเลย! กลืนกินพวกมันอย่าให้เหลือ!แกมีพลังที่จะทำอย่างนั้นแล้วจะรอช้าทำไม?เริ่มต้นซะตอนนี้เลย! กินมันให้หมด!
และณวินาทีนั้น ก็ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของแอสต้าไปตลอดกาลเธอแผดเสียงคำรามราวกับอสูรกึ่งก้องโลกสีขาวจนทุกอย่างแตกสลายกลับมาเป็โลกเดิมที่ของเธอบนสนามรบกับวงทหารหนีทัพและเซนทอร์ที่กำลังจะคว้าร่างของเธอทุกอย่างกลับมาเคลื่อนไหวเหมือนเดิมมีเพียงแอสต้าคนเดียวที่ยังนิ่งใจลอยตาค้างราวกับิญญาออกจากร่าง
่ที่3 กำเนิดมนุษย์กินคน
ใต้ฝนพรำบนสนามรบเดิมเหล่าทหารหนีทัพที่กำลังสนุกกับการด่าทอย่ำยีแอสต้าที่สิ้นแล้วซึ่งแรงกำลังเซนทอร์ที่กำลังจะคว้าร่างของเธอนั้นแสยะยิ้มได้ใจและหัวเราะร่าพร้อมกับเสียงเชียร์ของคนรอบข้าง
“ดูสิ!สติแตกจนนิ่งตาค้างแล้วเว้ย! แต่จะสนุกหรือเปล่าวะ?”ทหารเผ่าออร์คคนหนึ่งพูดก่อนที่เซนทอร์จะพูดพร้อมจับเข้าที่ด้านหลังบ่าขวาของแอสต้า“ไม่ต้องห่วงน่า ฉันจะทำให้ยัยนั่นดิ้นเป็ไก่โดนเชือดเอง”
ทันทีที่มือของเซนทอร์ตนนั้นัับ่าของแอสต้าเธอกลับตัว บิดตัวกลับหลังทางซ้ายและพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วชั่วพริบตาเธอจับเขากดร่างลง กัดก้านคอขวาและฉีกจนเืพุ่งกระจาย แขนทั้งสองที่กำยำในชุดเกราะของเซนทอร์ที่พยายามจะปัดป้องก็ถูกกดและกัดทะลุจนเนื้อหลุดเผยให้เห็นกระดูกกับเส้นเอ็น เสียงฮือฮาของวงทหารหนีทัพเปลี่ยนเป็เสียงสะดุ้งใที่ถูกกลบด้วยเสียงของเซนทอร์ดวงดับที่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและดิ้นรนด้วยเ็ปแต่แอสต้าหาได้สนใจไม่ เธอยังคงฉีกกระชากร่างหุ้มเกราะของเซนทอร์ตนนั้นจนชิ้นส่วนทั้งชุดเกราะอวัยวะและเครื่องในของเขากระจัดกระจายบนพื้นสนามรบบัดนี้พื้นตรงนั้นกลายเป็บ่อโลหิตที่น่าสยดสยอง เซนทอร์ผู้โชคร้ายจากชายฉกรรจ์ร่างเหี้ยมเกรียมกลายเป็เหยื่อที่ร้องไห้โหยหวนร้องขอชีวิต“พอแล้ว ได้โปรด!อย่าฆ่าฉัน!ช่วยด้วย...!”
ทันทีที่สิ้นประโยคแอสต้าผู้คลุ้มคลั่งเปลี่ยนตำแหน่งการกัดทึ้งจากลำตัวที่สิ้นเค้าเดิมไปเป็ส่วนหน้าผากที่กว้างและเตียนโล่งแอสต้ากัดหน้าผากของเขาจนหัวแหว่งหาย ทั้งกะโหลกและสมองของเขาหายไปในปากของเธอแต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอหยุดเธอยังคงทึ่งหัวของเซนทอร์ผู้นั้นจนร่างของเขาสั่นใกล้จะขาดใจ จากนั้นแอสต้าใช้มือซ้ายที่อาบเืของเธอทะลวงเข้าไปในปากแผลที่ก้านคอและออกแรงดึงหัวของเขาขึ้นโดยใช้มืออีกข้างกดร่างของเขาเซนทอร์ผู้นั้นดิ้นพล่านและกรีดร้องจนเสียงหลงด้วยความเ็ปและสิ้นหวัง ิักล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นที่คอถูกดึงขึ้นจนฉีกขาด เหลือเพียงหัวที่ตอนนี้ไร้ซึ่งเค้าเดิมกะโหลกศีรษะแหว่งจนสมองและเืไหลทะลัก สีหน้าบูดเบี้ยวและแววตาของเขาเหลือกเผยให้เห็นความทรมานเกินบรรยายที่ค้างคาจากวาระสุดท้ายที่ปากแผลมีเศษเนื้อและเส้นเอ็นอันรุ่งริ่งคาอยู่พร้อมกับกระดูกสันหลังที่ยังคงติดอยู่กับกะโหลกเืจากหัวที่ถูกฉีกออกมาทะลักอาบมือที่กำกระดูกสันหลังและร่างของแอสต้าก่อนที่จะลดแขนลงก่อนที่เธอจะลุกขึ้นอย่างช้าๆออกจากร่างที่ยังคงดิ้นกระเสือกระสนพร้อมกับเืที่พวยพุ่งราวกับน้ำพุโลหิตสายตาทุกคู่ของเหล่าทหารหนีทัพจับจ้องด้วยความตื่นตะลึง หวาดกลัวและสะอิดสะเอียนไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้าไปช่วย ไม่กล้าแม้แต่จะหนีพวกเขาทำได้แค่ดูอัศวินหญิงที่เดิมจะต้องเป็เหยื่อกลายเป็สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ว่าเธอคืออะไรแล้วแอสต้าที่ยืนคร่อมซากอาบเืของเซนทอร์หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันขวาเพื่อเหลียวหลังไปมองทุกคนที่มองเธออยู่พร้อมกับลมหายใจเข้าออกอย่างรุนแรงจนส่งเสียงรางอย่างน่ากลัว
ณตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์พากันสั่นเทาและสะท้านจนนิ่งจากความหวาดกลัวเพราะแววตากับสีหน้าที่ทุกคนได้เห็นนั้นทำให้ััได้ถึงความน่ากลัวที่ทุกคนไม่เคยเจอและรู้สึกได้ทันทีว่าพวกเขาไม่มีทางหนีไปได้แน่ มันมาจากร่างของผู้หญิงในชุดเกราะเสียหายที่อาบไปด้วยเืและเศษเนื้อของคนที่พวกเขารู้จักยืนเหลียวหลังมาพร้อมกับกลิ่นอายอำมหิตที่แผ่ซ่านราวกับไอร้อนจากกองไฟนรกหน้าที่หันข้างมาทางพวกเขาคือใบหน้าที่ดุร้ายเหี้ยมเกรียมราวกับปีศาจในภาพวาดเธอแยกเขี้ยวออกมาเผยให้เห็นเืเนื้อของเหยื่อ แววตาสีดำกลมโตของเธอเปลี่ยนเป็สีแดงเเป็ประกายกับม่านตาเรียวเล็กราวกับอสูรที่เปิดโพลงจ้องเขม็งไปที่ทุกคนเสียงที่จากเดิมเป็โทนเสียงของสาววัยรุ่นทั่วไปกลายเป็เสียงครางที่ทุ้มต่ำแต่ดังจนได้ยินแต่ไกลร่างกายของเธอสั่นด้วยความหิวกระหายเืเนื้อ
“เอ่อ...ท่านแม่ทัพ”ทหารชาวมอสเตรียที่เห็นหน้าแอสต้าคนแรกพูดวิงวอนด้วยเสียงสั่นเทาและติดอ่างด้วยความกลัว“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินคุณนะ จะให้พวกเราเลิกก่อเื่และหายไปจนพวกเราก็ยอมแต่ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ เนอะพวกเรา”
ตอนนี้ไม่มีใครกล้าปริปากตอบนอกจากถอยหลังพร้อมกับเตรียมชักอาวุธที่ตัวเองมีอยู่ในมือผู้ที่ถือปืนยาวก็เริ่มทำท่าเตรียมยิงส่วนคนที่รู้วิชาเวทย์มนต์ก็ตั้งท่าเตรียมร่ายคาถาทุกคนมองไปที่แอสต้าด้วยความระแวดระวังบางคนเหลือบตามองกันเองราวกับถามทางสายตาว่าจะเอายังไงดี
ในพริบตาเดียวแอสต้าที่ตอนนี้บ้าคลั่งโดยสมบูรณ์แล้วก็พุ่งเข้าหาทหารหนีทัพเผ่าเอลฟ์ชาววีต้าร์และใช้แขนซ้ายที่กำกระดูกสันหลังติดหัวของเซนทอร์ทะลวงอกที่อยู่หลังเกราะของเขาจนทะลุออกข้างหลังทั้งที่มือยังกำกระดูกนั้นทะลุออกข้างหลังจากนั้นแอสต้าก็เอามือขวาที่ว่างอยู่แทรกรูบนอกของเขาและแหวกร่างออกจนลำตัวถึงส่วนหัวฉีกผ่ากลางเป็สองซีกต่อหน้าทุกคนที่มองไม่ทันเธอเผยรอยยิ้มที่สุดจะวิปริต อ้าปากแลบลิ้นออกมารับเืที่สาดกระเด็นทั้งทั้งตำแหน่งราวกับสายฝนเอลฟ์ผู้นั้นไม่ทันจะแสดงความรู้สึกหรือกรีดร้องอะไรได้แต่ส่งเสียงอึกอักจากร่างที่แยกลงไปกองคาพื้นโดยที่ซีกซ้ายยังอยู่คามือของแอสต้าเหล่าทหารหนีทัพที่เดิมตื่นตะลึงอยู่ เมื่อรู้ตัวว่าแอสต้าบุกเข้าฉีกร่างของพวกตัวเองโดยที่ตามองไม่ทันก็พากันแตกตื่นร้องโวยวายด้วยความตื่นใพร้อมกับเปิดฉากการโจมตีแต่ก่อนที่ทุกคนจะทำอะไร แอสต้าได้โยนหัวของเซนทอร์ไปหาทหารถือปืนนายหนึ่งและเหวี่ยงร่างซีกซ้ายของเอลฟ์ผู้นั้นจนเืและอวัยวะภายในพุ่งกระจายรบกวนสติทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงจนเสียขวัญเพื่อบุกเข้าโจมตีเหยื่อรายต่อไปจากนั้นเธอก็เขวี้ยงร่างซีกนั้นไปที่ทหารชาวมอสเตรียที่เห็นหน้าของเธอที่กำลังเสียขวัญจนกระเด็นหมดสติไปและพุ่งไปชกขวาทะลวงหัวของทหารหนีทัพที่สวมเกราะหัวอย่างแ่าที่อยู่ด้านข้างจากนั้นเธอดีดตัวไปข้างหลังพร้อมกับทหารที่ถูกทะลวงคามือเพื่อทะลวงที่หัวของทหารมนุษย์อีกฝั่งโดยไม่ทันจะตอบสนองและเหวี่ยงร่างทั้งสองที่ถูกเสียบคามือไปหาคนที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อพุ่งเข้าไปสังหารแบบสุ่มสลับตำแหน่งด้วยมือเปล่าจนเกินที่จะคาดเดาได้ทั้งการะโย้ายตำแหน่งเพื่อตะปบหัวจนหลุดคามือในชั่วพริบตา พุ่งตัวหลบะุและกัดฉีกแขนจนขาดคาปากก้มตัวพุ่งเรียดกับพื้นเพื่อเตะกวาดจนขาหักผิดรูปและพลิกตัวถีบเสยขึ้นจนร่างที่อยู่ในชุดเกราะปลิวหักราวกับกิ่งไม้พร้อมกับเืที่ทะลักออกจากหมวกรบด้วยความเร็วปานแสงส่องทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวล้วนลงเอยด้วยการปลิดชีพโดยที่เหยื่อไม่ทันรู้ตัว เหล่าทหารหนีทัพที่เหลือต่างพากันแตกตื่นทำอะไรไม่ถูกทำได้แค่ตั้งรับ ร่ายคาถาโจมตีและยิงทั้งปืนและธนูมั่วไปหมด ในตอนนี้ ทุกคนทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดูพวกของตัวเองถูกฉีกเป็ชิ้นๆจนถึงคราวของตัวเองโดยที่สิ่งสุดท้ายที่ทุกคนได้เห็นคือใบหน้าของมัจจุราชหญิงผมสีชมพูแสยะยิ้มพุ่งเข้าหา
และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีการต่อสู้จบลงด้วยเหล่าทหารหนีทัพหลากชาติพันธุ์ติดเกราะและอาวุธครบมือด้าวดิ้นอย่างอนาถด้วยน้ำมือของแอสต้าที่กลายเป็ปีศาจในร่างอัศวินโดยสมบูรณ์ร่างในชุดเกราะผุพังของเธอชุ่มไปด้วยเื ใบหน้าเปื้อนยิ้มดั่งอสูรและผมหางม้าสีชมพูของเธอชุ่มไปด้วยเืของเหยื่อเหลือเพียงทหารหนีทัพชาวมอสเตรียที่บังอาจจิกหัวของเธอแค่คนเดียวที่เริ่มได้สติขึ้นหลังจากที่หมดสติจากการถูกร่างซีกซ้ายของทหารชาวเอลฟ์กระแทกสายตาที่ซะลึมซะลือของเขาเริ่มเห็นชัดขึ้นเผยให้เห็นว่าแอสต้าหันมาจ้องเขม็งเขาด้วยสายตาที่ราวกับอยากกินเืกินเนื้อตอนนี้ ร่างของเขาที่นอนอยู่บนพื้นนั้นด้านชาเพราะถูกรังสีอำมหิตของเธอแผ่เข้ามาทหารผู้นั้นทำได้แต่กุมมือภาวนาด้วยเสียงที่สั่นเทาในขณะที่แอสต้าจ้องเขมงด้วยแววตาสีแดงดั่งปีศาจ
“โอพระเ้าได้โปรดช่วยลูกจากปีศาจตนนี้ด้วยเถอะ ลูกขอสาบานว่าจะไม่ทำบาปทำกรรมอีกได้โปรดอย่าทิ้งลูกไปแบบนี้”
ณเสี้ยววินาทีที่ทหารผู้นั้นกระพริบตาพร้อมกับน้ำตาแห่งความสิ้นหวังคลอเบ้า เขาก็เห็นว่าแอสต้ามาถึงตัวเขาพร้อมกับกระทืบร่างที่มือทั้งสองกำลังกุมอยู่เบื้องหน้าจนแหลกหน้าของเขาเต็มไปด้วยเืที่ทะลักออกมาจากร่างและปากหูจมูกของเขา แอสต้าไม่รอช้าเธอเข้าขย้ำร่างของทหารผู้นั้นโดยไม่ปล่อยให้เขาได้กรีดร้อง และชำแหละกัดกินเขาทั้งเป็อย่างบ้าคลั่ง
หลังจากที่เหล่าทหารหนีทัพนับสิบรวมไปถึงเหยื่อรายสุดท้ายดับอนาถแอสต้าก็เริ่มกัดกินร่างของทหารหนีทัพเ่าั้อย่างรวดเร็วไม่เหลือแม้แต่กระดูกแม้ว่าร่างของทหารหนีทัพเ่าั้จะเหลือเพียงเศษเสื้อผ้าชุดเกราะเปื้อนเืแอสต้าหาได้หยุดหรือคืนสติไม่ เธอตระเวนกินศพของทหารที่นอนเกลื่อนในบริเวณนั้นทันทีไม่ว่าร่างนั้นจะเน่าเปื่อยหรือเต็มไปด้วยหนอนแมลงชอนไช เธอก็กินเข้าไปไม่เว้นแม้แต่ร่างไร้ิญญาของสัตว์อสูรน้อยใหญ่และไม่มีทีท่าว่าเธอจะหยุดเลย
สองวันที่เต็มไปด้วยพายุฝนผ่านไปแอสต้าผู้บ้าคลั่งก็หยุดลง เธอนั่งคุกเข่ารับฝนกลางแอ่งน้ำขังที่เปลี่ยนเป็สีแดงของเืกับเศษชุดเกราะกับศาตราวุธที่สิ้นสภาพทั่วทั้งร่างของเธออาบด้วยเืกับเศษเนื้อมันติดแน่นจนน้ำฝนที่สาดลงมาไม่อาจล้างออกได้ เธอเงยหน้าขึ้นรับท้องฟ้าที่มืดมิดกับลมฝนกรรโชกด้วยใบหน้าอาบเืที่เปี่ยมสุขของปีศาจที่สะใจกับการละเลงเืตาสีแดงของเธอเหลือกกว้างราวกับคนบ้าปากที่ยิ้มกว้างจนมุมปากเกือบจะถึงหูเปล่งเสียงหัวเราะที่น่าสยดสยองแอสต้านั่งหัวเราะเช่นนี้อยู่นาน แต่ในที่สุด เธอก็ได้สติตาสีแดงก่ำกลับมาเป็ตาสีดำของเธอ ใบหน้าที่บูดเบี้ยวกับอากัปกิริยาที่ผิดมนุษย์กลับมาเป็ปกติเหลือเพียงกำลังวังชาที่ฟื้นฟูขึ้นจนเต็มที่นั่นทำให้แอสต้าแปลกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว
นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?เธอสงสัยกับตัวเอง ทันทีที่วิคเตอร์พูดเสร็จและโลกสีขาวนั้นแตกออกมาฉันก็ตัวอาบเืและรอบตัวก็มีแต่ซากชุดเกราะ แล้วพวกที่ล้อมหน้าล้อมหลังฉันล่ะ?พวกมันทำอะไรฉัน? และพวกมันไปไหน?
“ตายหมดแล้ว”วิคเตอร์ที่เงียบอยู่นานตอบ “แกฆ่าพวกมันหมดแล้ว แต่ไม่ต้องหาซากมาดูหรอกแกกินหมดแล้ว”
“กิน?”แอสต้าถามด้วยความแปลกใจ “พูดบ้าๆ!ฉันเนี่ยนะ? แรงจะลุกยังไม่เหลือเลย อาวุธกับอุปกรณ์ฉุกเฉินก็ไม่มีชุดเกราะก็เสียหายจนระบบภายในใช้การไม่ได้ มันจะเป็ไปได้ยังไง?”
“จริงๆแกกินพวกมันเรียบแล้ว ถึงได้มีเรี่ยวแรงกลับมาไง” วิคเตอร์พูด
“ไอ้นี่พูดไม่รู้เื่!ฉันบอกแล้วไงว่าใครจะจับคนอื่นกิน ฉันไม่ใช่ปีศาจกินคนนะ!”แอสต้าตวาด
“แกน่ะเป็ไปแล้วและเป็ระดับยอดห่วงโซ่อาหารของโลกด้วย น่าจะเรียกว่าทุกภพมากกว่าและแกจะต้องเป็แบบนี้ไม่มีวันจบด้วย!” วิคเตอร์พูดเสียงดังในหัวของแอสต้า
“ปีศาจกินคน?ยอดห่วงโซ่อาหาร? ฉันเนี่ยนะ?” แอสต้าออกอาการสับสน
“ใช่แกนี่ไง!ผู้ที่ฆ่าไม่ตายผู้ที่จะต้องกินคนและสิ่งมีชีวิตทั้งเป็เพื่อแย่งชิงพลังกับิญญาของพวกมัน!”วิคเตอร์ตอบ
“เพ้อเจ้ออะไรของแก?พูดไม่รู้เื่!กินคน ชิงพลังอะไรของแก?”
“ฉันไม่ได้จะให้แกเข้าใจทันทีหรอกแต่ดูรอบตัวแกก่อน กับตัวแกในตอนนี้ที่ร่างกายกลับมาเป็ปกติและมีพลังมากกว่าแต่ก่อนด้วย เพราะฉันมอบทั้งชีวิตใหม่ให้แก คืนร่างที่บอบช้ำให้แกและช่วยให้แกสมพรปากไปแล้วด้วย”
“สมพรปาก?”แอสต้าสงสัย “ตอนไหน?”
“ตอนที่ฉันให้แกดูภาพในอดีตที่เกิดขึ้นที่นี่ไงแกอยากกินทั้งเืเนื้อ ทั้งิญญา และมอบนรกให้แก่ทุกคนที่ทำระยำกับแกก่อนที่จะส่งพวกมันไปนรกจริงๆจะให้ฉันโรลเพลย์หรือสร้างภาพย้อนหลังให้แกดูไหมล่ะ?”วิคเตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “แต่บอกก่อนนะว่าฉันเห็นแล้ว โคตรมันเลย!ประเดิมเริ่มแรกก็เอาซะไม่เหลือแม้แต่เศษผมหรือกระดูก แถมยังชิงพลังกาย พลังเวทย์และิญญาของทุกคนที่แกฆ่าด้วย!”
“ให้ตายฉันก็ไม่เชื่อหรอก”แอสต้าสวนกลับซึ่งวิคเตอร์ก็ตอบกลับทันที “งั้นก็ได้ ฉันจะให้แกได้ดูกับตาซึ่งฉันขอฟันธงว่าฉันก็ไม่ิญญาชอบโกหกด้วย และทั้งหมดคือความจริง”
เมื่อวิคเตอร์พูดจบเขาก็พาเธอกลับไปยังโลกสีขาวอีกครั้งเพื่อสร้างภาพย้อนอดีตแอสต้าถึงกับถอดสีหน้าสะอิดสะเอียนที่ได้เห็นตัวเองกลายเป็สัตว์ร้ายจากขุมนรกเธอดูได้สักพักใหญ่ เธอก็เอ่ยถามวิคเตอร์ด้วยความหวาดหวั่น “นี่ไม่จริงใช่ไหม”
“บอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบโกหกฉันไม่ได้สร้างมาเพื่อหลอกลวงแก” วิคเตอร์ตอบ
“ไอ้ผีบ้าๆอย่ามาโกหก!”แอสต้าตวาดพร้อมกับความสับสน
“มุกผีหลอกน่ะฝืดไปแล้วและบอกแล้วไงว่าฉันไม่โกหก นั่นมันตัวแกจริงๆและภาพในอดีตทุกอย่างมันมาจากความทรงจำรอบตัวของแกและทุกคนที่ฉันเชื่อมเข้ากับจิตประสาทของแกได้ไม่มีคาถามายาอะไรหรอก”
แอสต้าได้แต่โวยวายและสับสนกับสิ่งที่ตัวเองได้เป็“บ้า บ้าไปแล้ว!นั่นฉันเหรอ? จะเป็ไปได้ยังไง? ทำไมฉันถึงไม่รู้ตัวล่ะ?ทำซะขนาดนี้ไม่รู้ตัวก็บ้าแล้ว!”
“ก็แกไม่มีแรงเหลือไงสิ่งที่ออกมาคือผลของคำสาปที่ทำให้แกกลายเป็สัตว์ร้ายหิวโหยที่เหลือแค่สัญชาตญาณการฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงความจริงถ้ามีเรี่ยวแรงเหลืออยู่ก็พอจะคุมสติได้ แต่ตอนนั้นทุกอย่างในตัวเป็ศูนย์คำสาปเลยทำงานเต็มที่ยิ่งแกจนตรอก าเ็ หรือตายในร่างที่หมดแรงกี่ครั้งแกก็จะฟื้นขึ้นมาและอาละวาดรุนแรงขึ้นตามจนกว่าจะได้กินผู้อื่นให้ร่างกายจะกลับมาเป็ปกติ”วิคเตอร์อธิบายด้วยความใจเย็น
“ฉันไม่เข้าใจ”แอสต้าสับสนกับสิ่งที่วิคเตอร์พูด “ตาย? ฟื้น? กิน? นี่มันอะไรเนี่ย?”
“ใช่ตอนนี้แกใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งโวยวาย ยิ่งอารมณ์รุณแรงแกจะกลับไปเป็เหมือนอย่างที่เห็น” วิคเตอร์พูดเตือน แอสต้าฝืนความรู้สึกสับสนเพื่อไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะใจเย็นลงและถามด้วยความสับสน“แล้วฉันเป็แบบนั้นมานานแค่ไหน”
“สองวันนับั้แ่ตอนที่แกถูกล้อมหน้าล้อมหลังแต่นั่นก็จำเป็สำหรับแกในตอนนั้น เพราะแกร่างกายบอบช้ำมาก พลังในร่างกายก็ไม่เหลืออวัยวะสำคัญเสียหายหลายจุด นี่ยังไม่นับเื่ที่แกถูกปักอยู่บนเสาเข็มนั่นด้วยแกเลยต้องอยู่ในสภาวะนั้นและกินทุกอย่างรอบตัวเพื่อฟื้นคืนทุกอย่างที่ร่างกายของแกเสียไป”
“กินทุกอย่าง?”แอสต้าที่กำลังตกตะลึงแปลกใจกับสิ่งที่วิคเตอร์พูด
“ใช่แกต้องกินคนอื่นเพื่อฟื้นและแย่งชิงพลังของคนอื่นไง ทั้งแรงกาย พลังทุกอย่างแม้แต่เก็บกักิญญาไว้ในร่างของแกก็ด้วย” วิคเตอร์อธิบาย แอสต้ารับฟังแต่โดยดีวิคเตอร์อธิบายถึงชะตากรรมนับจากนี้ของแอสต้าต่อ “จากนี้ไปถึงแกจะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้แต่แกก็ต้องกินผู้อื่นเพื่อสะสมพลังของแกอยู่ดีเพราะแกจะต้องรับมือสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้ถ้าการที่แกโดนทรยศจนกลายเป็โดนัทนั่นแย่ที่สุดแล้วมันยังมีที่หนักกว่านี้รอแกอีกเยอะซึ่งหนึ่งในนั้นก็มาจากผู้ที่สร้างฉันเพื่อมาปู้ยี้ปู้ยำแกด้วย แค่กัดร่างออร์คกระดูกเหล็กจนขาดหรือฝีดาบล้มั์เดิมของแกมันไม่มีวันพอแน่แกจะ้าเนื้อคนมากขึ้น จะน้อยหรือใหญ่ สัตว์ชั้นหรือจอมเทพแกก็ต้องฆ่าทุกคนและกินเพื่อชิงเอาพลังมารับมือ และผู้ที่ถูกกินก็จะต้องอยู่กับแกหลอกหลอนแก และเป็ขุมพลังให้แกต่อไป”
แอสต้าทนใจแข็งฟังก่อนที่จะถามต่อ“แล้วนี่ตกลงฉันกลายเป็อะไรไปแล้ว?”
“แกไม่ใช่ทั้งคนหรือปีศาจจากขุมไหนแกคือผู้ที่ถูกสาปให้ไม่มีวันตายทุกกรณี เป็คำสาปที่แกจะต้องกับความทรงจำที่เลวร้ายต้องทนดูคนรอบข้างตายจนเหลือเพียงแกคนเดียวบน ต่อให้ทุกพิภพจะดับสูญ แกก็ต้องอยู่กับความอ้างว้างและจะต้องคลุ้มคลั่งหิวโหยเืเนื้อกับิญญาแม้แต่เหงื่อทุกหยดหรือของเสียทุกอณูของผู้อื่นต่อไปเหยื่อของแกจะเป็เพียงอาหารแก่มิติว่างเปล่าที่ไร้สิ้นสุดในร่างของแกิญญาเ่าั้จะกรีดร้องสาปแช่งแกทุกค่ำคืน และทุกรุ่งเช้า แกจะต้องทรมานกับการขับสารพิษที่แกรับเข้าไปจากการกินแกเป็นรกทั้งของตัวเอง และของผู้อื่นอย่างที่แก้าไว้ แกคืุ์กินคนะ”
แอสต้าที่ฟังอยู่ก็หมัดใจแข็งและโต้ตอบ “พล่ามมาตั้งนาน สุดท้ายก็มีแต่เื่บ้าๆ เกินจริงทั้งนั้น แต่ยังไงซะ ฉันจะเป็อะไรก็ช่างฉันไม่สนและไม่คิดจะเชื่อด้วย ฉันคืุ์เต็มตัว และฉันจะไม่มีวันเป็แบบนี้อีกตอนนี้ที่ฉันคิดคือจะกลับไปหาลูก และพาเขาออกไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากอาณาจักรนั่นแล้วก็จะค้นหาความจริงทั้งหมดด้วยว่าเพราะอะไร”
วิคเตอร์ที่ฟังอยู่ก็ตอบ“ตามใจ แต่ถึงเวลาเมื่อไหร่ แกจะปฏิเสธไม่ได้และจะต้องยอมรับในโชคชะตาของแก”
“เออตอนนี้ฉันหมดธุระกับแกแล้ว ส่งฉันกลับโลกเดิมสักที”
“ได้เวลาที่ผ่านไปในโลกจริงแทบจะไม่ได้กระดิกอยู่ดี แต่แกก็รีบยอมรับความจริงเร็วๆแล้วกัน ระหว่างทางฉันจะดึงความทรงจำจากิญญาของคนที่แกเพิ่งกักไว้ในร่างให้แล้วจะรู้ว่าพวกมันพูดจริง”
เมื่อวิคเตอร์พูดทิ้งท้ายโลกสีขาวเบื้องหน้าแอสต้าก็เริ่มเบิกม่านออกมาสู่สนามรบอาบเื แอสต้าไม่รอช้าเธอรีบค้นหาศพทหารที่ใส่ชุดเกราะที่ดูสมบูรณ์ที่สุดมาใส่แทนชุดเดิมที่เสียหายในระหว่างท่ามกลางสายฝนที่หนาวเหน็บ เธอก็ได้พบกับชุดเกราะทหารระดับล่างสุดของกองทัพมอสเตรียที่สภาพพอใส่ได้แค่ส่วนลำตัวกับแขนและส่วนขาเธอสวมมันก่อนที่จะเก็บเศษธงาสีดำของกองทัพวีต้าร์ของมาเป็ผ้าปกปิดหน้าของตัวเอง
เจมี่รอแม่ก่อนนะลูก แม่จะกลับไปหาลูกเดี๋ยวนี้ละแอสต้าคิดเช่นนี้ก่อนที่จะมองสนามรบรอบตัวของเธอเป็ครั้งสุดท้าย และวันทยาหัตถ์เพื่อให้เกียรติกับอำลาพี่น้องทหารของเธอ
ทุกคนนี้เป็เกียรติสูงสุดที่ได้ร่วมเป็ร่วมตายด้วยกันมาตลอดหลายปีและขอโทษที่ฉันไม่ได้ตายตามทุกคนไปสู่สุขติในดินแดนที่ไม่มีาเถอะ ฉันจะอยู่เพื่อทวงความเป็ธรรมให้ทุกคนเอง
จากนั้นแอสต้าก็ออกวิ่งไปยังทิศทางที่จากมาเพื่อกลับไปหาลูกของเธอ
จบตอนที่1