เอะข้ายังไม่ได้ถามชื่อท่านเลย โซระกล่าวถาม นางยิ้มบางพร้อมกล่าวว่า ข้า"เจียวเหม่ยเซียน"แล้วนางก็ถามกลับว่าแล้วเ้าละ? ข้า "โซระ ยินดีที่ได้พบแม่นางเซียน" หลังจากที่นางได้ยินก็ทำหน้าแปลกๆพร้อมกล่าวว่า โซระ งั้นรึชื่อเ้าแปลกดีจัง!!
โซระที่ได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวว่า "ชื่อข้าไม่แปลกหรอก ท่านไม่จำเป็ต้องใส่ใจ" นางได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ พร้อมกล่าวว่าข้าจะตามเ้าไปจนกว่าจะบรรลุขอตกลงของเรา ตอนนี้ข้าจะไปอยู่ที่ในแหวนเพื่อจะทำอะไรได้สะดวกยิ่งขึ้น กล่าวจบนางก็ส่งแหวนให้เค้าพร้อมกล่าวว่า อย่าแบบดูข้าละ พร้อมหายไป
โซระที่ได้ยินเช่นนั้นก็แก้มแดง พร้อมกล่าวว่า"ถ้าข้าแอบดูท่าน ท่านก็ไม่มีทางรู้หรอก!!" หลังจากที่แนะนำตัวกันเสร็จเค้าก็สำผัสได้ว่าหลังจากที่ผสานกับเส้นชีพจรลมปราณนั้น พลังยุทธ์ของเข้าได้ะโมาถึง ก่อปราณขั้น 4 เลยทีเดียว
เมื่อเหม่ยเซียนเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวว่า "เ้าคงสภาวะนี้ไว้ก่อนเพราะไม่งั้นการบ่มเพาะของเค้าจะไม่แขร็งแรง และกล่าวต่ออีกว่าให้ฝึกที่นี่ไปก่อน เพราะนางได้อำพรางปากถ้ำไว้แล้ว เมื่อโซระได้ยินก็เข้าใจ พร้อมคิดในใจว่า ข้าบอกท่านพ่อท่านแม่ว่ามาหาสมุนไพรกลับไปช้าหน่อยคงไม่เป็ไร
หลังจากที่เค้าคงสภาวะการบ่มเพาะไว้ได้ 2 เดือน ก็ถึงเวลาขั้นต่อไปแล้วเค้าได้เริ่มนำ มุกปราณจากสัตว์อสูรทั้ง 2 ตัวก่อนหน้านี้ออกมา พร้อมเริ่มการดูดซับในทันที ปราณที่เค้าได้รับนั้นบริสุทธิ์จนแทบไม่ต้องทำการกลั่นเลย หลังจากนั้นก็ได้ผ่านไปอีก 5 เดือน ตอนนี้เค้าได้มาถึงก่อปราณขึ้นที่ 7 แล้ว ในตอนนี้เหม่ยเซียน กล่าวว่าเ้าต้องหยุดบ่มเพาะแล้วคงรากฐานไว้ก่อน ถ้าคนปกติขึ้นระดับพลังไวขนาดนี้ รากฐานเค้าคงแย่ไปนานแล้ว แต่เมื่อเค้ามีเส้นชีพจรศักสิทธิ์ทำให้ตอนนี้ ยังไม่เป็อะไรมากแต่มันถึงขีดจำกัดแล้ว โซระที่ได้ฟังก็เข้าใจ พร้อมกับกล่าวทางเหม่ยเซียนว่า
ข้าตอนนี้สามารถเรียกเพลิงทมิฬคลั่งออกมาได้แล้วแต่ไม่มีทักษะเกี่ยวกับเพลิงเลย โซระที่กำลังเล่นลูกไฟสีดำในมือก็ทำได้เพียงถอนหายใจ เหม่ยเซียนที่เห็นเช่นนั้นก็กล่าวถามว่า อีกกี่ปีเ้าถึงจะเข้าสำนัก ถ้าถึงเวลานั้นค่อยเข้าไปหาทักษะที่นั่นก็ได้ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน
โซระที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ปลง พร้อมกล่าวว่าถ้านับวันที่ข้าจากมา ก็อีกราวๆ 2ปี แต่ปีหน้าที่ตะกลูข้ามีการประลองขึ้น ข้าจำเป็ต้องกลับไปก่อนแถมตอนนี้ บิดามารดาข้าต้อง เป็ห่วงอย่างแน่นอนเพราะเกือบ 1 ปีมานี้ข้าไม่ได้ไปหาพวกท่านเลย
เหม่ยเซียนได้ยินก็ปลอบกล่าว "บิดามารดาเ้าต้องเข้าใจและที่นี่มันก็มีปราณบริสุทธิ์กว่าในเมืองมากนัก เพื่อไม่ให้เสียโอกาสก็ฝึกที่นี่ไปก่อนแล้วพอใกล้ถึงงานประลองของตะกลูเ้าค่อยกลับไป โซระที่ได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้า
ระหว่างที่เค้าเล่นเพลิงทมิฬในมือ โซระก็เหมือนคิดอะไรได้"พร้อมกับจำไปที่ดาบคาตานะของเค้าพร้อมหยิบมันขึ้นมาอย่างพินิจพร้อมกล่าวถามนางว่า"อาวุธชิ้นนี้เป็อาวุธระดับใด?" เหม่ยเซียนที่เห็นก็กล่าวเบาๆว่ามันคือขั้นปฐี แต่ดาบของเ้ารูปทรงแปลกตานัก กระบี่ก็ไม่ใช่ดาบก็ไม่เชิง มันเป็อาวุธที่แปลกนัก โดยปกติแล้วดาบในโลกนี้มันมีแต่ดาบที่มีความกว้างเกิน1ผ่ามือ หรือไม่ก็กระบี่ที่เป็2คม แต่ดาบคาตานะของโซระนั้น มีคมด้านเดียวใบดาบเหมือนกระบี่และมีปลอกดาบ ทำให้มันดูมีรูปทรงที่จำเพราะแปลกตาและดูน่าหลงใหล ไม่ธรรมดา
เมื่อโซระเห็นเหม่ยเซียนกำลังสงสัย จึงกล่าวว่า"มันคือดาบคาตานะ" เมื่อนางได้ยินก็กล่าวว่า ดาบคา . . .ไรนะ เมื่อโซระที่ได้ฟังน้ำเสียงนางก็นึกถึงบิดามารดาเค้าที่พูดเหมือนกับนางไม่มีผิดเพี้ยน เค้าจึงหัวเราะออกมา ฮ่า ฮ่า ท่านไม่รู้จักมันก็ไม่เป็ไร แต่ที่ข้ากำลังกล่าวคือ ดาบนี้แม้แต่ท่านพ่อของข้ายังคิดว่าเป็ดาบระดับต่ำไม่ก็ระดับกลาง แต่ข้าก็ยังเลือกมาพร้อมมารู้ที่หลังว่าดาบเล่มนี้มีนาม ว่าตัดนภาจึง ทำให้ข้าได้รู้ว่ามันเป็ดาบปฐี
แล้วท่านทำไหมถึงมองออกทั้งๆที่ไม่รู้ละ ?
เหม่ยเซียนที่ได้ยินก็กล่าวว่า ดาบเล่มนั้นทำมาจากหินดาวตกและปราณที่มันแผ่ออกมาก็พิเศษอย่างมากและบางเบา พ่อเ้าสำผัสไม่ได้ไม่นับว่าแปลก แถมดาบหน้าตาประหลาดแบบนั้นใครก็คิดเช่นเค้า
โซระที่ได้ยินก็รู้สึกใ กับวัสดุที่นำมาทำดาบ พร้อมชักดาบออกมา ใบดาบสีเงินที่เค้าเห็นในตอนนี้ ทำมาจากหินดาวตก ซึ่งเป็สิ่งที่ล่ำค้ามากในโลกของเหล่าจอมยุทธ์นี้ เมื่อเหม่ยเซี่ยนเห็น โซระที่ตกตะลึงก็หัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกล่าวว่า หินดาวตกที่มันล่ำค้าไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะแถมมันยังสามารถพัฒนาไปปตามเ้าของได้อีกด้วย โดยการดูดซับปราณของผู้เป็นาย แต่ไม่รู้ว่ามันถึงระดับไหนเพราะข้าก็ไม่รู้เช่นกันเพราะ หินดาวตกนั้นหาได้ยากมากๆ และคนที่ตีมันได้ก็ต้องเก่งมากเช่นเดียวกัน แต่เสียดายที่เค้าทำดาบรูปทรงแปลกๆออกมา
โซระที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโชคของเค้าก็ยังดีมากเช่นกันที่มีของเช่นนี้อยู่ในตะกลูของเค้า หลังจากนั้นโซระจึงเริ่มดึกปราณทมิฬออกมาจากร่างพร้อมกลับเริ่มคลุมไปที่ใบดาบ เมื่อเหม่ยเซียนเห็นเช่นนั้นก็อุทานออกมากว่า งดงามยิ่งนัก ดาบสีเงินดาบจับสีดำ พร้อมเปลวเพลิงทมิฬที่คลุมใบดาบเอาไว้ทำให้มันดูน่าแปลกตาอย่างมาก
โซระไม่รอช้าพร้อมกับเก็บดาบเข้าพักพร้อมตั้งท่าเตรียมชักดาบ เหม่ยเซียนก็กล่าวว่า"เ้าทำท่าทางอะไรของเ้าแปลกพิลึก" โซระที่ได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวว่า"ท่านตั้งใจดูดีๆเถอะ พร้อมกันนั้นเองที่เค้าชักดาบฟันออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากอย่างยิ่ง พร้อมเพลิงทมิฬทรงจันทร์เสี้ยวได้พุ่งออกไปชนผนังถ้ำ อย่างแรง ตูม!!
เหม่ยเซียนที่เห็นเช่นนั้นก็อุทานด้วยความใพร้อมกล่าวว่า "เ้าทำแบบนั้นได้ยังไงแถมตอนที่เ้าชักดาบออกมาก็ยังเร็วมากด้วย" โซระที่ฟังน้ำเสียงตกตะลึงของนางก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า "ฮ่า ฮ่า ข้าก็แค่ลองเท่านั้นไม่คิดว่ามันจะเหนือกว่าที่คาดไว้"
เหม่ยเซียนที่เห็นเช่นนั้นก็บอกว่า"ข้าอยู่กับเ้าคงไม่มีทางเบื่อแน่นอน เ้านี่ช่างพิลึกคนจริงๆ" โซระที่ได้ยินก็ยิ้มตอบพร้อมกล่าวว่า" ข้าจะนับว่านั่นเป็คำชม" ตอนนี้เค้าตื่นเต้นอย่างมากพร้อมคิดในใจว่าหลังจากนี้ เค้าก็มีทักษะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างแล้ว